<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89227</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2021 20:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2021 20:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กรมป่าไม้&#039; ปักป้ายยึดที่ดิน &#039;แม่ธนาธร&#039; รุกป่าสงวนแม่น้ำภาชี 350 ไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้&amp;nbsp;ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) กรมที่ดิน สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) ผู้นำชุมชนหมู่ 14 ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ร่วมกันปักป้ายประกาศยึดที่ดินของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;nbsp;โดยที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี แปลงที่ 1 จำนวน 350 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยป้ายดังกล่าวระบุว่า พื้นที่ตรวจยึดบริเวณนี้ปรากฏการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 53 ฐาน &amp;quot;ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายบำ เข้ายึดถือและครอบครองป่าผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;quot;, พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14&amp;nbsp;&amp;quot;ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน&amp;nbsp;ก่อสร้าง แผ้วถางทำด้วยประการใด&amp;nbsp;ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนญาต&amp;quot;, ความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9&amp;nbsp;ฐาน &amp;quot;เข้าไปยึดถือครอบครอง ก่อสร้าง เผาป่า&amp;nbsp;ทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลายหรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดินในที่ดินของรัฐโดยไม่มีสิทธิครอบครอง หรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 97 ฐาน &amp;quot;กระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการทำลายหรือทำให้สูญหายหรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับที่ดิน 350 ไร่ตรวจยึดโดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;(บก.ปทส) ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 1&amp;nbsp;(ภาคกลาง) , ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์บำ (ศปก.พป.) และหน่วยป้องกันรักษาป่าที่&amp;nbsp;รบ.1&amp;nbsp;(จอมบึง) สังกัดศูนย์ป่าไม้ราชบุรี สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;(ราชบุรี) กรมป่าไม้ จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ปิดประกาศ ณ วันที่ 7&amp;nbsp;มกราคม พ.ศ.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพยานหลักฐานเชื่อได้ว่า นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มีเจตนาครอบครองที่ดิน นส 2 โดยการซื้อเปลี่ยนมือจากบุคคลอื่นแบบผิดกฎหมาย จำนวน 7 แปลง เนื้อที่ 350 ไร่ (ซึ่งแปลงที่ดินดังกล่าวเป็นเอกสาร นส.2 ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาซ้อนทับที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีการร้องเรียนของกลุ่มชาวบ้าน หมู่ 14 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ที่มีแผนงานจัดตั้งป่าชุมชนของหมู่บ้าน&amp;nbsp;และมีตัวแทนของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ออกมาร่วมตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย มีการยอมรับการครอบครองและแสดงเจตนามอบให้หมู่บ้านจัดตั้งป่าชุมชนของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นการแสดงเจตนาครอบครอง นส.2 แบบผิดกฎหมายของนางสมพรฯ )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89227</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป่าไม้, จังหวัดราชบุรี, ป่าสงวนแห่งชาติ, สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210108/image_big_5ff85a53d951c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86863</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 21:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 21:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บุกรวบขบวนการลักลอบตัดไม้ตะเคียนทองอายุ 100 ปีในป่าสะเมิง แฉผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ส่งขายวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ธ.ค.63 - พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฎิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. เปิดเผยว่า จากการสืบทราบว่า มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลลักลอบตัดไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ โดยใช้รถยนต์หลายคัน ขนย้ายออกจากป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง ลำเลียงไปเส้นทาง อ.