<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2019 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2019 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลจังหวัดพระโขนงสั่งจำคุก&#039;ป้าทุบรถ&#039;3เดือน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.62 -&amp;nbsp; ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ถ.สรรพาวุฒิ ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 3917/2561 ระหว่างพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ โจทก์ กับนางมณีรัตน์ แสงภัทรโชติ ที่ 1 และ น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ ที่ 2 จำเลย ในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ จากกรณีเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2561 &amp;nbsp;น.ส.รัชนิกร เลิศวาสนา ได้ขับรถยนต์กระบะมาจอดรถขวางหน้าบ้านของนางมณีรัตน์และนางรัตนฉัตร จนจำเลยทั้ง 2 ไม่สามารถขับรถออกจากบ้านได้ จึงบันดาลโทสะใช้ขวานและเสียมทุบรถของ น.ส.รัชนิกร ได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้จำเลยทั้งสองเดินทางมาศาลพร้อมนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนันต์ชัย เปิดเผยภายหลังฟังคำพิพากษาว่า คดีนี้ศาลเห็นว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 83 จำคุกคนละ 3 เดือน ปรับคนละ 18,000 บาท ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 2 เดือน ปรับคนละ 12,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับที่ศาลได้ลงโทษสถานเบานั้น เนื่องจากได้พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เห็นว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิด เพราะความเครียดและความโกรธสะสมมาเป็นเวลานาน ความผิดที่กระทำไม่ร้ายแรงนัก จำเลยทั้งสองได้บรรเทาผลร้ายจากการกระทำความผิดโดยนำเงินมาวางศาล 50,000 บาท เพื่อชำระแก่ผู้เสียหายตามที่เสียหายจริง เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเคยรับโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลยทั้งสองกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนันต์ชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า คดีนี้เดิมศาลมีคำสั่งห้ามให้ข้อมูลการพิจารณาจนกว่าจะมีคำพิพากษา ตอนนี้เมื่อศาลอ่านคำพิพากษาแล้วก็ขอเปิดเผยว่า เดิมเราสู้ว่า น.ส.รัชนิกร ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง เนื่องจากรถเป็นของพี่สาว ซึ่งศาลก็ได้ยกไป ส่วนเรื่องทุบรถเราก็ยอมรับจริงๆ ว่าเราทุบ โดยค่าเสียหายซ่อมรถเป็นเงิน 3.7 หมื่นบาท เราก็เยียวยาไป 5 หมื่นบาท ประกอบกับเรามีหลักฐานต่างๆ ที่แสดงว่าที่ผ่านมามีเหตุการณ์ที่มีผู้กระทำลักษณะจอดรถขวางหน้าบ้านจำเลยมานาน จนเป็นเหตุให้จำเลยมีความเครียดสะสมจึงได้กระทำลงไป เมื่อเยียวยาค่าเสียหายไป ศาลจึงเมตตาลดโทษ เหลือ 2 เดือน และรอลงอาญา ซึ่งตนขอขอบคุณประชาชนทั้งประเทศที่เอาใจช่วยคุณป้าทั้งสอง พร้อมขอขอบคุณผู้พิพากษาศาลจังหวัดพระโขนง ที่ให้ความเป็นธรรมเมตตาคุณป้าทั้งสอง ส่วนคดีนี้จะอุทธรณ์หรือไม่ขอปรึกษาลูกความก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37213</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป้าทุบรถ, มณีรัตน์ แสงภัทรโชติ, รัตนฉัตร แสงหยกตระการ, ศาลจังหวัดพระโขนง, เขตประเวศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181031/image_big_5bd94daa257e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22847</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป้าทุบรถเฮชนะคดี จอดขวาง-เจอคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป้าทุบรถชนะคดีหญิงจอดรถขวางประตูบ้าน ศาลเชื่อจำเลยกระทำโดยไม่คำนึงถึงสิทธิของผู้อื่น ทำให้ได้รับความเดือดร้อนรำคาญบนถนนสาธารณะ และเกินอำนาจพนักงานสอบสวนที่จะเปรียบเทียบปรับเพื่อให้เลิกแล้วต่อกัน เนื่องจากมีโทษหนักถึงจำคุก พิพากษาจำ 15 วัน ปรับ 5 พันบาท ปรานีโทษจำรอลงอาญา 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 26 พฤศจิกายนนี้ ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ถนนสรรพาวุธ ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ.1441/2561 ที่พนักงานอัยการโจทก์, น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี และ น.ส.มณีรัตน์ แสงภัทรโชติ อายุ 61 ปี เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง น.ส.รชนีกร เลิศวาสนา อายุ 37 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐานจอดรถกีดขวางทางเข้า-ออกอาคารฯ และก่อความเดือดร้อนรำคาญฯ โดยในวันนี้ น.ส.รัตนฉัตร, น.ส.มณีรัตน์ โจทก์ เดินทางมาศาลพร้อมนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ รวมถึงจำเลยเดินทางมาศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษา นายอนันต์ชัยเปิดเผยว่า วันนี้ศาลจังหวัดพระโขนงพิพากษาว่า น.