<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112908</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรุปเหตุคาร์ม็อบป่วนกรุงตร.เจ็บ6นายจับผู้กระทำผิดแล้ว6คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.64-พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. สรุปเหตุการชุมนุมคาร์ม็อบเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า กลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการพยายามฝ่าฝืนแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามแยกดินแดง โดยได้มีการใช้ความรุนแรงใช้อาวุธต่างๆไม่ว่าจะเป็นการขว้างปาด้วยก้อนหิน ก้อนอิฐ ใส่ทรัพย์สินของทางราชการ ตู้จราจรของสน.ดินแดงและตู้บริการประชาชนของสน.พญาไท จำนวนทั้งสิ้น 2 ป้อม การกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมมีเจตนาทำให้เกิดความเสียหายซึ่งทรัพย์สินของทางราชการและทรัพย์สินของประชาชนมีเจตนาทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติตามหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า จากพยานหลักฐานที่ปรากฏดังกล่าวจะเห็นได้ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมมีเจตนามั่วสุมกระทำผิดกฎหมายหลายบทตั้งแต่ พ. ร.ก.ฉุกเฉินและความผิดหลายๆมาตราตั้งแต่มั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองตามประมวลกฎหมายอาญา 215 การทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา 296 การวางเพลิงเผาทรัพย์และการทำให้เสียทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 217 และมาตรา 358 และความผิดอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การชุมนุมดังกล่าวเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บจำนวน 6 รักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 นาย ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไทยประดิษฐ์เข้าที่ต้นขาซ้ายได้รับอันตรายสาหัส ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการผ่าตัดของแพทย์นอกจากนี้ ยังมีตำรวจอีก 3 นายได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดแสวงเครื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุม ตำรวจอีก 1 นายถูกพลุเพลิงได้รับบาดเจ็บ ในกรณีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้มีการจับกุมผู้กระทำความผิดในที่เกิดเหตุได้ทั้งหมด 6 รายและได้มีการยึดรถจักรยานของกลุ่มผู้กระทำความผิดกว่าร้อยคัน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้มีการสืบสวนสอบสวนขยายผลของตัวผู้กระทำความผิดทั้งหมด ตลอดจนการดำเนินคดีเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่นำมาใช้ในการก่อเหตุวันนี้ ขอยืนยันว่ากองบัญชาการตำรวจนครบาลจะดำเนินการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่กระทำความผิดกฎหมายทุกราย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกห บช.น.กล่าวว่า ในการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจครั้งนี้ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้ควบคุม การปฏิบัติด้วยตัวเอง ขณะเดียวกันพล.ต.อ.สุวัฒน ์แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp; ได้มาประชุมและคอยมอนิเตอร์การปฏิบัติการอย่างใกล้ชิด การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดถือหลักนิติธรรมนิติรัฐเป็นหลักและปฏิบัติตามมาตรฐานสากลโดยเฉพาะการปฏิบัติตามยุทธวิธีเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสำหรับตัวผู้ปฏิบัติและตัวผู้ถูกจับกุมด้วยเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า ในการชุมนุมเริ่มมีการใช้ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะใช้กระสุนจริงเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีมาตรการอย่างไร พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า การชุมนุมครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่กลุ่มผู้ชุมนุมใช้กระสุนจริงการก่อเหตุของกลุ่มผู้ชุมนุมตั้งแต่ชุมนุมที่แยกเกียกกายมีการใช้อาวุธปืนทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันของกลุ่มการ์ด จากนั้นมีการชุมนุมที่หน้ากองสลากเก่าก็มีการใช้วัตถุระเบิดขว้างปาใส่เจ้าหน้าที่และกลุ่มการ์ดด้วยกันได้รับบาดเจ็บ ถ้ามองย้อนไปถึงการชุมนุมที่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่จะมีการทะเลาะของกลุ่มการ์ด ด้วยเช่นเดียวกันและมีการใช้อาวุธปืนยิงทำลายซึ่งกันและกัน ภาพเหล่านี้เห็นมาโดยตลอด ถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ทำการจับกุมยึดของกลางที่เป็นอาวุธนำมาใช้ในการชุมนุมเป็นหนังสติ๊กและลูกแก้วเกือบ 1.000&amp;nbsp; ลูกจากกลุ่มที่จะเข้ามาชุมนุมซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้มีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งแหล่งที่มาเจ้าหน้าที่พอจะทราบตัวผู้บงการและผู้ที่โยงใย เพื่อดำเนินคดีในเร็วๆนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112908</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาร์ม็อบ, ตำรวจ, บช.น., ป่วนกรุง, พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210811/image_big_61132bade3929.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2019 11:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2019 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยะลาคุมเข้มชายแดนไทย-มาเลย์  สนองนโยบายแม่ทัพภาค4</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค. 62 - ที่ด่านพรมแดนอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนประเทศมาเลเซีย ด้านกิ่งอำเภอปิงกาลันฮูลู รัฐเปรัค ประเทศมาเลเซีย เจ้าหน้าที่ทหารพราน ตำรวจตระเวนชายแดน เจ้าหน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตงได้ตั้งด่าน ตรวจเข้มบุคคล และ นักท่องเที่ยว รวมทั้ง กระเป๋าสัมภาระ ยานพาหนะทุกชนิด ที่ผ่านด่านพรมแดนไทย เข้ามาอย่างละเอียด ภายหลังผู้ก่อการร้ายยังคงก่อเหตุและเดินหน้าท้าทายอำนาจรัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชน ตามนโยบายของรัฐบาล&amp;nbsp; หลังจากที่ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ที่กรุงเทพฯ ขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4&amp;nbsp; ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้กำชับถึงมาตรการควบคุมพื้นที่ชายแดน เพื่อให้ไปตามแผนสกัดกั้น โดยได้มีการบูรณาการทั้งกำลังและเครื่องมือเฝ้าตรวจ&amp;nbsp; ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพด้านงานข่าวตามแนวชายแดน และมีพร้อมในการใช้กำลังเชิงรุก ควบคุมป้องกัน ลาดตระเวน ซุ่มเฝ้าตรวจตามแนวชายแดนทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อควบคุมพื้นที่ ช่องทางท่าข้าม และควบคุมบุคคลที่ผ่าน เข้า-ออก ตลอดแนวชายแดน โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายกับช่องทางและท่าข้ามที่ผิดกฎหมาย ทั้งยังตั้งด่านซ้อนด่าน บนเส้นทางตอนใน เพื่อป้องกันและตรวจสอบบุคคล โดยทุกคนที่เข้า - ออก ผ่านด่านชายแดนจะต้องผ่านการตรวจอย่างละเอียด ผ่านเครื่องตรวจ Walk Through โดยได้จัดกำลังทหารพรานหญิงมาช่วยอำนวยความสะดวกในการตรวจค้นสัมภาระต่างๆ&amp;nbsp; และอีก 3 เดือนข้างหน้าจะนำเครื่องตรวจสอบใบหน้าบุคคล มาใช้ให้ครอบคลุมทุกด่านในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
