<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 18:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ค้นหาสุดยอดผู้ประกอบการต้นแบบ 10 กิจการ ยกระดับมาตรฐานด้านสุขอนามัย เปิดนักท่องเที่ยวร่วมโหวต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค.64 - การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แถลงข่าวเปิดตัวโครงการกิจกรรม The Best of SHA Awards 2021 โดยมีนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. พร้อมด้วยนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข นางสาวฐาปนีย์&amp;nbsp;เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. และนายอคิร วงษ์เซ็ง บล็อกเกอร์สายท่องเที่ยว แฟนเพจ &amp;ldquo;อาสาพาไปหลง&amp;rdquo; ร่วมพูดคุยถึงการค้นหาสุดยอดสถานประกอบการมาตรฐาน Amazing Safety and Health Administration (SHA) ใน 10 ประเภทกิจการที่ปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอและเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการให้เป็นไปตามมาตรฐาน SHA ผ่านระบบ Live Streaming&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ตั้งแต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ในปีที่ผ่านมา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค กรมอนามัย และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ร่วมกันจัดทำโครงการมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย Amazing Thailand Safety and Health Administration (SHA) กระตุ้นและส่งเสริมให้สถานประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวร่วมกันยกระดับสินค้าและบริการตามมาตรฐาน SHA โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโควิด -19 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันมาตรฐาน SHA ได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการให้บริการของธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และได้รับการรับรองจาก World Travel &amp;amp; Tourism Council (WTTC) หรือ สภาการท่องเที่ยวโลกว่าสถานประกอบการที่ได้รับมาตรฐาน SHA จะได้มาตรฐานตามข้อกำหนด Safe Travels Stamp ด้วย ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวให้ความสำคัญในการปฏิบัติตามมาตรฐาน SHA และเพื่อรักษาคุณภาพของการบริการในด้านสุขอนามัยอย่างต่อเนื่อง ททท. จึงได้จัดทำโครงการ The Best of SHA Awards 2021 ค้นหาสุดยอดผู้ประกอบการที่ดำเนินการตามมาตรฐาน SHA&amp;nbsp;
อย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ เป็นต้นแบบที่ดีใน 10 หมวดประเภทกิจการ ประกอบด้วย 1. หมวดภัตตาคาร/ร้านอาหาร 2. หมวดโรงแรม ที่พัก และโฮมเสตย์ 3. หมวดนันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp;4. หมวดยานพาหนะ 5. หมวดบริษัทนำเที่ยว 6. หมวดสุขภาพและความงาม 7. หมวดห้่างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า 8. หมวดกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว 9. หมวดการจัดกิจกรรม/จัดประชุม/โรงละคร/โรงมหรสพ และ10. หมวดร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การประเมินผลมาจากการสุ่มตรวจประเมินของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และ Voice of Customer (VOC) โดยนักท่องเที่ยวหรือผู้ใช้บริการสามารถประเมินความพึงพอใจของสถานประกอบการ เพื่อการพัฒนาและปรับปรุงต่อไป และคณะกรรมการฯ จะนำผลมาพิจารณาคัดเลือกและตรวจประเมินอีกครั้ง เพื่อมอบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ประกอบการที่รักษามาตรฐาน SHA ได้อย่างดีเยี่ยมใน 10 หมวดประเภทกิจการ ประเภทละ 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมี The Best of SHA จำนวน 3 ประเภท ได้แก่ ประเภท 1 ดาว &amp;nbsp;ได้ดำเนินการตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอ ประเภท 2 ดาว ได้ดำเนินการตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอสูงกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ ประเภท 3 ดาว ได้ดำเนินการตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัดและสม่ำเสมอสูงกว่ามาตรฐานที่กำหนดและมีมาตรฐานการท่องเที่ยวสีขาว (สะดวก สะอาด ปลอดภัย เป็นธรรม