<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2026 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออเจ้า..เคี้ยวหมากพลู วัฒนธรรมวิถีชีวิตคนรุ่นเก่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากกระแสของละครดัง ทำให้การ &amp;ldquo;กินหมากพลู&amp;rdquo; ของคนสูงอายุสมัยก่อน ถูกพูดถึงอีกครั้ง แม้ในปัจจุบันจะมีการยกเลิกการเคี้ยวหมาก ตั้งแต่สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม แต่คนในชนบทบางท้องถิ่นก็ยังคงนิยมเคี้ยวหมากกันอยู่บ้าง ถึงขึ้นบางรายกินข้าวไม่ลง ถ้าไม่ได้กินหมากก่อน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในอดีตวัฒนธรรมดังกล่าว เป็นทั้งสิ่งที่สร้างความสุขให้ผู้สูงวัย ขณะเดียวกันก็เป็นแฟชั่นอีกด้วย เพราะถ้าหากหนุ่มสาวคนไหนที่ฟันไม่ดำก็ถือว่าเชยเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์ จึงทำให้วัยรุ่นและคนสูงอายุแข่งกันฟันดำ แม้ปัจจุบันการกินหมากพลูจะถูกยกเลิก หรือบริโภคกันในกลุ่มเล็กๆ แต่ถ้ามองในแง่ของเศรษฐกิจ ก็สามารถเพาะปลูกและส่งผลออก ใบพลู หมากสดหมากแห้ง เป็นสินค้าสร้างรายได้ให้กับประเทศอยู่ไม่น้อย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่สำคัญมีข้อมูลระบุเกี่ยวกับประโยชน์ของการเคี้ยวหมาก เป็นต้นว่า &amp;ldquo;ใบพลูสด&amp;rdquo; นั้น แก้ปวดฟัน, แก้รำมะนาด, แก้กลิ่นปาก, ช่วยขับลมในลำไส้แก้ท้องอืด&amp;nbsp;


แทงสล็อต ทำให้กระปรี้กระเปร่า นอกจากนี้ &amp;ldquo;ปูนแดง&amp;rdquo; ก็สามารถช่วยแก้โรคบิด และอาการท้องเสียได้ ที่สำคัญในตัว &amp;ldquo;หมาก&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ใบพลู&amp;rdquo; ยังมีสารอัลคาร์ลอยด์ ที่เชื่อว่ามีส่วนช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสดชื่น และเพิ่มการเต้นของหัวใจ อีกทั้งยังเพิ่มอุณหภูมิของผิวหนังในร่างกาย...&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี โบราณว่าเมื่อมีประโยชน์ ก็ย่อมต้องมีโทษในตัวเองได้เช่นกัน เนื่องจากมีการตั้งข้อสันนิฐานว่า การเคี้ยวหมากติดต่อกันเป็นเวลานานๆ อาจทำให้เป็นโรคมะเร็งในช่องปากได้เช่นกัน ผศ.ทพ.วิจิตร ธรานนท์ ผู้อำนวยการ (ADTEC) ศูนย์เทคโนโลยีทางทันตกรรมขั้นสูง ให้ข้อมูลไว้น่าสนใจ&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(ผศ.ทพ.วิจิตร ธรานนท์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผศ.ทพ.วิจิตร กล่าวว่า &amp;ldquo;จริงๆ แล้วการเคี้ยวหมากจะทำให้เหงือกอักเสบ และยังเป็นสาเหตุของโรครำมะนาดอีกด้วย และเป็นเคสที่หมอพบเป็นประจำ อันเนื่องมาจากการสีและขัดฟันบ่อยๆ ซึ่งนั่นจะทำให้ตัวฟันสะสมเชื้อแบคทีเรีย มีหินปูนเกาะ และเป็นผลให้เหงือกอักเสบ จากนั้นก็จะเกิดรำมะนาด ส่งผลให้ฟันโยกและหลุดไปในที่สุด นอกจากนี้ยังมีโอกาสเกิดโรคมะเร็งช่องปากได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่เคี้ยวหมากเป็นเวลานานๆ และทำให้เกิดแผลลึกในช่องปาก ผสมกับการระคายเคืองจากเส้นใยที่ใช้การกินหมากรวมถึงปูนแดง โดยสรุปการกินหมากไม่สามารถป้องกันได้ทั้งโรครำมะนาด และลดกลิ่นปากแต่อย่างไร แต่การลดกลิ่นในช่องปากของผู้สูงอายุ สามารถทำได้โดยการหมั่นไปพบแพทย์ทุกๆ 6 เดือน เพื่อขูดหินปูน อีกทั้งต้องหมั่นแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟัน จึงจะสามารถป้องกันได้ เพราะจริงๆ แล้วการเคี้ยวหมากเป็นเพียงความสุขของผู้สูงอายุเท่านั้น ซึ่งถ้างดได้ก็ควรงดจะดีที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;(เมื่อมีแขกมาเยี่ยมเยือน คนไทยสมัยโบราณจะนิยมต้อนรับด้วยการกินหมาก เพื่อแสดงถึงความเต็มใจในการต้อนรับ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่กล่าวมาถือเป็นความรู้ดีๆ จากการเคี้ยวหมาก ที่อย่างไรเสียก็ถือเป็นวัฒนธรรมดีงาม ซึ่งควรบอกเล่าแก่ลูกหลาน ถึงรูปแบบของการต้อนรับขับสู้ ด้วยการยกเชี่ยนหมากออกมารอรับแขกเหรื่อที่มาเยี่ยมเรือนชาน ซึ่งแสดงออกถึงความมีมิตรจิตมิตรใจ ที่แม้ว่าเด็กยุคใหม่จะไม่นิยมรับประทานแล้วก็ตาม. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5013</URL_LINK>
                <HASHTAG>ADTEC, คนรุ่นเก่า, คุณภาพชีวิต, ปูนแดง, ผศ.ทพ.วิจิตร ธรานนท์, วัฒนธรรม, หมากพลู, ออเจ้า, โลกวัยเกษียณ, ใบพลูสด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180314/image_big_5aa9271b987ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