ส.รชนีกร จำเลย กระทำความผิดจริงตามฟ้อง โดยศาลวินิจฉัยในประเด็นสำคัญที่จำเลยอ้างว่า ใช้เวลาจอดรถซื้อของเพียง 15 นาทีนั้น ทางฝ่ายโจทก์อ้างตัวเองเบิกความเป็นพยานว่า น.ส.รชนีกร จำเลย จอดรถขวางหน้าบ้านไม่สามารถนำรถออกได้ จึงบีบแตรใช้เวลานานถึง 30 นาที หากจำเลยจอดรถใช้เวลาไม่นาน โจทก์คงไม่นำเสียมและขวานมาทุบกระจกรถของจำเลย จึงเชื่อว่าจำเลยจอดรถขวาง ใช้เวลาซื้อของตามความประสงค์ของตนเองโดยไม่คำนึงถึงสิทธิของบุคคลอื่น การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำโดยเล็งเห็นผลต่อโจทก์ร่วมทั้งสอง อันเป็นการทำให้โจทก์ร่วมทั้งสองได้รับความเดือดร้อนรำคาญบนถนนสาธารณะ ซึ่งประชาชนชอบที่จะใช้สัญจรได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำในที่สาธารณสถาน ทั้งเป็นการจอดรถตรงปากทางเข้า-ออกของอาคารและในลักษณะกีดขวางการจราจร การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 57 (10) (15), 148 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท ส่วนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 วรรคสอง ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ต่อผู้อื่นอันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ เป็นการกระทำในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำนัล จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับนั้น เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยตามมาตรา 90 พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับจำเลยในความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ เพื่อให้คดีเลิกกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคดีนี้พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจลงบันทึกประจำวันเปรียบเทียบปรับ เพื่อให้ความผิดทั้งหมดรวมทั้งโทษหนักกว่าเลิกกันได้ จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 วรรคสอง อันเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 397 วรรคสอง เป็นบทที่หนักที่สุด จำคุก 15 วัน และปรับ 5,000 บาท ศาลเห็นว่าจำเลยไม่ปรากฏเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนันต์ชัยยังระบุอีกว่า ส่วนคดีหมายเลขดำ อ.3917/2561 ที่พนักงานอัยการศาลจังหวัดพระโขนงเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.มณีรัตน์ และ น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ เป็นจำเลยที่ 1-2 ในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ กรณีใช้ขวานและเหล็กยาวทุบทำลายรถยนต์นิสสัน รุ่นนาวารา สีขาว หมายเลขทะเบียน ฎค 9297 กรุงเทพมหานคร ของ น.ส.รชนิกร ที่จอดขวางหน้าบ้านตัวเองนั้น ที่ผ่านมาศาลได้เคยนัดไกล่เกลี่ย แต่ไม่ลงตัว ซึ่งเราก็ได้ให้การปฏิเสธไป โดยป้าทั้งสองให้การยอมรับว่าได้ใช้ขวานและเสียมทุบรถจริง แต่ทำไปเพราะบันดาลโทสะ เพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม และผู้เสียหายมีส่วนในการกระทำความผิด ซึ่งศาลนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกวันที่ 7 มี.ค.2562.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22847</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอดรถขวางประตูบ้าน, ป้าทุบรถ, รอลงอาญา, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181126/image_mid_5bfc0365974e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2018 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2018 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งคุก!สาวจอดรถขวางบ้าน&#039;ป้าทุบรถ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ย. 61 - ที่ศาลจังหวัดพระโขนง ถ.สรรพาวุธ ศาลอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ.1441/2561 ที่พนักงานอัยการโจทก์, น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ อายุ 57 ปี และ น.ส.มณีรัตน์ แสงภัทรโชติ อายุ 61 ปี เป็นโจทก์ร่วม ยื่นฟ้อง น.ส.รชนีกร เลิศวาสนา อายุ 37 ปีเป็นจำเลย ในความผิดฐานจอดรถกีดขวางทางเข้า-ออกอาคารฯ และก่อความเดือดร้อนรำคาญฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันนี้ น.ส.รัตนฉัตร, น.ส.มณีรัตน์ โจทก์เดินทางมาศาลพร้อมนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ รวมถึงจำเลยเดินทางมาศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งภายหลังศาลอ่านคำพิพากษา นายอนันต์ชัย เปิดเผยว่า วันนี้ศาลจังหวัดพระโขนงพิพากษาว่า น.ส.รชนีกร จำเลยกระทำความผิดจริงตามฟ้อง โดยศาลวินิจฉัยในประเด็นสำคัญที่จำเลยอ้างว่า ใช้เวลาจอดรถซื้อของเพียง 15 นาที นั้น ทางฝ่ายโจทก์อ้างตัวเองเบิกความเป็นพยานว่า น.ส.