<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 18:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“วราวุธ” เดินหน้าต่อ กิจกรรม“กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง”  ไปได้สวย 8 โรงเรียนริมคลองแสนแสบ ส่ง 120 เยาวชน เข้าร่วมเรียนรู้เพื่อดูแลรักษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รมว.ทส.&amp;rdquo;วราวุธ ศิลปอาชา&amp;rdquo; ชื่นชมกิจกรรม&amp;ldquo;กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง&amp;rdquo; ที่ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จับมือตาวิเศษไปได้สวย 120 เยาวชนจาก 8 โรงเรียนริมคลองแสนแสบและคลองสาขาพร้อมใจเข้าร่วมเรียนรู้ผ่านออนไลน์เป็นเครือข่ายเยาวชนจิตอาสาเฝ้าระวังรักษาคูคลอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนา อนุรักษ์ และฟื้นฟูคลองแสนแสบ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กลับมามีความสวยงาม น้ำใสสะอาด และการสัญจรมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงการใช้เป็นคลองระบายน้ำ เพื่อป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่กทม. และปริมณฑล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงมีนโยบายให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยมีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ในฐานะคณะอนุกรรมการบริหาร พัฒนา อนุรักษ์และฟื้นฟูคลองแสนแสบ โดยล่าสุดได้ร่วมมือกับสมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ) ดำเนินกิจกรรม &amp;ldquo;กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง&amp;rdquo; เป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดเยาวชนจิตอาสาเฝ้าระวังคูคลอง และดูแลสิ่งแวดล้อมริมฝั่งคลองแสนแสบหรือคลองสาขา เป็นการเตรียมความพร้อมในการสร้าง &amp;ldquo;เครือข่ายโรงเรียนรักคลองแสนแสบ&amp;rdquo; ตามแผนปฏิบัติการพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองแสนแสบ ระยะกลาง ปี พ.ศ.2565-2570&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง&amp;rdquo; นับเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์และควรแก่การสนับสนุนอย่างยิ่ง เพราะมีแนวทางที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ โดยใช้กระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อสร้างความตระหนัก และจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชน รวมถึงส่งเสริมการสร้างเครือข่ายเยาวชนจิตอาสาเฝ้าระวังรักษาคูคลอง ซึ่งกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้รายงานว่า มีโรงเรียนที่ตั้งอยู่แนวคลองแสนแสบและคลองสาขา ให้ความสนใจแจ้งความประสงค์เข้าร่วมถึง 8 โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายที่ตั้งไว้ในการนำร่อง &amp;nbsp;ประกอบด้วยโรงเรียนวัดบรมนิวาส โรงเรียนสุเหร่าบ้านดอน โรงเรียนสุเหร่าดอนสะแก โรงเรียนสามแยกคลองหลอแหล โรงเรียนวัดปลูกศรัทธา โรงเรียนวัดบำเพ็ญเหนือ โรงเรียนวัดใหม่ลำนกแขวก และโรงเรียนวัดแสนสุข&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวราวุธ กล่าวต่อไปว่า &amp;nbsp;ล่าสุด ภายใต้กิจกรรม &amp;ldquo;กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง&amp;rdquo; ได้จัดการอบรมตัวแทนเยาวชนจากทั้ง 8 โรงเรียนที่อยู่ในระดับชั้น ป.5-ม.3&amp;nbsp; จำนวน 120 คน ผ่านระบบออนไลน์ &amp;nbsp;จุดประสงค์เพื่อส่งเสริมแนวคิดของกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษากับการสร้างจิตสำนึก และส่งเสริมความพร้อมแก่เครือข่ายเยาวชนจิตอาสาในการเฝ้าระวัง และดูแลลำคลอง โดยมีหัวข้ออบรมที่น่าสนใจ เช่น ความสัมพันธ์สายน้ำกับชีวิตและสิ่งแวดล้อม, คลองแสนแสบ ความเป็นมา ความสัมพันธ์ ความสำคัญการใช้ประโยชน์ในอดีตและปัจจุบัน, มลพิษทางน้ำ ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ, ขยะและการจัดการขยะ,การเก็บข้อมูลชุมชนอย่างง่าย, การตรวจวัดคุณภาพน้ำ ทางกายภาพ และทางเคมี, แนะนำอุปกรณ์ เครื่องมือและการใช้เครื่องมือในการเก็บข้อมูล, การตรวจวัดคุณภาพน้ำ ทางชีวภาพ, แนะนำอุปกรณ์ เครื่องมือและการใช้เครื่องมือในการเก็บข้อมูล และทักษะการนำเสนอข้อมูล และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; นอกจากการเสริมสร้างความรู้ให้กับตัวแทนเยาวชนแล้ว ยังมีการจัดประชุมผู้บริหารโรงเรียนผ่านระบบออนไลน์ เพื่อชี้แจงปฏิทินดำเนินงาน รายละเอียดกิจกรรมฯ และบทบาทการมีส่วนร่วม รวมถึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะการดำเนินกิจกรรมที่เอื้อประโยชน์และอำนวยความสะดวกในทางปฏิบัติให้แก่โรงเรียน พร้อมทั้ง จัดอบรมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครูพี่เลี้ยง จำนวน 14 คน ผ่านระบบออนไลน์เช่นกัน เพื่อส่งเสริมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการการจัดกระบวนการเรียนรู้ผ่านกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษา ที่สำคัญยังได้เปิด Facebook Fanpage&amp;nbsp; &amp;ldquo;เครือข่ายเยาวชนรักคลองแสนแสบ&amp;rdquo; ขึ้น ให้เป็นช่องทางในการสื่อสาร เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมของเครือข่ายเยาวชนรักคลองแสนแสบออกไปสู่สาธารณชน อันจะนำมาถึงการรับรู้และความร่วมมือในกิจกรรมดังกล่าวต่อไป&amp;rdquo; นายวราวุธ กล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114402</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กลุ่มเยาวชนรักษ์น้ำ คืนความสดใสให้ลำคลอง, คลองระบายน้ำ, ความสัมพันธ์สายน้ำกับชีวิตและสิ่งแวดล้อม, จิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อม, นายวราวุธ ศิลปอาชา, ป้องกันน้ำท่วม, ฟื้นฟูคลองแสนแสบ, รมว.ทส., สมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ), เครือข่ายเยาวชนจิตอาสาเฝ้าระวังรักษาคูคลอง, เครือข่ายเยาวชนรักคลองแสนแสบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124d7688d0d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 10:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลเอก ประวิตร ติดตาม-กำชับทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาผักตบชวาให้เป็นรูปธรรม เปิดทางน้ำ ป้องกันน้ำท่วมพื้นที่เกษตรและบ้านเรือนประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 19 ก.ค. 64 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมวิจิตรวาทการ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการ เพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวา ครั้งที่ 2/2564 ผ่านระบบ Video Conference โดยมีคณะกรรมการอำนวยการฯ และผู้ว่าราชการจังหวัด ประธานคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการแก้ไขปัญหาผักตบชวา ระดับจังหวัด เข้าร่วมประชุมฯ หารือแนวทางในการแก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืชให้เป็นรูปธรรม ภายใต้การบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อเปิดทางน้ำ ให้การสัญจรสะดวก และป้องกันน้ำท่วมสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่เกษตรและบ้านเรือนของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) และประธานคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการ เพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวา กล่าวว่า ผักตบชวาและวัชพืชในแม่น้ำ ลำคลอง แหล่งน้ำสาธารณะต่างๆ เป็นปัญหาที่รัฐบาลให้ความสำคัญและเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรมและยั่งยืน&amp;nbsp;โดยการประชุมในวันนี้ เพื่อหารือแนวทางและเร่งให้การแก้ไขปัญหาผักตบชวา ระดับจังหวัด เป็นรูปธรรมมากขึ้น พร้อมกันนี้ยังได้ติดตามผลการดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืช ประจำปี 2564 ของทุกหน่วยงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการบูรณาการ&amp;nbsp;เพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวา ได้มอบหมายให้นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการฯ เข้าร่วมประชุมรายงานผลการดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแหล่งน้ำเปิด แหล่งน้ำเชื่อมโยงและในแหล่งน้ำปิดสาธารณะทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2564 ของหน่วยงานหลัก 5 หน่วยงาน ดังนี้ กรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินการจัดเก็บผักตบชวา ได้จำนวน 848,878 ตัน กรมเจ้าท่า ได้จำนวน 329,542 ตัน กรมชลประทาน ได้จำนวน 2,687,688 ตัน กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ได้จำนวน 344,874.48 ตัน และทุกจังหวัดทั่วประเทศ ได้จำนวน 302,854.27 ตัน รวมถึงสิ้นเดือนมิถุนายน จำนวน 4,513,836.75 ตัน ส่วนลุ่มน้ำภาคกลางและภาคตะวันออก จำนวน 19 จังหวัด โดยใช้ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) มีผลการดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืช ถึงวันที่ 25 มิถุนายน 2564 รวมทั้งสิ้น 511,912.65 ตัน และได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการจัดเก็บผักตบชวาและวัชพืชในส่วนที่เหลือโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับผลการดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชของ &amp;ldquo;ชมรมคนริมน้ำ&amp;rdquo; โดยกรมการปกครอง ประจำปีงบประมาณ 2564 &amp;nbsp;พบว่ามีการจัดตั้งชมรมคนริมน้ำแล้ว จำนวน 7,656 ชมรม มีสมาชิก จำนวน 1,424,531 คน ดำเนินการร่วมกับส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ หน่วยงานในพื้นที่ และจิตอาสา จัดกิจกรรมกำจัดผักตบชวาและวัชพืช จำนวน 20,871 กิจกรรม พร้อมส่งเสริมการสร้างประโยชน์ในทางเศรษฐกิจจากผักตบชวา เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ในส่วนของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้จัดสรรเรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ จำนวน 1,582 ลำ ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปดำเนินการดูแลจัดเก็บผักตบชวาขนาดเล็กและวัชพืชตามแหล่งน้ำที่อยู่ในความรับผิดชอบ จำนวน 1,899 แหล่งน้ำ ด้านสารชีวภัณฑ์ในการกำจัดผักตบชวา ที่วิจัยและทดลองโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ปัจจุบันอยู่ในระหว่างขั้นตอนการยื่นขอขึ้นทะเบียนตาม พรบ.&amp;nbsp;&amp;nbsp; วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 กับกรมวิชาการเกษตร ซึ่งจะต้องตรวจสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งานต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งกำจัดผักตบชวาและวัชพืชในแหล่งน้ำที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ผักตบชวาและวัชพืชสะสมตัวสร้างปัญหาการสัญจรทางน้ำและการระบายน้ำ ทั้งนี้หากพื้นที่มีผักตบชวาและวัชพืชสะสม เป็นจำนวนมาก ขอให้หน่วยงานหลัก กรมชลประทาน กรมเจ้าท่า กรมโยธาธิการและผังเมือง นำเครื่องมือเครื่องจักรเข้าดำเนินการร่วมกัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในขณะเดียวกันก็หาแนวทางในการสนับสนุนการแปรรูปผักตบชวาเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาผักตบชวาที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และกำชับให้คณะอนุกรรมการฯ และคณะทำงานฯ ระดับจังหวัด ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืช บูรณาการร่วมกันทั้งส่วนกลางและระดับจังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืชให้เป็นรูปธรรมและมีความยั่งยืน...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110402</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการปกครอง, กรมเจ้าท่า, กรมโยธาธิการและผังเมือง, กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ, กอนช., ชมรมคนริมน้ำ, นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง, นายพรพจน์ เพ็ญพาส, ป้องกันน้ำท่วม, พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รองนายกรัฐมนตรี, สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ, แก้ไขปัญหาผักตบชวา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f646896a274.