<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผวจ.สั่งฟันผู้จัดคอนเสิร์ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.พบป่วยโควิดเพิ่ม 28 ราย มีติดในประเทศ 1 คนเป็นบุคลากรทางการแพทย์ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ยันยกเลิก &amp;quot;บิ๊กเมาน์เทน&amp;quot; ไม่เกี่ยวการเมือง ชี้อำนาจ ผวจ.-สสจ.โคราช เหตุไม่ทำตามกติกา หวั่นแพร่เชื้อต้องกลับไปชัตดาวน์อีก สธ.ขอ 3 ประสานยึดชีวิตวิถีใหม่ยังฉลองปีใหม่ได้ พ่อเมืองนครราชสีมาสั่งตำรวจดำเนินคดีผู้จัดคอนเสิร์ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แถลงความคืบหน้าผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 28&amp;nbsp; คน โดย 27 คนเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ เข้ารับการกักตัวในสถานกักกันตัวที่รัฐจัดให้ โดยประเทศต้นทางมาจากประเทศบาห์เรน 7 ราย เมียนมา 6 ราย สหราชอาณาจักร 3 ราย ฝรั่งเศส 2 ราย โปแลนด์ 2 ราย ยูเครน&amp;nbsp; 1 ราย ปากีสถาน 1 ราย อาเซอร์ไบจาน 1 ราย&amp;nbsp; อินโดนีเซีย 1 ราย เยอรมนี 1 ราย สวีเดน 1 ราย และจอร์แดน 1 ราย ส่วนใหญ่พบติดเชื้อโดยไม่แสดงอาการป่วย โดยพบข้อสังเกตว่าผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่ต่อเครื่องมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สวิตเซอร์แลนด์ และ อินโดนีเซีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ต้องขอความร่วมมือคนไทยที่เดินทางออกไปนอกประเทศไม่ว่าจะถูกหรือผิดกฎหมาย ขอให้เดินทางกลับเข้าประเทศไทยในช่องทางปกติไม่ต้องหลบซ่อน&amp;nbsp; เพื่อเข้ารับการกักกันตัวในสถานกักกันตัว หากพบว่าป่วยติดเชื้อจะได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ส่วนผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1 คน ซึ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ อยู่ในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ อายุ 27 ปี ติดเชื้อเพิ่ม 1 คน โดยอยู่ในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง มีประวัติรับประทานอาหารร่วมกับผู้ป่วยกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์รายที่ 4 และรายที่ 6 ถูกนำตัวเข้ากักกันเพื่อสังเกตอาการในโรงพยาบาล ทำให้มีโอกาสแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้น้อย โดยตรวจหาเชื้อครั้งแรกวันที่ 8 ธ.ค. ให้ผลเป็นลบ และในการตรวจครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. พบติดเชื้อร่วมกับมีอาการเจ็บคอและแน่นจมูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคอนเสิร์ตบิ๊กเมาน์เทนเฟสติวัล 2020 จะเป็นบรรทัดฐานให้กับการจัดงานบันเทิงรื่นเริงอื่นๆ อย่างไรนั้น&amp;nbsp; โฆษก ศบค.กล่าวว่า การให้คนเข้าไปร่วมงานจำนวนมากล้วนมีความเสี่ยงทั้งสิ้น มีคอนเสิร์ตได้แต่ต้องสร้างระยะห่าง ภาคเอกชน ภาครัฐ และประชาชนที่ไปร่วมงานต้องปฏิบัติตามมาตรฐานนิวนอร์มอลในทิศทางเดียวกันให้ได้&amp;nbsp; และยิ่งมีแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้องจะทำให้การควบคุมขอความร่วมมือทำได้ยากขึ้น ดังนั้นความร่วมมือสำคัญที่สุดจึงอยู่ที่ภาคประชาชน ซึ่งทำให้เราเอาชนะโควิด-19 มาได้
แนะจัดปีใหม่วิถีใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในประเทศจีนพบการติดเชื้อ 2 คนสั่งปิดเมืองทันที&amp;nbsp; แต่ในประเทศไทยเราต้องการให้ดำเนินชีวิตในวิถีปกติใหม่&amp;nbsp; พบการติดเชื้อก็จัดการปัญหาเป็นพื้นที่ ถ้าถามว่ากังวลหรือไม่ ก็ยอมรับว่ากังวล เพราะเมื่อมีเทศกาลเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เราคุมสติไม่ได้ เราเคยเห็นภาพการห้ามขายแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จนทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตลดลงอย่างชัดเจน ปีใหม่นี้เราจะผ่านไปได้ด้วยดี&amp;nbsp; และอยากเห็นภาพการพบปะสังสรรค์กันได้ในวิถีนิวนอร์มอล โดยไม่ต้องกักตัวอยู่ในบ้าน&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผอ.กองโรคติดต่อทั่วไป&amp;nbsp; กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในกรณีกลุ่มคนที่เป็นคนรู้จักกันแล้วไปแคมปิ้งในภูเขาเป็นที่โล่งแจ้ง ความเสี่ยงก็จะน้อย ก็เหมือนการเปลี่ยนสถานที่รับประทานอาหารร่วมกัน ดังนั้นความเสี่ยงก็จะไม่ต่างกัน แต่อย่างกรณีคอนเสิร์ตที่บิ๊กเมาน์เทน คนที่ไม่รู้จักกันไปรวมกัน ความเสี่ยงที่อาจจะมีผู้ติดเชื้อเข้าไปในงานจะมีมากขึ้น แต่หากเป็นกลุ่มเล็กความเสี่ยงที่จะพบผู้ติดเชื้อจะลดน้อยตามลงไป จึงแนะนำว่า การจัดกิจกรรมควรแบ่งออกเป็นโซนหรือกลุ่มย่อยเพื่อลดความเสี่ยง ส่วนในเรื่องของการงดดื่มแอลกอฮอล์นั้นเป็นเรื่องที่ควบคุมได้ยาก แต่ถ้าเป็นงานขนาดเล็กความเสี่ยงก็จะน้อยกว่างานขนาดใหญ่อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มาตรการควบคุมป้องกันโรคของคอนเสิร์ตบิ๊กเมาน์เทนเหมาะสมกับสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; ในไทยหรือไม่ นพ.โสภณกล่าวว่า ความเสี่ยงของการแพร่ระบาดของโรคจะแปรไปตามจำนวนคน เรากำลังเล่นกับคน 30,000 คน หากจะเจอคนติดเชื้อก็มีความเสี่ยงมาก&amp;nbsp; แต่ถ้าจัดแค่ 30 คนโอกาสที่จะพบคนติดเชื้อก็น้อย ดังนั้นหากเรานำผู้เข้าร่วมงานกว่า 30,000 คนมาจัดเป็นกลุ่มเล็ก&amp;nbsp; การติดตามผู้สัมผัสจะมีวงจำกัดมากขึ้น ซึ่งในกรณีการจัดกิจกรรมเคาต์ดาวน์ปีใหม่ก็ควรไปในทิศทางเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าของวัคซีนป้องกันโควิด ซึ่งจะเริ่มนำมาใช้ในช่วงกลางปี 64 นั้น จะทำให้ประชากรจำนวนหนึ่งได้รับการฉีดวัคซีน โดยขณะนี้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติกำลังศึกษาว่า หากมีคนได้รับวัคซีนจนมีภูมิคุ้มกันแล้วจะได้รับการดูแลที่แตกต่างอย่างไร กรณีเดินทางเข้ามาในประเทศอาจมีการผ่อนคลายมาตรการเรื่องการกักตัว 14 วัน ซึ่งคาดว่าจะมีรายละเอียดและวิธีปฏิบัติออกมาในเร็วๆ นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สโมสรทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาสั่งให้ยกเลิกการจัดเทศกาลดนตรีบิ๊กเมาน์เทน ที่สนามกอล์ฟดิโอเชียน อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ว่า เป็นเรื่องของสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา (สสจ.นครราชสีมา) ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมีสิทธิ์และมีอำนาจพิจารณา โดยรัฐบาลมีหน้าที่ปลดล็อกต่างๆ เพื่อให้มีการจัดคอนเสิร์ตหรือกิจกรรมต่างๆ แต่ถ้าไม่ดำเนินการตามกติกาต้องปิด เพราะสิ่งสำคัญคือการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; หากมีคนเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดใครจะรับผิดชอบ&amp;nbsp; ซึ่งเป็นหน้าที่รัฐบาลที่ต้องรับผิดชอบอีก ทั้งนี้เป็นหน้าที่ของแต่ละพื้นที่ที่ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกัน เพราะช่วงระยะเวลาต่อจากนี้จะมีการจัดงานคอนเสิร์ต การแสดงกิจกรรมมากมาย ขอให้ปฏิบัติตามกติกาและทำให้ได้ตามนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ได้ขัดข้องกับใครและไม่ใช่การเมือง ผมไม่ต้องสั่ง ทุกคนทำหน้าที่ของตนเองอยู่แล้ว และขอชมเชยทางสาธารณสุขนครราชสีมา ผมทราบว่ามีการแสดงคอนเสิร์ตแล้วสั่งให้ยุติไปก็เพื่อความปลอดภัยของพวกเรา&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การจัดงานเคาต์ดาวน์ในช่วงเทศกาลปีใหม่จะสามารถทำได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าต้องทำตามกติกา โดยเมื่อช่วงเช้าได้ประชุมศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค.ชุดเล็ก ถึงการจัดงานในช่วงต่อจากนี้จะต้องทำอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด เพราะหากมีการแพร่ระบาดในกรุงเทพฯ จะหนัก ต้องไปดูว่าแต่ละงานจะมีมาตรการอย่างไร ถ้าทำแบบเดิมๆ แล้วเกิดการแพร่ระบาดขึ้นมารัฐบาลก็รับอีก อย่างไรก็ตามเรามีมาตรการควบคุมและมีเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานเขาพร้อมอยู่แล้ว เพียงแต่ทุกคนต้องให้ความร่วมมือ ตนไม่ได้ขัดข้องอะไร
