<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 06:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 06:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชุมชนแห่งน้ำพระราชหฤทัย &#039;หมู่บ้านคชานุรักษ์&#039; ช่วยทั้งคนช่วยทั้งช้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา&amp;nbsp;นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาทรงเปิดป้ายศูนย์ปฏิบัติการคชานุรักษ์ ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา เขาวง จ.ระยอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชบายว่า &amp;ldquo;ช้างเป็นสัตว์คู่กับประเทศไทยเป็นสิ่งที่เรียกว่าเป็นมงคล ต้องดูแลรักษา และปฎิบัติให้ช้างป่าอยู่กับชุมชนอยู่กับคนได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยทั้งคนและช้าง&amp;rdquo; ด้วยพระบรมราโชบายนี้ได้นำมาสู่แนวทางการพัฒนาเพื่อให้คนและช้างอยู่กันอย่างสมดุลผ่าน &amp;ldquo;โครงการพัชรสุธาคนุชานุรักษ์&amp;rdquo; อันเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ทรงเป็นประธานที่ปรึกษาโครงการฯ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงเป็นประธานคณะกรรมการโครงการฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​ปัญหาระหว่างคนและช้างป่าในบริเวณป่ารอยต่อ5 จังหวัดในภาคตะวันออกได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนจากการที่ช้างลงมาหากินและทำลายพืชผลทางการเกษตร และเมื่อชาวบ้านใช้วิธีขับไล่ช้างผิดวิธียิ่งทำให้ช้างเกิดความดุร้ายมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องหันมาใส่ใจชุมชนให้ความรู้ที่ถูกต้องในการขับไล่ช้าง รวมทั้งศึกษานิสัยพฤติกรรมของช้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงเปี่ยมไปด้วยพระราชหฤทัยมุ่งมั่นที่จะทรงแก้ปัญหาต่างๆ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในฐานะองค์ประธานกรรมการในการแก้ไขปัญหาระหว่างคนและช้างป่าให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล จึงได้น้อมนำแนวพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการจัดการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนและช้างป่า โดยเสด็จฯแทนพระองค์ไปยังอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง อำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยองในการพระราชทานกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าอัตโนมัติ (Real Time Camera Trap) จำนวน 12 ชุด ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องในการแก้ไขปัญหาช้างป่าภาคตะวันออก และมีการขยายผลติดตั้งกล้องเพิ่มอีก 36 จุดในพื้นที่ 4 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าอัตโนมัติพระราชทาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการทำงานของกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าอัตโนมัติ (Real Time Camera Trap) เป็นระบบที่ประยุกต์ขึ้นมาเพื่อนำมาใช้แจ้งเตือนการเคลื่อนที่ของช้างป่า &amp;nbsp;เมื่อช้างป่ามีความเคลื่อนไหวผ่านหน้ากล้อง ระบบตรวจจับภายในอุปกรณ์จะทำงานและกล้องจะทำการถ่ายภาพ โดยกลางวันเป็นระบบปกติ ส่วนกลางคืนเป็นระบบ Infrared ซึ่งช่วยไม่ให้ช้างป่าตื่นตกใจ และภาพจะถูกส่งผ่านSIM โทรศัพท์ที่ติดตั้งไว้ภายในตัวกล้อง เข้ามายังแม่ข่าย มีสัญญาณเตือนให้เจ้าหน้าที่ทราบว่ามีภาพใหม่เข้ามาในระบบ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะทำการคัดเลือกภาพช้างป่าและประเมินสถานการณ์แล้วส่งภาพต่อไปยังไลน์กลุ่มซึ่งมีสมาชิกประกอบด้วยผู้นำชุมชน ผู้แทนชุดอาสาสมัครหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ เพื่อทราบและดำเนินการตามแต่กรณีที่ปรากฏในภาพ และมีการเก็บข้อมูลเชิงสถิติของพฤติกรรมของช้างรวมถึงเวลาการออกมาหากินของช้างว่าออกมาในช่วงเวลาใดมากที่สุดเพื่อแจ้งเตือนให้ชาวบ้านหลีกเหลี่ยงการออกมาประกอบอาชีพในห้วงเวลานั้นอันเป็นการลดการสูญเสียและความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของโครงการ &amp;ldquo;พัชรสุธาคชานุรักษ์&amp;rdquo; คือการช่วยทั้งคนช่วยทั้งช้าง มีการสนับสนุนสร้างองค์ความรู้การอยู่รวมกันอย่างสมดุลระหว่างคนและช้าง &amp;nbsp;โดยเฉพาะการทำให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีอาชีพที่เหมาะสม มีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้อย่างยั่งยืน จึงได้มีการจัดตั้ง &amp;nbsp;&amp;ldquo;หมู่บ้านคชานุรักษ์&amp;rdquo; เพื่อให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการเดินออกนอกเส้นทางของช้างป่ามาทำลายพืชผลทางการเกษตร ได้เสริมสร้างความเข้าใจในพฤติกรรมของช้างให้แก่ราษฎรในหมู่บ้าน รวมทั้งส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้การประกอบอาชีพ และจัดตั้ง &amp;ldquo;กองทุนคชานุรักษ์&amp;rdquo; เพื่อให้ชุมชนมีกองทุนสำรอง และแต่ละชุมชนสามารถวางแผน เพื่อบริหารจัดการกองทุนได้ด้วยตนเอง รวมทั้งสามารถทำกิจกรรมเพื่อหารายได้เข้ากองทุน อันเป็นการบริหารจัดการชุมชนเพื่อให้คนกับช้างอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลและปลอดภัย ตามพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการแก้ปัญหาระหว่างคนและช้างอย่างยั่งยืน โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาในฐานะองค์ประธานกรรมการโครงการฯ &amp;nbsp;เสด็จแทนพระองค์ ไปในการพระราชทานป้ายชื่อ &amp;ldquo;หมู่บ้านคชานุรักษ์&amp;rdquo; และพระราชทานเงินจัดตั้ง &amp;ldquo;กองทุนคชานุรักษ์&amp;rdquo; ให้แก่ตัวแทนชุมชน ในวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ.2562 ณ อุทยานแห่งชาติ เขาชะเมา-เขาวง อำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านได้ปรับเปลี่ยนอาชีพจากกาปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาปลูกผักปลอดสารพิษ และปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อนำไปขายและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆเพื่อวางจำหน่ายในหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันมีหมู่บ้านคชานุรักษ์ ทั้งหมด5หมู่บ้านด้วยกันประกอบด้วย หมู่14บ้านคลองมะหาด ตำบลท่าตะเกียบ อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา &amp;nbsp;หมู่4 บ้านเขาใหญ่ ตำบลพวงทอง อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี &amp;nbsp;หมู่7 บ้านเขาจันทร์ ตำบลห้วยทับมอญ อำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง &amp;nbsp; หมู่ 3 บ้านเนินจำปา ตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี &amp;nbsp;และหมู่28 บ้านสระหลวง ตำบลทุ่งมหาเจริญ อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะขาดความเข้าใจที่ถูกต้องในวิธีการขับไล่ช้าง จึงทำให้ช้างเกิดความตกใจเมื่อถูกขับไล่ระหว่างลงมาหาพืชผลที่ชาวบ้านเพาะปลูกได้รับความเสียหาย ซ้ำร้ายความตกใจนั้นยังทำให้ช้างเกิดความดุร้ายและทำร้ายผู้คนอันนำซึ่งความสูญเสียที่อยากจะหวนกลับมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​ครั้นเมื่อมีการจัดตั้งหมู่บ้านคชานุรักษ์ต้นแบบทั้ง5 หมู่บ้านขึ้นมา ภาพปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างลดลงไปจากเมื่อก่อน เพราะคนได้เรียนรู้วิธีการขับไล่อย่างถูกวิธี มีการเฝ้าระวังเตือนภัยจากช้างป่าอย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันในภาคครัวเรือนก็มีการส่งเสริมอาชีพให้ชาวบ้านปลูกพืชผักสวนครัวหรือการเกษตรแบบผสมผสานควบคู่ไปกับการปลูกพืชเชิงเดี่ยว นับเป็นการสร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชนอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านได้ปรับเปลี่ยนอาชีพจากกาปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาปลูกผักปลอดสารพิษ และปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อนำไปขายและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆเพื่อวางจำหน่ายในหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​สมชาย รถทอง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 บ้านเนินจำปา ตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี เล่าให้ฟังถึงสภาพปัญหาระหว่างคนกับช้างป่าว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 เรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ.2562 ซึ่งเป็นปีที่ช้างป่าลงจากป่ามาหากินแถวบริเวณชายป่าทำลายพืชผลของชาวบ้านได้รับความเสียหายอย่างหนัก และด้วยการไม่รู้วิธีการไล่ช้างๆชาวบ้านจึงมีการไล่ช้างแบบผิดๆเลยส่งผลให้ช้างตกใจและทำร้ายประชาชน และปัญหาสำคัญอีกอย่างของชาวบ้านเมื่อถูกช้างทำลายพืชผลอันเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของครอบครัวอย่างต้นยางพารา สับปะรด มะละกอ ไปแล้วชาวบ้านก็จะไม่มีพืชผลทางการเกษตรขาย แต่เมื่อได้มีการจัดตั้งหมู่บ้านคชานุรักษ์ ขึ้นมาได้มีเจ้าหน้าที่มาแนะนำวิธีการขับไล่ช้างอย่างถูกต้อง รวมทั้งได้มีการส่งเสริมให้ชาวบ้านหันมาทำการเกษตรแบบผสมผสาน แทนการทำการเกษตรเชิงเดี่ยวอย่างที่เคยทำกันมาก็สามารถลดปัญหาระหว่างคนและช้างป่าลงไปได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​&amp;ldquo;ตอนนี้หมู่บ้านเรามีชุดอาสาสมัครป้องกันเฝ้าระวังช้างป่า ที่ผ่านการเรียนรู้แนวทางการป้องกันภัยและป้องกันภัยจากช้างป่าอย่างถูกต้องและปลอดภัย โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชมาให้ความรู้กับชุดอาสาสมัครป้องกันภัยของหมู่บ้าน และในส่วนของการพัฒนาชุมชน ได้มีเจ้าหน้าที่จากกรมพัฒนาชุมชนมาให้ความรู้ในเรื่องของการทำการเกษตรแบบผสมผสาน ควบคู่ไปกับการปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยเจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ชาวบ้านปลูกผักที่มีกลิ่นฉุนที่ช้างป่าไม่ชอบอย่างต้นชะอมไว้เป็นรั้วคอยป้องกันช้าง และในส่วนแปลงสวนด้านในที่เราปลูกขนุน และมะละกอ นั้นก็จะมีการปลูกพืชผักสวนครัวที่ช้างไม่ชอบอย่างข่า ตะไคร้ มะนาว มะกรูด แซมลงไป ซึ่งพืชผักสวนครัวเหล่านี้นอกจากจะเป็นรั้วกันชนช้างไม่ให้เข้ามายุ่งกับพืชผลเศรษฐกิจหลักแล้ว เรายังสามารถนำชะอม ขิ่งข่า ตะไคร้ พืชผักสวนครัวที่เราปลูกไว้ใช้ทำกินในครัวเรือน และเหลือจากการทำกินก็เก็บนำไปพัฒนาเป็นเครื่องทำพริกแกงไปขายในหมู่บ้านสร้างรายได้ให้กับราษฎรอีกทางหนึ่ง&amp;rdquo; ผู้ใหญ่สมชายขยายความด้วยน้ำเสียงสดใส&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบการส่งน้ำเพื่อใช้ในการเกษตรของชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​เช่นเดียวกับชุมชนบ้านคลองมะหาดหมู่14 ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ หนึ่งในหมู่บ้านคชานุรักษ์ นางสาวสมจิต สาธุชาติ กำนัน ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา เล่าปัญหาความเดือดร้อนจากช้างป่าให้ฟังว่า มักประสบปัญหาความเดือดร้อนจากช้างป่าในช่วงเดือน ตุลาคม-ธันวาคม และทวีความรุนแรงมากในช่วงเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากเป็นช่วงที่ข้าวเริ่มสุก และส่งกลิ่นหอมยั่วยวนให้ช้างป่าลงมาหาอาหารกินสร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรอย่างหนัก ในช่วงหลังช้างไม่เพียงแต่ทำลายพืชผลทางการเกษตรหากแต่ยังหันมาทำลายทรัพย์สินภายในบ้านให้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่เมื่อมี &amp;ldquo;หมู่บ้านคชานุรักษ์&amp;rdquo; ตลอดระยะเวลา1ปีที่ผ่านมาชาวบ้านได้เรียนรู้ปรับเปลี่ยนอาชีพให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวอย่างงดงาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก่อนหน้านี้เราได้พยายามที่จะปรับเปลี่ยนอาชีพภายในชุมชนมาก่อนบ้างแล้ว