<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภากาชาด ออกประกาศ ป้องกันโคโรนาไวรัส ให้ผู้บริจาคโลหิตคัดกรองตนเองก่อนบริจาคเลือด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4ก.พ.63-รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การระบาดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 พบผู้ป่วยยืนยันการได้รับเชื้อจากต่างประเทศ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พักรักษาอาการที่โรงพยาบาลในประเทศไทย อีกทั้งมีการยืนยันแล้วว่าการแพร่เชื้อสามารถติดต่อจากมนุษย์สู่มนุษย์ได้จากการสัมผัสผู้ติดเชื้อ เช่น ละอองจากการไอ จาม แตะที่ปาก จมูก หรือตา หากได้รับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการออกมาภายใน 1 วัน ถึง 2 สัปดาห์หลังจากได้รับเชื้อ โดยอาการเริ่มแรกของผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อส่วนใหญ่จะเริ่มจากการมีไข้ ไอ เจ็บคอ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หายใจหอบเหนื่อย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ่ายเหลวท้องเสีย หากผู้ป่วยมีร่างกายไม่แข็งแรงหรือมีภูมิคุ้มกันต่ำ ก่อให้เกิดความรุนแรงขั้นวิกฤตและเสียชีวิตได้&amp;nbsp;
ดังนั้น เพื่อป้องกันมิให้รับบริจาคโลหิตจากผู้ที่มีความเสี่ยงการได้รับเชื้อไปสู่ผู้ป่วย ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงกำหนดมาตรการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ทางโลหิต โดยให้ผู้บริจาคโลหิตรายเก่า หรือผู้บริจาคโลหิตรายใหม่ได้คัดกรองตนเองก่อนบริจาคโลหิต ดังนี้&amp;nbsp;
1. ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; งดรับบริจาคโลหิต 14 วัน
2. ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 หลังจากได้รับการรักษาจนหายดีให้ดบริจาคโลหิตเป็นเวลา 4 สัปดาห์
3. ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 งดบริจาคโลหิตเป็นเวลา 4 สัปดาห์&amp;nbsp;
4. ภายใน 14 วันหลังบริจาคโลหิต หากผู้บริจาคโลหิตได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สายพันธุ์ใหม่ 2019 ให้รีบแจ้งหน่วยงานที่รับบริจาคโลหิตทราบทันที
5. ผู้บริจาคโลหิตจะต้องตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพตัวเอง โดยให้ข้อมูลตรงตามความเป็นจริง &amp;nbsp;&amp;nbsp;
เพื่อให้งานบริการโลหิตของประเทศไทย มีคุณภาพปลอดภัยตามมาตรฐาน ถึงแม้ว่าโลหิตที่ได้รับจากการบริจาคทุกยูนิต จะต้องผ่านกระบวนการตรวจคัดกรองในห้องปฏิบัติการ และนำไปปั่นแยกเป็นส่วนประกอบโลหิต ได้แก่ เกล็ดเลือด เม็ดเลือดแดง และพลาสมา ตามประเภทความต้องการใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วย&amp;nbsp;
ในส่วนกลางกรุงเทพมหานคร บริจาคโลหิตได้ที่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ และ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ศูนย์รับบริจาคโลหิตและพลาสมา สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค) ในส่วนภูมิภาค บริจาคโลหิตได้ที่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ และงานบริการโลหิต รวม 13 แห่ง &amp;nbsp;ได้แก่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จังหวัดลพบุรี ชลบุรี ราชบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี นครสวรรค์ พิษณุโลก เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง) สงขลา ภูเก็ต และงานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56286</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริจาคโลหิต, ป้องกันโคโรนาไวรัสจากการบริจาคเลือด, สภากาชาดไทย, แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200204/image_big_5e3960f88fcd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
