<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117439</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 19:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 19:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีต ผญบ. สร้างอนุสาวรีย์ &#039;ตัวเงินตัวทอง&#039; ประชดรัฐเอื้อนายทุนใหญ่รุกป่าชายเลน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.64 - นายเสนาะ สุขจำเริญ อดีตผู้ใหญ่บ้านบ่อไร่ ต.หนองศาลา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า เมื่อปี 2562 ได้มีผู้บุกรุกทำลายป่าชายเลนบริเวณคลองตากบ ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่าง อ.ชะอำ และ อ.ท่ายาง และอยู่ติดชายทะเล ตนจึงไปแจ้งความกับตำรวจเพื่อให้ระงับเหตุ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าตนไม่มีหน้าที่แจ้งความได้ โดยต้องให้เจ้าของพื้นที่มาดำเนินการแจ้งความ ตนจึงเดินทางไปร้องเรียนยังศูนย์ดำรงธรรมอำเภอชะอำ ซึ่งศูนย์ดำรงธรรมก็บอกว่าไม่มีหน้าที่เช่นกันและให้ไปแจ้งที่สำนักงานป่าชายเลน อำเภอบ้านแหลม และอำเภอชะอำ ตนก็เดินทางไปทั้ง 2 แห่งก็บอกไม่ใช่หน้าที่ ตนจึงกลับมาที่ศูนย์ดำรงธรรมอีกครั้งและได้รับคำแนะนำว่าให้ไปที่สำนักงานเจ้าท่า จ.เพชรบุรี ซึ่งตนเดินทางไป แต่เขาก็บอกว่าไม่ใช่หน้าที่ ตนจึงเดินทางไปยังสำนักงานนิคมสหกรณ์ก็บอกไม่ใช่หน้าที่ และเมื่อไปยังสำนักรักษาพันธุ์ไม้แก่งกระจาน และสำนักงานที่ดิน ต่างก็ออกมาปฎิเสธว่าไม่ใช่เจ้าของพื้นที่ รวมแล้วตนเดินทางไปถึง 8 แห่งต่างก็บอกว่าไม่ใช่หน้าที่หรือจะรับผิดชอบแจ้งความได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมไม่รู้จะทำอย่างไร เพื่อที่จะรักษาพื้นที่คลองตากบไว้ให้ได้เพราะจากบริเวณนี้มีนายทุนมาซื้อที่ดินไว้กว่า 3 หมื่นไร่ในเขตอำเภอท่ายางและชะอำ และพื้นที่ป่าชายเลนเสียหายไปเยอะ คลองตากบก็ถูกกลบ ผมจึงทำป้ายเพื่อแสดงอาณาเขตคลองและป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกอีก แต่กลับถูกคัดค้านจาก อบต.หนองศาลา สำนักงานอำเภอชะอำ และสำนักงานเจ้าท่าเพชรบุรี เขาบอกว่าผมทำป้ายหลักเขตไม่ได้เพราะบุกรุกคลอง ผมจึงถามว่าแล้วทำไมตอนให้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้บุกรุกถึงไม่มีใครแสดงตัวเป็นเจ้าของ เขาบอกว่าตอนนั้นไม่รู้ แต่ตอนนี้รู้แล้ว เขาแจ้งให้ผมหยุดทำ ผมเห็นว่าผู้ที่บุกรุกไม่มีใครทำอะไรเขาได้ ผมจึงทำอนุสาวรีย์ขึ้นมาใหม่จากเดิมที่เป็นป้ายเพื่อสดุดี โดยเป็นรูปสัตว์ 2 ชนิดคือตัวแรกเป็นรูปปั้นหมาแต่มีหัวเป็นคน และอีกตัวเป็นรูปปั้นตัวเงินตัวทองหัวเป็นคน เพื่อสดุดีให้เห็นว่าคนที่บุกรุกเป็นคนดี แต่ผมซึ่งเป็นผู้คัดค้านการบุกรุกป่าชายเลนจะต้องติดคุกติดตาราง ผมคงต้องติดคุกเพราะสำนักงานเจ้าท่าและอำเภอชะอำบอกว่า ผมบุกรุกพื้นที่สาธารณะ แต่คนที่บุกรุกหากมีเงินมีทองหรือมีอิทธิพลนั้นไม่เป็นไร แต่พอชาวบ้านออกมาคัดค้านการกระทำที่ไม่ถูกต้องและทำป้ายแนวเขตก็โดนข้อหาบุกรุก&amp;rdquo; นายเสนาะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง เมื่อปี 2538 บริษัทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ใหญ่แห่งหนึ่งได้เข้ามากว้านซื้อที่ดินในอำเภอชะอำและอำเภอท่ายาง รวมประมาณ 40,000 ไร่ และต่อมาในปี 2553 ได้มีการปรับพื้นที่ขนานใหญ่ ทำให้เกิดข้อพิพาทกับชาวบ้านบ่อไร่ซึ่งนำโดยนายเสนาะ เนื่องจากมีการทำลายป่าชายเลนบริเวณคลองตากบซึ่งเป็นพื้นที่จอดเรือของชาวบ้าน นอกจากนี้ยังมีการเกลี่ยพื้นที่ทับถนนที่ชาวบ้านใช้สัญจรเพื่อทำให้ที่ดินกลายเป็นผื่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีแหล่งโบราณสถานสมัยทวารวดีซึ่งกรมศิลปากรได้ลงมาตรวจสอบแล้ว