<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 07:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 07:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯฮึ่ม!สั่งเร่งติดตามคนร้ายสร้างสถานการณ์หน้าสตช.ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2ส.ค.62-เมื่อวันที่ 1 ส.ค. เวลา 22.15 น. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี มีผู้ไม่หวังดีได้นำวัตถุต้องสงสัยไปวางซุกไว้หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพบว่าวัตถุต้องสงสัยดังกล่าวเป็นกล่องน้ำผลไม้ มีไฟกระพริบสีเขียว ซึ่งเบื้องต้นตำรวจสันติบาลได้กั้นพื้นที่ พร้อมกับตัดสัญญาณมือถือ ปิดการจราจรในบริเวณดังกล่าวเพื่อป้องกันเหตุลุกลาม และประสานเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ระเบิด(อีโอดี)มาตรวจสอบและคลี่คลายสถานการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกรัฐมนตรีได้รับรายงานและติดตามเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และได้สั่งการให้เร่งติดตามจับกุมคนร้ายและขอประชาชนอย่าตื่นตระหนกพร้อมทั้ง กำชับเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจทหาร และประชาชน ร่วมเฝ้าระวัง สอดส่องดูแลพื้นที่สำคัญ ป้องกันคนไม่ดีสร้างสถานการณ์&amp;quot; นางนฤมล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวเช่นกันว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้สั่งการมายัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้เร่งพิสูจน์ทราบและจับกุมคนร้ายที่พยายามสร้างสถานการณ์มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว พร้อมขยายผลผู้ที่อยู่เบื้องหลังหรือผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ซึ่งขณะนี้ พนักงานสอบสวน ชุดสืบสวน และ กองพิสูจน์หลักฐาน ได้เก็บรวบรวม พยานหลักฐานและวัตถุพยานต่างๆในที่เกิดเหตุไปตรวจพิสูจน์แล้ว โดยจะประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน หาตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษก ตร. กล่าวอีกว่า ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะขอให้ความเชื่อมั่นในการป้องกันอาชญากรรมและรักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้ายใดๆ โดยเพิ่มวงรอบความถี่และกำลังของ สายตรวจ ในเครื่องแบบ ออกตรวจตรา ในพื้นที่แหล่งชุมชุน ตลาด ห้างร้าน ศูนย์การค้า สถานที่ท่องเที่ยวแหล่งคมนาคมที่มีผู้คนพลุกพล่าน ตลอด 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความมั่นแก่พี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว นักลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ซึ่งหากพี่น้องประชาชน มีข้อมูลหรือพบเบาะแสของผู้ที่กระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ศปก.ตร.) สายด่วน 1599 หรือ แจ้งเหตุร้ายเหตุด่วน หมายเลข 191&amp;quot;พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42514</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรทิพย์ ชัยจินดา, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, ป้องกันอาชญากรรม, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วางระเบิดหน้าสตช., ศปก.ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d4014f2c539f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) หรือ Thailand Institute of Justice (TIJ) จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ.2554 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นผู้ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลง (Promoter of Change) ด้านการยกระดับกระบวนการยุติธรรมและเชื่อมโยงหลักนิติธรรมกับการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย อาเซียน และระดับสากล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันธกิจหลักของ TIJ ได้แก่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.การส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการอนุวัติข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขัง หรือ &amp;ldquo;Bangkok Rules&amp;rdquo; เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินกระบวนการยุติธรรมแก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.การศึกษา วิจัย และเผยแพร่มาตรฐานและบรรทัดฐานของสหประชาชาติเกี่ยวกับการดำเนินกระบวนการยุติธรรมทางอาญา รวมทั้งแนวทางในการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดและการช่วยเหลือผู้กระทำผิดหลังพ้นโทษให้กลับคืนสู่สังคม เพื่อนำไปสู่การพัฒนากระบวนการยุติธรรมแห่งประเทศไทยและต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ด้านหลักนิติธรรมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม อันจะนำไปสู่สังคมแห่งความยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.