<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 16:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 16:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัยวัฒน์&#039; เปิดหน้าชก ปปท. ชี้มูลผิดปมเผาบ้านปู่คออี้ รุดแจ้งกองปราบฟ้องกลับ ม.157</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค.64 - จากกรณีคณะกรรมการปปท.ชี้มูลความผิดตามมาตรา 157 และเสนอให้กรมอุทยานฯ ดำเนินการให้ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สบอ.9&amp;nbsp;อุบลราชธานี ออกจากราชการ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันไปทั่ว ว่าปปท.ดำเนินการเรื่องนี้อย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่ ล่าสุด&amp;nbsp;เมื่อเวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์ พร้อมทีมทนายความ ได้เดินทางไปยังปปท.เขต 7 จ.นครปฐม เพื่อขอทราบรายละเอียดในเรื่องที่คณะกรรมการปปท.ชี้มูลความผิด ตามมาตรา 157&amp;nbsp;&amp;nbsp;และให้ออกจากราชการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า ที่มาสำนักงานปปท.เขต 7 ในวันนี้ เพราะที่ผ่านมา ตอนสอบสวนตนมาสอบที่นี่ แต่ที่อยากรู้คือ&amp;nbsp;การออกข่าว การมอบอำนาจในการแถลงข่าว การชี้ประเด็นมีมติยังไง ผู้ให้มติมีใครบ้าง คณะกรรมการมีผู้ใดเป็นคนชี้มติ และก็ประเด็นไหน เพราะฉะนั้นเราอยากรู้รายละเอียดในการให้ข่าวออกไป&amp;nbsp;เราเองเราก็ไม่รู้ พอให้ข่าวมาวันที่ 2-3&amp;nbsp;เหมือนกึ่งรับกึ่งสู้ ส่วนตนเองนี่เสียไปแล้ว ตนเป็นข้าราชการ คุณมาชี้ให้ตนออกจากราชการ ถ้าหนังสือเดิน 30วั น ก็เป็นประเด็นว่า ชีวิตราชการตนก็ต้องจบแบบนั้น ไหนๆเปิดหน้าชกกันแล้ว ก็ต้องพูดกันเลย ตนอยากจะรู้เหมือนกันว่า ทำหนังสือมาขอรับทราบคำสั่ง และเอกสารต่างๆของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ คือที่นี่เขาสอบตน ก็อยากรู้ว่าที่คุณทำครบกระบวนการไหม แล้วในรายละเอียดคุณทำอะไรบ้างในการให้ข้อมูลชี้แจงต่อสังคม ต่อสื่อ&amp;nbsp;ใครเป็นผู้ให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ กล่าวอีกว่า สำหรับในหมวดสุดท้ายนี่ ตนรับนะ ตนรับในการปฏิบัติหน้าที่ของตน ตนบอกแล้ว ตนปฏิเสธแล้วว่า ปู่โคอี้อยู่นอกภารกิจ ไม่ได้เกี่ยวกับภารกิจเลย ในส่วนที่เราไปทำอยู่ในแปลงป่าลึก อยู่ในชายขอบติดแนวชายแดน ซึ่งเป็นแปลงปลูกยาเสพติด อันนั้นเราปฏิบัติหน้าที่ เป็นเพิงพักเข้าออกยากอยู่แล้ว อันนี้เรามีการทำลายจริงๆ แต่ว่าบ้านปู่โคอี้ คนละภารกิจ เราก็บอกว่าบ้านปู่โคอี้ยังไม่มีพิกัด ไม่มีใครเข้าไปดูเลย แล้ววันนี้จะมาชี้ประเด็นตน หรือว่ามาสอบตนนี่ ก็ขอให้คณะกรรมการชุดนี้ทุกคน ตนหมายเหตุด้วยนะ ทุกคนไปดูในจุดเกิดเหตุก่อน แล้วก็พิจารณา ตนรับได้ แต่ถ้าเข้าไปในกรณีที่ว่าบินไปดู หรือไปดูแปลงปลูกป่า อะไรอย่างนี้ อย่าเอามาผสมกัน มันคนละเรื่อง เพราะเรารู้ว่าเขาไป ไปที่ไหนไปยังไง แต่เขาไม่เคยไปที่บ้านจุดเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในเรื่องจนท.เผาบ้านตามที่เป็นข่าวนั้น นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ไม่ใช่ครับ ตนอยู่ 6 ปี เราเจรจาแล้วตกลงกับเขา บางคนก็กลับไปฝั่งโน้น ส่วนใหญ่จะเจอเป็นคนฝั่งโน้น เขาก็ขอกลับ เขาปลูกข้าวตั้งแต่โค่น จนปลูกข้าวเสร็จ เกี่ยวข้าวเสร็จแล้วก็ขอกลับไป แต่ที่ดำเนินการทั้งหมดนี่ 9 ครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ครั้งหนึ่งก็ประมาณ&amp;nbsp;7 จุด 12 จุด 15 จุด รวมทั้งหมด 6 ปี มีรายละเอียดทั้งหมด เรารายงาน 98 เพิงพักนี่ อย่าบอกเป็นหลัง เพราะเป็นเพิงที่ซ่องสุม มีกัญชา มีสัตว์ป่าอะไรอย่างนี้ เป็นเพิงขนำ เป็นบริเวณที่หลบภัยออกมา ก็เหมือนกับสร้างเป็นกระต๊อบที่เราเห็น เพราะฉะนั้น 98 ครั้ง ในจุดที่ตรงนั้น ไม่ใช่นะครับ ใน 6 ปี ทำทั้งหมด 9 ครั้ง แต่ละครั้งก็ประมาณ 7 จุด 12 จุด 9 จุด 17 จุด ประมาณนั้น ไม่ได้ทำครั้งเดียว แต่จุดเหล่านี้อยู่ริมชายแดนไทย-พม่า ไม่มีบ้านปู่โคอี้ในจุดเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านปู่โคอี้&amp;nbsp;ต้องเรียนว่าประเทศไทยนี่ ถ้าเราเอาประเทศไทยคือแผนที่ของอุทยานฯแก่งกระจาน ที่เราไปทำงานนี่ อยู่ประมาณเชียงใหม่เชียงราย แต่ว่าปู่โคอี้อยู่จ.