<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2021 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA แจ้งงดให้บริการชั่วคราว ทุกที่ทำการ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด COVID-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA แจ้งงดให้บริการชั่วคราวทุกที่ทำการการไฟฟ้านครหลวงเขต และสาขาย่อย รวมถึงศูนย์บริการทุกแห่ง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด COVID-19&amp;nbsp; ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป โดยจะเปิดทำการและให้บริการตามปกติ ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 ทั้งนี้&amp;nbsp; สำหรับการให้บริการแก้ไขไฟฟ้าขัดข้อง ทุกเขตยังดำเนินการ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยหากมีการปรับเปลี่ยนการให้บริการตามสถานการณ์ MEA จะประชาสัมพันธ์ให้ทราบต่อไป จึงขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารใกล้ชิด และขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส COVID-19 ในปัจจุบัน รวมถึงเพื่อความปลอดภัยของประชาชน MEA ขอแนะนำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าใช้บริการช่องทางออนไลน์ สะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทาง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงช่องทาง e-Payment โดยหักผ่านบัตรเครดิต Mastercard เช่น MEA Smart Life Application สามารถใช้งานได้ทั้ง App Store และ Google Play ดาวน์โหลดฟรี ที่ https://onelink.to/measmartlife&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- MEA e-Bill สมัครรับเอกสารออนไลน์แทนกระดาษผ่าน SMS หรือ Email สะดวกเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย รับใบแจ้งยอดค่าไฟฟ้า e-Invoice ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี e-Receipt/e-Tax Invoice และหนังสือเตือนให้ชำระค่าไฟฟ้า e-Notification คลิกสมัครที่ https://ebill.mea.or.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- Line : MEA Connect เพื่อให้ประชาชนสมัครลงทะเบียนใช้บริการได้สะดวกสบาย ง่ายยิ่งขึ้น สามารถเพิ่มเป็นเพื่อน ได้ที่ https://lin.ee/gX2zNRl&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถเข้าไปเลือกใช้ทุกบริการออนไลน์ สะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องเดินทาง ตลอด 24 ชั่วโมง ได้ที่ https://www.mea.or.th/eservice/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MEA พร้อมยึดหลักมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัดของ ศบค. เพื่อช่วยลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) สำหรับการดูแลความมั่นคงระบบไฟฟ้าในพื้นที่ให้บริการ นั้น MEA มีความพร้อมโดยจะเพิ่มการดูแลงานฉุกเฉิน โรงพยาบาล สถานที่สำคัญ อีกทั้งจัดให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลระบบไฟฟ้าและให้บริการแก้ไขไฟฟ้าขัดข้อง ตลอด 24 ชั่วโมง ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถติดต่อสอบถามรวมถึงแจ้งเหตุได้ที่ MEA Smart Life Application หรือช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA, Line : MEA Connect, Twitter: @mea_news, และศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Energy for city life, Energize smart living&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109236</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;IMC สื่อสากล&quot; มอบนิตยสารให้ผู้ป่วย “COVID-19”, COVID-19, e-Payment, Energize smart living, Energy for city life, MEA, MEA Smart Life Application, การไฟฟ้านครหลวง, งดให้บริการชั่วคราว, ป้องกันการแพร่ระบาด, พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, ใช้บริการช่องทางออนไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e938370811a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 20:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 20:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทันสถานการณ์! เลขาธิการ คปภ. ออกคำสั่งให้ประกันภัยการแพ้วัคซีนโควิด-19 คุ้มครองไปถึงกรณีฉีดวัคซีนโควิด ณ จุดบริการนอกโรงพยาบาลฯ ด้วย เพื่อให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองด้านประกันภัยเต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันยังส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง การฉีดวัคซีนโควิด-19 จึงมีความจำเป็นอย่างมากในการป้องกันการแพร่ระบาด และลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการติดเชื้อ ซึ่งภาครัฐได้กำหนดแผนการเร่งฉีดวัคซีนตามแนวทางการขยายหน่วยบริการ โดยสนับสนุนให้องค์กร หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดบริการฉีดวัคซีน ณ จุดบริการนอกโรงพยาบาล/สถานพยาบาลเวชกรรม เช่น จุดบริการในห้างสรรพสินค้า หรือมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและการเข้าถึงวัคซีนของประชาชน รวมทั้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการฉีดวัคซีนให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และทั่วถึง ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ส่งเสริมให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยการแพ้วัคซีนโควิด-19 เพื่อเป็นเครื่องมือการบริหารความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนที่เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยการประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19 จะให้ความคุ้มครอง หากผู้เอาประกันภัยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่ามีอาการแพ้หรือผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp; ซึ่งในปัจจุบันมีผลประโยชน์ความคุ้มครองหลายรูปแบบให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อได้ อาทิ เช่น ผลประโยชน์การเกิดเจ็บป่วยระยะสุดท้าย และ/หรือภาวะโคม่า และ/หรือภาวะสมองตายและระบบประสาทล้มเหลว ผลประโยชน์การรักษาพยาบาลในฐานะผู้ป่วยใน และผลประโยชน์เงินชดเชยรายวันจากการเป็นผู้ป่วยใน เป็นต้น โดยบริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขผลประโยชน์ที่ระบุไว้ และโดยปกติจะเป็นการฉีดวัคซีนในโรงพยาบาลทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อรองรับนโยบายของภาครัฐและสนับสนุนแผนดำเนินการของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ในการเร่งสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยง รวมทั้งเพื่อให้ผู้เอาประกันภัยที่ซื้อความคุ้มครองผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ยังคงได้รับความคุ้มครองเช่นเดิมตามเงื่อนไขทั่วไปของกรมธรรม์ประกันภัย ดังนั้น ตนในฐานะนายทะเบียนจึงได้ออกคำสั่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายทะเบียนที่ 26/2564 เรื่อง การให้ความคุ้มครองกรณีได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามกรมธรรม์ประกันภัยหรือสัญญาเพิ่มเติม สําหรับบริษัทประกันชีวิต และคำสั่งนายทะเบียนที่ 27/2564 เรื่อง การให้ความคุ้มครองกรณีได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามกรมธรรม์ประกันภัยหรือเอกสารแนบท้าย สําหรับบริษัทประกันวินาศภัย ซึ่งคำสั่งนายทะเบียนทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว กำหนดให้บริษัทประกันภัยให้ความคุ้มครองผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่กระทำการโดยแพทย์ พยาบาล หรือบุคลากรที่ได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย ไม่ว่าจะดําเนินการ ณ สถานที่ใดก็ตาม ผู้เอาประกันภัยจะยังได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย เช่นเดียวกับการฉีดวัคซีนในโรงพยาบาลทั่วไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูล ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2564 มีบริษัทประกันภัยได้รับความเห็นชอบกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 จำนวน 25 บริษัท และมี 10 บริษัทที่จำหน่ายแก่บุคคลทั่วไปแล้ว โดยข้อมูลตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน - 15 พฤษภาคม 2564 มียอดซื้อประกันภัยรวมทั้งสิ้น 800,269 ฉบับ เบี้ยประกันภัย 96,931,810 บาท และมียอดการจ่ายค่าสินไหมทดแทน 105,190 บาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงขยายวงกว้าง และเกิดคลัสเตอร์ใหม่ ๆ ในหลายพื้นที่ รวมถึงมีการติดเชื้อโควิด-19 ที่เป็นสายพันธุ์ใหม่ๆ ด้วย ดังนั้น ทุกคนต้องระมัดระวังและช่วยกันป้องกันการแพร่ระบาด อีกทั้งเตรียมความพร้อมในการเข้ารับฉีดวัคซีน ในขณะเดียวกันเมื่อได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ระบบประกันภัยก็พร้อมเข้าไปช่วยเยียวยาได้อย่างเต็มที่ในทุกมิติ จึงหวังว่าการออกคำสั่งนายทะเบียนทั้งสองฉบับนี้จะช่วยลดข้อโต้แย้ง และเป็นการดูแลประชาชนผู้ทำประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19 มีความมั่นใจยิ่งขึ้นว่า เมื่อเกิดอาการไม่พึ่งประสงค์จากการแพ้วัคซีนที่มีการฉีดในสถานที่ใด ๆ ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ก็จะได้รับความคุ้มครองจากสัญญาประกันภัยที่ทำไว้ทุกประการ โดยสำนักงาน คปภ. พร้อมที่จะดูแลด้านการประกันภัยอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ Add Line Official @oicconnect&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104033</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย, คปภ., ฉีดวัคซีนโควิด-19, ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ, ประกันภัย, ป้องกันการแพร่ระบาด, ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน, ผลิตภัณฑ์ประกันภัยการแพ้วัคซีนโควิด-19, เลขาธิการ, แพ้วัคซีนโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60abacafd978f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ต่อพรก.ฉุกเฉิน45วัน เร่งหาต้นตอติดเชื้อที่ตาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.เห็นชอบต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 อีก 45 วัน ยาวไปถึง 15 ม.ค.64&amp;nbsp; &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; แจงงบ 6 พันล้านบาทผลิตวัคซีนในไทยสูงกว่า ตปท. เหตุรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด &amp;quot;ศบค.