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2020 17:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2020 17:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.พิจิตรลงพื้นที่เร่งรัดก่อสร้างแนวตลิ่งงบ 197 ล้าน หลังถูกร้องงานล่าช้าทำชาวบ้านเดือดร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ส.ค.63 - นางอรดี&amp;nbsp;ไกรยุทธศักดิ์&amp;nbsp;ผอ.สนง.ป.ป.ช.ประจำจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยเครือข่าย&amp;nbsp;STRONG&amp;nbsp;จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัดพิจิตร และสื่อมวลชนได้ร่วมกันลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนบางมูลนาก บริเวณริมแม่น้ำน่าน ต.หอไกร อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร ซึ่งการก่อสร้างเขื่อนกันแนวตลิ่งพังดังกล่าวเป็นโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมโยธาและผังเมืองใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 197,970,000 บาท ความยาวของเขื่อนตลอดแนวตลิ่ง 1,260 เมตร สัญญาการก่อสร้าง 1,302 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 3 พ.ย. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการฯ มีกรรมการตรวจรับการจ้างจำนวน 9 คน มีเจ้าหน้าที่จากกรมโยธาธิการและผังเมือง 7 คน , โยธาธิการและผังเมืองพิจิตรจำนวน 1 คน และผู้แทนจากเทศบาลตำบลหอไกรจำนวน 1 คน &amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมาความล่าช้าผิดปกติกรมโยธิการและผังเมืองก็ได้มีหนังสือถึง 8 ฉบับ ไปเร่งรัดผู้รับจ้างแต่ผู้รับจ้างยืนยันว่าสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ตามสัญญา อีกทั้งเนื่องจากสัญญายังไม่หมดจึงไม่สามารถดำเนินการยกเลิกสัญญาได้ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาที่เกิดขึ้นคือขณะนี้มีบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ก่อสร้างได้รับความเดือดร้อนจากแรงสั่นสะเทือนของการตอกเสาเข็ม โดย ปปช.พิจิตร ได้สอบถามผู้รับจ้างและตัวแทนของ ทต.หอไกร ได้รับคำตอบว่า ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายครบทุกหลังคาเรือนแล้ว ซึ่งผู้รับจ้างจะรับผิดชอบซ่อมแซมบ้านให้ ส่วนเหตุที่ทำงานล่าช้ามาจากหลายปัจจัย เช่น การเข้าหรือเริ่มทำงานล่าช้า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด19 ทำให้เกิดปัญหาการจ้างแรงงานและการขนส่งวัสดุ ผู้รับจ้างขาดสภาพคล่อง การทำงานอยู่ริมตลิ่งของแม่น้ำน่าน ซึ่งช่วงนี้ระดับน้ำสูงขึ้นและมีฝนตกทำให้การทำงานไม่ราบรื่น ซึ่ง ป.ป.ช.พิจิตร ก็ลงพื้นที่ทุกวันศุกร์ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 จนถึงทุกวันนี้ก็ติดตามงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้รับจ้างก็ยืนยันว่าเวลาที่เหลือจะเร่งทำงานให้แล้วเสร็จตามสัญญาให้จงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของ นางอรดี เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวยังไม่ปรากฏเรื่องการทุจริต แต่ที่ ป.ป.ช.พิจิตร ต้องลงพื้นที่ก็เพื่อเป็นการกระตุ้นเร่งรัดงานก่อสร้าง เหตุเพราะโครงการดังกล่าวเป็นงบประมาณของแผ่นดิน ซึ่งต้องมีฝ่ายราชการเข้ามากำกับดูแลหากงานล่าช้าหรือทำให้รัฐเสียประโยชน์ หรือชาวบ้านเดือดร้อน เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เป็นผู้กำกับดูแลโครงการดังกล่าวก็อาจต้องติดร่างแหโดน ม.157 &amp;nbsp;ไปกับเค้าด้วย ซึ่ง ป.ป.ช.พิจิตร ไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นจึงต้องเข้ามาสร้างความรู้ความเข้าใจและช่วยให้งานสำเร็จลุล่วงไปให้จงได้มากกว่าที่จะมาจ้องจับผิดหรือเอาโทษกับผู้ใดผู้หนึ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75148</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิจิตร, ป.ป.ช.