ราชบุรี ประมาณนั้น ถ้าจะมองว่าปู่โคอี้อยู่ใจแผ่นดิน ไม่ใช่นะครับ อยู่ตรงห้วยสามแพร่ง ตรงที่เราไปทำนี่อยู่ทางทิศเหนือ ปู่โคอี้ที่ไปรับนี่อยู่ห้วยสามแพร่ง อยู่ด้านใต้ของอุทยานฯแก่งกระจาน คนละจุดครับ ตรงนี้คือประเด็น ตนเชื่อว่าสังคมเข้าใจว่า เราไปดำเนินการเผาหมู่บ้าน นี่ไม่ใช่ครับ คือแต่ละครั้งนี่มีการบุกรุกเข้ามาที&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;17&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;6&amp;nbsp;จุด&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จุด แต่ละจุด แต่ละครั้ง เราบินสำรวจก่อน แล้วมีเป้าหมายเราถึงไปลง แต่ละครั้งแต่ละเดือน ก็จะทำรายงานแต่ละเดือนมา ถึงมีเป้าหมาย กระทรวงขอร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของปปส.ปราบปรามยาเสพติด บก.ปทส. ตำรวจภาค 7&amp;nbsp;คือทุกหน่วยงาน ทหาร ตำรวจ ปกครอง จะไปร่วมกัน&amp;nbsp;7 หน่วยงาน ไม่ใช่ผมคนเดียวที่ไป แล้วก็ไปเผาทำลายในเพิงพักที่มีแปลงกัญชาทั้งสิ้น แต่ที่ว่าเรื่องปู่โคอี้โดนเผานี่ คนละเรื่องแล้ว&amp;nbsp;ไม่มี เราไม่เคยดำเนินการอย่างนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนี้&amp;nbsp;การให้ข่าวที่ทำลายชื่อเสียงตนและครอบครัวทั้งหมด แล้วเหตุที่มีประเด็น ไม่มีประเด็น นี่คืออันนี้เจตนาอยู่แล้ว มันเจตนาพิเศษ วางไทม์ไลน์เลยว่า มีเจตนาพิเศษหรือไม่ การให้ในมาตรา&amp;nbsp;200 วรรค 2 นี่ มันมีพิรุธอยู่แล้ว ว่าการกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษแบบนี้ เจตนาที่ตนคนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หลังจากขอรับเอกสารรายละเอียด การชี้มูลความผิด จากปปท.เขต 7&amp;nbsp;จ.นครปฐมแล้ว นายชัยวัฒน์จะเดินทางไปแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับ การทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อเอาผิด ป.ป.ท. ในมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และมาตรา 200 วรรค 2 การแกล้งให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดต้องรับโทษ รับโทษหนักขึ้น ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94631</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเผาบ้านปู่คออี้, จังหวัดเพชรบุรี, ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, ปปท., ปู่คออี้, มาตรา157, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603ca8864ec55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/02/2021 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/02/2021 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปท. ชี้มูลเอาผิด &#039;ชัยวัฒน์&#039; อดีตหัวหน้าอุทยานฯแก่งกระจาน ให้ออกจากราชการ ปมเผาบ้านปู่คออี้ ผิด ม.157</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.พ.64 - รายงานข่าวจากคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ที่มี นายประสาท พงษ์ศิวาภัย เป็นประธานคณะกรรมการ ป.ป.ท.ได้นัดประชุมในคดี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และพวกเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติ รวม 6 คน ได้เข้ารื้อถอนเผาทำลายบ้านเรือน ยุ้งฉาง และทรัพย์สินอื่นๆของนายโคอิ หรือ คออี้ มีมิ ชาวกะเหรี่ยงแก่นกระจาน และของชาวบ้านอีกหลายราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ประชุมมีมติชี้มูลความผิดนายชัยวัฒน์ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 และมีมติให้ออกจากราชการ สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ ป.ป.ท.จะส่งสำนวนให้ต้นสังกัด คือ กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อให้ดำเนินการทางวินัย และส่งสำนวนให้พนักงานอัยการดำเนินการในคดีอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5-9 พ.ค.2554 นายชัยวัฒน์ และพวกเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติ ได้เข้ารื้อถอนเผาทำลายบ้านเรือน ยุ้งฉาง และทรัพย์สินอื่นๆ ของนายโคอิ หรือ คออี้ มีมิ และของชาวบ้านอีกหลายราย ซึ่งเป็นชาวไทยพื้นเมืองดั้งเดิมเชี้อสายกะเหรี่ยง ที่หมู่บ้านบางกลอยบนและใจแผ่นดิน เสียหายราว 100 หลัง โดยนายคออี้ มีมิ ได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อนายชัยวัฒน์ และพวก ต่อพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน และสำนวนถูกส่งไปยัง ป.ป.ท.