<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนยังตกหนักทุกภาคถึง4ก.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปภ.รายงานฝนตกน้ำท่วม 4 จังหวัดภาคเหนือ ศรีราชาถนนเจิ่งน้ำหลายสาย รถเล็กผ่านลำบาก อุตุฯ เตือนระวังน้ำท่วม ทุกภาคยังเผชิญฝนถึง 4 ก.ค. กรุงเทพฯ โอกาสมีฝน 60%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า อิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2563 ถึงปัจจุบัน ส่งผลให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำไหลหลาก 4 จังหวัด ได้แก่ ลำพูน พะเยา ลำปาง และเชียงใหม่ รวม 5 อำเภอ 9 ตำบล 21 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 375 ครัวเรือน ถนน 1 สาย ไม่มีผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ทั้งนี้ ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแล้ว หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจรินทร์ คงศรีเจริญ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 7 ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลสบเตี๊ยะ บริหารจัดการน้ำและเร่งระบายน้ำที่ประตูระบายน้ำวังหิน ตำบลสบเตี๊ยะ อำเภอจอมทอง ทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำกลางที่ไหลหลากตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 27 มิ.ย.63 ลดระดับลงและไม่ไหลล้นตลิ่งสร้างความเสียหายให้กับหมู่บ้านริมตลิ่งแม่น้ำกลาง โดยเฉพาะบ้านแม่กลาง บ้านลุ่ม หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ซึ่งปกติบริเวณนี้น้ำจะเอ่อล้นประจำทุกปี
ส่วนปริมาณน้ำที่ไหลหลาก โครงการชลประทานเชียงใหม่จะผันน้ำและระบายลงสู่แม่น้ำปิงเหนือประตูระบายน้ำแม่สอย ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง เพื่อนำน้ำไปใช้ประโยชน์ในการชลประทานต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนา กตาธิการมงคล ราษฎรชาวปกาเกอะญอ บ้านแม่ออ หมู่ 4 ต.แม่ยวมน้อย อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 25 ต่อเนื่องวันที่ 26 มิ.ย. ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่บ้านแม่ออ ส่งผลให้ที่นากว่า 5 ไร่ถูกน้ำป่าจากห้วยขล่อลอแจโกล้ะไหลท่วม ต้นข้าวที่เริ่มปลูกถูกน้ำป่าซะหน้าดินจนต้นข้าวหายไปกับสายน้ำ นอกจากนั้นยังมีระบบประปาที่เสียหาย รวมไปถึงหินก้อนใหญ่ไหลเข้ามาทับถมที่นา จนถึงตอนนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาช่วยเหลือ จึงอยากจะวิงวอนผ่านสื่อมวลชน ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องมาให้การช่วยเหลือเป็นการด่วนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชลบุรี บ่ายวันที่ 28 มิ.ย. ในพื้นที่ ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักนานกว่า 40 นาที จนทำให้ถนนหลายสายมีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะทางหลวงชนบทหมายเลข 3013 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา บริเวณหน้าวัดห้วยปราบ ปริมาณน้ำสูงเฉลี่ยกว่า 30-50 เซนติเมตร ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กสัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศช่วงระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน 2563-4 กรกฎาคม 2563 ดังนี้ การคาดหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันที่ 28-29 มิ.ย.63 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบน ทำให้บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค.63 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ลาว และเวียดนามตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ข้อควรระวัง ขอให้ประชาชน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักที่เกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ในช่วงวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค.63 ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคเหนือ วันที่ 29 มิ.ย.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 28-29 มิ.ย.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศา อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคกลาง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในช่วงวันที่ 28-29 มิ.ย.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศา อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออก ในช่วงวันที่ 28-29 มิ.ย.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp; ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศา อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 28-29 มิ.ย.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ทะเลมีคลื่นสูงต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศา อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 28-29 มิ.ย.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ โดยในช่วงวันที่ 29-30 มิ.ย. มีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 28-29 มิ.ย.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 30 มิ.ย.-4 ก.ค.63 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศา อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69965</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ฝนตกน้ำท่วม, อุตุนิยมวิทยา, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200628/image_big_5ef88ac8d8d27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2020 09:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2020 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แล้งหนัก! 29 จังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค. 63&amp;nbsp;- กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่ามีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 29 จังหวัด ทั้งนี้ ปภ. ได้บูรณาการทุกหน่วยงานระดมสรรพกำลังแก้ไขปัญหาในพื้นที่ประสบภัย ทั้งการสูบส่งน้ำ การขุดบ่อน้ำตื้น การขุดบ่อน้ำบาดาล การเป่าล้างบ่อบาดาล การจัดรถบรรทุกน้ำนำน้ำไปเติมยังถังน้ำกลางประจำหมู่บ้านและจุดแจกจ่ายน้ำตามวงรอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอตลอดฤดูแล้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน (9 พ.ค. 63) มีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) รวม 29 จังหวัด 162 อำเภอ 858 ตำบล 5 เทศบาล 7,434 หมู่บ้าน/ชุมชน แยกเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคเหนือ 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ พิษณุโลก และตาก รวม 47 อำเภอ 234 ตำบล 1,918 หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม นครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และศรีสะเกษ รวม 73 อำเภอ 423 ตำบล 2 เทศบาล 3,939 หมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคกลางและภาคตะวันออก 9 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี จันทบุรี และชลบุรี รวม 41 อำเภอ 190 ตำบล 2 เทศบาล 1,519 หมู่บ้าน/ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาคใต้ 1 จังหวัด ได้แก่ สงขลา รวม 1 อำเภอ 11 ตำบล 1 เทศบาล 58 หมู่บ้าน/ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปภ. ได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง โดยระดมสรรพกำลัง เครื่องจักรกล ยานพาหนะ และอุปกรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับสภาพความเสี่ยงของพื้นที่ ทั้งการสูบส่งน้ำ การขุดบ่อน้ำตื้น การขุดบ่อน้ำบาดาล การเป่าล้างบ่อบาดาล และจัดรถบรรทุกน้ำนำน้ำไปเติมยังถังน้ำกลางประจำหมู่บ้านและจุดแจกจ่ายน้ำตามวงรอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนมีน้ำอุปโภคบริโภคเพียงพอตลอดฤดูแล้ง ตลอดจนรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนเกษตรกรให้ปรับวิถีทำการเกษตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ท้ายนี้ ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้งสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65436</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำ, ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, มหาดไทย, แล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2abbf219a75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