นอกจากนี้ การตรวจตามแนวชายแดนเจ้าหน้าที่ได้ตรวจดูแลเข้มงวด ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมสร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ถึงความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการของเจ้าหน้าที่รัฐ ทุกหน่วยต้องบูรณการการทำงานกัน โดยขอความร่วมมือประชาชนและขออภัยในความไม่สะดวกเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของส่วนรวม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43417</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมเข้ม, ชายแดนใต้, ป่วนกรุง, ยะลา, แม่ทัพภาค4, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190814/image_big_5d53910392c20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2019 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2019 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โบว์ข้องใจใช้ศาลเตี้ยสอบผู้ต้องสงสัยวางบึ้มป่วน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ส.ค.2562 - น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊ก ในหัวข้อ &amp;ldquo;หากปล่อยให้มีศาลเตี้ย ตุลาการจะหมดความหมาย&amp;rdquo; ระบุว่า ในประเทศที่เป็นนิติรัฐ เมื่อมีการควบคุมตัวและสอบสวนมิชอบ (ผู้ต้องสงสัยไม่มีทนายที่ตนเลือกให้อยู่ร่วมกระบวนการ ไม่เปิดเผยที่อยู่ให้ญาติเข้าเยี่ยม หรือมีการซ้อมทรมาน) ผลของการสอบสวนจะไม่เป็นที่ยอมรับเลยในกระบวนการยุติธรรม ศาลจะไม่อาจรับฟังเพราะเป็นข้อมูลที่ได้มาโดยมิชอบจึงเชื่อถือมิได้ และเพื่อไม่ให้เป็นการส่งเสริมให้มีการก่ออาชญากรรมกับผู้ต้องสงสัย อันเป็นช่องทางให้เกิด &amp;rdquo;การทุจริต&amp;rdquo; หลายรูปแบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่นี่คือสิ่งที่ยังคงเกิดขึ้นหลังหมดยุค คสช. และอดีตหัวหน้า คสช. ยังคงควบคุมการบริหารหน่วยงานความมั่นคงทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินกระบวนการสอบสวนต้องเป็นไปโดยชอบ รัฐต้องไม่กระทำความผิดเสียเอง การปล่อยให้เกิดการละเมิดระหว่างกระบวนการ คือช่องทางสู่ความอยุติธรรม การจับแพะ การรีดไถ หรือแม้แต่ &amp;ldquo;การข่มขู่ไม่ให้สาวถึงผู้บงการที่มีอิทธิพลต่อรัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเอาตัวไปกักสอบในที่ที่ไม่เปิดเผย ไม่มีทนาย และญาติเข้าเยี่ยมไม่ได้ คือการบังคับสูญหายตามหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายระหว่างประเทศที่ไทยได้ลงนามรับรอง เปิดโอกาสให้เกิดการซ้อมทรมาน ข่มขู่ ล่อลวง กฎหมายทั่วโลกจึงห้ามไว้ และศาลผู้เคารพกฎหมายจะไม่รับฟังทุกอย่างที่มาจากกระบวนการแบบนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันคือความผิด ไม่อาจมีคำอธิบายเป็นอย่างอื่น หากปล่อยให้เกิดขึ้น นอกจากจะเป็นการทำลายความชอบธรรมของกระบวนการยุติธรรมแล้ว สังคมจะมีข้อกังขา ไม่อาจไว้วางใจในความบริสุทธิ์ใจของรัฐ ผู้ถูกกระทำและญาติพี่น้องอาจรู้สึกเจ็บปวดโกรธแค้น หรือส่งผลให้เกิดความไม่สงบต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินกระบวนการยุติธรรมโดยหน่วยงานที่ไม่เคารพหลักนิติธรรมจะไม่อาจนำประเทศกลับสู่ความเป็นนิติรัฐ หากปล่อยให้มีศาลเตี้ย ศาลจริงก็จะไร้ความหมาย เกิดเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ไร้ขื่อแป ยากจะเกิดความสงบสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือนั่นคือสิ่งที่ผู้มีอำนาจต้องการ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การโพสต์ของ น.ส.ณัฏฐาเป็นกรณีการจับกุมผู้ต้องสงสัยวางระเบิดที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งอาจโยงโยการวางระเบิดกรุงเทพมหานครเมื่อวันศุกร์ที่ 2 ส.ค.ด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42654</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฏฐา มหัทธนา, ป่วนกรุง, ระเบิด, ศาลเตี้ย, เฟซบุ๊ก, แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง, โบว์, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190409/image_big_5cabd7cd32690.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