ปิดคอนเสิร์ตไม่เกี่ยวการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า มีการนำเรื่องนี้ไปเชื่อมโยงกับเรื่องการเมือง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;ก็พูดไปเมื่อกี้ว่ามันมีการเมืองอะไรล่ะ จะไปเกี่ยวอะไร แล้วผมก็ไม่รู้ว่าจะมีกิจกรรมอะไรในคอนเสิร์ต เขาก็ไปดูคอนเสิร์ตกันไม่ใช่หรือ ใครที่ทำก็ไปถามคนทำสิ ผมไม่ได้ไปตามเขาด้วยซ้ำไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การชุมนุมยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง จะมีการแก้ไขอย่างไรเพื่อไม่ให้เป็นแหล่งการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 นายกฯ กล่าวว่า ต้องใช้มาตรการที่รัดกุม ทำตามกฎหมาย และอย่าทำผิดกฎหมายเท่านั้นเอง เพราะกฎหมายอยู่เฉยๆ แต่หากคนไปละเมิดกฎหมายก็ต้องถูกลงโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จำเป็นต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงเพื่อห้ามชุมนุมเกิน 5 คนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยกเลิกไปตั้งนานแล้ว แต่หากถึงจุดนั้นก็ต้องกลับมาแบบเดิม ต้องย้อนกลับมาใหม่ แต่วันนี้ยังไม่มีสถานการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น ซึ่งกังวลว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ อย่างเช่นการไปจัดคอนเสิร์ตบิ๊กเมาน์เทน หากมีการแพร่ระบาดโควิดออกมาข้างนอกจะทำอย่างไร หรือหากในกรุงเทพฯ จัดงานคอนเสิร์ตแล้วมีการแพร่ระบาดจะทำอย่างไร ทุกอย่างต้องกลับไปชัตดาวน์ใหม่ทั้งหมด ฉะนั้นทุกคนต้องช่วยกัน นายกฯ ไม่ได้เข้าไปทุกงานเพราะรัฐบาลบริหารในภาพรวม การใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ต้องใช้ในสิ่งที่จำเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ขอเน้นย้ำให้พี่น้องประชาชนยังคงเข้มงวดกับทุกมาตรการในการป้องกันการระบาด รวมถึงการเช็กอินผ่านระบบ &amp;#39;ไทยชนะ&amp;#39; เวลาเดินทางไปสถานที่ต่างๆ เพราะจะทำให้สามารถตรวจสอบ ติดตาม และแจ้งเตือนผู้ที่มีความเสี่ยงได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า คำสั่งของ ผวจ.นครราชสีมา ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดถือว่าเป็นที่สิ้นสุดแล้ว ซึ่งการยกเลิกการจัดงานครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง รัฐบาลต้องใช้มาตรการกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพราะไม่ต้องการปล่อยให้ประชาชนมีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อจากคนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ในเบื้องต้นไม่พบผู้ป่วยโควิด-19 เข้าไปในงานคอนเสิร์ตดังกล่าว จึงไม่ต้องมีการกักตัวผู้มาร่วมงานคอนเสิร์ต ขอให้ปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันควบคุมโรค ใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือและเว้นระยะห่าง&amp;nbsp; สังเกตอาการตนเอง 14 วัน หากมีไข้ ไอ จาม เจ็บคอ คัดจมูก มีน้ำมูก จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส หรือหายใจเหนื่อย ขอให้รีบไปพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติเสี่ยง หากมีข้อสงสัยโทร.สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงการจัดเทศกาลปีใหม่ การจัดกิจกรรมทุกอย่างต้องขออนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัด และปฏิบัติตามมาตรฐานการจัดงานของกระทรวงสาธารณสุข คือจะต้องจำกัดผู้เข้าร่วมงาน วัดอุณหภูมิ ใส่หน้ากากอนามัย มีทางเข้าทางเดียว มีจุดวางเจลล้างมือให้พอเพียง ผู้จัดงานต้องแจ้งให้ประชาชนทราบ ว่าต้องใส่หน้ากากอนามัย หากทำตามมาตรการต่างๆ จะช่วยลดการติดเชื้อได้ ย้ำอีกครั้งความสำเร็จในการป้องกันโควิด-19 ของประเทศเกิดจากความร่วมมือของประชาชนที่ทำตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์ ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้ต้องร่วมมือกัน
ตร.ดำเนินคดีผู้จัดงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมกับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการยังคงจัดแสดงคอนเสิร์ตบิ๊กเมาน์เทนภายหลังที่สั่งระงับการแสดงแล้วว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากช่อง เจ้าของพื้นที่ดำเนินคดีกับผู้จัดคอนเสิร์ตที่ฝ่าฝืนคำสั่งดังกล่าว โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1&amp;nbsp; แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเป็นอำนาจของพนักงานสอบสวนในการลงโทษ ทั้งนี้ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่มีเรื่องของการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เป็นเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การแสดงคอนเสิร์ตและงานบันเทิงรื่นเริงต่างๆ ในพื้นที่ที่ขออนุญาตแล้วยังคงจัดขึ้นได้ตามปกติ แต่ทุกงานที่จัดต้องมีมาตรการป้องกันโควิด-19 ตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข โดยจังหวัดจะส่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ไปตรวจสอบควบคุมอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp; ซึ่งหากพบว่างานใดมีมาตรการบกพร่องจะมีคำสั่งให้ยุติเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.พรชัย นลวชัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ไปดูแลความสงบเรียบร้อยภายในงานแสดงคอนเสิร์ตบิ๊กเมาน์เทน&amp;nbsp; โดยได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่จำนวน 120 นายกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ซึ่งพบว่าช่วงที่กำลังยื่นอุทธรณ์ของผู้จัดงาน มีประชาชนเดินทางเข้ามาชมคอนเสิร์ตอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 30,000 คน ภายหลังจากที่ได้รับทราบว่าที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมามีมติยกคำร้องอุทธรณ์ จึงเข้าไปพูดคุยกับผู้จัดคอนเสิร์ตเพื่อให้ยุติการแสดง ซึ่งผู้จัดพร้อมที่จะให้ความร่วมมือแต่ขอเวลาเคลียร์พื้นที่ เพราะหากจะให้หยุดแสดงคอนเสิร์ตพร้อมกันทั้ง 8 เวทีจะทำให้ประชาชนแตกฮือออกมาพร้อมกัน อันจะส่งผลให้เกิดความโกลาหล การจราจรติดขัดอย่างหนัก&amp;nbsp; กระทั่ง 22.00 น.ทุกเวทีก็หยุดแสดง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าไปถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจคงจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายไม่มีข้อยกเว้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายจักรกฤษณ์ ศรีสุวรรณ นิติกร สสจ.นครราชสีมา ได้รับมอบหมายจาก นพ.นรินทร์รัตน์&amp;nbsp; พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp; ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน&amp;nbsp; สภ.