รชนีกร จำเลยจอดรถขวางหน้าบ้านไม่สามารถนำรถออกได้ จึงบีบแตรใช้เวลานานถึง 30 นาที หากจำเลยจอดรถใช้เวลาไม่นาน โจทก์คงไม่นำเสียมและขวานมาทุบกระจกรถของจำเลย จึงเชื่อว่าจำเลยจอดรถขวางใช้เวลาซื้อของตามความประสงค์ของตนเอง โดยไม่คำนึงถึงสิทธิของบุคคลอื่น การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำโดยเล็งเห็นผลต่อโจทก์ร่วมทั้งสองอันเป็นการทำให้โจทก์ร่วมทั้งสองได้รับความเดือดร้อนรำคาญบนถนนสาธารณะ ซึ่งประชาชนชอบที่จะใช้สัญจรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำในที่สาธารณสถาน ทั้งเป็นการจอดรถตรงปากทางเข้าออกของอาคารและในลักษณะกีดขวางการจราจรการกระทำของจำเลย เป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มาตรา 57 (10)(15), 148 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท ส่วนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 397 วรรคสอง ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ เป็นการกระทำในที่สาธารณสถานหรือต่อหน้าธารกำนัล จำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับนั้น เป็นความเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่จำเลยตามมาตรา 90 พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับจำเลยในความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ เพื่อให้คดีเลิกกัน เมื่อคดีนี้พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจลงบันทึกประจำวันเปรียบเทียบปรับ เพื่อให้ความผิดทั้งหมดรวมทั้งโทษหนักกว่าเลิกกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 397 วรรคสอง อันเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษ 397 วรรคสอง เป็นบทที่หนักที่สุดจำคุก 15 วัน และปรับ 5,000 บาท ศาลเห็นว่าจำเลยไม่ปรากฏเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนันต์ชัย ยังระบุอีกว่า ส่วนคดีหมายเลขดำ อ.3917/2561 ที่พนักงานอัยการศาลจังหวัดพระโขนง เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.มณีรัตน์ และ น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ เป็นจำเลยที่ 1-2 ในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ กรณีใช้ขวานและเหล็กยาวทุบทำลายรถยนต์นิสสัน รุ่นนาวารา สีขาว หมายเลขทะเบียน ฎค9297กรุงเทพมหานคร ของ น.ส.รชนิกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่จอดขวางหน้าบ้านตัวเองนั้น ที่ผ่านมาศาลได้เคยนัดไกล่เกลี่ยแต่ไม่ลงตัว ซึ่งเราก็ได้ให้การปฏิเสธไป โดยป้าทั้งสองให้การยอมรับว่าได้ใช้ขวานและเสียมทุบรถจริง แต่ทำไปเพราะบันดาลโทสะ เพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม และผู้เสียหายมีส่วนในการกระทำความผิด ซึ่งศาลนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกวันที่ 7 มี.ค. 2562&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22790</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอดรถขวางทาง, ป้าทุบรถ, ศาลจังหวัดพระโขนง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181126/image_big_5bfb8f69a691a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.ฮึดสู้ป้าทุบรถ อุทธรณ์คำสั่งศาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กทม.ชง 3 ประเด็นเห็นแย้งคำสั่งศาลปกครองคดี &amp;quot;ป้าทุบรถ&amp;quot; ชี้ข้าราชการอนุญาตให้สร้างตลาดเป็นไปตามกฎหมาย ส่วนค่าเสียหายต้องให้ผู้จอดรถขวางบ้านและเจ้าของตลาดร่วมรับผิดชอบ เสนออัยการพิจารณายื่นอุทธรณ์ภายใน 15 มิ.ย.61
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัด กทม. ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครอง หลังมีคำพิพากษาให้ น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ หรือ &amp;ldquo;ป้าทุบรถ&amp;rdquo; และพวกรวม 4 คน ชนะคดีตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ คณะกรรมการซึ่งมีนายวันชัยเป็นประธาน ได้พิจารณารายละเอียดตามคำสั่งศาลใน 3 ประเด็นที่ยังมีความคิดเห็นที่คลาดเคลื่อน ประกอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ส่วนที่เกี่ยวกับสำนักการโยธา ต้องเป็นผู้ดำเนินการตามมาตรา 39 ทวิ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ในการขอใบอนุญาตก่อสร้าง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า สำนักการโยธาได้พิจารณาและใช้อำนาจดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย โดยยึดประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 พ.