&amp;quot; เผยยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 7 ราย &amp;quot;ตาก&amp;quot; คุมเข้มชายแดนเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 พ.ย. นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบขยายเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีก 1 เดือน&amp;nbsp; ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.63 - 15 ม.ค.64 ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา&amp;nbsp; 2019 (ศบค.) เสนอให้มีการต่ออายุประกาศตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นครั้งที่ 8 เป็นเวลา 45 วัน เพื่อควบคุมโรคและการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ชี้แจงกรณีการคำนวณค่าผลิตวัคซีนของไทยที่สูงเมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศว่า มีค่าดำเนินการของกรมควบคุมโรค ค่าหลอด ค่าไซรินจ์ ค่าเข็มฉีดยา&amp;nbsp; ค่านำวัคซีนไปฉีด เพราะเวลาวัคซีนมาถึงเมืองไทยมาเป็นขวด จึงต้องมีค่าดำเนินการมากมาย สรุปว่าเงินงบประมาณจำนวนกว่า 6 พันล้านบาทนั้นครอบคลุมไปหมดแล้ว ไม่ใช่แค่ค่าของอย่างเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เวลานี้เข้าใจว่ามีหลายสถาบันก็ทำวัคซีนประเภท&amp;nbsp; mRNA อยู่ รวมไปถึงวัคซีนที่สถาบันของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเขาได้วิจัยอยู่ แต่ที่เราได้จัดหาไปแล้วก็คือวัคซีนของบริษัท แอสตราเซเนกา&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าทีมงานบริษัทไฟเซอร์จะมาพบนายกรัฐมนตรี จะเข้าหารือด้วยหรือไม่ในประเด็นเรื่องการจัดหาวัคซีน&amp;nbsp; นายอนุทินกล่าวว่า นายกฯ ได้เรียกเข้าไปพบเหมือนกัน&amp;nbsp; แต่ตอนนี้ต้องขอชี้แจงก่อนว่า ณ เวลานี้เราได้มีข้อตกลงร่วมกันกับบริษัท แอสตราเซเนกา และมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดในการร่วมลงทุนและพัฒนา ซึ่งสิ่งที่เราได้จากการร่วมลงทุนจัดหาและพัฒนาก็คือ ราคาอยู่บนหลักการ&amp;nbsp; No Profit No Loss Principle หรือเป็นหลักการการไม่แสวงหาผลกำไร โดยเขาจะขายในราคาต้นทุน ในราคาต่ำ&amp;nbsp; โดยอยู่ที่ราคาประมาณ 5 ดอลลาร์สหรัฐฯ (151 บาท) ต่อหลอด ถ้าเทียบกับวัคซีนจากบริษัทอื่นๆ อาทิ จากไฟเซอร์ หรือจากบริษัท ซิโนแวก (SinoVac) ก็ปรากฏว่ายังมีราคาที่สูงอยู่ ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าที่ราคาสูงเพราะเราไม่ได้ไปร่วมอะไรกับเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้าหากเราสามารถครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงได้แล้ว เราก็ไม่จำเป็นจะต้องไปจองจากที่อื่น และก็ในเรื่องวัคซีน&amp;nbsp; mRNA เราก็ยังสนับสนุนอยู่ ทั้งการทำงานของคณะแพทยศาสตร์จุฬาฯ เขาก็ยังดำเนินการอยู่ ซึ่งเราก็ยังคงจะมีช่องทางในการจัดหาวัคซีนตรงนี้ด้วย&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศประจำวันว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 7 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกัน โดยมาจากเยอรมนี 1 ราย เลบานอน 1 ราย เดนมาร์ก 1 ราย สหรัฐอเมริกา 1 ราย สหราชอาณาจักร 1 ราย สาธารณรัฐคอซอวอ 1 ราย และกาตาร์ 1 ราย สำหรับจำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศล่าสุดอยู่ที่ 3,920 ราย เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 2,454 ราย และผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 1,466 ราย ส่วนผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่มอีก 5&amp;nbsp; ราย รวมเป็น 3,766 ราย ยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 94 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 60 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค&amp;nbsp; กล่าวถึงการเข้มงวดมาตรการเฝ้าระวังในพื้นที่แนวชายแดนทั้งในเขต 10 จังหวัดที่ติดกับประเทศเมียนมา และพื้นที่ชายแดนประเทศมาเลเซียว่า สธ.ได้สุ่มตรวจหาเชื้อเชิงรุกตามพื้นที่แนวชายแดนอยู่เป็นระยะ ทำให้สามารถตรวจพบและดักจับผู้ติดเชื้อที่เดินทางข้ามแดนเข้ามาได้อย่างทันท่วงที และส่งผู้ติดเชื้อกลับประเทศต้นทางหรือเข้าสู่ระบบการรักษาป้องกันการนำเชื้อมาแพร่สู่คนในชุมชน&amp;nbsp; นับเป็นมาตรการสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยสามารถควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนยังคงสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และเว้นระยะห่างอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยจากโควิด-19 และโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ&amp;quot; ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไปกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาการอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงการสอบสวนโรคในผู้ป่วยโควิด-19&amp;nbsp; เป็นแรงงานชายและนักเรียนหญิงชาวเมียนมาที่จังหวัดตากว่า ผลสอบสวนโรคกรณีแรงงานชาวเมียนมาทราบว่าเข้ามาอยู่ในประเทศไทยนานแล้ว จึงคาดว่าน่าจะเป็นการติดเชื้อภายในประเทศ แต่อาจเป็นการติดแนวชายแดนหรือติดจากเพื่อนชาวเมียนมาก็ได้ ซึ่งต้องรอผลการตรวจยืนยันอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในศูนย์อพยพที่อยู่ค่อนข้างรัดกุมพอสมควร ขณะนี้ได้มีการประสานกระทรวงมหาดไทย องค์กรนานาชาติ ให้ร่วมดูแลพื้นที่ดังกล่าวอย่างเข้มงวดแล้ว&amp;quot; นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รักษาการอธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวว่า สำหรับการสอบสวนโรคนักเรียนหญิงชาวเมียนมา มีความชัดเจนว่าน่าจะเป็นการติดเชื้อมาจากฝั่งเมียนมา เพราะว่าเป็นลูกครึ่งไทย-เมียนมา และมีประวัติเดินทางไปเมียนมามาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ตาก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ลี้ภัยจากการสู้รบพื้นที่พักพิงบ้านอุ้มเปี้ยม ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก จำนวนกว่า 7,000 คน ต่างเก็บตัวอยู่ในบ้านพักกระท่อมและไม่ออกจากบ้านไปไหน หลังจากที่ฝ่ายปกครองและสาธารณสุขอำเภอพบพระ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนาเอกชนในพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านอุ้มเปี้ยมพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จากผู้ลี้ภัยวัย 48 ปี 1 ราย และได้นำส่งโรงพยาบาลแม่สอด พร้อมกักบริเวณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และผู้ลี้ภัยไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก&amp;nbsp; กล่าวว่า เหตุการณ์ที่มีผู้ติดเชื้อลักลอบเข้าประเทศมาแล้วก็มาอยู่ในศูนย์พักพิง 1 ราย และส่งต่อรักษาตัวที่โรงพยาบาลแม่สอดนั้น เราได้ปฏิบัติงานบูรณาการร่วมกันทั้งฝ่ายความมั่นคงกับฝ่ายปกครอง เพื่อให้เกิดความรัดกุมมากที่สุดในทุกมาตรการ โดยจังหวัดได้ให้มีการเพิ่มลวดหนามหีบเพลงเพื่อเป็นการป้องกัน จัดชุดลาดตระเวนป้องกันคนที่จะลักลอบเข้ามาในพื้นที่ ในส่วนของการล็อกดาวน์หมู่บ้านเราปิดเป็นโซนๆ ห้ามเดินทางไปมาข้ามหมู่บ้านในศูนย์อพยพ ไม่ออกมาภายนอก สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การตรวจหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุก บุคคลที่อยู่ในศูนย์ฯ กว่า 100 คนผลการตรวจเป็นลบทั้งหมด และเรายังได้ดำเนินการตรวจหาเชื้อเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ในภาพรวมของในศูนย์อพยพบ้านอุ้มเปี้ยม อ.พบพระ จ.ตาก อยู่ในสถานการณ์ที่ควบคุมได้ รวมถึงศูนย์พักพิงอีก 2 แห่งของจังหวัดตาก ที่อำเภอท่าสองยาง และอำเภออุ้มผาง ได้สั่งเพิ่มมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ให้เข้มข้นขึ้นเพราะมีผู้อพยพในศูนย์อพยพเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ได้มีการสั่งการลงไปในทุกอำเภอ ฝ่ายความมั่นคงทั้งหมด ทหาร&amp;nbsp; ตำรวจ ชุด ชรบ.ให้เพิ่มมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวที่ยังอยู่ในประเทศไทยทั้งหมดที่เดินทางเข้าออกมาจังหวัดตาก&amp;quot; นายพงศ์รัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ จ.ตากกล่าวด้วยว่า สำหรับพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาทำธุระหรือจะมาเที่ยวจังหวัดตาก ยังคงมาได้ตามปกติ แต่ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 สวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือบ่อยๆ จังหวัดตากเรายังเป็นจังหวัดที่น่าท่องเที่ยว มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่รอท่านมาเที่ยวชม เช่น น้ำตกทีลอซู ธรรมชาติที่สวยงาม&amp;nbsp; และสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกหลายแห่งยังรอต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านมาเที่ยวที่จังหวัดตาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84823</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, ป้องกันการแพร่ระบาด, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201123/image_big_5fbbc4be65c71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!เด็ก6ด.ติดเชื้อ วอนประชาชนล็อกดาวน์ตัวเอง/‘ลุงตู่’ลั่นพร้อมใช้ยาแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; สธ.แถลงพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มอีก 50 รายจากกลุ่มสนามมวย-สถานบันเทิง รอลุ้นผลตรวจอีก 118 ราย ผงะ!เด็กวัย 6 เดือนติดเชื้อ &amp;quot;อธิบดีกรมควบคุมโรค&amp;quot; ห่วง &amp;quot;ผู้สูงอายุ-เด็กเล็ก&amp;quot; ไม่ควรออกจากบ้าน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เชิญภาคธุรกิจถกผลกระทบไวรัส 26 มี.ค.นี้ ขอ ปชช.ล็อกดาวน์อยู่บ้านป้องกันการแพร่ระบาด &amp;quot;โฆษกรัฐบาล&amp;quot; ยันแค่ทดลองไม่ได้บังคับ ก่อนประเมินยกระดับมาตรการ &amp;quot;มท.&amp;quot; เอาจริงทุก จว.ต้องปิดผับบาร์ 14 วัน &amp;quot;กพท.&amp;quot; เข้มเข้า ปท.ต้องมีใบรับรองแพทย์การันตี &amp;quot;เด็กไทยในอังกฤษ&amp;quot; โวยกลับบ้านลำบากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) วันที่ 20 มี.ค. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์การติดเชื้อโรคโควิด-19 ประจำวันว่า ในวันนี้ไทยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 50 &amp;nbsp;ราย ยอดสะสม 322 ราย จำแนกเป็น 2 กลุ่ม 41 ราย หรือ 80% สนามมวยเพิ่ม 18 ราย เป็นผู้ชมที่เข้ามาดูเดินทางจากต่างจังหวัด เซียนมวย กรรมการสนามมวย และพบผู้ติดเชื้อจากสถานบันเทิง 5 ราย เป็นทั้งพนักงานและผู้ใช้บริการ ซึ่งกระจุกตัวในสถานบันเทิงย่านทองหล่อและรามคำแหง และเริ่มค้นพบผู้ป่วยเด็กเล็กอายุ 6 เดือน ในส่วนของผู้เข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนาในประเทศมาเลเซีย พบติดเชื้อเพิ่ม 6 ราย อยู่ในปัตตานีและสงขลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยรายใหม่กลุ่มที่ 2 จำนวน 9 ราย หลักๆ ยังเป็นผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ซึ่ง 2 ราย กลับจากประเทศอังกฤษ เป็นนักศึกษาและพนักงานราชการที่ทำงานในอังกฤษ ที่เหลือเป็นชาวเมียนมา 2 ราย และผู้ประกอบอาชีพใกล้ชิดคนต่างชาติ อาชีพไกด์ และพนักงานรักษาความปลอดภัย ซึ่งอยู่ในข่ายเฝ้าระวังและติดตาม นอกจากนี้อีก 3 รายรอผลสอบสวนเพิ่มเติม ขอย้ำว่ายังคงมีกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับสนามมวยและพิธีกรรมศาสนา ที่ต้องค้นหาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยังมีผู้ที่รอผลตรวจอีก 118 ราย จึงขอให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสนามมวย สถานบันเทิง และการประกอบกิจกรรมทางศาสนา ช่วยแสดงตัวโดยด่วน ในช่วงนี้ผู้สูงอายุและเด็กเล็กไม่ควรออกจากบ้าน เพราะหากป่วยติดเชื้ออาจป่วยหนัก&amp;quot; นพ.สุวรรณชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกระแสเรียกร้องให้ปิดประเทศ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า รัฐบาลได้มีมติคณะรัฐมนตรีชัดเจน คือปิดพื้นที่ที่มีความเสี่ยงในทันที ปิดพื้นที่ในเชิงป้องกัน และลดการเคลื่อนย้าย คำว่า &amp;nbsp;ปิด หลายประเทศปิดเกาะ มีทางเข้าทางเดียวปิดได้ แต่ในหลายประเทศ ยกตัวอย่างอิตาลีปิดประเทศได้ปิดหรือไม่ เพราะทุกวันนี้ยังมีสายการบินจากอิตาลีมาหาเรา คำสั่งของรัฐบาลคือการจำกัดพื้นที่ ปิดดีที่สุดคือปิดตัวเอง อย่าถามหาความรับผิดชอบจากคนอื่น ควรถามหาความรับผิดชอบจากตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สภาพปัญหาโดยรวม 76.7% พบผู้ติดเชื้อใน กทม.และปริมณฑล รวมทั้งจังหวัดที่เป็นหัวเมืองหลัก โดยผู้ป่วยเข้าไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมในสนามมวย ดังนั้นผู้ที่เขาไปในสนามมวยจึงเสี่ยงเป็นผู้ติดเชื้อ ควรจะกักตัวเองอยู่ที่บ้าน ป้องกันตัวเองจากบุคคลครอบครัว หากมีไข้ให้ติดต่อประสานเจ้าพนักงาน ซึ่งยืนยันการตรวจวินิจฉัยไม่มีค่าใช้จ่าย ขณะนี้เชื่อว่ายังมีผู้สัมผัสอีกมากซึ่งกำลังเร่งสอบสวนติดตาม ขอให้ควบคุมตัวและประเมินความเสี่ยง แม้ภาพรวมจะมีอาการไม่มาก แต่ต้องระวังกักตัวเองอย่างเคร่งครัด งดเดินทางและงดกิจกรรมทุกอย่าง คนในสนามมวยนอกจากเฝ้าระวังจัดการที่บ้าน ครอบครัว และทุกคนที่ไปเกี่ยวข้อง ถ้าไม่เป็นก็ดี แต่ถ้าเป็นจะต้องตัดวงจรตัวเอง นอกจากแยกตัวเองแล้วต้องให้สมาชิกในครอบครัวแยกตัวเองออกจากสังคมด้วย&amp;quot; อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัยสรุปว่า ในภาพรวมแม้จำนวนผู้ป่วยสะสมจะเพิ่มมากขึ้น แต่มีผู้ป่วยหายดีกลับบ้านแล้ว 43 ราย ยังอยู่ในโรงพยาบาล 273 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยติดเชื้ออยู่ในลำดับที่ 40 ของโลก โดยผู้ป่วยติดเชื้อแบ่งเป็นเพศชาย 66% เพศหญิง 34% ช่วงอายุระหว่าง 30-39 ปี เป็นคนวัยทำงาน แสดงอาการป่วยไม่มากจึงเป็นพาหะของโรคที่เดินทางไปทั่วประเทศ &amp;nbsp;
รบ.เชิญภาคธุรกิจถกโควิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงสาธารณสุขทำแผนที่แสดงจังหวัดที่ผู้ป่วยกระจุกตัว พบใน กทม. 213 ราย, สมุทรปราการ 13 ราย, เชียงใหม่ 7 ราย, &amp;nbsp;ปัตตานี 6 ราย, ชลบุรี 5 ราย, ภูเก็ต 5 ราย, ยะลา 3 &amp;nbsp;ราย, &amp;nbsp; นครราชสีมา นราธิวาส ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดละ 2 ราย ส่วนเพชรบูรณ์ กระบี่ กาฬสินธุ์ ขอนแก่น นครปฐม นครศรีธรรมราช นนทบุรี ร้อยเอ็ด สมุทรสาคร สระบุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี จังหวัดละ 1 ราย&amp;quot; นพ.ทวีศิลป์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ยืนยันว่า ยาฟาวิพิราเวียร์หรือยาอาวิแกน เป็นยาชนิดเดียวกันเพียงแต่มีชื่อเรียกที่เป็นเครื่องหมายทางการค้าแตกต่างกัน ที่ผ่านมาไทยนำเข้า 40,000 เม็ด สำรองไว้ใน กทม. 20,000 เม็ด ที่เหลือกระจายไปโรงพยาบาลทั่วประเทศ แต่การรักษาผู้ป่วยในไทย 80% ไม่ต้องใช้ยา 10% ใช้ยาพื้นฐาน มีเพียงผู้ป่วยอาการปานกลางและอาการหนักเท่านั้นที่จำเป็นต้องให้ยาดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังการรับมอบเครื่องเทอร์โมสแกนจากประธานอุตสาหกรรมเพื่อใช้วัดอุณหภูมิผู้เข้า-ออกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขว่า จากความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยกับจีน มีความชัดเจนที่รัฐบาลจีนจะส่งยาฟาวิพิราเวียร์และยาอาวิแกนที่มีผลการรักษาชัดเจนว่าสามารถใช้บรรเทาอาการปอดอักเสบติดเชื้อผู้ป่วยโรคโควิด-19 ได้ แม้จะไม่ใช้ยารักษาโดยตรง แต่ออกฤทธิ์รักษาปอด หยุดยั้งการเพิ่มขึ้นของเชื้อไวรัส เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถสร้างภูมิต้านทานต่อสู้กับโรค โดยจะมีการจัดส่งยาจำนวน 1 แสนเม็ดให้กับรัฐบาลไทย แบ่งการจัดส่งล็อตละ 5 หมื่น เมื่อรวมกับสต๊อกเดิม ทำให้ไทยมียาสำรอง 1.8 แสนเม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้หารือกับ นพ.