ปากช่อง ให้ดำเนินคดีผู้จัดงานคอนเสิร์ตบิ๊กเมาน์เทน มิวสิก เฟสติวัล ครั้งที่ 11 ในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558 และความผิดตามมาตรา 9 พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;nbsp; หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะเรียกผู้ที่ถูกกล่าวหามารับทราบข้อหาต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86866</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, บิ๊กเมาน์เทน, บุคลากรทางการแพทย์, ป่วยโควิดเพิ่ม, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201214/image_big_5fd772981a7e4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>4บุคลากรแพทย์ ติดเชื้อโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยป่วยโควิดเพิ่ม 19 ราย พบ 1 รายลอบเข้าเมืองจากท่าขี้เหล็ก มี 4 รายเป็นบุคลากรแพทย์ในสถานกักกัน เชียงรายติดเชื้ออีก 7 &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ลงพื้นที่เชียงราย ยัน สธ.คุมอยู่ มั่นใจกลับสู่ภาวะปกติเร็ววันนี้ &amp;quot;พิพัฒน์&amp;quot; เตรียมใช้ระยองโมเดลกระตุ้นท่องเที่ยว ผู้ประกอบการเชียงรายประเมินเสียหาย 20 ล้านจ่อฟ้องแก๊ง 1จี1 นำเข้าโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 19 ราย โดยเป็นผู้อยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 14 ราย ผู้เดินทางไม่เข้าสถานที่กักกัน 1 ราย และผู้ติดเชื้อในประเทศ 4 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 4,126 ราย ยอดหายป่วยสะสม 3,874 ราย มีผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล 192 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 60 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ รายที่ 1-6 จากเมียนมา, รายที่ 7 จากตุรกี, รายที่ 8 จากบัลแกเรีย, รายที่ 9 จากโมร็อกโก, รายที่ 10-11 จากสหรัฐอเมริกา, รายที่ 12 จากสหราชอาณาจักร, รายที่ 13 จากเดนมาร์ก และรายที่ 14 จากบาห์เรน ส่วนรายที่ 15 เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เข้าเส้นทางธรรมชาติจากเมียนมา เป็นเพศหญิง อายุ 21 ปี สัญชาติไทย เป็นแม่บ้าน ผลพบเชื้อ 5 ธ.ค. ไม่มีอาการ รักษาใน รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และผู้ติดเชื้อในประเทศ กทม. 4 ราย ได้แก่ รายที่ 16 ผู้ปฏิบัติงานที่สถานที่กักกันโรคทางเลือก (Alternative State Quarantine) หรือ ASQ) เป็นเพศหญิง อายุ 40 ปี สัญชาติไทย อาชีพบุคลากรทางการแพทย์ ตรวจพบเชื้อวันที่ 4 ธ.ค. มีไข้และน้ำมูก รักษาในรพ.เอกชน กทม., รายที่ 17 ผู้ปฏิบัติงานที่ ASQ เพศหญิง อายุ 32 ปี สัญชาติไทย อาชีพบุคลากรทางการแพทย์ ตรวจพบเชื้อ 5 ธ.ค. 63 มีไข้ รักษาใน รพ.เอกชน กทม., รายที่ 18 ผู้ปฏิบัติงานที่ รพ.เอกชน เพศหญิง อายุ 25 ปี สัญชาติไทย อาชีพบุคลากรทางการแพทย์ พบเชื้อ 5 ธ.ค.63 มีน้ำมูก ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ รักษาใน รพ.เอกชน กทม. และรายที่ 19 ผู้ปฏิบัติงานที่ รพ.เอกชน และ ASQ เป็นเพศชาย อายุ 27 ปี สัญชาติไทย อาชีพบุคลากรทางการแพทย์ ตรวจพบเชื้อ 5 ธ.ค. ไม่มีอาการ รักษาใน รพ.เอกชน กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.จักรรัตน์ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมควบคุมโรค แถลงว่า ผู้ป่วยรายใหม่ที่เป็นผู้ที่เดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติ 1 ราย ซึ่งเป็นหญิงไทย อายุ 21 ปีนั้น พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยยืนยันรายก่อนหน้านี้คือ หญิงไทย อายุ 36 ปี เดินทางมาจาก จ.ท่าขี้เหล็ก และเดินทางต่อไปยัง จ.ราชบุรี โดยวันที่ 29 พ.ย. เดินทางข้ามมาฝั่งไทยตามเส้นทางธรรมชาติกับเพื่อนที่เป็นเคสราชบุรี โดยมีชาวเมียนมาเป็นผู้พามาส่งที่จังหวัดเชียงราย จากนั้นผู้ป่วยนัดแฟนให้ไปรับกับเพื่อนที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง เพื่อเดินทางไปสนามบินเชียงราย ส่งเพื่อนที่เป็นผู้ป่วยเคสราชบุรีขึ้นเครื่องไป กทม. หลังส่งเพื่อนแล้วหญิงวัย 21 ปีกับแฟนเดินทางกลับบ้าน และไปเที่ยวงานสิงห์ปาร์คกับกลุ่มเพื่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 30 พ.