ศ.2530 และคำวินิจฉัยคณะกรรมการกฤษฎีกา รวมทั้งคู่มือปฏิบัติของราชการและกรมที่ดิน ซึ่งไม่ได้ห้ามก่อสร้างเป็นอาคารพาณิชย์ และได้ยึดคำสั่งดังกล่าวในการออกใบอนุญาตถูกต้องแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงานเขตประเวศ ซึ่งมีการบังคับใช้กฎหมาย 3 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 แก้ไขฉบับเพิ่มเติม 2535 ตามมาตรา 40, 42, 43 เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตพร้อมแจ้งความดำเนินคดี โดยศาลจังหวัดพระโขนงมีคำสั่งให้ปรับผู้กระทำความผิด ซึ่งเจ้าหน้าก็มีการดำเนินการมาโดยตลอด และ พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ได้ออกคำสั่งให้แก้ไข เมื่อเจ้าของตลาดไม่ดำเนินการแก้ไข เจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการฟ้องศาลจังหวัดพระโขนงอีกครั้ง โดยศาลมีคำสั่งปรับ ส่วน พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ทหารและเจ้าหน้าที่เทศกิจได้ประชุมติดตามเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งจะเห็นว่าทั้งสำนักการโยธาและสำนักงานเขตประเวศดำเนินการตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ในส่วนของค่าเสียหายที่กรุงเทพมหานครจะต้องจ่ายเงินชดใช้ฐานความผิดละเมิด หากพิจารณาตามข้อเท็จจริงแล้ว เจ้าหน้าที่ กทม.ได้ดำเนินการตามกฎหมายแล้วก็ไม่น่าจะต้องรับผิดชอบในมุมของการละเมิด แต่หากต้องรับผิดชอบ ก็พบว่ามีผู้ละเมิดร่วมด้วย คือ ผู้ที่จอดรถขวางหน้าบ้าน และเจ้าของตลาดทั้ง 5 แห่ง ดังนั้นน่าจะแบ่งสัดส่วนรับผิดชอบร่วมกัน กรุงเทพมหานครไม่น่าจะรับผิดชอบค่าเสียหายเพียงฝ่ายเดียว อีกทั้งการคำนวณจำนวนเงินค่าเสียหายของศาลคิดรวม 365 วัน ตลอดระยะเวลา 7 ปี แต่ตลาดเปิดขายจริงเพียงเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น นับ 1 ปี มีเพียง 102 วัน ดังนั้นหากจะให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบค่าเสียหาย ก็ยินดีจ่ายเงินเยียวยาให้ แต่ต้องมีการแบ่งสัดส่วนตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทางคณะกรรมการฯ จะสรุปรายละเอียดสำนวนทั้งหมดเสนอต่อผู้ว่าฯ กทม. และปลัด กทม.เห็นชอบ ก่อนเสนออัยการพิจารณาในการอุทธรณ์ทั้ง 3 ประเด็นดังกล่าว ซึ่งต้องให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ และหากอัยการพิจารณายื่นอุทธรณ์ ก็ต้องชะลอเอาผิดด้านวินัยกับข้าราชการประจำไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า กทม.มีความเห็นควรอุทธรณ์คำสั่งศาล โดยจะส่งสำนวนให้อัยการเป็นผู้แก้ต่าง ซึ่งก็อยู่ที่ดุลพินิจของอัยการว่าจะเห็นชอบตามที่ กทม.เสนอหรือไม่ ส่วนที่ศาลสั่งให้รื้อถอนตลาดทั้งหมด กทม.ได้สั่งปิดและให้หยุดขายไปแล้ว ที่มีผู้ค้าไปค้าขายเมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา เขตประเวศได้เข้าไปทำความเข้าใจแล้ว และ กทม.ได้ออกประกาศให้เจ้าของรื้อถอนตลาดภายใน 60 วัน หากไม่ทำตาม เราก็มีขั้นตอนของกฎหมายที่จะดำเนินการต่อไป ในส่วนของข้าราชการที่เกี่ยวข้องมีความผิดทางวินัย เป็นอำนาจของฝ่ายประจำ โดยเป็นอำนาจของปลัด กทม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10347</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุญศรี แสงหยกตระการ, ป้าทุบรถ, พ.ร.บ.การสาธารณสุข, พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร, พ.ร.บ.รักษาความสะอาด, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, วันชัย ถนอมศักดิ์, ศาลจังหวัดพระโขนง, สำนักการโยธา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0ea5c17bb0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.ไม่อุทธรณ์ รื้อตลาดป้าทุบรถ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;อัศวิน&amp;quot; กลับลำไม่อุทธรณ์คำสั่งศาลให้ชดใช้ค่าเสียหายป้าทุบรถกับพวก รับเข้าใจผิดคิดว่าต้องควักส่วนตัว ตั้ง กก.พิจารณาคำพิพากษา ขอเวลา 10 วันไล่เบี้ยข้าราชการที่เกี่ยวข้อง เผยมีราว 15 คน พร้อมรื้อ 2 ตลาดที่เหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์เมื่อวันพฤหัสบดี กรณีศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ กทม.รื้อ 5 ตลาดล้อมรอบบ้าน น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ หรือป้าทุบรถ รวมทั้งให้ กทม.ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน น.ส.บุญศรี กับพวก รวม 1.4 ล้านบาท ว่าที่บอกจะอุทธรณ์นั้น เป็นเพราะเข้าใจคลาดเคลื่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทีแรกผมเข้าใจว่าให้ พล.ต.อ.อัศวินจ่าย ผมไม่จ่ายหรอก เพราะเรื่องเกิดตั้งแต่ปี 2553 และผมก็ไม่ได้ทำผิด จะไปจ่ายได้ไง แต่เมื่ออ่านคำสั่งอย่างละเอียด ให้กรุงเทพมหานครจ่าย ก็ต้องพิจารณากันอีกที&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า ในส่วนของการรื้อถอนตลาดทั้ง 5 แห่งภายใน 60 วัน คำสั่งตรงนี้ตนน้อมรับ หลังจากนี้จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกประกาศคำสั่งรื้อตลาดภายใน 60 วัน เบื้องต้นจะให้ทางเจ้าของรื้อเอง หากไม่รื้อจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป ส่วนผู้ค้าเจ้าของตลาด หากจะร้องคัดค้านต่อศาลปกครองก็เป็นสิทธิ์ที่จะทำได้ แต่ในชั้นนี้ กทม.ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาลอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัด กทม. ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงว่า ภายหลังการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พล.ต.อ.อัศวินได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาคำพิพากษา 5 คน ซึ่งมีตนเป็นประธาน โดยมี 2 ประเด็นที่ต้องการพิจารณา ได้แก่ 1.ประเด็นข้อกฎหมายที่ศาลพิพากษา 2.กรณีค่าเสียหาย 1.4 ล้านบาท โดยต้องมีการพิจารณาแนวทางปฏิบัติ และผลกระทบที่ได้รับ รวมถึงผู้รับผิดชอบ โดยต้องพิจารณาในแต่ละช่วงเวลา ตามคำสั่งศาลตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา ซึ่งอาจมีผู้เกี่ยวข้องมากหรือน้อยกว่า 15 คน หากมีการชดเชยค่าเสียหาย ใครบ้างที่ต้องรับผิดชอบ จากข้อมูลรายงานสรุปของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ และคณะกรรมการสอบสวนวินัยข้าราชการที่แต่งตั้งไปก่อนหน้านี้ พร้อมรับฟังความเห็นของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ว่าเห็นด้วยหรือมีความต้องการให้ กทม.ดำเนินการอย่างไร ซึ่งเราจะนำความเห็นดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาภายใต้กรอบการดำเนินการระยะเวลา 10 วัน ก่อนสรุปรายงานส่ง พล.ต.อ.อัศวินพิจารณา ซึ่ง กทม.สามารถอุทธรณ์ต่อศาลได้ภายใน 30 วัน อย่างไรก็ตาม กทม.มองว่าค่าเสียหายไม่ควรเป็นจำนวนเงินมากขนาดนี้ จึงจะหารือร่วมกับอัยการที่เป็นผู้รับว่าคดีให้กับ กทม. ว่าอัยการมีความเห็นเกี่ยวกับความเสียหายและข้อกฎหมายอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของการรื้อตลาดนั้น นายถนอมศักดิ์กล่าวว่า กทม.ยอมรับคำตัดสินของศาล ซึ่งขณะนี้ยังมีโครงสร้างอาคารตลาดอยู่ 2 แห่ง กทม.ต้องรอดูท่าทีของเจ้าของตลาดทั้ง 2 แห่งก่อนว่าจะมีการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลหรือไม่ หากมีการยื่นอุทธรณ์ กทม.ไม่สามารถดำเนินการรื้อตลาดได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กทม.เคารพกฎหมาย ศาลสั่งยังไงเราจะทำอย่างนั้น แต่กรณีรับผิดชอบค่าเสียหาย ต้องมีการพิจารณาว่าเจ้าหน้าที่ของเราต้องรับผิดชอบเท่าไร ซึ่งท่านผู้ว่าฯ ได้ให้แนวทางว่าจะไม่อุทธรณ์กรณีการรื้อตลาด แต่ต้องพิจารณาเรื่องการชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งในคำพิพากษาไม่ได้ระบุว่าผู้รับผิดชอบแต่ละคนต้องรับผิดชอบเท่าไร เป็นรายคนตามช่วงเวลาต่อไป&amp;rdquo; นายวันชัยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งที่หน้าบ้านพัก กล่าวว่า เร็วๆ นี้ตนจะจัดทำป้ายคำพิพากษาของศาลปกครอง รวมทั้งเรื่องราวกระบวนการต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมที่ผ่านมาตลอดเกือบ 10 ปี มาติดหน้าบ้าน ให้ประชาชนทั่วไปได้ศึกษา และสังคมได้เข้าใจในเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ยืนยันว่าพวกตนไม่ได้มีความโกรธแค้น หรือไม่พอใจพ่อค้าแม่ค้าในตลาดทั้ง 5 แห่งเป็นการส่วนตัว พวกตนรู้สึกเห็นใจและพร้อมจะไปเป็นลูกค้าอุดหนุนร้านค้าต่างๆ หากร้านค้าไปตั้งอยู่ในสถานที่ที่ถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ว่าฯ &amp;nbsp;กทม.และ ผอ.เขตประเวศ ต้องไปดำเนินการเยียวยาพ่อค้าแม่ค้าเหล่านี้ เพราะเป็นความผิดและการละเลยของผู้ว่าฯ กทม.และ ผอ.เขตประเวศมาตั้งแต่ต้น ที่ปล่อยให้เกิดเหตุจนเกิดความเสียหายไปทั่ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กทม.ควรจะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลทันที ไม่ควรยื้อซื้อเวลาต่อไปอีกแล้ว&amp;quot; น.ส.บุญศรีกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9416</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ, ป้าทุบรถ, ผอ.เขตประเวศ, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, วันชัย ถนอมศักดิ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afd834296585.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9344</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งรื้อ5ตลาด เยียวยา&#039;ป้าทุบรถ&#039; สอบจนท.ผิดเล็กน้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ป้าทุบรถกับพวกเฮ ศาลปกครองสั่ง กทม.รื้อ 5 ตลาดล้อมรอบ ระบุพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่พักอาศัย ไม่สามารถประกอบการพาณิชย์ได้ พร้อมสั่งชดใช้ค่าสูญเสียความสงบสุขตลอด 7 ปี 1.4 ล้าน ด้านผู้ฟ้องยกเป็นคดีตัวอย่าง &amp;quot;อัศวิน&amp;quot; เตรียมอุทธรณ์ ครวญไม่รู้เรื่องอะไรด้วยทำไมต้องจ่าย เผยผลสอบเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แค่ผิดวินัยไม่ร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ ศาลปกครองกลางแผนกคดีสิ่งแวดล้อม มีคำพิพากษาคดีที่ น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ เจ้าของบ้านในหมู่บ้านเสรีวิลล่าสวนหลวง ร.9 พร้อมพวกรวม 4 คน ยื่นฟ้องผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการเขตประเวศ สำนักงานเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-4 นายสุกิจ นามวรกานต์ กับพวกรวม 7 คน ซึ่งเป็นเจ้าของตลาด 5 แห่งรอบบ้านพักของ น.