และรักษาสิ่งแวดล้อม) อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการ The Best of SHA Awards 2021 เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวหรือผู้ใช้บริการได้มีส่วนร่วมในการประเมินสถานประกอบการมาตรฐาน SHA โดยสแกน QR Code หรือเว็บไซต์ www.thailandsha.com ตั้งแต่วันนี้ &amp;ndash; 20 ตุลาคม 2564 นักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมกิจกรรมมีสิทธิลุ้นรับของรางวัลมากมาย มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท อาทิ iMac, MacBook Air, iPhone 12, iPad Pro, Mac Mini, Apple Watch, Apple TV และแพ็กเกจที่พักทั่วประเทศไทย ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดโครงการฯ&amp;nbsp;เพิ่มเติมได้ที่ www.thailandsha.com/thebestofsha&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110463</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ป้องกันโควิด, มาตรฐานโรงแรมด้านสุขอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210720/image_big_60f6aea8a558f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110175</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 12:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 12:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่น พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 104 ราย ผู้ว่าสั่งคัดกรองเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 18 ก.ค.2564 ที่สถานีรถไฟขอนแก่น นายพิชัย &amp;nbsp;วันตา ป้องกันจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย นายธีระศักดิ์ &amp;nbsp;ฑีฆายุพันธ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น และนายศักดิ์นรินทร์ &amp;nbsp;แสงอรุณ นายสถานีรถไฟขอนแก่น นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายการสาธารณสุข จากสำนักงานสาธรณสุข จ.ขอนแก่น ,เทศบาลนครขอนแก่น,ฝ่ายปกครองและการรถไฟแห่งประเทศไทย ทำการตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางมากับขบวนรถไฟท้องถิ่นขบวนที่ 412 ชุมทางแก่งคอย จ.สระบุรี-ขอนแก่น ตามาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับผู้ที่เดนิทางมากับระบบขนส่งมวลชน โดยที่สถานีรถไฟขอนแกน ได้กำหนดจุดการลงจากรถ จากบริเวณชานชาลาชั้น 2 มายังอาคารผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 1 เพียง 1 ช่อทางยกเว้นผู้พิการและผู้สูงอายุ ที่สามารถใช้ลิฟต์ขนส่งได้ ซึ่งเมื่อทุกคนลงมาถึง ชั้น 1 จะต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิ การตรวจคัดกรองเบื้อต้นจากเจ้าหน้าที่รวมไปถึงการลงประวัติการเดินทางผ่านคิวอาร์โค้ดไทยชนะ และการลงทะเบียนผ่านระบบที่จังหวัดกำหนด เพื่อประเมินสถานการณ์และตรวจติดตามผู้ที่เดินทาเข่ามาในพื้นที่ จ.ขอนแก่น อย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ในวันนี้ขอนแก่น มีจำนวนผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 104 ราย ทำให้จำนวนผู้ป่วยสะสมจากการระบาดระลอกที่ 3 จำนวนทั้งสิ้น 1,614 ราย ในจำนวนนี้ยังคงอยู่ในการรักษาของโรงพยาบาลต่างๆ 896 ราย รักษาหายขาดและแพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้ 709 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 9 ราย ดังนั้นทุกมาตรการที่ รัฐบาล,ศบค.และจังหวัดกำหนดจะต้องดำเนินการไปอย่างรัดกุม รอบคอบ และเข้มงวด โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ที่ด่านตรวจหลัดของจังหวัดที่ อ.บ้านไผ่ และ อ.ชุมแพ จะทำการตรวจคัดกรองและตรวจสอบเอกสารประจำตัวของแต่ละคนว่ามีการดำเนินการตามประกาศ หรือได้รับวัคซีน หรือเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงตามที่ ศบค.กำหนดอย่างไร รวมไปถึงที่สถานีรถไฟ สถานีขนส่ง และสนามบิน ที่เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบการเดินทางเข้าและออกจังหวัดอย่างเข้มงวดและต่อเนื่องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ขณะนี้การเดินทางด้วยขบวนรถไฟโดยสารที่ต้องจอดที่สถานีรถไฟขอนแก่น คงเหลือเพียง 3 ขบวนต่อวันเท่านั้น &amp;nbsp;ซึ่งจะมีผู้โดยสารลงที่สถานีขอนแก่นประมาณ 10-15 คน ต่อเที่ยวรถ ขณะที่การลงรถตามสถานีรถไฟระดับอำเภอมาตรการตรวจคัดกรองและตรวจสอบการเข้าเมือง ฝ่ายปกครอง จะสนธิกำลังร่วมฝ่ายสาธารณสุข ตำรวจและ อปท.