<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2020 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2020 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งกมธ.ต้านรัฐประหารเปล่าประโยชน์!อดีตรองอธิการบดีมธ.แนะวิธีป้องกันที่ถูกต้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7ก.พ.63-รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Harirak Sutabutr มีเนื้อหาดังนี้
เห็นข่าวเรื่องที่พรรคอนาคตใหม่ยื่นญัตติต่อสภาผู้แทนราษฎรขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาหาวิธีป้องกันและต่อต้านการทำรัฐประหาร และเมื่อได้ฟังการอภิปรายบางช่วงของทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้านแล้ว มีความรู้สึกว่าหากตั้งกรรมาธิการชุดนี้ขึ้น เกรงว่าจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์เสียมากกว่า เพราะโจทย์ที่ตั้งผิดตั้งแต่แรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าของญัตติคือ อ.ปิยบุตร แสงกนกกุล อภิปรายเสมือนหนึ่งว่าประชาชนไม่เห็นว่าการทำรัฐประหารเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เห็นเป็นเรื่องปกติธรรมดา จึงต้องการสร้างความคิดใหม่ให้ประชาชน ข้าราชการ ทหาร ไม่ยอมรับและออกมาต่อต้านการทำรัฐประหาร ความเห็นแบบนี้เป็นการดูถูกประชาชนมากไปหรือไม่ ผมกลับเห็นด้วยกับคุณสาธิต วงศ์หนองเตย ที่อภิปรายว่า ในยุคนี้ การทำรัฐประหารจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากนักการเมืองไม่สร้างเงื่อนไขที่เป็นข้ออ้างให้มีการทำรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อว่าในยุคนี้ ไม่มีทหารหน้าไหนหรอกครับที่จะกล้าทำรัฐประหาร หากไม่มีเงื่อนไขที่สุกงอม ไม่มีใครกล้ายึดอำนาจจากรัฐบาลที่ที่ดี ปราศจากการทุจริต และเป็นที่ยอมรับของประชาชน ดังนั้นจะป้องกันหรือต่อต้านการทำรัฐประหาร จึงไม่ใช่การสร้างความคิดใหม่ให้กับประชาชน แต่ต้องสร้างความคิดใหม่ให้กับนักการเมืองต่างหาก หากมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้น นอกจากจะเป็นที่น่าเสียดายงบประมาณแผ่นดินแล้ว คณะกรรมาธิการชุดนี้อาจถูกพรรคการเมืองที่มีความแค้นเคืองทหารใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเอาคืนอีกด้วยก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายอยากให้ลองไปฟังการอภิปรายของคุณรังสิมันต์ โรม ที่อภิปรายโดยยกตัวอย่างกรณีประเทศเสปน และลองตั้งตำถามว่าคุณรังสิมันต์ใช้กรณีประเทศเสปนเป็นตัวอย่างในการต่อต้านรัฐประหาร ในปีค.ศ. 1981 ว่าต้องการสร้างนัยหรือ implication อะไรหรือไม่ น่าคิดนะครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56521</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ต้านรัฐประหาร, ปิยบุตร แสงกนกกุล, ป้องกันการยึดอำนาจ, หริรักษ์ สูตระบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf0e0c404ca9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 21:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงวิธีป้องกันยึดอำนาจ ห้ามรับเป็นรัฏฐาธิปัตย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; เลกเชอร์กลางสภา ผุดวิธีป้องกันการยึดอำนาจ ต้องปฏิรูปกองทัพ เขียนล็อกในรัฐธรรมนูญห้ามตุลาการยอมรับรัฐประหารเป็นรัฐฏาธิปัตย์ ให้ประชาชนต่อต้านได้ทุกรูปแบบ และให้ประเทศเพื่อนบ้านช่วยกดดัน ส่วน &amp;quot;ช่อ&amp;quot; ชัดเจน ด่ารัฐบาลมีปมด้อย ลั่นเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่รัฐประหารปี 49 ไทยสูญเปล่าไปกับการไล่ล่าล้างแค้นทางการเมืองคนเดียว ส่วน &amp;quot;โรม&amp;quot; อยากเห็น &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ถูกประหารชีวิต ซัดตุลาการคอยรับใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.40 น. มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาญัตติเรื่อง ขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาเพื่อหาแนวทางป้องกันการรัฐประหาร ซึ่งนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ พร้อมคณะ เป็นผู้เสนอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรอภิปรายเปิดญัตติว่า ประเทศไทยเจอรัฐประหารหลายครั้ง โดยมักมีข้ออ้างที่วนเวียนอยู่ไม่กี่ข้อ อาทิ มีบุคคลบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ เกิดภัยคอมมิวนิสต์ รัฐบาลทุจริตคอร์รัปชัน เป็นต้น ซึ่งเมื่อยึดอำนาจได้สำเร็จก็จะฉีกรัฐธรรมนูญ ปกครองโดยไม่มีรัฐธรรมนูญ และสักพักก็มีรัฐธรรมนูญชั่วคราว &amp;nbsp;และรัฐธรรมนูญฉบับถาวรมาตามลำดับ เมื่อดูวัฏจักรแล้ว ตั้งแต่เราเปลี่ยนแปลงการปกครอง จนถึงขณะนี้ 88 ปี คนไทยมีชีวิตอยู่กับรัฐธรรมนูญชั่วคราวมากกว่ารัฐธรรมนูญฉบับถาวร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนใช้ชีวิตเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ เป็นยาสามัญประจำบ้าน มีวิกฤติเมื่อใดก็เรียกรัฐประหารออกมา ทั้งที่เรื่องนี้เป็นวงจรอุบาทว์ และนี่คืออาการอยู่ด้วยความคุ้นชินโดยไม่รู้ตัว เป็นมายาคติและทำให้รัฐประหารเป็นเรื่องปกติ เกิดขึ้นอีกครั้งคงไม่เป็นไร ทั้งที่รัฐประหารเป็นการตัดตอนพัฒนาการประชาธิปไตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรยกตัวอย่างสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เรารับทุนจำนวนมากจากสหรัฐเพื่อต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ แต่เราก็ได้สร้างความเหลื่อมล้ำมาจนถึงทุกวันนี้ อีกทั้งทำให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่ได้รับประโยชน์ ยังไม่นับการออกกฎยกเว้นให้กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่นี้ เช่นเดียวกันกับข้ออ้างที่ว่ารัฐประหารเข้ามาเพื่อปราบคอร์รัปชัน ปราบโกง แต่ในที่สุดเมื่อจากไปมีปัญหาทุจริตเสมอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อเถอะว่าเมื่อเวลาผ่านไป และมองย้อนมา การยึดอำนาจไม่ใช่วิธีการปราบโกง แต่เป็นการเปิดทางให้ทหารเข้ามามีประโยชน์ ที่ว่าปราบโกง จะปราบไม่สำเร็จ และได้คอร์รัปชันรูปแบบใหม่ และเราไม่สามารถตรวจสอบได้ อีกทั้งยังสร้างความแตกแยกร้าวลึก เพราะรัฐประหารทำให้เกิดผู้ลี้ภัย เกิดความแตกแยก เราอาจบอกว่านี่คือความสงบ แต่ความจริงคือการซุกปัญหาไว้ใต้พรม โดยใช้กำลังเข้าปราบปรามสิทธิเสรีภาพ ไม่เปิดพื้นที่ทางการเมืองใหม่ นี่คือหนังม้วนเดิมที่วนอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในไทย&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่กล่าวว่า จากการศึกษาวิธีป้องกันการรัฐประหารพบว่า เราต้องปฏิรูปกองทัพให้สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย รัฐบาลพลเรือนต้องอยู่เหนือทหาร ไม่ใช่ให้ทหารขี่คอรัฐบาลพลเรือน วันไหนทำอะไรที่ไม่ถูกใจกองทัพ กองทัพก็ขู่ ตบท้าย ส่งจดหมายน้อย หากไม่ยอมทำตามก็รัฐประหารยึดอำนาจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เราอาจมีมาตรการทางรัฐธรรมนูญและกฎหมายระดับพระราชบัญญติ โดยบัญญัติในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาขึ้นใหม่ เป็นมาตรา 113/1 กำหนดให้ประชาชนคนไทยเป็นผู้เสียหายโดยตรงจากรัฐประหาร เพราะที่ผ่านมาเคยมีนักการเมืองไปร้องเอาผิดกับผู้ปฏิวัติรัฐประหาร แต่ศาลไม่รับฟ้อง เพราะเห็นว่าไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง&amp;nbsp;
ห้ามตุลาการยอมรับรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรยังเสนอให้กำหนดในรัฐธรรมนูญ ห้ามให้ตุลาการยอมรับการรัฐประหารเป็นรัฐฏาธิปัตย์ และให้ประชาชนต่อต้านการรัฐประหารทุกรูปแบบได้ ต้องเขียนล็อกไว้แบบนี้ อย่างไรก็ตาม อาจมีคนบอกว่าเขียนไว้เท่าไหร่ คณะรัฐประหารตามไปฉีกมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งตนอยากบอกว่าอย่างน้อยที่สุดเมื่อเข้าสู่ภาวะปกติ เรายังมีตัวบทกฎหมายรับรองอยู่ และค่อยหาวิธีการคนยึดอำนาจก็ยังไม่สาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ยังอภิปรายว่า มาตรการกดดันระหว่างประเทศก็เป็นอีกทางหนึ่ง อย่างเช่นประเทศในทวีปแอฟริกาที่มีการรัฐประหารบ่อยครั้ง แต่พักหลังทำไม่สำเร็จ เพราะมีการตกลงกันว่าหากประเทศใดรัฐประหาร เพื่อนประเทศต่างๆ จะร่วมกันบอยคอต ไม่คบค้าด้วย รวมถึงกลไกศาลอาญาระหว่างประเทศ ที่หลายประเทศรับรองอำนาจของศาลนี้ไว้ หากปราบปรามประชาชน หรือแม้แต่ออกกฎหมายนิรโทษกรรมตัวเองก็ไม่พ้นมือของศาลนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มาตรการที่เสนอมา ไม่มีอะไรที่เป็นยาที่สำคัญที่สุดเท่ากับการสร้างความคิดแบบใหม่ จิตสำนึกให้กับประชาชน นักการเมือง ส.ส. ข้าราชการ สื่อ และทุกภาคส่วน ให้พร้อมใจกันต่อต้านรัฐประหาร ซึ่งเชื่อว่าคณะรัฐประหารทำไม่สำเร็จ ต้องขจัดมายาคติ ความเชื่อให้ได้ว่ารัฐประหารคือยาวิเศษ และเป็นเรื่องปกติในสังคม เราต้องคิดให้ได้ว่าเรื่องนี้มันผิด และต้องออกไปต่อต้าน ถ้าไม่คิดว่าสู้เพื่อตัวเอง ก็ต้องคิดว่าสู้เพื่อลูกหลานและประเทศไทย&amp;quot; นายปิยบุตรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายว่า การรัฐประหารเหมือนไวรัสเอชไอวี ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายบกพร่องทั้งระบบ อาการป่วยไข้ที่เกิดจากไวรัสรัฐประหารที่ยังไม่มีคนพูดถึงมากนัก คือจุดยืนที่ตกต่ำลงเรื่อยๆ ของไทยในเวทีโลก ที่เกิดจากวงจรอุบาทว์ในการรัฐประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดิชั้นเกิดในยุคที่ประเทศไทยมีศักดิ์ศรีในเวทีโลก ในยุคที่ประเทศไทยเป็นประทีปแห่งความหวังของภูมิภาค แต่เมื่อเกิดรัฐประหารในปี 2549 การต่างประเทศของไทยที่รุ่งเรือง บทบาทของไทยที่เคยเป็นผู้นำของภูมิภาคก็ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ การต่างประเทศของไทยแทนที่จะใช้นโยบายทางการทูตเจรจาต่อรองกับต่างประเทศ เพื่อปกป้องและส่งเสริมผลประโยชน์ของคนไทย กลับกลายเป็นเครื่องมือไล่ล่าทางการเมือง ไล่ล่านักการเมืองเพียงคนเดียว เอาผลประโยชน์ของประเทศไปเจรจาต่อรองไม่ว่าเวทีไหน ทูตไทยมีหน้าที่เจรจาต่อรอง หรือทำอย่างไรก็ได้ เพื่อเอาตัวนักการเมืองคนนั้นมาลงโทษในประเทศไทย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอกล่าวว่า ความสูญเปล่าทางนโยบายต่างประเทศเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายปี จากนั้นรัฐประหารปี 2557 ครั้งนี้หนักกว่าเก่า เพราะทุกครั้งที่รัฐประหารเกิดขึ้น โลกก้าวไปข้างหน้า รัฐประหารเป็นสิ่งน่ารังเกียจในประชาคมโลก และรัฐประหารปี 2547 มีภารกิจอยู่ยาว จึงมีภารกิจตามมาว่า จะแก้ตัวอย่างไรในเวทีโลก 5 ปี ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 2 ปีแรก ทูตไทยเสียเวลากับการแก้ตัวว่าเหตุใดต้องรัฐประหาร อีก 3 ปีต้องแก้ตัวว่าทำไมต้องเลื่อนเลือกตั้ง เพราะไปที่ไหนก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะเป็นประเทศที่เป็นรัฐบาลทหารไม่เป็นที่ยอมรับในเวทีโลก&amp;nbsp;