ส.บุญศรี เป็นผู้ร้องสอด กรณีปล่อยให้สร้างตลาด 5 แห่ง คือ ตลาดสวนหลวง ตลาดรุ่งวาณิชย์ ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต ตลาดยิ่งนรา ตลาดร่มเหลือง ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยเห็นว่าคณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดินในขณะเกิดข้อพิพาท อนุญาตให้ผู้จัดสรรที่ดินทำการจัดสรรที่ดินจำนวน 3 โครงการ ซึ่งข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ที่ดินอันเป็นที่ตั้งบ้านพักอาศัยของ น.ส.บุญศรี กับพวก และที่ดินอันเป็นที่ตั้งของอาคารตลาดพิพาทของผู้ร้องสอด อยู่ภายใต้การจัดสรรที่ดิน ที่มีวัตถุประสงค์จัดสรรเฉพาะที่ดิน ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง โดยมีเจตนาใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น การที่ผู้ว่าฯ กทม. ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ออกใบรับแจ้งความประสงค์จะก่อสร้างอาคารเพื่อใช้เป็นตลาดให้แก่เจ้าของตลาดที่เป็นผู้ร้องสอด จึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยวัตถุประสงค์ของการจัดสรรที่ดินตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ลงวันที่ 24 พ.ย.15 ที่มีผลใช้บังคับในขณะนั้น อีกทั้งการที่เจ้าของตลาดที่เป็นผู้ร้องสอด ก่อสร้างอาคารเพื่อใช้เป็นตลาดทั้ง 5 แห่งโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ผู้ว่าฯ กทม.ไม่ได้มีคำสั่งให้รื้อถอนออกไป จึงถือได้ว่าผู้ว่าฯ กทม.ละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งการที่ ผอ.เขตประเวศ ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข 2535 และ พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง 2535 ไม่ได้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องกับตลาดพิพาททั้ง 5 แห่งของเจ้าของตลาดที่จัดตั้งโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งเป็นการกระทำผิดตามมาตรา 34 แห่ง พ.ร.บ.การสาธารณสุข 2535 และปล่อยปละละเลยให้มีผู้จำหน่ายสินค้าบริเวณหน้าบ้าน น.ส.บุญศรี กับพวก เมื่อนับเวลาตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 ที่มีการก่อสร้างอาคารเพื่อใช้เป็นตลาดแห่งแรกในคดีนี้ จนถึงปี พ.ศ.2561 ที่เกิดเหตุการณ์ทุบรถจอดกีดขวางหน้าบ้าน น.ส.บุญศรี กับพวก และ ผอ.เขตประเวศ ได้ออกคำสั่งให้เจ้าของตลาด หยุดประกอบกิจการตลาดพิพาท นับเป็นระยะเวลาประมาณ 7 ปีเศษ จึงถือได้ว่า ผอ.เขตประเวศปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างล่าช้าเกินสมควร ไม่เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี อีกทั้งยังเป็นการกระทำละเมิดสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัวภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดี ทำให้ น.ส.บุญศรี กับพวก รับความเดือดร้อนเสียหายและต้องตกอยู่ในภาวะทนทุกข์ทรมานทางด้านจิตใจมาเป็นระยะเวลานาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลจึงเห็นควรกำหนดค่าสินไหมทดแทนที่กรุงเทพมหานคร พึงต้องชดใช้แก่ น.ส.บุญศรี กับพวกส่วนหนึ่ง และกำหนดเพิ่มเติมให้เป็นค่าเสียหายสำหรับการสูญเสียความสุข เพื่อเป็นการชดเชยความสงบสุขในชีวิตที่ต้องสูญเสียไปให้แก่ น.ส.บุญศรี กับพวกอีกส่วนหนึ่ง ทั้งนี้ เพื่อความเป็นธรรมและเป็นการเยียวยาความเสียหายให้แก่ น.ส.บุญศรี กับพวก ในคดีปกครองเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงพิพากษาให้ 1.เพิกถอนใบรับหนังสือแจ้งความประสงค์จะก่อสร้างอาคาร โดยไม่ยื่นคำขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 39 ทวิ ที่ผู้ว่าฯ กทม.ออกให้แก่เจ้าของตลาดทั้ง 5 แห่ง โดยให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันออกใบรับหนังสือแจ้งความประสงค์จะก่อสร้างอาคารแต่ละฉบับดังกล่าว 2.ให้ผู้ว่าฯ กทม.และ/หรือ ผอ.เขตประเวศ ใช้อำนาจตามมาตรา 40, 42 และ 43 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ดำเนินการกับอาคารของเจ้าของตลาดที่เป็นผู้ร้องสอดที่ 1 ที่ 3 และที่ 7 ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด 3.ให้ผู้ว่าฯ กทม. ผอ.เขตประเวศ สำนักงานเขตประเวศ ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ตามมาตรา 26, 28, 41, 44 และ 45 ของ พ.ร.บ.การสาธารณสุข เพื่อมิให้เจ้าของตลาด หรือผู้หนึ่งผู้ใดก่อเหตุรำคาญ และควบคุมดูแลมิให้มีผู้จำหน่ายสินค้าในที่หรือทางสาธารณะบริเวณหน้าบ้าน น.ส.บุญศรี และพวก ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ให้ผู้ว่าฯ กทม. ผอ.