ในพื้นที่ที่รับผิดชอบอย่างเข้มงวด ขณะที่หากพบผู้โดยสารมีไข้สูง หรือเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างการเดินทาง เจ้าพนักงานประจำขบวนรถไฟจะประเมินสถานการณ์ และประสานงานร่วมสถานีปลายทางหรือสถานีรถไฟต่อไปในการจัดระบบรับผู้ป่วยตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ตามขั้นตอนที่ต้องปฎิบัติอย่างรัดกุมแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า ต้องขอความร่วมมือทุกคนได้ช่วยเป็นหูเป็นตาและแจ้งข้อมูลการกระทำที่ขัดต่อคำสั่งของ ศบค. และจังหวัด เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจสอบและอุดช่องโหว่ที่เกิดขึ้นให้ได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ผุ้ที่เดนิทางมาจากพื้นที่เสี่ยงและสีแดงเข้ม หรือสีแดง จะต้องรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ได้รับทราบ เพื่อที่จะสามารถตรวจติดตามสถานการณ์ หรือเข้ารับการควบคุมโรคหรือเข้ารับการรักษาตามที่จังหวัดได้กำหนดแนวทางหรือดำเนินการอยู่ในขณะนี้หากพบว่าฝืน ซึ่งนอกจากจะต้องมีความผิดแล้ว ทั้งครอบครัวก็จะต้องเข้ารับการกักตัวที่ กองร้อย อส.ที่ 1 ขอนแก่น ทันทีโดยไม่มีละเว้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110175</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป้องกันโควิด, สถานีรถไฟขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210718/image_big_60f3bf7e5f840.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109353</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 15:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภูเก็ตยกระดับคัดกรองคนเข้าเมืองเข้มงวดตั้งแต่15-31 ก.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.64-นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019(COVID-19) มีผู้ป่วยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จังหวัดภูเก็ต จำเป็นต้องยกระดับความเข้มข้นของมาตรการบังคับใช้อย่างจริงจังขณะเดียวกันให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายณรงค์ ได้ลงนามคำสั่งจังหวัดภูเก็ต ที่ 3860/2564&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่อง กำหนดมาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต ตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สำหรับคนไทยจากต่างจังหวัดหรือคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สาระสำคัญการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ตของคนไทยจากต่างจังหวัด หรือคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ทางด่านตรวจท่าฉัตรไชย ช่องทางน้ำ (ท่าเรือ) ทุกท่า ในจังหวัดภูเก็ต และช่องทางภายในประเทศ ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ผู้เดินทางยกเว้นเด็กอายุไม่เกิน 6 ปีที่เดินทางมากับผู้ปกครอง ต้องเป็นผู้มีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใดและต้องถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด และ พื้นที่ควบคุมสูงสุด 24 จังหวัด ต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด - 19 ครบ 2 เข็ม&amp;nbsp; หรือครบโดสตามจำนวนวัคซีนแต่ละชนิดหรือได้รับวัคซีนชนิด AstraZeneca จำนวน 1 เข็ม มาแล้วเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน หรือ เป็นผู้ที่หายจากอาการป่วยด้วยโรคโควิด - 19 มาแล้วไม่เกิน 90 วัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือ ได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด - 19 ด้วยวิธีการ RT - PCR หรือวิธีการ Antigen Test ไม่เกิน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับการตรวจ กรณี นักเรียนนักศึกษาอายุไม่ถึง 18 ปี ที่ไม่สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด &amp;ndash; 19 ได้และมีความจำเป็นต้องเดินทางผ่านเข้า &amp;ndash; ออกจังหวัดภูเก็ตเพื่อการเรียนการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้หน่วยงานต้นสังกัดของสถานศึกษาหรือศึกษาธิการจังหวัดออกบัตรประจำตัวเป็นรูปแบบเดียวกัน แสดงต่อเจ้าหน้าที่เมื่อเดินทางผ่านเข้า &amp;ndash; ออกจังหวัดภูเก็ต