<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113781</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดสอนอะไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีเพื่อนส่งมาให้..เพื่อโหวตและพิจารณาว่า 40 ข้อที่คุณโควิด-19 ทำให้ชีวิตทุกคนเปลี่ยนแปลงนั้น คุณเป็นอย่างนั้นหรือไม่ อย่างน้อยมันก็ช่วยฆ่าเวลาไม่ให้ฟุ้งซ่าน ต้องถามตัวเองทุกวันว่า ..วันนี้ชั้นตัวร้อนๆ หรือเปล่า?? เอ!! ไอแห้งๆ นี่ใช่สัญญาณบ่งบอกหรือเปล่า 555 และ ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โควิดสอนอะไร.. ๑.โควิดสอนให้รู้จักอยู่อย่างสงบ รู้จักอยู่กับตัวเอง ๒.สอนให้เป็นคนสะอาด ไม่มักง่าย ๓.สอนให้อยู่บ้าน ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่เล่นการพนัน ไม่ติดวงเหล้า ๔.โควิดสอนว่าอย่าโกหก ไปไหนมา อยู่กับใครบ้าง ทำอะไรกัน ต้องบอกให้หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๕.สอนให้ออกกำลังกายเป็นประจำ ๖.โควิดสอนว่า ปอด เป็นอวัยวะสำคัญ ถ้าปอดพัง อวัยวะอื่นก็อยู่ไม่ได้ ๗.ดังนั้น อย่าสูบบุหรี่ อย่าเสพยาเสพติด ๘.โควิดสอนให้รักษาสิ่งแวดล้อม ถ้าโลกสกปรก เชื้อโรคจะรุนแรงขึ้น มนุษย์จะอยู่ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๙.มนุษย์ชอบอยู่ด้วยกันใกล้ชิด ชอบสัมผัสกันทางกาย โควิดสอนว่าการทำเช่นนั้นอันตราย ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นคนไม่สะอาด ๑๐.โควิดดึงสิ่งสำคัญออกจากชีวิตมนุษย์ นั่นคือ การอยู่ด้วยกันอย่างไม่มีระเบียบ และการกินอยู่หลับนอนกันอย่างมั่วสุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑๑.โควิดสอนให้คนหัดหาความรู้และข้อมูล ๑๒.โควิดสอนมนุษย์ว่า ไวรัส คืออะไร ๑๓.โควิดสอนว่าถ้าอยากชนะ ต้องกล้าเสี่ยง ๑๔.โควิดแยกคนมีสมองออกจากคนที่มีแต่อารมณ์ ๑๕.คนมีสมอง คนรู้จักคิด จะใจเย็น สงบ รอบคอบ มีโอกาสรอดมากกว่า ๑๖.โควิดสอนให้ใช้เงินอย่างประหยัด ทำกับข้าวเอง ทานอาหารคนเดียว มีความสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑๗.โควิดสอนให้มีสติ ไม่เสียสติไปด่าคนอื่น โทษคนอื่นทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพของตัวเอง ๑๘.โควิดแยกคนโง่ออกจากคนฉลาดอย่างเห็นได้ชัด ๑๙.คนมีสติจะใช้ชีวิตรอบคอบอย่างรับผิดชอบตัวเอง โดยรับความช่วยเหลือจากคนอื่นหรือจากรัฐบาลตามสมควรได้รับ ๒๐.โควิดสอนว่า คนเราต้องพึ่งตัวเองก่อน โดยเฉพาะเรื่องการเจ็บป่วย ใครจะป่วยหรือไม่ป่วย ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของตนเป็นหลัก
(ไว้ต่อกันอีก 20 คำสอนสัปดาห์หน้าละกัน).&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ป้าเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113781</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป้าเอง, มองมุมสูง, โควิดสอนอะไร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a03f009c7.