ซึ่งคดีดังกล่าวได้ทำการสอบสวนเป็นระยะเวลานานกว่า 9 ปีแล้ว ขณะที่ความผิดตามมาตรา 217 วางเพลิงเผาทรัพย์ และมาตรา 358 ทำให้เสียทรัพย์ดังกล่าว ข้างต้นกำลังจะขาดอายุความ 10 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94251</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตในภาครัฐ, จังหวัดเพชรบุรี, ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, ชาวบางกลอย, ปปท., ปู่คออี้, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210225/image_big_603771df58ee5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93773</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2021 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2021 18:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกชายพิการของปู่คออี้กลับป่า &#039;ใจแผ่นดิน&#039; กลางดึก เผยยอมตายหากถูกบังคับให้ลงมาอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลูกชายพิการของปู่คออี้กลับป่า&amp;ldquo;ใจแผ่นดิน&amp;rdquo;กลางดึก ให้หลานผลัดกันแบกขึ้นภูเขา เผยยอมตายหากถูกบังคับให้ลงมาอีก หวั่นเจ้าหน้าที่รัฐสนธิกำลังลุยชาวบ้านหลังขึ้นเฮลิปคอปเตอร์ถ่ายภาพพบชาวบ้านเริ่มเผาไร่หมุนเวียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ.64 - นายพชร คำชำนาญ คณะทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนกะเหรี่ยงบางกลอย จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า เมื่อตอนที่ไปชุมนุมที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ได้มีบันทึกข้อตกลงว่าจะไม่คุกคามชาวบ้านและถอนกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแก่งกระจานและชุดพญาเสือออกจากพื้นที่หมู่บ้านบางกลอย ทำให้ชาวบ้านเบาใจได้ระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่พวกตนเดินทางมาลงพื้นที่และประชุมร่วมกับหลายฝ่ายตั้งแต่ 19 กุมภาพันธ์จนถึงวันนี้ ปรากฏว่ามีคนที่ไม่ได้เป็นคณะทำงานรวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าร่วมประชุมด้วย และได้มีการคะยั้นคะยอให้พวกตนขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อไปบินดูพื้นที่ในแผ่นดินซึ่งชาวบ้านอพยพกลับไปอยู่และได้มีการถางไร่ซากเดิมไปแล้วหลายแปลงและล่าสุดได้มีไร่หมุนเวียน 2 แปลงที่เผาแล้ว ซึ่งคนกลุ่มดังกล่าวได้ถ่ายภาพและพยายามให้ข่าวโจมตีชาวบ้าน โดยบางคนได้ร้องเรียนกกระทรวง ทส.เพื่อให้จับกุมชาวบ้าน พร้อมกับข่มขู่ว่าหากเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการอาจมีความผิดตามมาตรา 157 ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่เขาพยายามบอกว่าชาวบ้านขยายพื้นที่ไร่หมุนเวียนเเพิ่มนั้น จริงๆ ไม่ได้เพิ่ม ชาวบ้านถางไร่ก่อนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ก่อนไปร่วมชุมนุมที่ทำเนียบเสียอีก ส่วนการเผาไร่ก็เป็นขั้นตอนหนึ่งของวิถีการทำไร่หมุนเวียนซึ่งชาวบ้านได้จัดทำแนวกันไฟไว้หมดแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงและอนุรักษ์สุดโต่งพากันไปร้องเรียนไปที่ปลัด ทส. เรารู้สึกว่าชาวบ้านไม่ได้ทำผิดกฎกติกาใดๆเลย เมื่อคุณบอกให้เขาหยุดขยายพื้นที่ เขาก็หยุด แต่เจ้าหน้าที่กำลังผิดข้อตกลง เราทราบข่าวมาจากข้าราชการระดับสูงในกรมอุทยานฯรายหนึ่งว่า อุทยานฯกำลังสนธิเพื่อขึ้นไปดำเนินการกับชาวบ้านโดยอ้างภาพถ่ายจากเฮลิคอปเตอร์&amp;rdquo;นายพชร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชรกล่าวว่า ในหลายวันที่ผ่านมาเราการทำงานร่วมกันเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง เพราะอยากให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อใช้แก้ปัญหาอย่างยั่งยืน แต่หากมีการสนธิกำลังเพื่อเล่นงานชาวบ้านเช่นนี้ทำให้ทำงานร่วมกันลำบาก และจะนำไปสู่การแก้ปัญหาได้หรือไม่ ขณะนี้ทุกฝ่ายที่ติดตามการแก้ปัญหาของชาวบ้านบางกลอยกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิด หากรัฐเลือกใช้วิธีการรุนแรงคงทำงานร่วมกันลำบาก และกลุ่มเซฟบางกลอยก็จะต้องรวมตัวกันอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อคืนวันที่ 20 กุมภาพันธ์ เวลาเที่ยงคืน นายนอแอะ มีมิ ลูกชายของปู่คออี้ ได้ให้หลานๆ 3-4 คนพาเดินทางขึ้นไปหมู่บ้านบางกลอยบนเพื่อสมทบกับชาวบ้านที่อพยพขึ้นไปก่อนหน้านี้ โดยนายหน่อแอะซึ่งป่วยเป็นโรคเส้นประสาทอักเสบจนทำให้ขาทั้งสองข้างไม่มีแรงและเดินไม่ได้ต้องให้หลานๆผลัดกันแบกไป