แต่กลับถูกปรับเกลี่ยพื้นที่จนโบราณสถานดังกล่าวหายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117439</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลองตากบ, จังหวัดเพชรบุรี, บุกรุกที่ดิน, บุกรุกป่าชายเลน, ป่าชายเลน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149d222611d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 13:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท่องเที่ยวชุมชนตำบลแม่รำพึง  อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์  “ชมทะเลแหวก  หาดสวย  น้ำใส  สะพานไม้ไผ่ ดูป่าชายเลน วิถีประมงพื้นบ้าน อาหารทะเลสดๆ”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทะเลแหวกบางสะพาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำบลแม่รำพึง&amp;nbsp; อ.บางสะพาน&amp;nbsp; จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นตัวอย่างการพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยในป่าชายเลน&amp;nbsp; เพื่อให้ &amp;lsquo;คน&amp;nbsp; ป่า และทะเล&amp;nbsp; อยู่ร่วมกันได้&amp;rsquo; &amp;nbsp;โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ใช้ประเด็นการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยเป็นเครื่องมือในการพัฒนา &amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนให้ชุมชนมีที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินที่มั่นคง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกันชุมชนได้ใช้ต้นทุนที่มีอยู่นำไปสู่การพัฒนาด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การสร้างเครือข่ายประมงพื้นบ้านขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันฟื้นฟู&amp;nbsp; ดูแล&amp;nbsp; อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง&amp;nbsp; พัฒนาอาชีพประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; ต่อยอดไปสู่การท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp; โดยความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคีเครือข่ายในท้องถิ่นต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งการบูรณาการแผนงานและงบประมาณเข้าด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;lsquo;ทิพย์ รื่นเกษม&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;ผู้ใหญ่สา&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;lsquo;ทิพย์ รื่นเกษม&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;ผู้ใหญ่สา&amp;rsquo; ประธานบ้านมั่นคงป่าชายเลนและประมงพื้นบ้านตำบลแม่รำพึง &amp;nbsp;เล่าให้ฟังว่า&amp;nbsp; ตำบลแม่รำพึง มี 4 หมู่บ้าน&amp;nbsp; ที่ผ่านมามีปัญหาความไม่มั่นคงในที่ดินที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เพราะเป็นพื้นที่ป่าชายเลนในความดูแลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ชุมชนจึงเข้าร่วมโครงการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยในที่ดินป่าชายเลนตามโครงการบ้านมั่นคงชนบทของ พอช. &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 247 ครัวเรือน &amp;nbsp;โดย พอช.สนับสนุนงบประมาณการซ่อมแซมปรับปรุงบ้านเรือนที่ทรุดโทรมจำนวน 11.9 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; ดำเนินการตั้งแต่ปี 2560&amp;nbsp; ขณะนี้ซ่อมแซมบ้านเรือนที่ปลูกอยู่อาศัยในป่าชายเลน ไปแล้วประมาณ 85 %&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากนั้นชุมชนลงมติร่วมกันสร้างสะพานไม้ไผ่ในป่าชุมชนเชื่อม 2 หมู่บ้าน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ป่าชุมชนอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;จากหมู่ 8 ไปเชื่อมสะพานหมู่ 5 เป็นสะพานไม้ไผ่&amp;nbsp; มีความยาวกว่า 500 เมตร &amp;nbsp;ได้รับงบประมาณจาก พอช. โดยชาวชุมชนช่วยกันลงแรง &amp;nbsp;สร้างจากวัสดุธรรมชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่มีการตัดไม้ในพื้นที่ป่าชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สะพานไม้ไผ่ศึกษาธรรมชาติป่าโกงกางและวิถีชีวิตชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกทั้งได้ร่วมกันเพาะพันธุ์และขยายสัตว์น้ำ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จัดทำธนาคารปูม้าเพื่อขยายพันธุ์ &amp;nbsp;สามารถนำแม่พันธุ์ปูมาเพาะพันธุ์ได้ประมาณปีละ 1,500-1,700 ตัว&amp;nbsp; และปล่อยพันธุ์ปูลงสู่ทะเลปีละหลายล้านตัว&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังทำ &amp;lsquo;ซั้ง&amp;rsquo; ในทะเลเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำวัยอ่อน&amp;nbsp; ทำให้มีสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น&amp;nbsp; ชาวประมงพื้นบ้านสามารถจับปูได้มากขึ้น&amp;nbsp; จากเดิมวันละ 3-4 กิโลกรัม&amp;nbsp; เพิ่มเป็น 7-8&amp;nbsp; กิโลกรัมต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ธนาคารปูม้า-สัตว์น้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้ใหญ่สา เล่าให้ฟังต่อไปว่า หลังจากเรื่องที่อยู่อาศัยของชาวตำบลแม่รำพึงได้รับการแก้ไขปัญหาไปแล้ว &amp;nbsp;ตนได้ชวนพี่น้องในชุมชนมาหารือกันถึงแนวทางการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; เพื่อต่อยอดการสร้างรายได้ให้ชุมชน &amp;nbsp;เริ่มจากสิ่งที่พวกเรามีอยู่ &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; การอนุรักษ์วิถีประมงพื้นบ้าน &amp;nbsp;อาหารทะเลสดปลอดภัย &amp;nbsp;ป่าชายเลน &amp;nbsp;รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลต่างๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ต่อจากนี้ขอให้ทุกคนลืมคำพูดที่ว่า ถ้ามาประจวบคีรีขันธ์ ก็ต้องไปทะเลหัวหิน เพราะเราจะพาไปรู้จักกับการท่องเที่ยวที่ตำบลแม่รำพึง ในเวลา 2 วัน 1 คืน&amp;nbsp; เริ่มต้นจากการเดิมชมป่าชายเลนบนสะพานไม้ไผ่ยาวกว่า 500 เมตร &amp;nbsp;เรียนรู้วิถีบ้านชาวประมงในป่าชายเลน &amp;nbsp;และสิ่งที่ทุกคนต้องได้ทำ&amp;nbsp; คือการลงตะลุยโคลนปลูกป่าโกงกาง&amp;nbsp; พร้อมกับการหาหอยพู่กันหรือหอยตลับ งานนี้ได้ลงเล่นโคลนกันสนุกแน่นอน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้ใหญ่สาบอกถึงโปรแกรมการท่องเที่ยวชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดำน้ำชมประการังน้ำตื้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากลุยโคลนเสร็จ&amp;nbsp; ล้างเนื้อล้างตัวเป็นที่เรียบร้อย เราจะพานักท่องเที่ยวไปพายเรือคายักที่ปากคลองออกทะเล ชมธรรมชาติที่ยังสมบูรณ์สวยงาม &amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็นนก ปลา ป่าโกงกาง &amp;nbsp;บ้านเรือนความเป็นอยู่&amp;nbsp; วิถีริมน้ำ และเยี่ยมชมธนาคารปูม้าด้วย&amp;nbsp; รับรองประทับใจแน่นอน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พายเรือคายัคปากคลองชมธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กิจกรรมต่อมา เราจะพานักท่องเที่ยวไปดำน้ำชมความงามของปะการังน้ำตื้น สัตว์ทะเลที่เกาะเบ็ด&amp;nbsp; ซึ่งอยู่บริเวณเดียวกับ &amp;lsquo;อ่าวบ่อทางหลาง&amp;rsquo; &amp;nbsp;ทะเลที่น้อยคนจะรู้จัก&amp;nbsp; และที่สำคัญ คือ&amp;nbsp; ทะเลสวย น้ำใสมาก และเงียบสงบ &amp;nbsp;ผู้คนยังไม่พลุกพล่าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่าวบ่อทองหลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อ่าวบ่อทองหลาง เป็นอ่าวขนาดเล็ก &amp;nbsp;มีจุดเด่นคือ มีชายหาดโค้งจนเกือบจะเป็นรูปวงกลม&amp;nbsp; สวยงามมาก &amp;nbsp;ชายหาดสีขาวนวล &amp;nbsp;เวลาที่น้ำทะเลลดจะเห็นแนวหาดทรายขึ้นมา &amp;nbsp;เหมาะสำหรับการเล่นน้ำทะเลเป็นอย่างมาก &amp;nbsp;เพราะระดับน้ำจะตื้น&amp;nbsp; ไม่ลึกจนเกินไป และยังมีเกาะหินอยู่ตรงกลางอ่าว&amp;nbsp; และเนื่องจากที่นี่เป็นอ่าวที่มีหินล้อมรอบ ทำให้คลื่นทะเลเข้ามาไม่ได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;นักท่องเที่ยวสามารถเล่นน้ำทะเลได้ปลอดภัยตลอดทั้งวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากเพลิดเพลินที่อ่าวบ่อทองหลาง &amp;nbsp;นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปชมหรือเล่นน้ำตรงทะเลแหวกได้เลย เพราะอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน &amp;nbsp;ใครอยากลงไปเดินตรงสันทรายทะเลแหวกแบบใกล้ชิดก็ลงเดินจากตรงนี้ไปได้ &amp;nbsp;แต่ต้องรอเวลาให้น้ำทะเลไหลเข้าหาสันทรายก่อน&amp;nbsp; ถ้าในช่วงนี้ (เดือนกรกฎาคม) จะประมาณ 5 โมงเย็น (ขึ้นอยู่กับฤดู เวลาน้ำขึ้น-ลง)&amp;nbsp; ไฮไลท์อยู่ที่การเดินไปทะเลแหวกที่สวยพอๆ กับทะเลในภาคใต้&amp;nbsp; รับรองสวยงามได้ภาพประทับใจกลับไปแน่นอน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชายหาดบ่อทองหลางน้ำใสมรกต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ลุยโคลน เล่นน้ำ ชมความงาม ดื่มด่ำธรรมชาติกันมาทั้งวัน &amp;nbsp;จากนั้นเข้าที่พักแบบโฮมสเตย์ที่อยู่ในป่าโกงกาง หลังเล็ก-ใหญ่ &amp;nbsp;ขึ้นอยู่กับจำนวนของผู้มาเยือน &amp;nbsp;ซึ่งจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชุมชนชาวเลยามค่ำคืน &amp;nbsp;เมื่ออาบน้ำอาบท่าเรียบร้อย พร้อมสำหรับมื้อเย็น เป็นอาหารทะเสสดๆ รสชาติติดโปร จากครัวผู้ใหญ่สา ที่นี่จะเป็นแหล่งรวมของทะเลสดๆ ที่ทางกลุ่มประมงพื้นบ้านเอามารวมกันขาย &amp;nbsp;แต่ไม่พอขาย หมดเกลี้ยงทุกวัน&amp;nbsp; เพราะคนสั่งเยอะมาก&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิ่มหนำสำราญกับอาหารทะเลสดๆ แซ่บๆ แล้ว ก็กลับไปพักผ่อนตามอัธยาศัย พรุ่งนี้ยังมีต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เช้าตรู่ &amp;nbsp;ไม่เกินตี5 &amp;nbsp;เราจะพานักท่องเที่ยวออกเรือไปกลางทะเลไปวางอวนกับพี่น้องประมงพื้นบ้าน &amp;nbsp;ออกจากฝั่งไกลมากนัก ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงในกิจกรรมนี้ &amp;nbsp;รับรองได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยพบเจอ เข้าฝั่งมาไม่เกิน 8 โมงเช้า กลับเข้าที่พัก อาบน้ำ เก็บกระเป๋าเสื้อผ้า แล้วมากินข้าวเช้าที่ครัวผู้ใหญ่สา &amp;nbsp;&amp;nbsp;มื้อนี้จะเป็นอาหารที่เราไปหามาจากทะเลเมื่อตอนเช้าตรู่ &amp;nbsp;ได้มาเท่าไหร่ทำกินให้หมด &amp;nbsp;แล้วแต่จะรังสรรค์เมนู &amp;nbsp;อร่อยทุกอย่างแน่นอน &amp;nbsp;แค่กินก็คุ้มแล้ว&amp;rdquo; ผู้ใหญ่สารับประกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่เที่ยวใหม่ๆ ทะเลใหม่ๆ เปิดประสบการณ์ใหม่ &amp;nbsp;ไม่ต้องเดินทางลงไปไกลถึงภาคใต้ &amp;nbsp;ใช้เวลาเดินทางสบายๆ จากกรุงเทพฯ เพียง 4-5 ชั่วโมง &amp;nbsp;ขอแนะนำให้มาที่ตำบลแม่รำพึง&amp;nbsp; ด้วยโปรแกรมท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืน&amp;nbsp; หรือหากมีเวลามากกว่านั้น&amp;nbsp; ทางชุมชนยังมีบริการพาไปดำน้ำที่เกาะทะลุ หรือกิจกรรมอื่นๆ เพิ่มเติม....ติดต่อ &amp;lsquo;ผู้ใหญ่สา&amp;rsquo; โทรศัพท์ 097-9539804 รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน&amp;hellip;!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ออกเรือไปกลางทะเลไปวางอวนกับพี่น้องประมงพื้นบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาหารทะเลสดๆ 100%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธิปไตย ฉายบุญครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักพัฒนานวัตกรรมชุมชนจัดการความรู้และสื่อสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14/07/64&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109793</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, การอนุรักษ์วิถีประมงพื้นบ้าน, คน  ป่า และทะเล  อยู่ร่วมกันได้, จ.