พิจิตร, ป้องกันน้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200821/image_big_5f3fa4f8358cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กป้อมสั่งเก็บผักตบชวา ป้องท่วมลุ่มนํ้ากลาง-ตอ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประวิตร&amp;quot; ลงพื้นที่นครปฐม สั่งเก็บผักตบชวาในลุ่มน้ำท่าจีนก่อนน้ำหลากฤดูฝน มุ่งป้องกันน้ำท่วมลุ่มน้ำภาคกลาง/ตะวันออก ชื่นชมคนรักน้ำร่วมมือร่วมใจแม้อยู่อย่าง New Normal จากวิกฤติโควิด-19 รัฐพร้อมส่งเสริมแปรรูป/วิจัยแก้ปัญหาผักตบชวายั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 พ.ค.63 พล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 10.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะ ผอ.คณะกรรมการน้ำแห่งชาติ &amp;nbsp;(กนช.) พร้อมคณะ ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการเพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืชขวางทางน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลางและภาคตะวันออก ณ ห้องประชุมอาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนวัดทรงคนอง ต.ทรงคนอง อ.สามพราน จ.นครปฐม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประวิตรและคณะได้รับฟังการบรรยายสรุป ผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาผักตบชวา และวัชพืชจากหน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก 4 หน่วยงาน ได้แก่ กรมชลประทาน, กรมเจ้าท่า, กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยได้รับการสนับสนุนข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ที่สามารถถ่ายภาพที่ตั้งของแหล่งผักตบชวาและวัชพืชได้อย่างถูกต้อง ครอบคลุมลุ่มน้ำที่สำคัญจำนวน 25 จุดในเบื้องต้น และหน่วยงานรับผิดชอบได้ดำเนินการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชซึ่งมีความคืบหน้าอย่างน่าพอใจ ต่อมา &amp;nbsp;GISTDA ได้สำรวจข้อมูลเพิ่มเติมในลุ่มน้ำภาคกลางและภาคตะวันออก พบว่ามีแหล่งผักตบชวาและวัชพืชเพิ่มขึ้นอีก 128 จุด ใน 29 จังหวัด โดยมีการแบ่งมอบให้ 4 หน่วยงานหลักและ กทม.รับผิดชอบเพิ่มเติมต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ รองนายกฯ ได้รับทราบแนวทางการแก้ปัญหาผักตบชวา โดยใช้เรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, การใช้จุลินทรีย์และสารชีวภาพชีวภัณฑ์กำจัดผักตบชวา ของ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน รวมทั้งการแปรรูปผักตบชวาเพิ่มมูลค่าเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป จากนั้นได้กล่าวมอบนโยบายการปฏิบัติงาน ขอให้ทุกหน่วยงานต้องบูรณาการการทำงานอย่างแน่นแฟ้น โดยเร่งรัดเก็บผักตบชวาให้หมดสิ้นก่อนน้ำหลากในฤดูฝน ร่วมกับอาสาสมัครชุมชนคนรักน้ำที่มีสมาชิกกว่า 1 ล้านคนที่จัดตั้งโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเก็บผักตบชวาและวัชพืชมาโดยตลอด ซึ่ง พล.อ.ประวิตรได้กล่าวชื่นชมในความสามัคคี ความเสียสละ และให้ความสำคัญต่อการนำผักตบชวากลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ทั้งนี้รัฐบาลพร้อมให้การส่งเสริมการนำผักตบชวากลับมาใช้อย่างเหมาะสม คุ้มค่า ทั้งการแปรรูปและการศึกษาวิจัย เพื่อให้ประโยชน์กลับมาสู่ชุมชนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการนี้ พล.อ.ประวิตรและคณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ที่กำลังร่วมกันเก็บผักตบชวาและวัชพืชในแม่น้ำท่าจีน เพื่อเปิดทางน้ำไหลรองรับฤดูน้ำหลาก พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกส่วนราชการที่ปฏิบัติงานด้วยความเสียสละ ทุ่มเท รวมทั้งขอบคุณชาวชมรมคนริมน้ำที่มีส่วนร่วมรักษาลุ่มน้ำท่าจีน แม้จะอยู่ในสภาวะที่ต้องใช้ชีวิตแบบ New Normal จากการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66486</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, New Normal, กฤติโควิด-19, ป้องกันน้ำท่วม, ผักตบชวา, ลุ่มน้ำท่าจีน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200520/image_big_5ec53697dd03a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