แดเนียล เคอร์เทสซ์ ผู้แทนอนามัยโลกประจำประเทศไทย ซึ่งผู้แทน WHO ชื่นชมประเทศไทยสามารถรับมือกับสถานการณ์โรคโควิด-19 ได้อย่างดีเยี่ยม ไทยเป็นประเทศที่มีการวินิจฉัยผู้ติดเชื้อนอกประเทศจีนได้เป็นประเทศแรก และยังมีความเข้มแข็งในการติดตามผู้ติดเชื้อมารักษา ไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อต่อได้อย่างทันท่วงที การที่กระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาให้คำแนะนำประชาชนเว้นระยะห่างทางสังคม เป็นสิ่งที่ดีมาก เป็นประโยชน์ต่อการควบคุม ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้ดีกว่าการใช้วัคซีน&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมช.สธ.) กล่าวว่า ในกรุงเทพฯ ได้จัดเตรียมสถานที่พิเศษหรือโรงแรมไว้รองรับกรณีพบผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น 450-500 เตียง โดยในสัปดาห์หน้าจะออกตรวจสถานที่เพื่อเตรียมความพร้อมในการย้ายผู้ติดเชื้ออาการไม่มากไปพักรักษา โดยวันนี้ รพ.ผู้สูงอายุบางขุนเทียนพร้อมรับผู้ป่วยทันที 43 เตียง และจะสามารถรองรับได้เต็มที่ 103 เตียง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตอนนี้มีผู้ป่วยยืนยันที่พักรักษาในโรงพยาบาลในสังกัด กทม. 11 แห่ง เป็นผู้สงสัยติดเชื้อ 29 ราย และผู้ป่วยยืนยัน 28 ราย ขอให้ประชาชนตื่นตัว ไม่ใช่ตื่นกลัว ร่วมมือกันยุติการระบาดของโรค ด้วยสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม&amp;quot; รมช.สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงเช้าวันศุกร์พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้อยู่ที่บ้านพักในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) จนกระทั่งเวลา 11.00 น. นายกฯ เข้าทำเนียบรัฐบาลปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่มีประชุมใดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ในสัปดาห์หน้ารัฐบาลจะเชิญภาคธุรกิจ ผู้ประกอบการ สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า มาพูดคุยที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรับฟังผลกระทบในมิติต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ลูกจ้าง ซึ่งพบว่ามีตัวเลขค่อนข้างสูงที่จะได้ความเดือดร้อนจากมาตรการรัฐบาลในการรับมือการแพร่ระบาด รวมถึงฟังข้อเสนอแนะ ข้อเรียกร้องในการช่วยเหลือเยียวยาที่ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือ รวมถึงรับฟังความคิดเห็นผลกระทบในกรณีหากรัฐบาลจำเป็นต้องตัดสินใจประกาศการแพร่ระบาดในระยะ 3 หรือต้องปิดประเทศ และสัปดาห์หน้า รัฐบาลจะออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านสาธารณสุขในการรับมือของรัฐบาล ทั้งการป้องกันการแพร่ระบาด การกักกัน การรักษาผู้ติดเชื้อ
ขอ ปชช.ล็อกดาวน์อยู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเชิญภาคธุรกิจพูดคุยที่ทำเนียบฯ ถึงผลกระทบโควิด-19 ในบ่ายวันที่ 26 มี.ค. เป็นข้อเสนอของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ให้เชิญภาคธุรกิจมาพูดคุยเพื่อประเมินผลกระทบและรับมือ เพราะหากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายตัวได้เร็วภายใน 3-4 เดือน จะทำให้เศรษฐกิจประคองไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ ยังขอความร่วมมือประชาชน โดยเฉพาะใน กทม.และปริมณฑล พำนักอยู่ในบ้าน ขอให้งดเดินทางออกไปต่างจังหวัดหรือเลื่อนการเดินทางในช่วงเวลานี้ออกไปก่อน เพื่อช่วยสกัดกั้นการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมาตรการล็อกดาวน์ประชาชนอยู่บ้าน เป็นข้อเสนอหนึ่งจากการประชุมร่วมกันระหว่างนายกฯ กับคณบดีคณะแพทยศาสตร์จากหลายมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 19 มี.ค. เพื่อวางแผนติดตามควบคุมไวรัสโควิด-19&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข่าวรัฐบาลจะประกาศล็อกดาวน์ประเทศไทยเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ว่าไม่ทราบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าสถานการณ์ตอนนี้สมควรที่จะประกาศได้หรือยัง นายวิษณุกล่าวว่า ไม่รู้ ต้องแล้วแต่การพิจารณาของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตามทุกวันนี้แม้ว่าจะไม่ได้ประกาศ แต่เขาก็เตรียมการมา 2 สัปดาห์แล้ว เพราะเขาก็ต้องเตรียมพร้อมไว้อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่นายกฯ ขอความร่วมมือประชาชน โดยเฉพาะ กทม.และปริมณฑล งดเดินทาง โดยให้อยู่บ้านเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ถือเป็นหนึ่งข้อเสนอในการประชุมร่วมระหว่างนายกฯ กับกลุ่มคณะแพทย์เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ซึ่งรัฐบาลจะดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอนและมีการวางแผน ไม่ใช่อยู่ๆ ประกาศล็อกดาวน์ทันที โดยที่ประชาชนไม่ได้เตรียมตัว และไม่ได้มีระบบต่างๆ รองรับ เช่น การลำเลียงส่งของให้กับประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่นายกฯ เป็นห่วงที่สุดคือการหาเช้ากินค่ำ ยังต้องออกไปทำมาหากิน ต้องช่วยเหลือคนเหล่านี้ ซึ่งหลังมีการพูดคุยวันที่ 19 มี.