ประจวบคีรีขันธ์, ชมทะเลแหวก  หาดสวย  น้ำใส  สะพานไม้ไผ่ ดูป่าชายเลน วิถีประมงพื้นบ้าน อาหารทะเลสดๆ, ชุมชนตำบลแม่รำพึง, ทะเลแหวก, ทิพย์ รื่นเกษม, ท่องเที่ยว, ธนาคารปูม้า, ป่าชายเลน, ผู้ใหญ่สา, พอช, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), อ่าวบ่อทางหลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60efc62a762ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102246</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2021 22:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2021 21:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป่าชายเลนเพิ่ม 2 แสนไร่ เผยความสำเร็จจากปชช.ร่วมดูแลรักษาจนสมบูรณ์หลายพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับตั้งแต่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2563 ให้วันที่ 10 พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันป่าชายเลนแห่งชาติ โดยในปีนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้งดจัดกิจกรรมเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยจะมุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ ในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ และปลุกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปรียบ &amp;ldquo;วันป่าชายเลนแห่งชาติ&amp;rdquo; เป็นวันที่ร่วมกันยินดีกับความสำเร็จที่ได้ช่วยกันทำให้ป่าชายเลนเพิ่มขึ้น ส่วนนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งหาแนวทางการสร้างมาตรฐานจัดการป่าชายเลนแบบครบทุกมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ผืนป่าชายเลนประเทศไทยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีความสมบูรณ์และเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งจากการสำรวจและอ่านแปลภาพถ่ายดาวเทียมความละเอียดสูง โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งร่วมกับ GISTDA เมื่อปี 2563 พบว่า พื้นที่ป่าชายเลนคงสภาพ 1.737 ล้านไร่ เพิ่มขึ้นราว 2 แสนไร่ เมื่อเทียบกับปี 2557 ซึ่งมีเพียง 1.53 ล้านไร่ ซึ่งตนพูดได้อย่างภาคภูมิใจเลยว่า ความสำเร็จนี้เกิดจากความร่วมมือของพี่น้องประชาชนทุกคนที่ช่วยกันดูแล รักษา และฟื้นฟู จนผืนป่าชายเลนกลับคืนสภาพสมบูรณ์ในหลายพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดได้เปิดตัว &amp;ldquo;แกรนด์แคนยอนบ้านท่าเลน จังหวัดกระบี่&amp;rdquo; ซึ่งเป็นผืนป่าชายเลนที่สมบูรณ์ที่เกิดจากการดูแลของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 10 พฤษภาคม ของทุกปี คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบกำหนดให้เป็น &amp;ldquo;วันป่าชายเลนแห่งชาติ&amp;rdquo; ด้วยเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้มีพระราชดำรัสเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2534 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันอนุรักษ์และดูแลป่าชายเลน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตนได้กำชับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในฐานะหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบดูแล ให้นำแนวพระราชดำรัสดังกล่าว เป็นหลักแนวทางในการปฏิบัติงานด้านการอนุรักษ์ป่าชายเลน ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคส่วนต่างๆ &amp;ldquo;วันป่าชายเลนแห่งชาติ&amp;rdquo; เปรียบเสมือนวันที่รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยและให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ป่าชายเลน