ย.-2 ธ.ค. อยู่แต่ในบ้าน กระทั่งวันที่ 3 ธ.ค. ผู้ป่วยพร้อมแฟนไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลเอกชนในอำเภอแม่สาย จนวันที่ 6 ธ.ค. ได้รับแจ้งว่าพบเชื้อ และโรงพยาบาลแม่สาย ส่งตัวผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ทั้งนี้ ได้ติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 9 คน ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำที่เป็นเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลเอกชนในอำเภอแม่สาย 8 คน อยู่ระหว่างรอผล
แก๊งท่าขี้เหล็ก 39 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปจำนวนผู้ติดเชื้อที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ณ วันที่ 8 ธ.ค.63 มีทั้งหมด 39 คน ซึ่งกระจายอยู่ใน จ.เชียงใหม่ 5 ราย, เชียงราย 27 ราย, พะเยา 1 ราย, กทม. 3 ราย,&amp;nbsp; พิจิตร 1 ราย, ราชบุรี 1 ราย และสิงห์บุรี 1 ราย นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมอีก 7 คน ที่จังหวัดเชียงราย พบในสถานกักตัว ซึ่งจะนำไปแถลงรวมกับยอดผู้ป่วยสะสมในวันที่ 9 ธ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบุคลาการทางการแพทย์ที่พบเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 4 คน ผลการสอบสวนโรคพบกลุ่มเสี่ยงสูง 51 คน ผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ 229 คน รวม 280 คน โดยผลตรวจเบื้องต้นในกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงทั้ง 51 คน ไม่พบการติดเชื้อ ส่วนผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำ ยังต้องรอผลตรวจให้ครบทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความมั่นใจที่โควิดจะไม่ระบาดระลอก 2 ในประเทศไทยว่า ไม่ใช่รัฐบาลอย่างเดียว แต่ทุกคนต้องช่วยกัน ซึ่งวันนี้ต้องหามาตรการที่เข้มขึ้นกว่าเดิม และต้องขอความร่วมมือจากสื่อ จากประชาชนโดยตรง ซึ่งอยากจะพูดให้สังคมเข้าใจว่า วันนี้ไม่ใช่การแพร่ระบาดระลอกที่ 2 หรือจะเป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์ อย่าสร้างความตื่นตระหนกให้มากนัก เพราะเราก็รู้ว่าต้นตอมาอย่างไร ที่ไหน เราก็ตามแก้ปัญหาไป อย่างไรก็ตาม หากระบาดระลอก 2 ขึ้นมา ซึ่งต้องเตรียมความพร้อมของเรา ถ้าถึงขั้นนั้นก็ต้องชัตดาวน์กัน แต่ไม่อยากให้ถึงจุดนั้น ทุกคนก็ต้องช่วยกันดูแล และได้สั่งการให้มีการตรวจสอบคัดกรอง แนวที่หนึ่งคือชายแดน แนวที่สองพื้นที่ตอนใน สามระดับพื้นที่ประชาชนต้องร่วมมือสังเกตผู้ที่เข้ามาอย่างผิดปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้ให้ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ชี้แจงทุกวันถึงความก้าวหน้า และให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เดินทางไปภาคเหนือเพื่อดูและติดตามทำความเข้าใจ ไม่ให้ธุรกิจการท่องเที่ยวแย่ลงกว่าเดิม ซึ่งจะเห็นได้ว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการยกเลิกการจองโรงแรมมากมาย ฉะนั้นการเสนอข่าวก็ต้องตามสมควร ไม่ได้ให้ปิดบังอะไร เสนอว่ารัฐบาลหรือหน่วยงานได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง และขอย้ำเตือนบุคคลที่ลักลอบ ให้การช่วยเหลือคนเข้าเมืองตามช่องทางธรรมชาติมีความผิดทุกคน เราต้องจับกุมดำเนินคดี ดีที่สุดทุกคนต้องรู้ตัวเองว่าทำอะไรอยู่ ไปทำงานอะไรที่ไหน มีความเสี่ยงแค่ไหน จะต้องรับผิดชอบต่อสังคมด้วย ต้องมีจิตสำนึกเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวให้มาก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดจะได้ไม่เกิดขึ้นอีก ซึ่งคนไม่กี่คนทำให้ทุกอย่างเสียหาย คนเหล่านี้จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายต่อไป &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้ทราบว่ามีคนไทยเหลืออยู่กี่คนในประเทศเพื่อนบ้าน โดยไทยได้ประสานติดต่อไปให้แสดงตน อย่าลักลอบเข้าเมือง และเข้ามาไม่มีความผิด แต่จะตรวจคัดกรองโรค คนใดไม่มีเชื้อต้องกักตัว 14 วัน หากไม่มีเชื้อก็พาไปรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งทุกอย่างมีการเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว ส่วนที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะมีคนไทยเดินทางกลับจากลาวซึ่งมีลักษณะคล้ายกับท่าขี้เหล็กนั้น ฝ่ายปกครองจะมีมาตรการเข้มข้นตามแนวชายแดน เป็นคนไทยเข้าประเทศไทยได้อยู่แล้วอย่าทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะติดเชื้อหรือไม่ติดเชื้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจในพื้นที่จังหวัดเชียงรายเตรียมฟ้องร้องค่าเสียหาย 20 ล้านบาทกับผู้ที่นำโควิด-19 เข้าประเทศนั้น นายอนุทินกล่าวว่า ฟ้องเลยควรจะฟ้อง แต่รัฐบาลจะไม่ทำ ถือเป็นสิทธิตามกฎหมายของแต่ละคน คนที่ทำผิดกฎหมายทำความเดือดร้อน ไม่รับผิดชอบ ถ้ามีใครสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ก็ทำได้อยู่แล้ว ส่วนรัฐบาลก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นเดียวกัน ไม่เช่นนั้นก็จะไม่หลาบจำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (ฉบับที่..) รวม 2 ฉบับ ซึ่งทั้ง 2 ฉบับ เป็นการยกเลิกเงื่อนไขกรณีการเดินทางมาพำนักระยะยาว สำหรับบุคคลต่างด้าวที่เป็นนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (STV) และการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวโดยเรือสำราญและกีฬา (เรือยอชต์) โดยไม่จำกัดประเทศ รวมถึงขยายระยะเวลาขอรับการตรวจลงตราประเภท STV ที่มากับเรือสำราญและกีฬา (เรือยอชต์) ออกไปอีก 30 วัน นับจากวันที่ประกาศฉบับนี้บังคับใช้
อนุทินลงพื้นที่แม่สาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย แถลงว่า วันที่ 10 ธ.ค. เวลา 10.00 น. ได้เชิญชวนชาวเชียงรายออกมาทำความสะอาดทุกพื้นที่ ทุกอำเภอ พร้อมกันทั่วทั้งจังหวัด และในหลายๆ พื้นที่จะมีการพ่นยาฆ่าเชื้อไวรัสด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว ว่าเชียงรายมีความปลอดภัย ห่างไกลโควิด-19 อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ จ.เชียงราย ล่าสุด พบมีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 8 ราย รวมพบผู้ป่วยสะสมทั้งหมด 34 ราย และทั้งหมดเข้าพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ในจำนวน 8 คน ผู้ป่วยใหม่มี 7 คน เป็นผู้เดินทางผ่านเข้ามาทางจุดผ่านแดนถาวร สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 ไทย-เมียนมา เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.และตรวจการติดเชื้อในสถานที่กักกัน เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ส่วนอีก 1 ราย พบนอกสถานที่กักกัน อาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย มีประวัติเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ของจังหวัดราชบุรี ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจเชื้อในกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูง 8 ราย ตรวจไปแล้ว 5 ราย ผลไม่พบเชื้อ 2 ราย คือ สามีและเพื่อน และอีก 3 ราย อยู่ในระหว่างรอผล ขณะที่สถานการณ์ในจังหวัดท่าขี้เหล็ก ทราบว่ามีผู้ติดเชื้อทั้งหมด 70 รายแล้ว และทางเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ฯลฯ ได้ร่วมกันสกัดกั้นตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อ 7 รายในสถานที่กักกัน พบว่าไม่ได้มีแค่ผู้ทำงานอยู่ในโรงแรมวันจีวันเท่านั้น แต่ทำงานอยู่สถานบันเทิงแห่งอื่นๆ ในจังหวัดท่าขี้เหล็กด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ด่านพรมแดนแม่สาย สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สาย นายอนุทินพร้อมคณะได้เดินทางมาติดตามการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และตรวจเยี่ยมสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัด พร้อมนำความห่วงใยจากนายกรัฐมนตรี ถึงเจ้าหน้าที่ ประชาชน ร่วมป้องกันโรคโควิด-19 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มั่นใจว่าเรามีศักยภาพเพียงพอที่ดำเนินการควบคุมป้องกันโรค ไม่ถือว่าเป็นการแพร่ระบาด ขอยืนยันว่ากระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งด้านการรักษา ทีมสอบสวนโรค ยา เวชภัณฑ์ ขอประชาชนร่วมมือไม่ปกปิดประวัติเสี่ยง คาดว่ามีพี่น้องเราไปทำงานที่ท่าขี้เหล็กไม่เกิน 500 คน เข้ามาแล้วบางส่วน ที่เหลืออีกไม่มาก ให้เข้ามาแบบถูกต้อง หากป่วยจะได้รับการรักษาทันที ไม่แพร่โรคให้ครอบครัวคนใกล้ชิด ไม่กระทบต่อระบบป้องกันควบคุมโรค เศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวของประเทศ และที่สำคัญต้องไม่ประมาท การ์ดอย่าตก เชื่อว่าอีกไม่นานก็จะกลับสู่ภาวะปกติ&amp;rdquo; นายอนุทินระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ผู้ประกอบการท่องเที่ยวและภาคเอกชนใน จ.เชียงราย ร่วมกันหารือถึงผลกระทบจากกรณีกลุ่มพนักงานสถานบันเทิงในโรงแรมวันจีวัน จ.ท่าขี้เหล็ก ของเมียนมา ลักลอบผ่านแดนทางช่องทางธรรมชาติมาพร้อมกับเชื้อโควิด-19 จนทำให้มีการยกเลิกการจองที่พัก ยกเลิกกรุ๊ปสัมมนาและศึกษาดูงานใน จ.เชียงรายเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นประเมินมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้วคาดว่าไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท ทั้งนี้ นายกิตติ ทิศสกุล ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์ผู้ประกอบการท่องเที่ยวภาคเหนือ เปิดเผยว่า ตัวแทนผู้ประกอบการได้หารือกับสภาทนายความให้ยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง เนื่องจากต้องการให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม หวังว่าจะให้เป็นคดีตัวอย่างป้องปรามไม่ให้ผู้ที่คิดจะลักลอบข้ามแดนกระทำผิดซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายอนุรัตน์ อินทร ประธานหอการค้า จ.เชียงราย&amp;nbsp;กล่าวว่า ประเด็นสำคัญเร่งด่วนในตอนนี้คือ การพื้นฟูสภาพการท่องเที่ยวซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ส่วนการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับผู้ลักลอบเขาเมืองและนำเชื้อโควิด-19 เข้ามาในประเทศนั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่จะต้องมีการพูดคุยกันอย่างรอบคอบก่อน แต่สิ่งที่จำเป็นคือต้องฟื้นการท่องเที่ยวและควบคุมโรคให้ได้ก่อน ค่อยมีการพูดกันถึงเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเดินทางมาพร้อมคณะ ได้เข้ารับฟังปัญหาจากภาคเอกชน กล่าวว่า หากพ้นหลัง 14 วันนับจากวันแพร่ระบาดคือ 29 พ.ย. แล้วไม่พบการติดเชื้อเพิ่ม สถานการณ์น่าจะคลี่คลาย ซึ่งกระทรวงจะใช้ระยองโมเดลเร่งจัดโครงการเข้ามากระตุ้นในพื้นที่ โดยจะเริ่มตั้งแต่หลังวันที่ 14 ธ.ค.เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86341</URL_LINK>
                <HASHTAG>1G1, COVID-19, ติดโควิดเพิ่ม, บุคลากรแพทย์, ป่วยโควิดเพิ่ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, ในสถานกักกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201208/image_big_5fcf8df38ceb6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