แต่ยังไม่เป็นผลเพราะเราไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง กระทั่งมีมีการจัดตั้งหมู่บ้านคชานุรักษ์ ขึ้นมา เกษตรกรได้เรียนรู้วีวิธีการปรับเปลี่ยนอาชีพ มีการส่งเสริมทำปศุสัตว์ อาทิ การเลี้ยงกระบือ โค สุกร และไก่พื้นเมืองมีการพัฒนาพื้นที่ปลูกม่อน100 ไร่ ส่งขายให้หมู่บ้านข้างเคียงที่เลี้ยงไหมทอผ้า เกิดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงวัวท่าตะเกียบ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​นอกจากนี้ชุมชนคลองมะหาดยังได้เรียนรู้พฤติกรรมของช้างพร้อมสร้างความเข้าใจถ่ายทอดพฤติกรรมของช้างแก่คนในชุมชนและเยาวชน ทั้งยังมีการตั้งชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังช้างป่า รวม 200 คน ซึ่งเรียนรู้แนวทางป้องกันภัยและการแจ้งเตือนภัยช้างป่าจากเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯเพื่อเตือนภัยและป้องกันภัยช้างป่าอย่างถูกต้องและปลอดภัย รวมถึงการพัฒนาชุมชนแบบพึ่งตนเอง ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เช่นการขุดลอกร่องน้ำข้างถนนเส้นล่างบนเนินน้อย และปรับปรุงระบบสูบน้ำด้วยแสงอาทิตย์ปรับปรุงโครงสร้างแหล่งน้ำเดิมและเสริมแหล่งน้ำเดิมและเสริมโครงสร้างการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอ และพัฒนาแปลงปลูกป่าถาวร เพื่อปรับให้เป็นพื้นที่กันชนช้างได้มาพักอาศัยจะได้ ไม่รบกวยชุมชน เป็นการกำหนดให้ช้างป่าเดินทางกลับเข้าเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลิตภัณฑ์แปรรูปน้ำผึ้ง จากหมู่บ้านคชานุรักษ์ จ.ฉะเชิงเทรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​ขณะเดียวกันชุมชนคลองมะหาด ยังมีเกษตรกรต้นแบบในการใช้รั้วรังผึ้งป้องกันช้างป่า โดยการสนับสนุนองค์ความรู้จากสถานีวิจัยสัตว์ป่าภูหลวง กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช เพื่อสร้างอาชีพทางเลือกให้แก่เกษตรกร โดยได้เริ่มต้นจากการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาของชาวแซมบุรู ประเทศเคนยา ที่พบว่าช้างป่ามักจะเดินหนีรังผึงหรือพื้นที่ที่มีผึ้งอาศัยอยู่ และผลพลอยได้ของราษฎรจากการทำรั้วรังผึ้งคือสามารถนำน้ำผึ้งไปจำหน่าย ซึ่งจะทำให้เกษตรกรมีรายได้ทั้งจากการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรและการจำหน่ายน้ำผึ้ง ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำผึ้งได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ่านมาแล้ว 1 ปีวันนี้ผลิตผลแห่งน้ำพระราชหฤทัยของได้ผลิดอกออกผลอย่างภาคภูมิใจ คนและช้างป่าใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล บนความพอเพียงอย่างยั่งยืน อันเป็นหัวใจหลักของโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ ที่มีความพยายามจะแก้ปัญหาที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากช้างป่า ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนแบบบูรณาการ เพื่อให้ชุมชนอยู่ร่วมกับช้างป่าได้อย่างสมดุล มีอาชีพที่พึ่งตนเองได้และปลอดภัยมากขึ้น ส่วนช้างป่าก็สามารรถกลับคืนสู่ป่าตามธรรมชาติได้ และมีแหล่งน้ำและอาหารที่เพียงพอ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80352</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป่ารอยต่อ5จังหวัด, ร.10, ร.9, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี, โครงการพัชรสุธาคนุชานุรักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201013/image_big_5f854da855e99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2020 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2020 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โดนจนได้! ป่ารอยต่อ ฟ้อง ส.ส.