จึงเป็นวันที่เราทุกคนจะได้มาร่วมกันชื่นชม ยินดีกับความสำเร็จที่ได้ช่วยกันทำให้ป่าชายเลนเพิ่มขึ้น โดยปีนี้เพิ่มขึ้น 2 แสนไร่ ปีหน้าก็หวังว่าจะเพิ่มขึ้นเช่นนี้ไปอีกเรื่อย ๆ ตนเชื่อมั่นในความมุ่งมั่นและตั้งใจของพี่น้องประชาชนที่จะช่วยกันดูแลและฟื้นฟูป่าชายเลนให้คงความสมบูรณ์และยั่งยืนเช่นนี้ ตลอดไป &amp;rdquo; นายวราวุธ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดกิจกรรม &amp;ldquo;วันป่าชายเลนแห่งชาติ&amp;rdquo; ในปีนี้ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ยังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโรคโควิด-19 ยังคงเป็นข้อจำกัดในการจัดกิจกรรม อย่างไรก็ตาม ปีนี้จะมุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อช่องทางต่าง ๆ เกี่ยวกับผลงานความสำเร็จของพี่น้องประชาชนที่ช่วยกันดูแลผืนป่าชายเลน จนทำให้จำนวนพื้นที่ป่าในภาพรวมเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปลุกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบนิเวศป่าชายเลน รวมถึงกิจกรรมสำคัญเกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าชายเลน ได้แก่ การก่อสร้างสวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ร. 9 บนเนื้อที่กว่า 518 ไร่ ในจังหวัดจันทบุรี เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้ป่าชายเลนทั่วโลก และเป็นแหล่งเรียนรู้และวิจัยเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนทั่วประเทศ และการผลักดันให้ผืนป่าชายเลนจังหวัดระนอง ที่มีความสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง รวมถึงมีระบบนิเวศที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เสนอเป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ซึ่งจะให้นานาชาติได้เห็นถึงความสมบูรณ์ของธรรมชาติ และสะท้อนความร่วมมือของพี่น้องประชาชนที่ช่วยกันดูแลอย่างเข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ตนได้ให้นโยบายกับนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ถึงแนวทางในการถอดบทเรียนจากกิจกรรมที่ผ่านมา เพื่อปรับปรุงการทำงาน รวมถึง การพัฒนาศักยภาพและความรู้ของเจ้าหน้าที่ การหาพันธมิตรภาคเอกชนและสร้างเครือข่ายภาคประชาชนในการมีส่วนร่วมฟื้นฟูและดูแลป่าชายเลน ซึ่งภายหลังจากวิกฤติสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลาย ตนเชื่อว่าพื้นที่ป่าชายเลนของประเทศไทยจะต้องรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชายไทยและชาวต่างชาติซึ่งต้องเตรียมมาตรการและแนวทางเพื่อรองรับและสร้างมาตรฐานในบริหารจัดการเชิงพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.youtube.com/watch?v=BnuAtHFDooE&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102246</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, จังหวัดกระบี่, ป่าชายเลน, วราวุธ ศิลปอาชา, วันป่าชายเลนแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210508/image_big_6096a41188146.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101062</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 15:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกยึดคืนป่าชายเลนบางปู 136 ไร่ นายทุนรุกล้ำสร้างโกดังสินค้า ลานจอดรถ ท่าเรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.64 - นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้สนธิกำลังร่วมกับชุดปฏิบัติการกรมป่าไม้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสมุทรปราการ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจังหวัดสมุทรปราการ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรปราการ ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เข้าทำการตรวจยึดพื้นที่ป่าชายเลนที่ถูกนายทุนใหญ่ภาคเอกชน