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เก็บจานชามไว้ให้แม่ล้าง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเพื่อนส่งเรื่องนี้มาให้อ่าน เห็นว่าเหมาะเจาะกับ &amp;quot;วันแม่&amp;quot; ในยุคโควิดสมาสกับยุคดิจิตอล ที่จำเป็นต้องรักษาระยะห่าง ดังนั้นส่งกำลังใจกันผ่านข้อเขียนอย่างนี้ก็แล้วกันนะคะ...เรื่องมีอยู่ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนเรียนมหาวิทยาลัย มีอยู่วันหนึ่งตามอาจารย์ออกไปฝึกงานนอกสถานที่ ตอนขากลับก็ถือโอกาสแวะบ้านอาจารย์ทานข้าวมื้อเย็นตามคำเชิญชวนของอาจารย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังอาหาร จานชามเต็มโต๊ะ เพื่อนๆ ก็ช่วยกันเก็บโต๊ะ แล้วเตรียมตัวจะล้างจานชามกองนั้น อาจารย์ยิ้มก่อนจะพูดว่า &amp;quot;ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวมีคนล้างให้&amp;quot; อาจารย์ลงมือเช็ดคราบมันบนจานชามออกไปรอบหนึ่งก่อน แล้วก็เดินไปหาแม่อาจารย์ซึ่งอายุน่าจะเกินแปดสิบแล้ว &amp;quot;แม่ครับ ได้เวลาล้างจานแล้ว&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พวกเราทุกคนตกใจ แล้วเหตุการณ์ที่เห็นก็คือ คุณแม่ซึ่งมีท่าทางหงอยเหงาที่นั่งเงียบอยู่ที่มุมห้อง บัดนี้มีสีหน้าที่มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที แล้วท่านก็เดินไปยังอ่างซิงก์ลงมือล้างจานชามกองนั้นทันที ใช้เวลาร่วมๆ ครึ่งชั่วโมงกว่าจะเสร็จภารกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; งานของแม่ ยามแก่ชรา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาจารย์ส่งยิ้มให้คุณแม่ ก่อนจะพูดว่า &amp;quot;แม่เหนื่อยแล้ว ไปพักผ่อนเถอะ&amp;quot; อาจารย์หยิบเอาผ้าเช็ดมือมาเช็ดมือให้ท่านอย่างอ่อนโยน อาจารย์พาคุณแม่กลับเข้าไปพักผ่อนในห้องนอน เสร็จแล้วอาจารย์ก็กลับมาล้างจานใหม่อีกรอบจนเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาจารย์บอกกับพวกเราว่า &amp;quot;คนเป็นแม่มักจะคิดช่วยลูกทำอะไรได้บ้าง แม้ท่านจะแก่มากแล้ว แต่ก็ยังคิดว่าลูกต้องการความช่วยเหลือจากท่านเสมอ การที่ให้แม่ช่วยล้างจาน ท่านก็จะรู้สึกว่าลูกยังต้องการท่าน จะทำให้ท่านมีความรู้สึกเต็มอิ่มในวันนั้น การรักพ่อรักแม่นั้น นอกจากดูแลท่านแล้ว ยังต้องรู้จักหาโอกาสให้ท่านแสดงความรักต่อลูกหลานบ้าง จะเป็นการเพิ่มความสุขให้ท่าน&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112996</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป้าเอง, มองมุมสูง, เก็บจานชามไว้ให้แม่ล้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a03f009c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้อความส่งต่อ..โดนใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อยากให้ไทยเป็นอย่างญี่ปุ่นจัง .. แต่คนไทยทราบไหมว่า ที่ญี่ปุ่นมีวัคซีนยี่สิบกว่าล้านโดสมาตั้งแต่กุมภาพันธ์ แต่จนวันนี้เพิ่งฉีดไปได้เพียงเจ็ดแปดล้านโดส กว่าจะอนุมัติวัคซีนหนึ่งตัว ต้องใช้เวลานานสี่เดือน หรือเรื่องจะได้ฉีดวัคซีน ต้องได้รับคูปองจากรัฐก่อน จากนั้นต้องเอารหัสในคูปองไปใส่เว็บลงทะเบียน ส่วนวันฉีดก็ต้องเอาคูปองไปเพื่อยืนยันตัวตนก่อน แบบนี้คนไทยคงจะบ่นไม่ออก เพราะจุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากให้ไทยเป็นอย่างสหรัฐจัง.. คนไทยรู้หรือไม่ว่า ที่นั่นมีคนติดเชื้อถึงหนึ่งในสิบ คนตายอีกหนึ่งในห้าร้อย วัคซีนที่ใช้นั้นก็ใช้ก่อนที่องค์อนามัยโลกจะอนุมัติหลายเดือน&amp;nbsp; มีการเก็บค่ารักษาทุกเม็ด ยกเว้นมีประกัน แม้ตายไปแล้ว คนในครอบครัวก็ต้องตามไปจ่ายค่ารักษาที่ค้างจ่าย ถ้าไม่ได้ทำประกัน ไม่ใช่รักษาฟรีทั้งหมด ต้องมีส่วนร่วมจ่ายด้วยนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากให้ไทยเป็นแบบไต้หวันจัง .. เพราะลดวันกักตัว จาก 14 วัน เป็น 5 วัน จนเหลือ 3 วัน ในที่สุดก็เกิดการระบาด และมีการเก็บค่าฉีดวัคซีนด้วยนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากให้ไทยเป็นแบบสิงคโปร์จัง.. แต่คนไทยทราบไหม สิงคโปร์มีประชากรเพียงห้าล้าน แต่จนวันนี้ก็ยังฉีดวัคซีนไปยังไม่ครบ แม้ประเทศเป็นเกาะ แต่ก็มีสายพันธุ์อินเดีย ระบาดเยอะนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากให้ไทยเป็นแบบแคนาดาจัง .. แต่คนไทยทราบไหมว่า ที่แคนาดาเขาสั่งวัคซีนแล้ว ปรากฏว่าโดนเลื่อนการส่งมอบจนแผนวัคซีนพังพินาศมาจนวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากให้ไทยเป็นแบบอังกฤษจังเลย ..แต่คนไทยทราบไหมว่า ที่อังกฤษมีคนติดเชื้อตายมากจนนับไม่ทัน ล็อกดาวน์ยาวๆ รวมเป็นปี มีร้านอาหารปิดตัวไปสี่ห้าพันร้าน ห้างสรรพสินค้าอายุ 243 ปี ที่เคยมีกว่า 150 สาขาต้องปิดตัวลงไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากให้ไทยเป็นแบบสวีเดนจังเลย..&amp;nbsp; แต่คนไทยทราบไหมว่า ที่นั่นเก็บภาษีสูงมาก แต่ไม่มีมาตรการควบคุมโรค คนติดเชื้อ และมีคนตายติดอันดับต้นๆ ของโลก จนกษัตริย์ยังต้องออกมาตำหนิ ที่จนวันนี้ฉีดวัคซีนไปได้มากโดสกว่าไทยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากให้ไทยเป็นแบบเยอรมนีหรือฝรั่งเศสจังเลย..&amp;nbsp; แต่คนไทยทราบไหมว่า ที่นั่นก็มีวัคซีนขาดตอน ภูมิคุ้มกันหมู่ก็ไม่เกิดขึ้น ในที่สุดเกิดการระบาดในโรงเรียน และนโยบายในเรื่องวัคซีนก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือ ในความเป็นจริงแล้ว ก็ไม่มีประเทศใดสมบูรณ์แบบหรอก ปัญหาก็มีเหมือนกัน เมืองไทยไม่ได้แย่อะไรเลย ซึ่งก่อนที่เราจะอ้าปากด่านั่นด่านี่ จงเงยหน้าออกจากมือถือมามองโลกกว้างตามความเป็นจริงให้มากขึ้นบ้าง จะได้พบความจริงอีกหลายอย่าง ว่าเมืองไทยเรานั้น นับว่าทำได้ดีมากๆ ภายใต้ข้อจำกัดทุกอย่างที่เรามีในปัจจุบันแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110473</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อความส่งต่อ โดนใจ, ป้าเอง, มองมุมสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a03f009c7.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จิตสำนึก..กลุ่มเสี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาถึงวันนี้..ไปไหนมาไหน ประเด็นทักทายยอดนิยมติดเทรนด์ ยังคงเป็นเรื่องของ ..ฉีดวัคซีนหรือยังจ๊ะ??? &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนที่ยังไม่ได้ฉีดก็จะบ่นงึมงำผสมโรงด้วยอารมณ์เสียเป็นเรื่องปกติ ส่วนที่ฉีดแล้วก็ดูเหมือนจะแบ่งเป็น 2 รูปแบบคือ รอฉีดเข็มที่สอง กับฉีดครบ 2 เข็มเรียบร้อยแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม.. ไม่รู้ว่า มีสักกี่มากน้อยของคนที่ทักทายเกี่ยวกับเรื่องฉีดวัคซีนหรือยังนั้น จะเคยรับรู้ข้อมูลข่าวสารหรือเปล่าว่า ยังมีผู้คนอีกเยอะแยะเลยนะ ที่ปฏิเสธ ไม่เอาๆ เราไม่ฉีด!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นด้วยเพราะเหตุผลอะไรไม่ทราบแน่ชัด แต่ก็แตกต่างกันไป สามารถสรุปได้ใกล้เคียงที่สุดประมาณว่า อ่านข่าวในโลกโซเชียลแล้วพบว่า มีคนเป็นนั่นเป็นนี่ ถึงขั้นหยุดหายใจ เพราะไปฉีดวัคซีนมา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คือกลุ่มคนกูไม่ฉีดมึงจะทำไม?? เขาเชื่อโลกโซเชียล และคนกลุ่มน้อยหลักไม่ถึง 10 คน มากกว่าคุณหมอ และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่ ซึ่งตอนนี้ก็ปาเข้าไปกว่า 10 ล้านคน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นาทีนี้จึงได้แต่หวังว่า คนที่ไม่เชื่อหมอ ไม่เชื่อข้อมูลจากผลพิสูจน์ของคนส่วนใหญ่ จะรู้จักดูแลรักษาสุขภาพตัวเอง จากการตัดสินใจ..กูไม่ฉีด และที่สำคัญเหนืออื่นใดคือ&amp;nbsp; มีจิตสำนึกรู้รับผิดชอบ ในการปฏิบัติตนหากต้องใช้ชีวิตทำมาหากินหรือเดินทางไปมาสื่อสารติดต่ออยู่ในที่สาธารณะ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะจิตสำนึกของคนนั้น กฎหมายคงตามไปควบคุมไม่ได้ แต่มนุษย์ป้าเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า กฎแห่งกรรมมันมีจริงนะคะ ใครทำอะไรไว้ก็จะได้สิ่งนั้นตอบแทนมาแน่นอน&amp;nbsp; จะช้าจะเร็วก็เท่านั้นเอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ป้าเอง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109487</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิตสำนึก กลุ่มเสี่ยง, ป้าเอง, มองมุมสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a03f009c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รักษาตัวเองที่บ้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือเป็นเรื่องที่แปลกใหม่ของคนไทยสำหรับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อคุณหมอ &amp;quot;ไม่พร้อม&amp;quot; ที่จะดูแลผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วงสถานการณ์วิกฤติรอบนี้ จึงได้ขอร้องให้คนที่มีปัญหาตรวจพบว่ามีเชื้อโควิด แต่อาการไม่หนักหนาสาหัสมากจนเกินเยียวยา กรุณา &amp;quot;รักษา&amp;quot; ตัวเองที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะคนไทยนั้นเคยได้รับการปฏิบัติมาอย่างดีเยี่ยมตั้งแต่การระบาดรอบแรก ด้วยการกักตัวฟรี ดูแลนอนในโรงพยาบาลก็ฟรี มีแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่คอยถามไถ่อาการตลอด 24 ชั่วโมงอย่างดีเยี่ยม เรียกว่ามาแต่ตัวกับของส่วนตัวเล็กๆ น้อยๆ คุณหมอพร้อมจะบริการเต็มที่ ไม่ว่าคนคนนั้นจะแค่มีไข้ 1-2 วัน ไอค่อกแค่กแค่วันเดียว เจ้าหน้าที่สาธารณสุขบริการทุกขั้นตอนไม่ขาดตกบกพร่อง แถมอาหาร 3 มื้อ ตลอดระยะเวลาการกักตัว&amp;nbsp; 7-14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งๆ ที่ประเทศอื่นๆ อย่างสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และทุกประเทศในยุโรป ที่คุยนักคุยหนาว่าสวัสดิการดีเยี่ยม มีหลักประกันสุขภาพที่เข้มแข็ง เพราะเป็นประเทศที่ร่ำรวย มีสวัสดิการดูแลผู้ด้อยโอกาสมาช้านานนั้น ตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น เขาล้วนแต่ &amp;quot;จ่ายยา&amp;quot; ให้ผู้ติดเชื้อ กลับไปดูแลตัวเองที่บ้านตั้งแต่วันแรกทั้งนั้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มนุษย์ป้าจำได้ว่า พี่น้องญาติมิตรในสหรัฐอเมริกายกนิ้วกดไลค์ให้กับรัฐบาลไทยที่ดูแลคนไทยอย่างดีเยี่ยม แถมทุกอย่าง &amp;quot;ฟรี&amp;quot; ใครเดินทางกลับถึงบ้านก็ให้เข้าโรงแรมกักตัวฟรี ไม่ต้องจ่ายแม้แต่สตางค์แดงเดียว นอกจากนั้น คนไทยทั่วโลกยังถามกลับมาด้วยว่า สังคมวันนี้ของเราเป็นอะไรกันแล้ว ร้องจะเอานั่นเอานี่ มีวัคซีนให้ฉีดก็เลือกยี่ห้อโน้นยี่ห้อนี้ แม้จนทุกวันนี้ก็มีแต่ข่าวคร่ำครวญวุ่นวาย เหมือนคนไม่รู้จักคำว่าพอเพียง และไม่รู้จักการช่วยตัวเองบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียงสะท้อนแบบนี้ มันน่าเจ็บปวดหัวใจไม่น้อย ขอเพียงเรารู้รักษากฎกติกามารยาท เคารพในระเบียบวินัยที่พึงกระทำในยามบ้านเมืองกำลังมีสงครามโรค อะไรๆ ที่กำลังอึดอัดรู้สึกไม่ได้ดังใจ มันน่าจะบรรเทาเบาบางลงได้บ้างนะ เพราะคงไม่มีรัฐบาลไหน หรือหมอคนใด อยากจะเหนื่อยกายเหนื่อยใจ เพราะปัญหาไม่รู้จริง แล้วชอบวิพากษ์วิจารณ์กันไม่รู้จบ.. นะจ๊ะ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ป้าเอง&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108979</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป้าเอง, มองมุมสูง, รักษาตัวเองที่บ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a03f009c7.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำเตือนถึง..คนอยากเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่มีความคาดหวังอีก 100 กว่าวันเราจะเปิดประเทศต้อนรับชีวิตปกติที่หายไปเพราะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 กลับคืนมาด้วยความมีชีวิตชีวาสักที ตามคำประกาศของนายกรัฐมนตรี &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มองไปบ้านอื่นเมืองอื่น เขาก็วางแผนและนโยบายเพื่ออยู่ให้รอดกับโรคภัยไข้เจ็บเหมือนกัน ซึ่งก็แตกต่างกันไปแล้วแต่พื้นที่และวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละประเทศ เพราะทั่วโลก &amp;quot;บาดเจ็บ&amp;quot; จากผลกระทบของโควิด-19 อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ยกเว้นประเทศมหาอำนาจ ประเทศพัฒนาแล้ว หรือกำลังพัฒนา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความต้องการเดินทางไปไหนมาไหนอย่างอิสรเสรี เหมือนอย่างที่เคยเป็น เรียกว่าเป็นความฝันอันดับต้นๆ ของทุกคน แม้กระทั่งเดินทางภายในประเทศตัวเองก็ตาม โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่มีพื้นที่กว้างใหญ่มหาศาล แค่เที่ยวทุกรัฐให้ทั่วก็ต้องใช้เวลานานเป็นปีๆ นั้น พวกเขาขอแค่ได้เดินทางข้ามรัฐตามอำเภอใจ เหมือนเขาก็รู้สึกสดชื่นได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่อย่างไรก็ตามมีประเด็นที่น่าสนใจคือ นักวิชาการด้านการแพทย์และสาธารณสุขหลายคนมีการออกมาวิเคราะห์วิจารณ์และส่งเสียงติงว่า ...