อยากเห็น&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;ถูกประหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่รัฐประหาร 2549 จน ปัจจุบัน การระหว่างประเทศของไทยสูญเปล่าครึ่งหนึ่งไปกับการไล่ล่าล้างแค้นทางการเมือง อีกครึ่งหนึ่งตกอยู่กับการแก้ตัวว่ารัฐประหารทำไม และเมื่อไหร่จะเลือกตั้ง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า เมื่อรัฐประหารเรื่อยๆ เกียรติภูมิประเทศตกต่ำลงเรื่อยๆ ท่านก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบหงอ คือกลัวเพื่อนไม่คบ ทำอะไรก็ได้เพื่อให้ตัวเองได้รับการคบหาสมาคม ยอมเจรจาแบบเสียเปรียบ นอกจากเสียศักดิ์ศรี ยังเสียศักยภาพในการต่อรองเจรจาระหว่างประเทศ พอท่านหงอไม่มีศักยภาพในการเจรจาต่อรอง เพราะเป็นรัฐบาลมีปมด้อย เป็นรัฐบาลเผด็จการ ท่านจะไปขอให้ประเทศต้นน้ำแม่น้ำโขงเปิดเขื่อนก็ไม่กล้า เกรงใจ เพราะพึ่งใบบุญเขาอยู่ ท่านจะขอเอาคนไทยกลับจากอู่ฮั่น ก็เกรงใจว่าจะกระทบความสัมพันธ์ สุดท้ายหงอไปหมด ประนีประนอมผลประโยชน์ของคนไทย กับการได้รับการยอมรับของรัฐบาลที่ไม่มีความชอบธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายว่า สิ่งที่เราจะต้องเห็นในการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 คือการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องขึ้นศาล และอาจจะมีคำพิพากษาประหารชีวิต วันนี้ท่านจะไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่เป็นน.ช.ประยุทธ์ แต่เครื่องมือกฎหมายที่เราใช้อยู่มีปัญหา ไม่สามารถใช้บังคับได้จริง ส่วนหนึ่งองค์กรตุลาการ องค์กรศาล ได้มีคำพิพากษารองรับมาตลอด ว่าคณะรัฐประหารที่ยึดอำนาจแล้วนั้น ย่อมมีอำนาจในการปกครอง และออกกฎหมายบังคับใช้ต่อประชาชน สาเหตุที่เป็นแบบนี้ เพราะองค์การตุลาการไปยอมรับทำให้คณะรัฐประหารเป็นผู้มีอำนาจอธิปไตย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การรับรองสถานะของคณะรัฐประหารขององค์กรตุลาการไทยยังเหมือนเดิม แสดงให้เห็นว่าลำพังคณะรัฐประหารกลุ่มเดียว ย่อมไม่สามารถสถาปนาสร้างอาณาจักรคณะรัฐประหารได้เพียงลำพัง จำเป็นต้องมีองค์กรตุลาการมาคอยรับใช้ และรับรองด้วย องค์กรตุลาการที่มีหน้าที่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งอำนาจอธิปไตยของประชาชน กลับไม่ยอมทำหน้าที่นี้ แล้วไปอุดปากประชาชนว่าคณะรัฐประหารเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด ผมถามว่ากล้าดีอย่างไรที่จะบอกว่าประชาชนไม่มีอำนาจอธิปไตย นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น คณะรัฐประหารเพียงอย่างเดียวคงไม่สามารถสร้างอาณาจักรรัฐประหารได้&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า จะพูดถึงศาลเพียงอย่างเดียวคงไม่เป็นธรรม เราต้องพูดถึงสภาผู้แทนราษฎรด้วย เรามาจากการเลือกตั้ง ประชาชนหวังเป็นปากเป็นเสียงให้เขา แต่กลับปล่อยให้การรัฐประหารเกิดขึ้น ปล่อยให้ทหารสั่งพวกเราเหมือนเป็นพลทหารได้อย่างไร คิดว่าวันนี้เป็นโอกาสดี ประเทศนี้จะปลอดรัฐประหารจะไม่มีการปฏิวัติอีกต่อไป เพราะวันนี้อำนาจอยู่ในมือของพวกเราทุกคนที่จะทำให้วันนี้ถูกต้องหรือผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากสมาชิกให้ความสนใจร่วมอภิปรายแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวางในการพิจารณาญัตติการตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารเกิดขึ้นอีกในอนาคต จากการเสนอของนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ โดยมีทั้งสนับสนุนและคัดค้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนเมื่อเวลา 17.35 น. นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้เห็นว่ายังมีสมาชิกอภิปรายอีกหลายคน จึงขอเลื่อนไปพิจารณาต่อสัปดาห์หน้า พร้อมสั่งปิดประชุมทันที.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56514</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวน หลีกภัย, ปฏิรูปกองทัพ, ปิยบุตร แสงกนกกุล, ป้องกันการยึดอำนาจ, รัฐธรรมนูญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200206/image_big_5e3c1b8532825.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