แม่แตง จ. เชียงใหม่ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผอ.สปฟ.กรมป่าไม้ นำกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณริมน้ำบ้านลานคำ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ที่มีการลักลอบตัดไม้ตะเคียนใหญ่ อายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี กำลังเตรียมขนย้าย ออกจากพื้นที่ ไป อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ โดยทำเป็นขบวนการ และมีอิทธิพลไม่เกรงกลัวเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่ไปถึงบริเวณเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง ท้องที่บ้านทรายมูล หมู่ที่ 5 ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ตรวจสอบไม่พบไม้ที่ถูกตัด พบเพียงร่องรอยการทำไม้ และร่องรอยการขนย้ายไม้ จนท.พบชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงจึงสอบถาม ทราบว่ารถบรรทุกไม้จำนวน 6 คัน วิ่งไปตามเส้นทางสายสะเมิง-แม่ริม เมื่อทราบดังนั้นคณะเจ้าหน้าที่จึงออกติดตาม จนถึงพื้นที่หมู่ 1 ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พบรถบรรทุกจำนวน 6 คัน บรรทุกไม้ขนาดใหญ่ มีผ้าใบปกคลุมปิดบังสายตาไว้ จึงส่งสัญญาณให้หยุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบรถบรรทุกทั้ง 6 คัน พบไม้ตะเคียนทองเป็นท่อนขนาดใหญ่ยักษ์&amp;nbsp;ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามมีลักษณะใหม่ ไม่เคยผ่านการเป็นสิ่งปลูกสร้าง หรือไม่เคยผ่านการเป็นเครื่องมือ เครื่องใช้มาก่อน ไม่พบรูปรอยดวงตราของทางราชการใดๆ&amp;nbsp;ตีประทับไว้แต่อย่างใด จึงทำการตรวจยึดไม้ตะเคียนทอง ทั้งหมดจำนวน 7 ท่อน ปริมาตร 49.47 ลบ.ม. รัฐเสียหายเป็นเงิน&amp;nbsp;865,725. บาท พร้อมรถบรรทุก 6 ล้อ จำนวน 6 คัน ควบคุมตัวคนขับรถบรรทุกไม้ รวม 6คน ประกอบด้วย นายสมคิด ตาสุข อายุ 61 ปี นายนิวัฒน์&amp;nbsp;กาวิลา อายุ 36 ปี นายนิวาส จันทร์แดง อายุ 40 ปี นายวิเชียร&amp;nbsp;วิญญา อายุ 45 ปี นายอนันต์ เป็นใจ อายุ 46 ปี นายมงคล&amp;nbsp;เรือนเงิน อายุ 57 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ยักษ์ ชุดดังกล่าว ได้ถูกตัดโค่นไว้ก่อนแล้ว และกลุ่มขบวนการได้ร่วมกันใช้เครื่องจักรเข้ามาตัดทอนและลำเลียงออกจากป่า โดยทำเป็นกลุ่มขบวนการใหญ่มีนาย &amp;quot;ม&amp;quot;&amp;nbsp;เป็นผู้มีอิทธิพล มีประวัติการทำไม้ในพื้นที่มาตลอด โดยไม้ขนาดใหญ่ยักษ์นี้จะนำไปขายให้วัดแห่งหนึ่ง ใน อ.แม่แตง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะเจ้าหน้าที่ร่วมกันพิจารณาแล้วเห็นว่า พื้นที่ที่มีการทำไม้ ตัดฟันไม้ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่ป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และไม่มีเอกสารการครอบครองที่ดิน ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และการทำไม้ในที่สาธารณะประโยชน์ ตามที่มีการกล่าวอ้าง ในเอกสารที่มอบให้เจ้าหน้าที่นั้น การทำไม้ดังกล่าว ต้องกระทำตามระเบียบแนวปฏิบัติ เกี่ยวกับการทำไม้ของกรมป่าไม้ และการทำไม้ตามมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 ดังนั้นการกระทำลักษณะดังกล่าว ของบุคคลทั้ง 6 และผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นการกระทำความผิด ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. พ.ร.บ.ป่าไม้พ.ศ.2484 มาตรา 11 ฐาน&amp;ldquo;ร่วมกันทำไม้ หรือทำอันตรายด้วยประการใดๆ แก่ไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo;มาตรา 69 ฐาน &amp;ldquo;ร่วมกันมีไว้ในครอบครอง ซึ่งไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป โดยไม่มีรอยตราค่าภาคหลวง หรือรัฐบาลขาย ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่&amp;rdquo;, มาตรา 73 วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป่าไม้ ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ &amp;nbsp;ฉบับที่ 106/2557เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ฉบับที่ 7 พ.ศ.2525 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2557 (2)&amp;ldquo;ไม้อื่นเป็นต้นหรือเป็นท่อน อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่างรวมกัน เกินยี่สิบต้นหรือท่อนหรือรวมปริมาตรไม้เกินสี่ลูกบาศก์เมตร หรือไม้ที่ได้แปรรูปแล้ว รวมปริมาตรไม้เกินสองลูกบาศก์เมตร ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่หนึ่งปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่ห้าหมื่นบาทถึงสองล้านบาท&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2559 มาตรา 14 ประกอบมาตรา 31 ฐาน &amp;ldquo;ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ร่วมกันทำไม้ &amp;nbsp;หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสีย แก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่&amp;rdquo; มาตรา 26/4 ผู้กระทำ หรือละเว้นการกระทำ ด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นการทำลาย หรือ เป็นเหตุให้เกิดการทำลาย หรือทำให้สูญหาย หรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ผู้นั้น &amp;nbsp;มีหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย ตามมูลค่าทั้งหมด ของทรัพยากรธรรมชาติ ที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกัน จัดทำบันทึกจับกุม และตรวจยึด พร้อมตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 คน นำส่ง พนักงานสอบสวน.