<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2018 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2018 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมการศาสนา ทบทวนแผนอุปถัมภ์คุ้มครองศาสนา พบปัญหาบิดเบือนคำสอน ขาดหน่วยงานกลางตรวจสอบ ชู 5 ยุทธศาสตร์ป้องกันบ่อนทำลายศาสนา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;19 มิ.ย.61-นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวเปิดการประชุมนโยบายการขับเคลื่อนแผนการอุปถัมภ์คุ้มครองศาสนาต่างๆ ภายใต้คำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 49/2559 &amp;nbsp; ว่า &amp;nbsp;ตามที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอให้มีการรับข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นจากหน่วยงานต่างๆ &amp;nbsp;มาใช้ในการขับเคลื่อนแผนการอุปถัมภ์คุ้มครองศาสนาเพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และให้มีการรายงานผลทุกๆ 3 เดือน ดังนั้น จึงต้องให้ทุกภาคส่วน คณะสงฆ์ และผู้แทนองค์การศาสนา เจ้าหน้าที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ผู้แทนหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องมาร่วมทบทวนและแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนแผนไปสู่เป้าหมายของทุกศาสนาที่มุ่งส่งเสริมให้คนไทยมีพฤติกรรมถูกต้องดีงาม มีคุณธรรม และส่งเสริมสังคมไทยมีความรัก สามัคคี และอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขร่มเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; การทำให้ศาสนามีความมั่นคงในสังคมไทยให้ได้ ผู้นำศาสนาต้องมีบทบาทและเสียสละ ให้มากขึ้น &amp;nbsp;ขณะที่ศาสนิกชนต้องมีส่วนในการขับเคลื่อนหลักคำสอน หากผู้นำศาสนาไม่เข้มแข็ง ไม่มีหลักปฏิบัติที่ดี ศาสนาจะล่มสลายได้ นอกจากนี้ &amp;nbsp; ในการดำเนินงานเผยแผ่ศาสนาสู่การปฏิบัติ &amp;nbsp;ทุกคนต้องมีบทบาทร่วมกัน ไม่ต้องเรียกร้องว่าจะได้งบประมาณหลายพันล้านเพื่อนำมาใช้งาน แต่ต้องพิจารณาว่า เมื่อศาสนิกมีทุกข์ ผู้นำ ศาสนาควรหาวิธีแนะหาทางให้พ้นทุกข์ ทั้งกายและใจ และต้องนำหลักคำสอนมาใช้ อย่างมีเหตุผล กับ สภาวะ และกาลเวลา &amp;quot;ปลัอวธ.กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;นายมานัส ทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า &amp;nbsp;จากการดำเนินงานขับเคลื่อนแผนดังกล่าวที่ผ่านมาพบปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการส่งเสริมศาสนาในประเทศ ได้แก่ การเผยแผ่หลักคำสอนทางศาสนาทำได้ในวงจำกัด &amp;nbsp;มีการบิดเบือนหลักคำสอนและข้อมูลเกี่ยวกับศาสนา สร้างความเข้าใจผิดต่อหลักคำสอน สร้างความหวาดระแวงซึ่งกันและกันระหว่างศาสนา ขาดหน่วยงานกลางในการตรวจสอบหลักคำสอน และการให้ความสำคัญกับงานศาสนาน้อยเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจและสังคมประชาชนไม่มีโอกาสเข้าวัดหรือร่วมกิจกรรม ณ ศาสนสถานต่างๆ นำมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับ &amp;nbsp;การรวมพลังจัดทำแผนงานเพื่อเป็นยุทธศาสตร์ในการอุปถัมภ์คุ้มครองศาสนาต่างๆ โดยแบ่งเป็น 5 แนวทาง ประกอบด้วย แนวทางการส่งเสริมด้านการศึกษา การเผยแผ่หลักธรรมที่ถูกต้อง แนวทางอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนา ป้องกันการบ่อนทำลายศาสนา &amp;nbsp;ส่งเสริมความเข้าใจอันดีและความร่วมมือระหว่างศาสนา และแนวทางสร้างการรับรู้และความเข้าใจในกิจการศาสนา เน้นการส่งเสริมให้คนไทยมีคุณธรรม ทำให้สังคมไทยมีความรักความสามัคคีผ่านความร่วมมือของผู้นำศาสนา และพลังศรัทธาของประชาชน การจัดเสวนาครั้งยังได้รับความร่วมมือจากกรมสรรพากรมาสร้างความรับรู้เกี่ยวกับกระบวนการบริจาคให้ศาสนสถานด้วยระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ และการเผยแผ่ศาสนาในยุคดิจิทัลที่มีส่วนสำคัญในการสร้างการรับรู้และการเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องหลักคำสอนที่ถูกต้องและลดความขัดแย้งทางศาสนาลงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11675</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการศาสนา, การบิดเบือนคำสอนศาสนา, ทบทวนการอุปถัมภ์ศาสนา, ป้องกันการบิดเบือนคำสอนศาสนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180619/image_big_5b28d31ae561f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