ที่เข้ามาปลูกสร้างโกดังสินค้าขนาดใหญ่และมีการถมดินสร้างลานจอดรถและท่าเรือ บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ป่าชายเลนซึ่งมีพันธุ์ไม้ป่าโกงกางที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ เอามาเป็นประโยชน์ของตัวเองกว่า 136 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 4 บริเวณด้านหลังสถานีตำรวจภูธรบางปู ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พร้อมวางแผนปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่าชายเลนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ผลการเข้าตรวจสอบสามารถตรวจยึดที่ดินป่าชายเลนซึ่งเป็นสมบัติของชาติคืนได้จำนวน 2 แปลง พื้นที่รวมกว่า 136 ไร่ ที่ถูกบุกรุก แปลงที่แรกเป็นการบุกรุกครอบครองทำเป็นบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและที่พัก เนื้อที่ 5 ไร่ 3 งาน 72 ตารางวา ส่วนแปลงที่สองมีการบุกรุกถมดินสร้างสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่โดยมีการถมดินทำลานจอดรถและเตรียมสร้างท่าเรือ มีการกั้นรั้วห้ามเข้าออกพื้นที่และจัดทำบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เนื้อที่ 130 ไร่ 58 ตารางวา โดยพื้นที่ ที่ถูกบุกรุกเป็นพื้นที่ป่าชายเลนน้ำทะเลท่วมถึงเป็นพื้นที่ป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 &amp;nbsp;ซึ่งมีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีตามกฎหมายต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางปู เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่าในวันนี้ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้รับคำสั่งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ลงมาตรวจสอบพื้นที่ ซึ่งเราได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีการบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าชายเลนซื้อเป็นป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 จำนวน 2 แปลง ขนาดพื้นที่ 130 ไร่ และ 105 ไร่ ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วเราพบว่าเป็นที่ดินที่เป็นป่า 2484 จริงและเราได้ทำการตรวจพิสูจน์ทางเอกสารสิทธิ์จากกรมที่ดินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมปฏิบัติการในวันนี้หลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกรมเจ้าท่า กรมที่ดิน สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสมุทรปราการ ตำรวจ และผู้ใหญ่บ้าน หลังตรวจสอบแล้วเรายืนยันชัดเจนว่าเป็นการบุกรุกยึดถือครอบครองเพื่อใช้ประโยชน์ส่วนตนอย่างชัดเจน หลังจากนี้จะมีการลงชื่อร่วมกันบันทึกจับกุมลงนามโดยทุกหน่วยงานที่มาร่วมสนธิกำลังในวันนี้ไปกล่าวโทษร้องทุกข์กับเจ้าพนักงานตำรวจให้เป็นรูปคดี หลังจากนั้นก็จะมีการฟ้องศาล ซึ่งจากการดำเนินคดีก็คาดว่าจะต้องมีทั้งโทษจำและโทษปรับ ซึ่งโทษปรับทั้งสองแปลงนี้ประมาณ 14-15 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ตนยังได้สั่งการให้หน่วยงานทีเกี่ยวข้องทุกหน่วยตั้งใจปฏิบัติงานอย่างเข้มแข็ง และเป็นกำลังสำคัญในการอนุรักษ์และปกป้องผืนป่าและทรัพยากรทางทะเลในระดับพื้นที่ อย่างไรก็ตาม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้กำหนดแนวทางในการเร่งปราบปรามการบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าชายเลนทั่วประเทศ พร้อมใช้มาตรการทางการกฎหมายดำเนินการต่อผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101062</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, จังหวัดสมุทรปราการ, บุกรุกป่าชายเลน, ป่าชายเลน, สภ.บางปู, โสภณ ทองดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6089174814ab4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