และให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตทำการตรวจหาเชื้อโควิด &amp;ndash; 19 ด้วยวิธีการ RT-PCR และออกใบรับรองการตรวจหาเชื้อโควิด &amp;ndash; 19 ให้ใช้ได้ไม่เกิน 1 เดือน ต้องดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;หมอชนะ&amp;rdquo; บนสมาร์ทโฟน และยินยอมเปิดแชร์ตำแหน่งที่ตั้ง (Location) ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในจังหวัดภูเก็ต แสดงเอกสารหลักฐานข้างต้น ต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อก่อนเข้าจังหวัดภูเก็ต ให้สังเกตติดตามอาการตนเอง (Self Monitoring) ตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค หากพบอาการป่วยหรือสงสัยว่ามีอาการป่วยด้วยโรคโควิด &amp;ndash; 19 ให้พบแพทย์โดยด่วน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 15 -31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109353</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป้องกันโควิด, ภูเก็ต, ยกระดับคัดกรอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210423/image_big_6082c9ff79cc1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯห่วงเมาแล้วขับ เหนือ-อีสาน-ใต้รถแน่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกฯ&amp;quot; ห่วงประชาชนเดินทางฉลองสงกรานต์ ให้เคารพกฎจราจร เมาไม่ขับ ระมัดระวังตัวตามมาตรการป้องกันโควิด &amp;quot;ศปถ.&amp;quot; บูรณาการทุกหน่วยงานลดอุบัติเหตุ ส่วนการจราจรสายเหนือ-อีสาน-ใต้ รถหนาแน่นทุกเส้นทาง &amp;quot;โพล&amp;quot; เผยคนไทยส่วนใหญ่ตั้งใจหยุดยาวขออยู่บ้าน-งดเดินทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวในรายการ PM PODCAST นายกรัฐมนตรีเล่าเรื่อง ผ่านเพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า ถึงวันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า หลายคนคงจะเริ่มเดินทางกลับบ้านกันแล้ว ขอให้ใช้ความระมัดระวังและเดินทางด้วยความปลอดภัย ตนขออัญเชิญอำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ท่านนับถือ รวมทั้งเดชะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ได้โปรดดลบันดาลให้พี่น้องคนไทยทั้งประเทศจงมีความสุขอย่างพอเพียงในเทศกาลสงกรานต์ หรือเทศกาลปีใหม่ไทย คิดหวังสิ่งใดขอให้สำเร็จผลสมตามความมุ่งหมายปรารถนาทุกประการ และก้าวข้ามผ่านวิกฤติโควิด-19 ด้วยความปลอดภัย มีสุขภาพร่างกายจิตใจที่แข็งแรง แข็งแกร่ง เพื่อร่วมกันพัฒนาชาติบ้านเมืองต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีห่วงใยประชาชนที่กำลังจะเดินทางฉลองสงกรานต์ที่ภูมิลำเนา หรือไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ขอให้มีสติในการขับขี่พาหนะและยานยนต์ต่างๆ มีน้ำใจกับเพื่อนร่วมทาง&amp;nbsp; เคารพกฎหมาย กฎจราจร เมาไม่ขับ ลดอุบัติเหตุและความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมขอบคุณและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่เสียสละเวลาช่วงวันหยุดเทศกาลมาปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนให้เดินทางถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังได้กำชับทุกหน่วยงานบูรณการงาน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนในการเดินทาง ซึ่งกรมทางหลวงได้จัดตั้งจุดบริการประชาชนทั่วประเทศ 147 จุด สำหรับประชาชนผู้ใช้เส้นทางสามารถแวะพักหรือสอบถามเส้นทาง รวมทั้งบางจุดบริการยังมีเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือในกรณีรถเสียหรือเกิดอุบัติเหตุด้วย ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ จุดตรวจกวดขันวินัยจราจรกว่า 3,000 จุดทั่วประเทศ ซึ่งมีจัดตั้งจุดตรวจสำคัญหรือเป็นจุดยุทธศาสตร์ 312 จุดทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดต่างๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนเดินทางด้วยความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอความร่วมมือประชาชนทุกคนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 หรือมาตรการ DMHTT อยู่ห่างไว้ ใส่หน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้า หมั่นล้างมือ ตรวจวัดอุณหภูมิ ใช้ไทยชนะและหมอชนะอย่างเคร่งครัด การจัดกิจกรรมต้องยึดแนวทางฐานวิถีชีวิตใหม่อย่างเคร่งครัด&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) กล่าวว่า ปถ.บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขับเคลื่อนการสร้างความปลอดภัยทางถนน ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย ห่างไกลโควิด&amp;rdquo; ซึ่งระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.2564 โดยเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง การคุมเข้มความปลอดภัยของยานพาหนะทุกประเภท ทั้งสภาพรถ อุปกรณ์นิรภัย ความพร้อมของพนักงานขับรถ การเฝ้าระวังและป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนทุกรูปแบบ โดยเฉพาะขับรถเร็วดื่มแล้วขับ และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย การจัดหน่วยบริการการแพทย์ฉุกเฉิน หน่วยกู้ชีพกู้ภัยและเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมช่วยเหลือ ณ จุดเกิดเหตุ และส่งต่อผู้ประสบอุบัติเหตุอย่างรวดเร็วในทุกพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ (10 เม.ย.) ตลอดทั้งวันประชาชนส่วนใหญ่อยู่ระหว่างเดินทาง ทำให้ถนนสายหลักมุ่งสู่ภูมิภาคต่างๆ มีปริมาณรถหนาแน่น อีกทั้งมีฝนตกในบางพื้นที่ ส่งผลให้ถนนเปียกลื่นและทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางลดลง อย่างไรก็ตาม ในส่วนการแถลงข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวัน สามารถติดตามได้ทาง Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM ทุกวัน ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย. เวลา 10.30 น.&amp;quot; เลขาฯ ศปถ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนานสายอีสาน ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 9 เม.ย.ที่ผ่านมา ปริมาณรถที่เข้าสู่ จ.นครราชสีมา บนถนนมิตรภาพ ตั้งแต่ตำบลกลางดง- อ.ปากช่อง ปริมาณรถมากและหนาแน่น ติดขัดสลับหยุดนิ่งตลอดเส้นทาง ปริมาณรถเป็นหน้ากระดานเต็มพื้นที่ถนน แต่ก็ยังเคลื่อนตัวไปได้อย่างช้าๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเส้นทางถนนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา ช่วงอำเภอปากช่อง-อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ระยะทางประมาณ 36 กิโลเมตร ที่เปิดให้ประชาชนใช้บริการชั่วคราวเพื่อลดปัญหาสภาพการจราจรบนถนนมิตรภาพ ก็มีปริมาณรถยนต์ใช้บริการบนถนนมอเตอร์เวย์อย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการจราจรสายเหนือ สภาพการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 32 สายเอเชีย ช่วง จ.ชัยนาท บริเวณ 4 แยกหางน้ำสาคร อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ปริมาณรถเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริเวณดังกล่าวในช่วงจังหวะสัญญาณไฟแดง จะมีรถติดสะสมหางแถวยาว 2 กิโลเมตร แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะเร่งระบายรถอย่างเต็มที่ โดยขาขึ้นเปิดไฟเขียวครั้งละ 5-7 นาที แต่ก็ยังคงมีปริมาณรถที่ตามมาในขาขึ้น จากพื้นที่ อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี มาอย่างต่อเนื่อง จนเกิดการสะสม รวมทั้งยังเกิดอุบัติเหตุรถชนท้ายกันเป็นระยะๆ ยิ่งทำให้เกิดปัญหาการจราจรที่คับคั่งอยู่แล้วยิ่งติดขัดและมีหางแถวสะสมยาวขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สายใต้ สภาพการจราจรบนถนนเพชรเกษมช่วงผ่านพื้นที่ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ สู่ 14 จังหวัดภาคใต้ มีปัญหารถสะสมติดอย่างหนักระยะทางยาวกว่า 10 กิโลเมตร บริเวณ กม.ที่ 280+100 ซึ่งกำลังมีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำกุยบุรี โดยทุบสะพานฝั่งขาล่องใต้ และทำทางเบี่ยงให้รถแล่นสวนทางกันบนสะพานฝั่งขาขึ้นฝั่งละ 1 ช่องจราจร ส่งผลให้การจราจรติดขัด ขณะที่ตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยงให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทราบ พร้อมจัดทำป้ายบอกทาง จัดเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกการจราจรตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กรุงเทพโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง คนไทยกับการเดินทางช่วงหยุดยาวปีใหม่ไทย 2564 พบว่า คนไทยส่วนใหญ่ร้อยละ 54.6 