โรม หมิ่นประมาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค. 63 - นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลได้โพสต์หมายเรียกพร้อมข้อความโดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเรียก คดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จากการอภิปรายนอกสภา ไม่วางใจพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณและเครือข่ายป่ารอยต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่น้องประชาชนที่รักครับ ผมได้รับหมายเรียกจากสน.บางขุนนนท์ ลงวันที่ 12 มีนาคม 2563 ในข้อหาหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ซึ่งผู้กล่าวหาคือ พ.อ.ภิญโญ บุญทรงสันติกุล ซึ่งได้รับมอบอำนาจมาจากมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่าคงเป็นการฟ้องหมิ่นประมาทฯ สืบเนื่องจากกรณีที่ผมได้อภิปรายไม่ไว้วางใจพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่น้องครับ ผมทราบดีตั้งแต่ต้น ว่าการอภิปรายเรื่องนี้ ซึ่งจำเป็นต้องกล่าวถึงองค์กรและบุคคลต่างๆ ที่เชื่อมโยงถักทอเป็นโครงข่ายของอาณาจักรประวิตร มีความเสี่ยงที่ผมจะถูกฟ้องดำเนินคดี ไม่ว่าจะอภิปรายในหรือนอกสภาฯก็ตาม พี่ๆหลายท่านในอดีตพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล ก็ไต่ถามแสดงความห่วงใยอยู่หลายครั้ง ว่าเอาจริงๆเหรอ เสี่ยงนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่สิ่งที่ผมต้องการนำเสนอในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ คือการตั้งคำถามถึงการดำรงอยู่ของอาณาจักรประวิตร รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ต่อประเทศชาติและประชาชน ซึ่งแน่นอนว่าถ้าผมได้อภิปรายในสภาฯ และพลเอกประวิตรได้ตอบ ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และประเทศชาติมากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี มันเป็นเพียงอีกคดีหนึ่งเท่านั้นเองครับ ผมมีกำลังใจเต็มเปี่ยมในการต่อสู้คดีนี้ ซึ่งเป็นการดีที่ #ป่ารอยต่อ จะได้ถูกนำเสนอเป็นข้อมูลนำสืบในชั้นศาลอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากผมถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯ ซึ่งไม่มีความคุ้มกันของสมาชิกรัฐสภา ส่งผลให้ผมต้องเดินทางไปรายงานตัวตามหมายเรียก แต่เนื่องจากในวันที่ 23 มีนาคม 2563 ที่พนักงานสอบสวนนัดหมายมานั้น ผมมีหมายต้องไปศาลในคดีคนอยากเลือกตั้ง ไม่สามารถไปรายงานตัวในคดีนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงได้ประสานขอเลื่อนพนักงานสอบสวนออกไปก่อน ขอปรึกษาทนายความ และหาวันที่ว่างตรงกัน แล้วจะนัดหมายไปรายงานตัวอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำลังใจจากพี่น้องประชาชนถ้าจะมอบให้ผม ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ แต่ตอนนี้เรามีเรื่องใหญ่กว่าที่ต้องมอบกำลังใจให้แก่กันนั่นคือสถานการณ์ COVID-19 นะครับ ดังนั้นในวันที่ผมเลื่อนไปเพื่อรายงานตัว ถ้าสถานการณ์ COVID-19 ยังไม่ดีขึ้น ขอความกรุณาว่า พี่น้องไม่ต้องเดินทางไปที่สน.บางขุนนนท์ เพื่อลดการรวมตัวกัน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเป็นพื้นที่แพร่เชื้อ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60362</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป่ารอยต่อ5จังหวัด, รังสิมันต์, หมิ่นประมาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200306/image_big_5e620563abce9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57077</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2020 12:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2020 12:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประวิตร&#039; รูดซิปปากปมทหารเกษียณใช้บ้านหลวง โยน &#039;บิ๊กแดง&#039; แจงปฏิรูปกองทัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.63 - เมื่อเวลา 11.00 น.&amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.เตรียมปฏิรูปกองทัพว่า ต้องไปถามผบ.ทบ.เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า ในฐานะที่อดีตที่เคยเป็นผบ.