สภ.แม่ริม ดำเนินคดี และจะเร่งติดตามผู้ที่เกี่ยวข้อง ในการกระทำความผิด ทุกคนมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86863</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดเชียงใหม่, ป่าสงวนแห่งชาติ, ป่าสะเมิง, ลักลอบตัดไม้, ไม้ตะเคียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201214/image_big_5fd7730b84b8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79857</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดีเอสไอ&#039; สอบ &#039;ศรีพันวาภูเก็ต&#039; ไม่รุกป่าสงวน-เขตอุทยาน ลุยสืบที่มาเอกสารสิทธิก่อนตั้งคดีพิเศษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.63 - เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. นายไตรยฤทธิ์&amp;nbsp;เตมหิวงศ์&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ , พันตำรวจเอกอัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ , พันตำรวจตรีวรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ&amp;nbsp;พันตำรวจโทอมร&amp;nbsp;หงษ์ศรีทอง ผอ.กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;และพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่ดินของโรงแรมศรีพันวา จังหวัดภูเก็ต ตามที่มีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพื่อให้เกิดความชัดเจน และเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ได้รับเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบเอกสารสิทธิที่ดินโครงการศรีพันวาภูเก็ต ตั้งแต่ก่อนมีการออกน.ส.3ก.และอดีตเจ้าหน้าที่ผู้ออกเอกสารสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากพื้นที่เดิมเป็นพื้นที่ ภ.บ.ท.5 ในอดีตเคยมีชาวบ้านขอยื่นเรื่องออกเอกสารสิทธิที่ดินแต่ไม่ได้เนื่องจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่าอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจึงอยากให้ดีเอสไอเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไตรยฤทธิ์&amp;nbsp;เตมหิวงศ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ&amp;nbsp;กล่าวว่า การตรวจสอบพื้นที่โดยตรวจสอบบินโดรนหลายมิติให้เห็นภาพความเป็นมาของพื้นที่จากอดีตถึงปัจจุบันคงจะไม่ลงลึกรายละเอียดว่าซ้ายขวาเป็นอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;วันนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีมาก&amp;nbsp;คิดว่าจะดำเนินการตรวจสอบในหลายวงจร เพื่อให้ได้คำตอบสู่สาธารณชน&amp;nbsp;ที่สำคัญที่สุดคือ ดีเอสไอทำอย่างตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย&amp;nbsp;เรารวบรวมข้อมูลทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน ถึงจะดำเนินการตามภารกิจกรมสอบสวนคดีพิเศษ&amp;nbsp;ซึ่งการตรวจสอบอยู่ในขั้นตอนการสืบสวน&amp;nbsp;เรื่องนี้ยังไม่ตั้งเป็นคดีพิเศษ&amp;nbsp;ได้แสวงหาข้อเท็จจริงให้ได้มากที่สุด ส่วนความลาดชันเป็นประเด็นหนึ่งที่ให้ความสำคัญจะดูทุกเสต็ปทุกรายละเอียดซึ่งประเด็นความลาดชัน จะให้ความสำคัญเรื่องนี้มากขึ้น&amp;quot; นายไตรยฤทธิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า ที่ดินดังกล่าวไม่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและไม่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp;ต้องดูการออกเอกสารสิทธิ์ออกได้หรือไม่หรือการก่อสร้างอาคารเหล่านี้ ซึ่งที่ดินดังกล่าว เป็นนส.3ก.กับโฉนด โดยดีเอสไอจะใช้ตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลัง&amp;nbsp;ตั้งแต่อดีตมาในการครอบครองที่ดิน รวมทั้งเรื่องความลาดชันต้องให้กรมพัฒนาที่ดินวิเคราะห์ ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79857</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีเอสไอ, ป่าสงวนแห่งชาติ, อุทยานแห่งชาติ, โรงแรมศรีพันวา, ไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7ec49628a31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2019 09:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2019 09:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ศรี&#039;ยก7ข้อจวกมติครม.ผ่อนผันSCGทำเหมืองปูนในป่าสงวนทับกวาง-หมวกเหล็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค.62 - นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่อง &amp;ldquo;ถาม ครม.