ค. ทำให้เกิดความเข้าใจมากขึ้นระหว่างรัฐบาลและคณะแพทย์ ในการดำเนินมาตรการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ก่อนที่เราจะบังคับต้องขอความร่วมมือ และหลังจากนี้ก็ต้องมีการประเมินว่าจะต้องทำอย่างไร หากไม่ได้รับความร่วมมือจะต้องมีการยกระดับหรือไม่ ซึ่งอาจมีหลายทางเลือก เช่น สมมุติหากบอกห้ามออกจากบ้านเลย 24 ชั่วโมง กี่วัน มันก็แรงเหมือนกัน แล้วหลังจากผ่านไปจะคุมเชื้อได้จริงหรือเปล่า ต้องมีการประเมิน หรือจะเป็นทางเลือกว่าไม่ให้ออกจากบ้านเกินกี่โมงแล้วห้ามออก หรือออกไปได้แค่ไปซื้อของ ซึ่งทุกอย่างต้องไปประเมินตรงไหนกระทบมากที่สุด&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในช่วงค่ำ นางนฤมลกล่าวว่า ขอใช้เวลาช่วงนี้พิจารณาวางแผนทบทวนแนวทางรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากได้รับฟังความเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิทางการแพทย์อย่างรอบด้าน และได้ออกมาตรการควบคุมการระบาดในระดับหนึ่งแล้ว เช่น ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ รวมทั้งจะรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายจนเห็นชอบร่วมกัน และพร้อมประกาศใช้มาตรการเข้มข้นสูงสุด หากถึงเวลาที่เหมาะสม เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคอย่างเด็ดขาด และดูแลทุกชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยให้ปลอดภัย ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ ย้ำว่าทุกอย่างจะดำเนินการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้กระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด และทำให้ทุกคนรู้สึกคุ้นเคยและสามารถปรับตัวได้ ขอเพียงมีความอดทนต่อความยากลำบาก พอเพียง เสียสละ คำนึงถึงส่วนรวม และแบ่งปันความสุขความทุกข์ไปด้วยกัน เพราะภัยโรคระบาดครั้งนี้เป็นภัยของชาติ ไม่ใช่ภัยของคนใดคนหนึ่ง และเวลานี้ไม่ใช่เวลาของการเอาชนะทางการเมือง แต่เป็นเวลาเอาชนะภัยของชาติ จึงขอเรียกร้องให้ทุกคนเข้าใจและจับมือกัน ส่วนเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานจะต้องทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งเต็มกำลังตามอำนาจหน้าที่ที่มีอยู่ พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้นายกฯ และรัฐบาล เราจะสู้ไปด้วยกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงความจำเป็นของการล็อกดาวน์ประชาชนให้อยู่แต่ในบ้านพักว่า อย่าไปคิดอย่างนั้น เขาต้องเตรียมไว้เผื่อ แต่ตนไม่ทราบข้อเท็จจริง และไม่ได้จดบันทึกไว้ ขอให้สอบถามกระทรวงสาธารณสุขดีกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการบัญชาการสถานการณ์เกี่ยวกับการป้องกันถ้าระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า ทางศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ได้สั่งการไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเฉพาะเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคมใกล้ชิด รวมถึงสั่งการให้สถานบันเทิง สถานบริการ สนามมวย ใน กทม.ปิดเวลา 14 วัน สำหรับต่างจังหวัดให้คณะกรรมการจังหวัดที่มี ผวจ.เป็นประธาน เป็นผู้พิจารณาปิดหรือไม่ปิดสถานที่ ยกตัวอย่าง จ.พิษณุโลก คณะกรรมการแจ้งว่ายังไม่พบการแพร่ระบาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงมหาดไทยสั่งการไปถึงทุกจังหวัดตามข้อพิจารณาเรื่องการปิดผับและสถานบันเทิงไปพิจารณาให้ถี่ถ้วน และคาดว่านับตั้งแต่วันนี้ทุกจังหวัดจะปิดสถานบริการผับบาร์ทั้งหมดทั่วประเทศ 14 วัน&amp;quot; พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
นร.ในอังกฤษวุ่นกลับไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.มหาดไทยกล่าวว่า ขอความร่วมมือประชาชนให้ทำตามมาตรการที่เจ้าหน้าที่กำหนด เช่น หากใครไปในพื้นที่เสี่ยงมาต้องกักตัวเองในที่พัก หากทุกคนช่วยกันจะลดการระบาดของโรคได้ เราเน้นย้ำทุกพื้นที่ทั่วประเทศติดตามผู้ที่เข้าข่ายเป็นกลุ่มเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน ถ้ากำหนดพื้นที่ได้จะดูแลในพื้นที่ต่างๆ เหล่านี้ได้ หากพบการแพร่ระบาดมาก อาจจะมีมาตรการพิเศษในพื้นที่นั้นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมหารือกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็นการกำหนดให้ผู้โดยสารจากทุกประเทศที่ต้องเดินทางเข้ามายังประเทศไทยปลอดจากการติดเชื้อโควิด-19 ทางสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) จึงออกประกาศสำนักการบินพลเรือนฉบับใหม่เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนต้องผ่านการตรวจจากแพทย์ และมีใบรับรองแพทย์ไม่เกิน 3 วัน รวมทั้งมีประกันสุขภาพจำนวน 100,000 เหรียญดอลลาร์ จึงจะสามารถออก Bording Pass และขึ้นเครื่องบินเดินทางมายังประเทศไทยได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลัง กพท.