การเป็นศูนย์กลางแห่งความเป็นเลิศระดับนานาชาติด้านการพัฒนากระบวนการยุติธรรมทางอาญาในด้านการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด โดยจะเน้นความร่วมมือกับสถาบันสมทบของสหประชาชาติ (Programme Network Institute) และความร่วมมือในกรอบอาเซียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.การส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของกระบวนการยุติธรรมของไทยให้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เพื่อให้เกิดความร่วมมือทางด้านกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กิจกรรมหลักภายใต้การดำเนินงานของ TIJ มี 3 ประการ คือ งานวิจัย (Research and Development) ซึ่งเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ด้านงานวิจัยและฐานข้อมูลในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับหลักนิติธรรม การป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญาให้สอดคล้องกับหลักสากล อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพของกระบวนการยุติธรรมของประเทศ&amp;nbsp;งานผลักดันเชิงนโยบาย (Policy Advocacy) เป็นการนำองค์ความรู้ที่มีเป็นเครื่องมือในการให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคและให้คำปรึกษากับหน่วยงานด้านนโยบายและปฏิบัติทั้งภายในประเทศและในภูมิภาคอื่นๆ เพื่อให้การทำงานด้านการป้องกันอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรมทางอาญาเกิดผลเป็นรูปธรรม และสุดท้าย งานพัฒนาศักยภาพบุคลากร (Capacity Building) นำองค์ความรู้ที่มีมาเผยแพร่สู่กลุ่มบุคลากรเป้าหมายในกระบวนการป้องกันอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ผ่านการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรฝึกอบรม และการแลกเปลี่ยนความคิดในระดับผู้ปฏิบัติงานทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือให้คำปรึกษาแก่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภารกิจทั้งหมดของ TIJ ถูกร้อยเรียงผ่านแนวคิดหลัก คือ การส่งเสริมหลักนิติธรรมในสังคม อันเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 ข้อขององค์การสหประชาชาติ (UN Sustainable Development Goals) ซึ่งถูกนำมาปฏิบัติผ่านโครงการที่หลากหลายของ TIJ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำหลักสูตรผู้บริหารหลักนิติธรรมของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ Executive Program on the Rule of Law and Development: RoLD Program) เพื่อสร้างเครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่ในการขับเคลื่อนหลักนิติธรรมในสังคม การส่งเสริมให้เกิดการอนุวัติ &amp;ldquo;ข้อกำหนดกรุงเทพ&amp;rdquo; หรือข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่ไม่ใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำความผิดหญิง (The Bangkok Rules) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปฏิรูปเรือนจำ (Prison Reforms) การต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ (Transnational Organized Crime) การป้องกันการเกิดอาชญากรรมโดยใช้มิติการพัฒนานำ (Development-led Crime Prevention) รวมถึงส่งเสริมมาตรฐานสหประชาชาติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะด้านเด็กและสตรีในกระบวนการยุติธรรม (Women and Children Empowerment) อีกทั้งยังทำหน้าที่ขับเคลื่อนประเด็นสำคัญต่างๆ ในเวทีระหว่างประเทศ เพื่อมุ่งสร้างความยุติธรรมที่เท่าเทียมกันในสังคมอันจะเป็นพื้นฐานสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;TIJ เป็นองค์การมหาชนที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล แต่ปฏิบัติงานขึ้นตรงกับคณะกรรมการบริหารสถาบันฯ ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญในหลายแขนง และผู้บริหารองค์กรต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งทำหน้าที่กำกับดูแลและกำหนดนโยบาย กรอบยุทธศาสตร์ แผนงานของสถาบันฯ และมีพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเป็นประธานกรรมการที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ท่านผู้อ่านสามารถติดตามการทำงานของ TIJ ได้ทาง http://www.tijthailand.org&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7610</URL_LINK>
                <HASHTAG>Bangkok Rules, Policy Advocacy, ป้องกันอาชญากรรม, ผู้ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลง, สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย, เป็นเรื่องเป็นราว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5f23f7bc12c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