ดังๆ ว่าป่าสงวนแห่งชาติ สงวนไว้เพื่อใคร ?&amp;rdquo; ระบุว่า กรณีที่มีข้อถกเถียงและกล่าวหาการคัดค้านมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมาเกี่ยวกับการเห็นชอบการผ่อนผันให้บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) ใช้ประโยชน์ทำเหมืองปูนซีเมนต์ในพื้นที่ป่าสงวนทับกวาง-มวกเหล็กไปจนถึงปี 2579 นั้น มีความพยายามของหน่วยงานภาครัฐและผู้ได้ประทานบัตรที่จะสร้างภาพโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ นาๆ ว่า &amp;ldquo;รัฐไม่ได้ยกพื้นที่ป่าให้ทำเหมืองหิน แต่เป็นการต่ออายุตามประทานบัตรเดิม&amp;rdquo; เพียงแต่มาขอมติ ครม.เพื่อผ่อนผันให้ตามระเบียบเท่านั้น และกล่าวหาว่าผู้คัดค้านว่าดราม่านั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนมีคำถามที่ใคร่ขอถามกลับต่อข้อกล่าวหาว่าดราม่าเพื่อย้อนแย้งขอคำอธิบายในกรณีดังกล่าว ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1)ทำไมกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ในอดีตจึงมีการให้สัมปทานแปลงป่าสงวนดังกล่าวยาวนานจนถึงปี 2579 ครม.ไม่มีอำนาจยับยั้ง หรือแก้ไขประทานบัตรได้เลยหรือ เช่นนั้น ครม.ก็มีอำนาจเป็นเพียงตรายางใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)กรมป่าไม้รู้ดีว่าพื้นที่ป่าสงวนดังกล่าวนี้มีป่าต้นน้ำ มีสัตว์ป่า สัตว์ป่าคุ้มครองฯ และพืชหายาก เช่น หมี เลียงผา และมีสัตว์ชนิดเดียวในโลกในป่าแถบนี้ ไม่คิดคำนึงจะอนุรักษ์ไว้เพื่อลูกหลานในอนาคตบ้างเลยหรืออย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3)ครม. ในอดีต ไม่อนุญาตให้ใช้พื้นที่ป่าต้นน้ำ ชั้น 1 เอ แต่มา ครม.ยุคนี้กลับอนุญาตให้เอกชนรายใหญ่ทำได้ เช่นนี้คำว่าป่าสงวนแห่งชาติ สงวนไว้เพื่อใคร ? เพื่อคนทั้งชาติ หรือเพื่อกลุ่มทุน ? แต่เวลาคนยากคนจนไปเก็บหาของป่ามาประทังชีวิต กลับไล่จับเอาเข้าคุกเข้าตาราง หรือเก่งแต่เฉพาะคนยากคนจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4)กรมป่าไม้ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีหน้าที่รักษาป่า รักษาสัตว์ป่า รักษาสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพมิใช่หรือ แต่กรณีที่ทำหน้าที่ชงเรื่องให้อนุญาติกลุ่มทุนเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนได้ เสมือนเป็นหน่วยงานที่ทำลายป่าเสียเอง โดยยกให้เอกชนทำลาย ไม่ตระขิดตระขวงใจบ้างหรือ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5)ใบอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในป่าสงวนหมดมาตั้งแต่ปี 2554 ทำไมกรมป่าไม้ใน อดีตจึงไม่ให้ใช้พื้นที่ป่าต้นน้ำขั้น 1 เอ โดยไม่ต่ออายุให้ เพราะมีมติ ครม. ในอดีตห้ามใช้พื้นที่ป่าต้นน้ำไปใช้ประโยชน์ใช่หรือไม่ แต่ทำไมกรมป่าไม้ยุคนี้จึงกล้าที่จะอนุญาตมีอะไรมาเป็นแรงจูงใจหรือไม่ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6)กรมทรัพยากรธรณี อ้างว่าพื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพในการทำเหมืองนั้น ขอให้เปรียบเทียบหน่อยว่าศักยภาพของพื้นที่ในการเป็นป่าต้นน้ำชั้น 1 เอ กับศักยภาพในการทำเหมืองนั้น ใครยั่งยืนกว่ากัน และใครก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองมากกว่ากัน ยิ่งในขณะนี้ประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาภัยแล้ง ทำไมจึงคิดแต่จะยกพื้นที่ป่าลุ่มน้ำขั้น 1 เอ ไปให้เอกชนทำลายต่อ เงินค่าสัมปานเพียงเล็กน้อยมีค่ามากกว่าการรักษาลุ่มน้ำชั้น 1 เอ เชียวหรือ ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7)กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ทำไมจึงมาเร่งผ่อนผันตอนนี้ที่มีการเลือกตั้งในอดีตทำไมไม่ผ่อนผัน เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง คิดกันบ้างไหมว่าเป็นการใช้อำนาจการผ่อนผันที่ขัดต่อหน้าที่ตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นอกจากนี้ กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรฯมีหน้าที่เพิ่มพื้นที่ป่าให้เป็นไปตามเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนและแผนชาติ 20 ปี กรมและกระทรวงต้องร่วมรับผิดชอบตัวชี้วัดนี้ แต่กลับทำลายเสียเอง เช่นนี้จะไปบอกลูกหลานเยาวชนในอนาคตว่าอย่างไร ?
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ดังนี้แล้ว สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนขอเตือนว่าอย่ามาดราม่าหาข้อแก้ตัวกันเลย เพราะมติ ครม. ถ้าทำผิดหรือฝ่าฝืนกฎหมายเสียเอง อย่างไรเสียชาวบ้านและสมาคมฯก็จำต้องพึ่งศาลปกครองแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30868</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน), ป่าสงวนแห่งชาติ, ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190226/image_big_5c74aac34cba2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