ออกประกาศฉบับใหม่กำหนดผู้โดยสารที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทุกประเทศต้องมีใบรับรองแพทย์ ปรากฏว่าเพจเฟซบุ๊ก Amthaipaper (หนังสือพิมพ์ไทยในอังกฤษ) ได้โพสต์ภาพบรรยากาศหน้าสถานทูตไทย ณ กรุงลอนดอน ที่มีคนไทยจำนวนมากแห่ต่อคิวแน่น เนื่องจากมีบริการแพทย์ไทยตรวจร่างกายและออกใบรับรองให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Sirada K Ning ได้ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ระบุว่า ผู้บริหารระดับประเทศไม่ใช้อำนาจหน้าที่ที่มีอยู่จัดการปัญหาอย่างบูรณาการ ผลกรรมตกอยู่กับข้าราชการ เจ้าหน้าที่ รวมถึงประชาชนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตนและทีมงานได้ทำแอปฯ ชื่อว่า GoCovid ขึ้นมาให้ใช้ฟรี https://gocovid.issara.in.th/#/ สำหรับไว้อำนวยความสะดวกประชาชนทั่วไป ในการค้นหาจุดตรวจ กรณีรู้สึกว่าตนเองมีความเสี่ยง เพียงแค่เข้าไป กดปุ่มสีฟ้า &amp;ldquo;ค้นหาจุดตรวจใกล้ท่าน&amp;rdquo; จุดตรวจที่ใกล้ที่สุดจะปรากฏทันที นอกจากนี้ยังสามารถค้นหาและดูรายละเอียดของจุดตรวจต่างๆ ทั่วประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. สรุปจำนวนตำรวจที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า มีจำนวน 16 นาย แบ่งเป็น บช.น. 10 นาย, สตม. 1 นาย, ตชด. 1 นาย ,นิติเวช รพ.ตำรวจ 1 นาย, สันติบาล 1 นาย, ภูธรภาค 1 1 นาย และ บช.ปส. 1 นาย จำนวนข้าราชการตำรวจที่ต้องกักตัวเฝ้าระวังเป็นเวลา 14 วัน จำนวน 220 นาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพบก (ทบ.) พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก ทบ. กล่าวว่า ตามที่มีกำหนดการจัดสอบคัดเลือกนักเรียนเตรียมทหารของเหล่าทัพประจำปี 2563 โดยในวันที่ 21 มี.ค.นี้เป็นการสอบในส่วนของกองทัพอากาศ และในวันที่ 22 มี.ค.2563 เป็นการสอบในส่วนของกองทัพบกที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตนั้น เพื่อเป็นการป้องกันและสอดคล้องกับสถานการณ์ โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้กองทัพบกจึงขอประกาศเลื่อนการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพบกในวันที่ 22 มี.ค. 2563 ออกไปก่อนโดยไม่มีกำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับการสอบนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพอากาศ กองทัพเรือ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้ประกาศเลื่อนการสอบเช่นเดียวกัน&amp;quot; พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษก ทบ.กล่าวถึงปฏิบัติการล้างสิ่งปนเปื้อนขจัดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ว่า เมื่อคืนวันที่ 20 มี.ค.ใน 16 พื้นที่ทำความสะอาดได้รวมระยะทาง 65.5 กิโลเมตร และยังคงเป็นการปฏิบัติต่อจากพื้นที่เดิมในวันก่อน ในรูปแบบการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบนถนน ทางเท้าและพื้นที่ใกล้เคียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากที่พ่นล้างสิ่งปนเปื้อนและพื้นที่มีความสะอาดในระดับหนึ่งแล้ว ขอให้ประชาชน ชุมชน ช่วยกันดำรงสภาพพื้นที่ ลดการสะสมของเชื้อโรค ซึ่งช่วงนี้ความสะอาดเป็นสิ่งสำคัญ หากทุกคนร่วมกัน ดูแลอาคารบ้านเรือน สถานที่ของตนเอง ให้สะอาดและถูกสุขลักษณะ จะเป็นการช่วยลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยและลดการแพร่กระจายของโควิด-19 ได้อีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งเป็นวิธีการง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถปฏิบัติได้&amp;quot; รองโฆษก ทบ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.อ.หญิงศิริจันทร์กล่าวว่า ในคืนวันที่ 21 มี.ค. มีปฏิบัติการล้างสิ่งปนเปื้อนขจัดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ใน 21 พื้นที่ บนถนนและทางเท้า ด้านหน้าสถานที่สำคัญต่างๆ อาทิ ขนส่งสายใต้ใหม่, MRT ห้วยขวาง, โลตัสปิ่นเกล้า, แยกอโศก, บ้านพักคนชราบางแค, ตลาดปัฐวิกรณ์, โลตัสมีนบุรี, โลตัสหนองจอก,มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ตลาดมโนรมย์, ถนนสายไหม, โรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า, เซ็นทรัลอีสต์วิลล์, ตลาดหัวมุม, ค่ายมวยคงสิทธา, โฮมโปรลาดพร้าว, โลตัสรามอินทรา เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในพื้นที่ต่างจังหวัด พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ได้มอบหมายให้กองทัพภาคและหน่วยทหารในแต่ละจังหวัด ได้พิจารณาดำเนินการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อและทำความสะอาดสถานที่ชุมชนในลักษณะเดียวกับพื้นที่ กทม. ตามศักยภาพของหน่วยที่มีอยู่ โดยการประสานงานกับหน่วยราชการในพื้นที่ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60401</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ป้องกันการแพร่ระบาด, พร้อมใช้ยาแรง, สนามมวย-สถานบันเทิง, สาธารณสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เด็กวัย 6 เดือนติดเชื้อ, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200320/image_big_5e74d3fc1ecf2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