ทั้งนี้ก่อนหน้านี้นายหน่อแอะได้ให้สัมภาษณ์ยืนยันหลายครั้งว่าต้องการกลับไปอยู่บ้านพ่อ(ปู่คออี้)ที่หมู่บ้านบางกลอยใจแผ่นดินและจะไม่ยอมกลับลงมาอีกแล้ว หากถูกเจ้าหน้าที่บังคับก็พร้อมผูกคอตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกันผู้แทนสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในนามสมาชิกขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ พีมูฟ เดินทางเข้าพื้นที่ชุมชนกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยล่าง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เพื่อนำข้าว 10 กระสอบ อาหาร น้ำ และเครื่องใช้ส่วนตัวอื่นๆ มอบให้ชุมชน เพื่อช่วยเหลือกลุ่มชาวบ้านบางกลอย โดยนายธีรเนตร ไชยสกุล ผู้แทนสกต. กล่าวว่า ตนมาเป็นกำลังให้ชาวบ้านบางกลอย เพราะรู้ว่าชาวบ้านอยู่ในพื้นที่ที่ถูกผลักดันลงมาแล้วในปี 2539 และ 2554 แล้วก็กลับขึ้นไปใหม่เมื่อต้นปีนี้ แต่ว่าความเป็นอยู่ตอนนี้เรื่องการเพาะปลูกก็ไม่ดี และมีสถานการณ์ที่มีเจ้าหน้าที่พยายามเข้ามาผลักดันชาวบ้านออกไปอีก ตนได้ติดตามข่าวทางโซเชียลมีเดียอยู่และกำลังจับตากันอยู่ จึงย้ำว่าเมื่อมีบันทึกข้อตกลงร่วมกับรัฐมนตรี ทส.และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แล้วก็ควรปฏิบัติตามนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หน่วยงานที่เข้ามาโดยเฉพาะอุทยานฯ ต้องเข้ามาดู เขาอยู่ในพื้นที่มาแล้วเป็นร้อยๆ ปี ป่าก็ยังอยู่ได้ ถ้าให้เขาอยู่ไปอีก เขาก็รักษาไปอีก การดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการด้วยความเข้าใจตรงนี้ อยากให้เจ้าหน้าที่ยึดหลักการเจรจาในการแก้ไขปัญหา ถ้าเจ้าหน้าที่ยึดแต่กฎหมาย มันจะอยู่กันไม่ได้ สุดท้ายเจ้าหน้าที่ก็จะอยู่ลำบาก&amp;rdquo; ธีรเนตรย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุชาติ ต้นน้ำเพชร ชาวบ้านบางกลอย กล่าวว่าตนรู้สึกดีใจมากที่พี่น้องเห็นความยากลำบาก ตนไม่เคยเห็นหน้าเขา แต่น้ำใจเขามีมากขนาดนี้ พูดอะไรไม่ออกนอกจากบอกว่าขอบคุณมากๆ ที่ผ่านมาชาวบ้านลำบากมากเรื่องการกิน เรื่องข้าว ไปทำงานข้างนอกไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยู่ที่นี่งานไม่มี ปลูกข้าวก็ไม่ค่อยขึ้น ข้าวสารขาดแคลนมาก จะออกไปทำงานข้างนอกก็ไม่ได้จากสถานการณ์โควิด เรารู้สึกดีใจที่พี่น้องได้กลับขึ้นไปบางกลอยบน ถ้าเป็นไปได้ เราอยากให้เขากลับขึ้นไปแล้วอยู่ได้ ใช้ชีวิตวิถีวัฒนธรรมแบบเดิม ส่วนใหญ่ที่เขากลับขึ้นไปเพราะที่ทำกินไม่มี สภาพข้างบนตอนนี้กำลังร้อนจัด ยังไม่มีข้าวกิน กำลังรอทำไร่อยู่ปีนี้ ถ้าทำได้ก็จะมีข้าวกิน&amp;rdquo; นายสุชาติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93773</URL_LINK>
                <HASHTAG>saveบางกลอย, กะเหรี่ยงบางกลอย, จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบางกลอย, ปู่คออี้, แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210221/image_big_6032430bb6d7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2021 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2021 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ไล่บี้ &#039;ป.ป.ท.&#039; ดองคดีปู่คออี้และชาวกะเหรี่ยงถูกอุทยานเผาบ้านจนใกล้ขาดอายุความ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.64 - นายสุรพงษ์&amp;nbsp;กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ตนได้ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อสอบถามความคืบหน้าการดำเนินคดีของนายคออี้ มีมิ และชาวบ้านบางกลอยบน-ใจแผ่นดิน เหตุถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานวางเพลิงเผาทรัพย์ &amp;nbsp;ซึ่งป.ป.ท.ดำเนินการล่าช้าจนใกล้ขาดอายุความ คดีดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5-9&amp;nbsp;พฤษภาคม 2554&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และพวกเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติ ได้เข้ารื้อถอนเผาทำลายบ้านเรือน ยุ้งฉาง และทรัพย์สินอื่น ๆ ของนายโคอิหรือคออี้ มีมิ และของชาวบ้านอีกหลายราย ซึ่งเป็นชาวไทยพื้นเมืองดั้งเดิมเชี้อสายกะเหรี่ยงที่หมู่บ้านบางกลอยบนและใจแผ่นดินเสียหายราว 100&amp;nbsp;หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคออี้ มีมิ ได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร พร้อมพวกที่วางเพลิงเผาทรัพย์ บ้านเรือนที่พักอาศัย ต่อพนักงานสอบสวนสภ.