ตั้งใจจะอยู่บ้านไม่ออกไปไหนในช่วงหยุดยาวสงกรานต์ปีใหม่ไทย ขณะที่ร้อยละ 45.4 ตั้งใจจะเดินทาง โดยในจำนวนนี้ ร้อยละ 29.8 จะเดินทางไปทำบุญ, ร้อยละ 16.8 จะเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดตนเอง และร้อยละ 13.1 จะเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานภาครัฐในการใช้มาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน 5 ด้านอย่างจริงจัง เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนในช่วง 7 วันอันตราย พบว่า ในภาพรวมประชาชนให้คะแนนความเชื่อมั่น 3.47 คะแนน จากเต็ม 5 คะแนน ซึ่งแปลผลว่ามีความเชื่อมั่นมาก โดยด้านที่เชื่อมั่นมากที่สุดคือ การเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้ 3.99 คะแนน ส่วนด้านที่เชื่อมั่นน้อยที่สุดคือ การลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อมได้ 3.22 คะแนน ด้านการรับทราบเกี่ยวกับกฎกระทรวงกำหนดความเร็วใหม่ ในทางหลวงแผ่นดินทางหลวงชนบทพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 58.2 ทราบเกี่ยวกับกฎกระทรวงกำหนดความเร็วใหม่ ขณะที่ร้อยละ 41.8 ไม่ทราบ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99096</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉลองสงกรานต์, ประชาชนเดินทางฉลองสงกรานต์, ป้องกันโควิด, มาตรการป้องกันโควิด, สงกรานต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เคารพกฎจราจร, เมาไม่ขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210410/image_big_6071b7df269f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุวัฒน์กำชับตร. ดูแล‘สงกรานต์’ 10เม.ย.แห่ออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;รัฐบาล&amp;quot; ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุสงกรานต์ปีนี้ลง 5%&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กปั๊ด&amp;quot; สั่งระดม ตร.ทั่ว ปท.ดูแล ปชช.ช่วงวันหยุดยาวภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 &amp;quot;รอง ผบ.ตร.&amp;quot; ขึ้น ฮ. ตรวจสภาพการจราจร คาด 10 เม.ย.ปริมาณรถขาออกมากสุด แนะเส้นทางเลี่ยงรถติดสายเหนือ-อีสาน &amp;quot;มอเตอร์เวย์โคราช&amp;quot; ประเดิมรถชนรายแรกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 เม.ย. นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2564 ว่ารัฐบาลได้ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุลงให้ได้ร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับสถิติย้อนหลัง 3 ปี ตั้งความหวังว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนต่ำกว่า 10,000 รายต่อปี หากทำได้ถือว่าได้บุญกุศลมากๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่เป็นห่วงคือเรื่องขับรถเร็ว การเมาแล้วขับ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งการไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่สวมหมวกนิรภัย เป็นต้น ดังนั้นจึงขอให้ ศปถ.อำเภอบูรณาการทำงานร่วมกับ ศปถ.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการปฏิบัติป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน และการตรวจคัดกรองโควิด-19 ควบคู่กันไป&amp;quot; รมช.มหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศระดมกำลังตำรวจปฏิบัติงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และอำนวยความสะดวกดูแลเส้นทางการจราจรในเส้นทางหลักให้มีความคล่องตัวปลอดภัยจากอุบัติเหตุและลดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19&amp;nbsp; เพื่อสร้างความมั่นใจในการเดินทางให้กับประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผบ.ตร.เน้นย้ำให้มีการบังคับใช้กฎหมาย จับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับบ่อนการพนัน ยาเสพติด การลักลอบเข้าเมือง และสถานบันเทิง สถานบริการต่างๆ ที่ปิดเกินกฎหมายกำหนด หรือปล่อยให้มีการมั่วสุมก่อความเดือดร้อนรำคาญ โดยในช่วงเทศกาลเน้นการจัดชุดสายตรวจร่วม ชุดเคลื่อนที่เร็วดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนได้ฉลองตามประเพณี ภายใต้มาตรการทางสาธารณสุข เน้นการตรวจตราการจัดกิจกรรมสงกรานต์ให้เป็นไปตามที่รัฐบาล (ศบค.) กำหนด เช่น งดรวมกลุ่มหมู่มาก งดประแป้ง สาดน้ำ และจัดการแสดงต่างๆ&amp;quot; โฆษก ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาช่วงบ่าย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ตรวจสภาพการจราจร เตรียมความพร้อมการอำนวยความสะดวกการจราจรประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา และกำชับการปฏิบัติมาตรการตรวจคัดกรองโควิด-19 สำหรับผู้ที่เดินทางข้ามจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า จากข้อมูลกรมทางหลวงคาดการณ์รถจะออกและเข้ากรุงเทพฯ ช่วงสงกรานต์ประมาณ 7.3 ล้านคัน มากกว่าช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา 16% วันออกสูงสุดเป็นวันที่ 10 เม.ย. วันเข้าสูงสุดเป็นวันที่ 15 เม.ย. แต่จากสถานการณ์โควิด-19 ในช่วงนี้อาจมีการเดินทางลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า สำหรับเส้นทางเลี่ยงรถติดนั้นในสายเหนือช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 10 เม.ย.64 รถอาจจะหนาแน่นมากช่วงต่างระดับบางปะอิน ถนนพหลโยธิน เบี่ยงออกไปสายเอเชีย แนะนำให้ใช้ ทล.340 บางบัวทอง-สุพรรณ หรือลงทางด่วนบางปะอิน แล้วเลี้ยวซ้าย ทล.347 ปทุมธานี-บางปะหัน เข้าสายเอเชีย เพื่อหลีกเลี่ยงจุดดังกล่าว ส่วนสายอีสาน เริ่มตั้งแต่เย็นวันศุกร์ที่ 9 เม.ย.64 นี้ จะมีจุดวิกฤติอยู่บนถนนพหลโยธิน ช่วงหลัก กม.54-90 เนื่องจากมีจุดซ่อมสร้างเป็นช่วงๆ แต่ก็ได้ประสานงานกับแขวงการทางและผู้รับเหมาให้คืนพื้นผิวการจราจรหมดแล้ว หลังจากนั้นจะมีจุดชะลอตัวอยู่ในถนนมิตรภาพตลอดเส้นที่เป็นช่วงขึ้นเนิน แนะนำให้ใช้ ทล.21 พุแค-หล่มสัก เพื่อเลี้ยวขวาเข้าทางด่านขุนทดไปยัง อีสานเหนือชัยภูมิขอนแก่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สายอีสานใต้ให้ใช้ ทล.304 กบินทร์บุรี-ปักธงชัย หรือ ทล.348 อรัญประเทศ-นางรอง โดยมีข้อห่วงใยตรงบริเวณ ทล.304 ตัด ทล.331 แยกซำขวาง และ ทล.304 ตัด ทล.359 แยกเขาหินซ้อน เนื่องจากมีการซ่อมสร้าง ภาคตะวันออกในมอเตอร์เวย์สาย 7 จะมีจุดชะลอตัวอยู่บริเวณจุดพักรถ กม.49 ทั้งขาไปและขากลับ สวนทางภาคใต้ ในช่วงขากลับจะมีจุดชะลอตัวอยู่บริเวณต่างระดับวังมะนาว&amp;quot; รอง ผบ.ตร.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเดินทางกลับภูมิลำเนาสายอีสาน ตั้งแต่ช่วงบ่ายประชาชนเริ่มทยอยเดินทางออกจาก กทม.และปริมณฑล ผ่าน จ.นครราชสีมา ตั้งแต่ อ.กลางดง-อ.ปากช่อง,&amp;nbsp; อ.สีคิ้ว, อ.สูงเนิน, อ.เมืองฯ, อ.เฉลิมพระเกียรติ, อ.โนนสูง, อ.คง, อ.โนนแดง, อ.บัวใหญ่ และ อ.บัวลาย ระยะทางกว่า 200 กม. โดยเฉพาะที่มีการเปิดให้ใช้ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา ช่วงอําเภอปากช่อง-อําเภอสีคิ้ว เพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย บรรเทาปัญหาการจราจรเส้นทางสู่ภาคอีสานให้กับประชาชน มีปริมาณรถยนต์ทยอยวิ่งขึ้นถนนมอเตอร์เวย์ ที่บริเวณหน้าศูนย์พักพิงสุนัขจรจัดนครชัยบุรินทร์ กิโลเมตรที่ 65 บ้านหนองไผ่ ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจุดนี้ได้มีเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 2 ตั้งจุดปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง โดยได้ติดตั้งป้ายเตือนให้รถวิ่งใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ธนัญชัย เพียรช่าง รอง ผบก.ภ.นครราชสีมา กล่าวว่า เริ่มมีการการเดินทางของประชาชนแล้ว ซึ่งเส้นมอเตอร์เวย์ระยะทาง 36 กม.ปริมาณรถยังน้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คอยดูแลอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง โดยจำกัดความเร็ว 80 กม./ชม. ห้ามจอดข้างทาง โดยเฉพาะขอประชาสัมพันธ์ว่า ห้ามจอดถ่ายรูปหรือหยุดรถเพื่อถ่ายเซลฟีอะไรไม่ได้เด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้าที่ผ่านมาได้รับแจ้งจาก ร.ต.อ.ไพรวัลย์ เหมปัญญา สาววัตร (สอบสวน) สภ.พลกรัง จ.