ทบ.เรื่องสวัสดิการเชิงพาณิชย์นั้นเป็นอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวเพียงสั้นๆว่า ก็ทำมาตลอดในเรื่องของการปฏิรูปกองทัพ โดยเฉพาะในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ปฏิเสธตอบคำถามถึงนโยบายของพล.อ.อภิรัชต์ที่จะให้ทหารที่เกษียณอายุราชการออกจากบ้านหลวง ภายหลังกระแสโซเชียลถามถึงกรณีการใช้พื้นในมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57077</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารเกษียณ, บ้านหลวง, ป่ารอยต่อ5จังหวัด, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์, ใช้สวัสดิการเชิงพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200213/image_big_5e44d72922a9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2019 16:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2019 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พญาเสือ&#039; สนธิกำลังทหาร-ตำรวจจับคนเฝ้าบ้านซุกไม้พะยูง วืดตัวนายทุนบงการตัดไม้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.62-&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ที่ปรึกษาหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษ ผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติ และสัตว์ป่า (หน่วยเฉพาะกิจพญาเสือ) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ได้เร่งติดตามป้องกันและปราบปรามขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูงจากพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด (ฉะเชิงเทรา , สระแก้ว , จันทบุรี , ระยอง และชลบุรี) อย่างเฉียบขาด โดยเจ้าหน้าที่หน่วยฯพญาเสือ ได้ติดตั้งจีพีเอสติดตามขบวนการลักลอบตัดไม้พะยูงไปจากพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ท้องที่อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยลักลอบเคลื่อนย้ายไม้พะยูงจากพื้นที่ดังกล่าวมาตามเส้นทางสายรอง เพื่อหลีกเลี่ยงด่านตรวจ เจ้าหน้าที่หน่วยฯพญาเสือ จึงติดตามรถยนต์ของขบวนการดังกล่าวจนมาถึงบ้านเลขที่ 24 หมู่ที่ 6 บ้านโนนสว่าง ตำบลดงบัง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ จึงได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันวางแผนในการเข้าตรวจค้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการตรวจได้พบ น.ส.ศิริลักษณ์ ทองคำดี อายุ 22 ปี ผู้อาศัยและดูแลบ้านได้นำตรวจสอบบริเวณโดยรอบบ้าน พบไม้พะยูงกองอยู่หลังบ้าน รวมทั้งอุปกรณ์การกระทำผิดอื่นๆประกอบด้วย ไม้พะยูงท่อน จำนวน 40 ท่อน และไม้พะยูงแปรรูป จำนวน 36 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตรรวม 0.78 ลูกบาศก์เมตร และอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับรถยนต์ที่ใช้ในการขนไม้พะยูง ขบวนการค้าไม้ได้หลบหนีไปก่อนที่คณะเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้น แต่เจ้าหน้าที่หน่วยฯพญาเสือที่ติดตามมาตลอดทั้งคืนทราบว่า เป็นรถยนต์ยี่ห้อ TOYOTA ฟอร์จูนเนอร์ ทะเบียน กว 6777 ขอนแก่น ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อดูเส้นทางการหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ ได้สอบถาม น.ส.ศิริลักษณ์ ให้การปฏิเสธและอ้างว่า ไม่ทราบว่าไม้พะยูงทั้งหมดดังกล่าวเป็นของใคร เจ้าหน้าที่จึงจัดทำบันทึกตรวจยึดจับกุม พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เหล่าหลวง จ.บึงกาฬ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38479</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, ชุดเฉพาะกิจพญาเสือ, ปราบปรามแก๊งค้าไม้, ป่ารอยต่อ5จังหวัด, หน่วยพญาเสือ, แก๊งมอดไม้พะยูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190613/image_big_5d02184418d6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