แก่งกระจาน และสำนวนถูกส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายคออี้ และพวก ได้ฟ้องเป็นคดีขึ้นสู่ศาลปกครอง และคดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด เป็นคดีหมายเลขดำที่ อส.๗๗/๒๕๕๙&amp;nbsp; คดีหมายเลขแดงที่ อส.๔/๒๕๖๑ โดยคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดดังกล่าว ศาลวินิจฉัยได้ความแล้วว่านายชัยวัฒน์ฯ กับพวก เจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติ ใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่กระทำความผิดในการรื้อถอนเผาทำลายทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างของนายโคอิ หรือคออี้ มีมิ กับพวก ซึ่งเป็นผู้ฟ้องคดีทั้งหกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกระทำดังกล่าวของนายชัยวัฒน์ฯ กับพวกในทางกฎหมายอาจมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาต่อไปนี้ ได้แก่ มาตรา 157&amp;nbsp;ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด (อายุความ 15&amp;nbsp;ปี),&amp;nbsp;มาตรา 217&amp;nbsp;ความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น (อายุความ 10&amp;nbsp;ปี), มาตรา 218&amp;nbsp;(1) ความผิดฐานวางเพลิงเผาโรงเรือนที่คนอยู่อาศัย เช่น บ้านเรือน (อายุความ 20&amp;nbsp;ปี), มาตรา 218&amp;nbsp;(2) ความผิดฐานวางเพลิงเผาโรงเรือนอันเป็นที่เก็บหรือที่ทำสินค้า เช่น ยุ้งฉาง (อายุความ 20&amp;nbsp;ปี)&amp;nbsp; และ มาตรา 358&amp;nbsp;ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ คือทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพยของผู้อื่น (อายุความ 10&amp;nbsp;ปี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีนี้นับแต่วันที่นายชัยวัฒน์ฯ กับพวกกระทำความผิดดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่พฤษภาคม 2554 ถึงปัจจุบันนับเป็นระยะเวลานานกว่า 9&amp;nbsp;ปี 8&amp;nbsp;เดือนแล้ว ซึ่งความผิดตามมาตรา 217&amp;nbsp;วางเพลิงเผาทรัพย์ และ มาตรา 358&amp;nbsp;ทำให้เสียทรัพย์ ดังกล่าวข้างต้นกำลังจะขาดอายุความ 10&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กล่าวว่า มูลนิธิผสานวัฒนธรรมจึงขอทราบความคืบหน้าในการดำเนินคดีดังกล่าวว่า ป.ป.ท. ได้ดำเนินคดีถึงขั้นตอนใด และมีกำหนดจะยื่นฟ้องผู้กระทำผิดดังกล่าวเมื่อไร โดยขอให้ ป.ป.ท.&amp;nbsp;เร่งรัดดำเนินคดีมิให้ขาดอายุความไม่ว่าความผิดฐานใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91061</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเผาบ้านปู่คออี้, ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, ชาวบ้านบางกลอย, ป.ป.ท., ปู่คออี้, มูลนิธิผสานวัฒนธรรม, สุรพงษ์ กองจันทึก, แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210126/image_big_600fc6a68bfa2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2021 20:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 20:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วอนอย่าใช้ทหารจัดการชาวบางกลอยคืนถิ่น ชาวบ้านระบุ 57 ชีวิตมีทั้งเด็ก-ผู้หญิงท้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค.64 - นายอภิสิทธิ์ เจริญสุข ชาวบ้านบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หน่วยทหารหน่วยเฉพาะกิจพระยาเสือ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ดำเนินการเข้าไปนำตัวชาวบ้านบางกลอยที่อพยพกลับขึ้นไปอยู่ถิ่นฐานเดิมย่านป่าใจแผ่นดินว่า จริงๆ แล้วไม่ควรใช้ทหารเป็นเครื่องมือ เพราะชาวบ้านที่ขึ้นไปครั้งนี้ไม่มีใครมีอาวุธใดๆ ชาวบ้านซึ่งมีทั้งเด็กและผู้สูงอายุมีเพียงมีดและจอบสำหรับทำไร่หมุนเวียน ดังนั้นอุทยานฯ ควรแก้ไขปัญหาที่ตัวเองก่อไว้มากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเห็นมีความพยายามให้ข่าวเรื่องพบซากเลียงผาในกระท่อมกลางป่า ซึ่งเป็นคนละจุดกับที่ชาวบ้านอพยพขึ้นไป แต่พยายามเชื่อมโยงให้เขาใจว่าเป็นชาวบ้านบางกลอย จริงๆ แล้วใครผิดก็จับไปเลยครับ แต่ไม่ใช่สร้างภาพให้ชาวบ้านบางกลอยกลายเป็นผู้ร้ายทั้งหมด&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านบางกลอยรายนี้กล่าวว่า