นครราชสีมา ว่าได้เกิดอุบัติเหตุขึ้นบนถนนมอเตอร์เวย์ เป็นช่วงที่ยังไม่มีการเปิดใช้อย่างเป็นทางการแล้ว 1 ครั้ง โดยเป็นรถกระบะ ทะเบียนนครราชสีมา พุ่งชนแท่งแบริเออร์กั้นทางเลี้ยวบนถนนมอเตอร์เวย์ ที่บริเวณฝั่งขาเข้า อำเภอขามทะเลสอ จังหวัดนครราชสีมา จนมีผู้บาดเจ็บ 4 ราย โดยคนขับให้การอ้างว่าช่วงเช้ามีหมอกลงบนถนน ทำให้วิสัยทัศน์มองไม่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม ทางแขวงการทางได้กั้นเส้นทางดังกล่าวทั้งหมดแล้วป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98989</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจสภาพการจราจร, ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุสงกรานต์, ป้องกันโควิด, ลดอุบัติเหตุสงกรานต์, วันหยุดยาว, สงกรานต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_607065aa37a16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2020 19:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2020 12:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯย้ำคนไทย &#039;การ์ดอย่าตก&#039;ป้องกันโควิดระบาดรอบ 2 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 ก.ค.2563 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า​ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ฝากเตือนพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ &amp;quot;การ์ดอย่าตก&amp;quot; ในการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 แม้รัฐบาลจะได้ผ่อนปรนมาตรการเฝ้าระวังต่างๆไปมากแล้ว เพื่อให้เศรษฐกิจสามารถเดินหน้าไปได้ แต่ทุกคนทุกภาคส่วนยังคงต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันตัวเองให้มากขึ้น ขอให้เข้มงวดกับการใช้ชีวิต ตามวิถีใหม่ New Normal เพื่อป้องกันตนเองจากการติดเชื้อ​ ที่ผ่านมารัฐบาลได้คลายมาตรการเฝ้าระวังโรคระบาดได้ ก็เพราะได้รับความร่วมมือจากประชาชน ในการปฏิบัติตามข้อกำหนด รวมถึงป้องกันตัวเองจากความเสี่ยง ดังนั้นแม้วันนี้สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยจะคลี่คลายไปพอสมควรแล้ว แต่หลายประเทศสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง รัฐบาลยังจำเป็นต้องขอความร่วมมือทุกคนยังคงเฝ้าระวัง ป้องกันตัวเองจากความเสี่ยง หลีกเลี่ยงการกลับมาแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 2​ ทั้งนี้เช่นเดียวกับสถานศึกษา โดยเฉพาะในส่วนของโรงเรียน ซึ่งได้เปิดเทอมปีการศึกษา 2563 ไปแล้วเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ทุกโรงเรียนต้องปฎิบัติตามขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยจากเชื่อไวรัสโควิด-19 จึงขอให้ทุกโรงเรียนเข้มงวดและปฎิบัติอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการแพร่ระบาดขึ้นมาอีก โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กนักเรียนซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นห่วงได้ขอให้ทุกโรงเรียนทั่วประเทศช่วยเข้มงวดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล กล่าวว่าหลังจากรัฐบาลได้ผ่อนคลายมาตรการต่างๆ พบว่าประชาชนมีการรวมกลุ่มและเดินทางไปต่างจังหวัดมากขึ้นด้วย ดังนั้นจึงขอให้ปฎิบัติตามมาตรการที่รัฐกำหนดอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการลงทะเบียนเข้า-ออก ผ่านแพลตฟอร์ม&amp;quot;ไทยชนะ&amp;quot; ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าบางส่วนยังละเลย แต่การลงทะเบียนนี้สำคัญในการติดตาม สอบสวนโรค หากเกิดกรณีมีผู้ติดเชื้อใหม่ เมื่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ลดลง อาจจจะทำให้ประชาชนบางส่วนปฏิบัติตนไม่เคร่งครัด ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจึงขอย้ำว่า&amp;quot;การ์ดอย่าตก&amp;quot; เพราะถ้าหากประชาชนเริ่มที่จะผ่อนคลายตัวเอง ไม่ระมัดระวัง อาจทำให้ประเทศไทยเจอการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระบาดระลอก 2 ได้แน่นอน​ แม้ประเทศไทยจะไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มภายในประเทศเป็นวันที่ 47 แล้วก็ตาม จากรายงานของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. เมื่อวันที่ 11กรกฎาคม 2563 ก็ตาม &amp;nbsp; ดังนั้นเพื่อให้ประเทศไทยปลอดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ จำเป็นต้องปฎิบัติตามขั้นตอนที่รัฐบาลประกาศ โดยเฉพาะการใช้ชีวิตแบบตามวิถีใหม่ New Normal&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71190</URL_LINK>
                <HASHTAG>การ์ดอย่าตก, ป้องกันโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200522/image_big_5ec7b53c0c926.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