เขตประเวศ สำนักงานเขตประเวศ ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 44 &amp;nbsp;แห่ง พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง 2535 โดยสอดส่องกวดขันมิให้ผู้ใดจำหน่ายสินค้าบนถนนและทางเท้าบริเวณหน้าบ้าน น.ส.บุญศรี กับพวก ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด 5.ให้กรุงเทพมหานครชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ น.ส.บุญศรี กับพวก เป็นเงินรายละ 386,400 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 1,473,600 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.56 ที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้ชำระให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด และให้คำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา ลงวันที่ 1 ส.ค.56 &amp;nbsp;ของศาล ยังคงมีผลต่อไปจนกว่าคำพิพากษาถึงที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางบุญศรี กล่าวขอบคุณที่ศาลที่มองเห็นความเดือดร้อนและเมตตาให้ความเป็นธรรมคืนที่พักอาศัยให้กับประชาชน ซึ่งก็อยากฝากถึง กทม.ว่าพื้นที่ดังกล่าว ศาลระบุแล้วว่าถูกจัดสรรให้เป็นที่พักอาศัย รวมถึงบริเวณโดยรอบสวนหลวง ร.9 ด้วย จึงไม่ควรสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน และอยากให้คดีนี้เป็นตัวอย่างว่าถ้าพื้นใดถูกกำหนดเป็นที่พักอาศัย กทม.ก็ไม่ควรที่จะอนุญาตให้มีการประกอบการพาณิชย์ เพราะบางครั้งประชาชนเขาเดือดร้อนและไม่สามารถเข้าถึงศาลได้ ทุกคนกว่าจะซื้อบ้านต้องใช้เวลาพอสมควร ในเมื่อได้ที่พักอาศัยแล้วก็ควรได้รับการคุ้มครองจากตัวบทกฎหมายที่กำหนดไว้ เพื่อให้ได้อยู่อย่างสงบสุข&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราดีใจ ไม่ว่าศาลจะสั่งให้ กทม.ชดเชยเป็นจำนวนเงินเท่าไรก็ไม่เป็นไร แต่เราดีใจที่ศาลท่านเห็นความเดือดร้อนของเรา ตอนนี้เราโล่งใจ ประชาชนในหมู่บ้านถึงกับหลั่งน้ำตาเมื่อได้ยินว่าศาลสั่งให้คืนพื้นที่อยู่อาศัยให้กลับสู่สภาพเดิมอย่างชัดเจน ถือว่าคุ้มค่าที่เราได้พยายามต่อสู้มาหลายปี&amp;quot; น.สมบุญศรีกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า กทม.ก็ต้องรื้อถอนตลาดทั้ง 5 แห่งภายใน 60 วันที่กำหนด ส่วนการชดใช้ค่าเสียหาย ตนจะขอยื่นอุทธรณ์ต่อศาล เนื่องจากไม่ใช่ความผิดที่เกิดขึ้นจากตน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดคำพิพากษา แต่ปัจจุบัน กทม.สั่งปิดตลาดรอบบ้าน น.ส.บุญศรี ทั้งหมดแล้ว โดยได้รื้อถอนบางส่วนของตลาดที่ไม่ได้ขออนุญาตตามกฎหมายออกแล้ว 3 แห่ง ได้แก่ ตลาดรุ่งวาณิชย์ ตลาดร่มเหลืองที่ไม่มีใบอนุญาต และตลาดรุ่งนรา ส่วนที่เหลืออีก 2 แห่ง ได้แก่ ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต และตลาดสวนหลวง ยังไม่มีการรื้อถอน เนื่องจากเจ้าของตลาดได้ยื่นขออนุญาตตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างรอคำพิพากษาของศาลว่าพื้นที่ดังกล่าวสามารถก่อสร้างอาคารได้หรือไม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเห็นด้วยเรื่องให้รื้อถอนตลาด แต่เรื่องการชดใช้ค่าเสียหาย โดยผู้ว่าฯ กทม. หรือผม จะต้องชดใช้นั้น จะหารือกับฝ่ายกฎหมายในการขออุทธรณ์ ซึ่งกำหนดภายใน 30 วัน เพราะการจะให้ผมชดใช้ค่าเสียหายให้ ผมมองว่าผมไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย อยู่ดีๆ จะมาให้ผมจ่ายเยียวยาอย่างไร แต่ยืนยันว่า เมื่อมีคำพิพากษาออกมาแล้ว ผมอยากจะทำตามคำสั่งศาลทันที&amp;rdquo; พล.ต.อ.อัศวินกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการสอบสวนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยให้จัดตั้งตลาด พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า ขณะนี้ นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัด กทม. ในฐานะประธานสอบ รายงานเบื้องต้นว่า ได้พิจารณาความผิดทางวินัยเสร็จสิ้นแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยความผิดที่พบคือ ความผิดวินัยไม่ร้ายแรง อาทิ การตัดเงินเดือน เป็นต้น เบื้องต้นมีข้าราชการเกี่ยวข้อง 7 ราย อาทิ อดีตผู้อำนวยการเขตประเวศและคนปัจจุบัน หัวหน้าฝ่ายโยธาเขต หัวหน้าฝ่ายอนามัย หัวหน้าฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล เป็นต้น ทั้งนี้ กฎหมายที่เกี่ยวข้องระบุไว้ว่า การเอาผิดวินัยกับผู้อำนวยการเขตที่พ้นราชการไปเกิน 1 ปี ไม่สามารถเอาผิดได้ ยกเว้นคนปัจจุบัน ซึ่งจะมีการหารือร่วมกับผู้เกี่ยวข้องถึงการดำเนินการต่างๆ อีกครั้ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9344</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม.รื้อ 5 ตลาด, ตลาดยิ่งนรา, ตลาดรุ่งวาณิชย์, ตลาดร่มเหลือง, ตลาดสวนหลวง, ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต, น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ, ป้าทุบรถ, ผอ.