จากการสอบถามชาวบ้านที่เดินกลับลงมาขนเสบียงระบุว่า มีชาวบ้านที่กลับไปอยู่ในป่าข้างบนทั้งหมดประมาณ 57 คนซึ่งรวมถึงเด็กเล็กและผู้หญิงมีครรภ์ อย่างไรก็ตามการอพยพกลับขึ้นไปอยู่หมู่บ้านเดิมครั้งนี้ ไม่มีใครหนุนหลังชาวบ้านเลย ชาวบ้านขึ้นไปเพราะความเดือดร้อนจริงๆ เพราะนับตั้งแต่ถูกทางนำอพยพลงมาจากป่าใหญ่ครั้งแรกเมื่อปี 2539 จำนวน 57 ครอบครัว 391 คนซึ่งรวมถึงครอบครัวตนด้วย ในครั้งนั้นอุทยานฯ บอกว่าจะจัดสรรที่ดินให้ครอบครัวละ 7 ไร่ รวมถึงให้ข้าวสารและอื่นๆ แต่ท้ายสุดอุทยานฯ ก็ไม่สามารถทำตามที่รับปากไว้ ในที่สุดชาวบ้านซึ่งนำโดยปู่คออี้ จึงต้องกลับคืนไปอยู่บ้านเดิมในป่าใจแผ่นดิน จนกระทั่งปี 2554 จึงเกิดการเผากระท่อมและยุ้งฉางข้าวเพื่อกดดันให้ชาวบ้านกลับมาอยู่ด้านล่าง (บ้านโป่งลึก-บางกลอยล่าง) แต่เมื่อชาวบ้านมาอยู่จริงก็ยังไม่มีการแก้ไขปัญหาเดิม ทั้งเรื่องที่ดินทำกินและเรื่องอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การที่ชาวบ้านกลับขึ้นไปครั้งนี้เพราะเดือดร้อนจริงๆ เป็นปัญหาปากท้องที่ไม่มีจะกิน ยิ่งมีโควิดระบาด ทำให้หลายคนที่เคยทำงานอยู่ในเมือง ส่งเงินกลับมาเลี้ยงครอบครัวต้องตกงานและกลับมาอยู่บ้าน ชาวบ้านจึงร่วมกันหารือว่าจะกลับไปทำมาหากินในที่ดินเดิม ยิ่งตอนนี้รัฐบาลเสนอให้ป่าผืนนี้เป็นมรดกโลก ยิ่งทำให้ชาวบ้านกังวลใจมาก เพราะขนาดไม่ได้เป็นมรดกโลกชาวบ้านยังแทบทำมาหากินไม่ได้ และพวกเขาได้ฟังตัวอย่างจากชาวบ้านทุ่งใหญ่นเรศวร ที่มีการใช้อาวุธกับชาวบ้านที่เคยอาศัยกันมาดั้งเดิม จึงไม่อยากให้ป่าแก่งกระจานเป็นเช่นนั้น ในที่สุดพวกเขาจึงตัดสินใจรีบขึ้นไป ผมยืนยันได้ว่าเรื่องนี้ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งเป็นคนวางแผน หรือมีใครอยู่เบื้องหลังเหมือนที่มีการให้ข่าว&amp;rdquo; นายอภิสิทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานพ นายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.พรรคก้าวไกล กล่าวว่าอยากให้มีการหารือกัน เพราะปัญหาของชาวบ้านบางกลอยมีมายาวนานมาก ปัญหาสำคัญที่ทำให้พวกเขาบ้านกลับเข้าไปในป่าเพราะไม่มีที่ดินทำกิน เพราะที่ดินที่ได้รับการจัดสรรที่มีอยู่ในบางกลอยล่างนั้นใช้ปลูกข้าวไม่ได้ ขณะเดียวกันกฎหมายอุทยานแห่งชาติฉบับใหม่ที่ให้ชาวบ้านที่อยู่ในป่าไปขึ้นทะเบียนภายใน 240 วัน แต่ชาวบ้านบางกลอยกลับไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนใดๆ แต่ชาวบ้านต้องมีข้าวกิน การที่พวกเขาตัดสินใจขึ้นไปเพราะต้องทำหน้าที่ในการผลิตและสร้างอาหารในไร่หมุนเวียนของตัวเอง ถ้าทหารหรือเจ้าหน้าที่ทางการจะขึ้นไปเอาตัวชาวบ้านลงมาก็ต้องคิดก่อนว่าจะให้เขาลงมาทำไมเพราะสาเหตุที่เขาขึ้นไปเนื่องจากไม่มีที่ทำกิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่อยากเป็นการใช้กำลังบังคับชาวบ้าน เพราะจะไปย้ำบาดแผลเดิมที่เคยทำไว้ สิ่งที่อยากเห็นคือการพูดคุยสื่อสารกับชาวบ้าน เมื่อชาวบ้านต้องการที่ทำกินตามที่รัฐเคยสัญญาว่าจะให้ รัฐก็ควรทำตามสัญญา หลายคนอาจยังไม่เข้าใจว่าคนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืนได้อย่างไร แต่มีตัวอย่างให้เห็นมากมาย ในสังคมโลกหลายประเทศชนพื้นเมืองอยู่กับป่าได้มีเยอะแยะ บางประเทศเขาให้สิทธิและยอมรับชนเผ่า เช่น แคนาดา นิวซีแลนด์ เพราะเป็นพื้นที่ดั้งเดิมของชนเผ่า เช่นเดียวกับชาวกะเหรี่ยงอยู่ในป่าแก่งกระจานนับร้อยปี ถ้าพวกเขาทำลายป่าก็คงไม่เหลือป่ามาจนถึงวันนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันกลุ่มศิลปินหลากหลายได้พร้อมใจกันวาดภาพปู่คออี้ และโพสต์ลงเฟสบุค โดยนายจุมพล อภิสุข กล่าวว่าประเด็นของปู่คออี้มีหลายเรื่องเราใช้แกมาเป็นตัวแทนของชาวบ้านบางกลอย จริงๆ พวกเขาถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนและถูกบังคับให้ย้ายถิ่น จากรัฐบาลไทย โดยปู่คออี้เป็นผู้อาวุโสในหมู่บ้านและได้สิทธิพลเมืองไทยเมื่ออายุ107ปี แต่เหมือนเราไม่ยอมรับว่าเขามีชีวิตอยู่ เหมือนเรา ไม่ยอมรับว่าดินแดนตรงนั้นเป็นของประเทศไทย แต่พอคิดว่าจะทำอะไรขึ้นมาก็ไปไล่พวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มันไร้มนุษย์ธรรม ฉะนั้นปู่คออี้จึงเป็นตัวแทนอะไรหลายๆอย่าง ทั้งการใช้อำนาจอย่างผิดๆของรัฐไทย พอชาวบ้านได้สิทธิตามกฎหมาย ก็ถูกห้าม ถูกก่อกวน โดยอำนาจรัฐ ศาลปกครองสูงสุดก็ตัดสินชัดเจนว่าบริเวณนั้นเป็นหมู่บ้านดั้งเดิมของพวกเขาดังนั้นก็ควรให้เขากลับไปอยู่ได้ พวกเขาต้องการปกป้องพื้นที่ของบรรพบุรุษ ทำไมอยู่ดีๆ ไปไล่เขา รัฐบาลไทยไม่เคยมีที่ดินให้ประชาชน &amp;nbsp;มีแต่ไปยึดของประชาชน ถ้ารัฐพูดถึงกฎหมาย รัฐต้องยอมรับว่าสิทธิมนุษยชนอยู่เหนือกฎหมาย หากรัฐบาลคิดผิด คิดใหม่ได้แล้ว เรื่องนี้ฟ้องศาลโลกได้ มีกรณีอย่างนี้ที่บราซิลมาแล้ว ถ้าจะสู้ก็สู้กันอีกยาว หรือทหารจะไปฆ่าเขาให้หมดคือจบ&amp;rdquo;นายจุมพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90366</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเพชรบุรี, ชาวบางกลอย, ปู่คออี้, แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210119/image_big_6006de39b5e5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2020 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2020 14:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มึน! อุทยานฯไล่บี้เอาผิด 4 ชาวบ้านบางกลอย นักกฎหมายอัดจองล้างจองผลาญหลังแพ้คดีศาลปกครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.63 - มีรายงานข่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้มอบอำนาจให้นายอรรถพงษ์ เกาอ่อนและ นส.เนตรนภา งามเนตร แจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.แก่งกระจานกับชาวบ้านบางกลอย ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี 4 คน ประกอบด้วย 1.นายแจ พุกาด 2.นายหมี ต้นน้ำเพชร 3.นายดูอู้ จีโบ้ง 4.นายบุญชู พุกาด ในข้อหายึดถือหรือครอบครองที่ดิน รวมตลอดถึงก่นสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า โดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านทั้ง 4 คนนี้ได้ร่วมกับนายโคอี้ มีมิ หรือปู่คออี้ และนายกื้อ พุกาด ได้ฟ้องต่อศาลปกครองกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานรื้อเผาทำลายทรัพย์สินเมื่อปี 2554 จนกระทั่งเดือนกันยายน 2559 ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่รัฐกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและมีคำสั่งให้จ่ายค่าเสียหายให้กับชาวบ้านทั้ง 6 คน (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว 2 คนคือปู่คออี้และนายกื้อ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญชู พุกาด ชาวบ้านบางกลอยกล่าวว่า ยังรู้สึกงุนงงและไม่ทราบว่าถูกแจ้งความดำเนินคดีเรื่องอะไร โดยก่อนหน้านี้ศาลปกครองสูงสุดได้สั่งให้กรมอุทยานฯชดใช้ค่าเสียหายให้ตนเป็นเงิน 45,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวว่าชาวบ้านที่ถูกแจ้งความครั้งนี้กลุ่มนี้เป็นกลุ่มเดียวที่ฟ้องกรมอุทยานฯ ที่เผาบ้าน ซึ่งนำโดยปู่คออี้ และศาลปกครองสูงสุดตัดสินว่าเจ้าหน้าที่ทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและต้องจ่ายค่าเยียวยาให้ชาวบ้านทั้งหมด 6 ราย ซึ่งในคำพิพากษายังบอกให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี พศ.2553 ในการฟื้นฟูและคุ้มครองวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยง แต่กลับไม่ปฎิบัติตามแถมยังดำเนินคดีกับชาวบ้านอีกถือว่าเป็นการขัดคำสั่งศาลสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมคิดว่าการแจ้งความดำเนินคดีกับชาบ้านครั้งนี้เป็นการจองล้างจองผลาญกับชาวบ้านมากกว่า ผมไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ที่ไปแจ้งความได้รับมอบหมายจากอธิบดีหรือไม่ แต่การจองเวรกันเช่นนี้อาจเป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ศาลปกครองสูงสุดบอกชัดว่าชาวบ้านอยู่มาหลายร้อยปีและเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม ดังนั้นการดำเนินการครั้งนี้ของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ อาจมีความผิดเสียเอง&amp;rdquo; นายสุรพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรพงษ์กล่าวว่า อยากฝากไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยว่าหากมีการกลั่นแกล้งหรือหาเรื่องกัน ก็ควรให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านด้วย เพราะไม่ควรเป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า เรื่องนี้ควรรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย ไม่ใช่ตัดสินว่าชาวบ้านทั้ง 4 คนบุกรุกตามข้อกล่าวหา เพราะการที่เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจสนธิกำลังขึ้นไปทำลายข้าวของของชาวบ้าน แถมยังกล่าวหาแจ้งความดำเนินคดีกับชาวบ้านอีก โดยคนที่ถูกกล่าวหาแทบไม่มีโอกาสได้ชี้แจง แถมยังออกข่าวใหญ่โตจนสังคมเข้าใจผิด ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและไม่ให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน เมื่อศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งออกมาแล้ว แต่ก็ยังไม่จบ ซึ่งตนไม่อยากให้เป็นเรื่องของการล้างแค้นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งให้กรมอุทยานฯชดใช้ค่าเสียหายให้กับชาวบ้านทั้ง 6 คน ซึ่งภายหลังจากที่กรมอุทยานฯได้จ่ายเงินให้กับชาวบ้านแล้ว ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงการกระทำของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานในครั้งนั้น เพื่อดำเนินการเรียกเงินคืนจากเจ้าที่หน้ารัฐที่ทำให้ราชการเสียหาย อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าวไม่มีการแถลงให้สังคมได้รับทราบ และยังเป็นที่สงสัยของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญคือการแจ้งความกับชาวบ้านทั้ง 4 คนในครั้งนี้ น่าจะเชื่อมโยงเพื่อหาแนวทางในการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่รัฐบางราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72710</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, กะเหรี่ยงบางกลอย, ชาวบ้านบางกลอย, ปู่คออี้, สภ.แก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200728/image_big_5f1fd110d10c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วสันต์ สิทธิเขตต์&#039; เปิดประมูลภาพ &#039;ปู่คออี้&#039; นำรายได้ช่วยพี่น้องชาวกะเหรี่ยงบางกลอยเคราะห์ซ้ำจากโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.63 นายวสันต์ สิทธิเขตต์ ศิลปินนักเคลื่อนไหวทางสังคม โพสต์เฟซบุ๊กเผยแพร่ภาพวาด &amp;quot;ปู่คออี้&amp;quot; ผู้นำจิตวิญญาณชนกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง บ้านบางกลอย ตำบลห้วยแม่เพรียง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเปิดให้ประมูลเพื่อนำเงินมอบให้แก่ชาวกะเหรี่ยงที่กำลังเดือดร้อนในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเขียนข้อความว่า&amp;nbsp;โลกทั้งผองพี่น้องกัน!!! ยามวิกฤติโควิด พี่น้องกระเหรี่ยงบางกลอย ยากลำบากยิ่ง คดีบิลลี่ ชัยวัฒน์ยกฟ้อง เรายังมีกำลังพอช่วยเหลือกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน กลุ่มเครือข่ายศิลปินเพื่อชุมชนและธรรมชาติ&amp;nbsp;นำโดย เลน-จิตติมา ผลเสวก โพสต์เฟซบุ๊กด้วยว่า เคราะห์ซ้ำ อยุติธรรมซัด วิบัติโควิดเติม ชาวบ้านบางกลอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครบ 6 ปี บิลลี่หายไป ความเป็นธรรมยังไม่เห็น ชาวบ้านยังไม่ได้กลับใจแผ่นดิน ที่ดินทำกินก็ยังไม่มีพอ ก่อนนี้ก็อดอยากกันมาตลอด ช่วงโควิดยิ่งสาหัส ชาวบ้านที่ออกไปทำงานรับจ้างไม่มีงานทำ ต้องกลับบ้านมือเปล่า ท้องกิ่ว อีกไม่นานข้าวสารที่มีคนช่วยส่งไปให้คงหมดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วสันต์ สิทธิเขตต์ ศิลปินระบือนามระดับโลก ผู้ไม่เคยดูดายทุกข์ร้อนชาวบ้าน มอบภาพเขียนชิ้นนี้ให้ประมูลเพื่อนำรายได้ช่วยชาวบางกลอย เป็นผลงานที่เขียนสดประกอบเสียงเตหน่า ในงาน 15 ปีศิลปะชุมชนที่ผ่านมาเมื่อปลายปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชื่องาน : ปู่คออี้ บิลลี่ ถังแดง และเสียงกู่ของภูไพร เทคนิค สีอะครีลิคบนแคนวาส ขนาด 70X90 เซนติเมตร เริ่มต้นกันที่ 25,000 บาท หรือร่วมบริจาคคนละเล็กละน้อยช่วยชาวบ้านได้ตามหมายเลขบัญชีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัญชีธนาคารออมสิน ชื่อนางเนาวรัตน์ รักจงเจริญ นายสิทธิพล รักจงเจริญ และนายพงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร หมายเลขบัญชี 020297324905&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63452</URL_LINK>
                <HASHTAG>กะเหรี่ยง, คดีบิลลี่, ชาวบางกลอย, ประมูลภาพวาด, ปู่คออี้, วสันต์ สิทธิเขตต์, วิกฤติโควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200417/image_big_5e9971be1309f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