เขตประเวศ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หมู่บ้านเสรีวิลล่าสวนหลวง ร.9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afc2c0e3b4fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2018 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2018 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัศวิน&#039;ยันรื้อตลาดตามคำพิพากษาศาล  เตรียมยื่นอุทธรณ์ปมจ่ายเงินเยียวยา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.61 - พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึง กรณีศาลปกครองกลางได้พิพากษาคดี น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ เจ้าของบ้านภายในหมู่บ้านเสรีวิลล่าสวนหลวงร.9&amp;nbsp;เขตประเวศ พร้อมพวกรวม&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คน ยื่นฟ้องผู้ว่าฯกทม. ผู้อำนวยการเขตประเวศ สำนักงานเขตประเวศและกรุงเทพมหานคร กรณีปล่อยให้เกิดการสร้างตลาด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่งรอบบ้านพักโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ล่าสุดศาลปกครองกลางพิพากษาให้กรุงเทพมหานครกับพวกรื้อถอนตลาด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง ภายใน60&amp;nbsp;วัน นับจากวันพิพากษาสิ้นสุด พร้อมให้เยียวยาผู้ฟ้องร้อง&amp;nbsp;4&amp;nbsp;รายรายละ&amp;nbsp;368,400&amp;nbsp;บาท ว่า หากศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้กทม.รื้อถอนตลาดทั้ง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;แห่ง ภายใน&amp;nbsp;60&amp;nbsp;วัน ส่วนการชดใช้ค่าเสียหาย ตนจะขอยื่นอุทธรณ์ต่อศาล เนื่องจากไม่ใช่ความผิดที่เกิดขึ้นจากตน แต่ขณะนี้ ยังไม่ทราบรายละเอียดคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตลาดรอบบ้านน.ส.บุญศรี นั้น กทม.ได้สั่งปิดหมดแล้วและได้ทำการรื้อถอนบางส่วนตลาดที่ไม่ได้ขออนุญาต แล้ว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง ได้แก่ ตลาดรุ่งวาณิชย์ ตลาดร่มเหลืองที่ไม่มีใบอนุญาต ตลาดยิ่งนรา&amp;nbsp;ส่วนที่เหลืออีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่ง ได้แก่ ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต และ ตลาดสวนหลวง ยังไม่มีการรื้อถอนโครงสร้างตลาดออก เนื่องจากเจ้าของตลาดยื่นขออนุญาตตามกฏหมาย แต่อยู่ระหว่างรอคำพิพากษาของศาลว่าพื้นที่ดังกล่าวสามารถก่อสร้างอาคารได้หรือไม่ ที่ผ่านมากทม.จึงไม่ได้รื้อถอนในส่วนโครงสร้างตลาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งให้รื้อถอนตลาด ส่วนเรื่องการชดใช้ค่าเสียหาย โดยผู้ว่าฯกทม.เป็นผู้ชดใช้นั้น เบื้องต้นจะหารือกร่วมกับฝ่ายกฎหมายในการขออุทธรณ์ ซึ่งกำหนดภายใน&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วัน แต่ผมมองว่าผมไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย อยู่ดีๆ จะมาให้ผมจ่ายเยียวยาทำไม&amp;rdquo; ผู้ว่าฯกทม.ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าฯกทม. กล่าวอีกว่า วันนี้ตนไม่ได้ไปรับฟังคำพิพากษา เพราะติดภารกิจประชุมสภากทม.ส่วนการดำเนินการกับตลาดในพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้น ปัจจุบันทางสำนักงานเขตทยอยรายงานการดำเนินการมายังผู้ว่าฯกทม. โดยตลาดที่ผิดกฎหมายจะต้องสั่งปิดเพื่อให้หยุดแก้ไขให้ถูกต้องตามข้อบังคับตลาด โดยภายในปี&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;ตลาดในพื้นที่กรุงเทพมหานครจะต้องถูกต้องทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงความคืบหน้าการสอบสวนการกระทำความผิดทางวินัยกับเจ้าหน้าที่กทม.ที่ปล่อยให้มีการสร้างตลาด พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัดกทม.รายงานเบื้องต้น ว่าพิจารณาความผิดทางวินัยเสร็จสิ้นแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเบื้องต้นมีข้าราชการเกี่ยวข้อง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ราย อาทิ อดีตและผู้อำนวยการเขตประเวศคนปัจจุบัน หัวหน้าฝ่ายโยธาเขต ฝ่ายอนามัย และฝ่ายสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องระบุไว้ว่า การเอาผิดวินัยกับผู้อำนวยการเขตที่พ้นราชการไปเกิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี ไม่สามารถเอาผิดได้ต้องปล่อยไป ยกเว้นคนปัจจุบัน ซึ่งจะมีการหารือร่วมกับผู้เกี่ยวข้องถึงการดำเนินการต่างๆ อีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9312</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาดกทม., บ้านป้าทุบรถ, ป้าทุบรถ, ผู้ว่ากทม., พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, ศาลปกครอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180515/image_big_5afa9656db06f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