แน่ใจแล้วหรือว่าจะออกเดินทาง?!?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่เขาหยิบยกมาเป็นเหตุผลก็คือ วัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 มิได้มีหลักประกันว่าลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้อย่างสบายใจหายห่วง และไม่มีการการันตีว่าทุกคนบนโลกใบนี้ฉีดวัคซีนแล้ว ฉะนั้นการรอให้ผลวิจัยมันนิ่งว่าวัคซีนป้องกันการแพร่ระบาดได้แน่นอน ..ค่อยเดินทางจะดีกว่ามั้ย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศาสตราจารย์ที่อยู่ประจำศูนย์การวิจัยยายังบอกด้วยว่า ยิ่งไปต่างประเทศ ความแตกต่างของสภาพแวดล้อม กฎ กติกา มารยาท ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง ซึ่งก็เห็นได้จากชนิดของไวรัสที่กลายพันธุ์ โดยที่ไม่มีทางแน่ใจได้เลยว่าวัคซีนที่เราฉีดจากบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองนั้นจะเอาอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อติติงอันสุดท้ายนี้น่ากระแทกใจที่สุด ก็คือ ประสิทธิภาพในการจัดการด้านสาธารณสุขของแต่ละประเทศนั้นแตกต่างกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มนุษย์ป้าก็ขอสรุปเองเออเองว่า 2 ปีจากนี้ไป คงไม่ไปเที่ยวนอกแน่นอน เพราะบ้านเรานั้นขอบอกว่าการเอาใจใส่และคุณภาพด้านสาธารณสุขไม่แพ้ใครในโลกนะจ๊ะ ถ้าเราไปเดี้ยงที่ยุโรปหรืออเมริกา กลายเป็นพลเมืองชั้่นสอง คงแจกพาราฯ แล้วกลับไปห่มผ้าหนาวสั่นในโรงแรมแค่นั้นแหละ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ป้าเอง&amp;quot; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108216</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำเตือนถึง..คนอยากเที่ยว, ป้าเอง, มองมุมสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a03f009c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้อมูลที่พุทธศาสนิกชน..ควรรู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำบุญตักบาตรนับเป็นวัตรปฏิบัติของพุทธศาสนิกชนมาช้านาน และขอร่วมอนุโมทนากับพ่อแม่พี่น้องทุกคนในสังคมไทย ที่ตั้งใจตื่นเช้าขึ้นมาใส่บาตรกันทุกวันจนเป็นนิจศีล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มนุษย์ป้านานทีเดือนละหนบ้างสองหนบ้าง จึงจะสามารถปลุกตัวเองขึ้นมาใส่บาตรได้ ทั้งๆ ที่รู้ว่า เป็นสิ่งดีงาม เพราะส่งผลให้จิตใจผ่องแผ้วนพคุณตลอดวันเลยทีเดียว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นวัตกรรมการทำบุญตักบาตรวันนี้ ต้องเรียกว่าพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปตามวิถีชีวิตที่เร่งรีบมากขึ้น เราจึงเห็นมีการขายอาหารเป็นชุด เป็นถุง จัดแจงเรียบร้อยตามตลาดสด หรือปากซอยหน้าบ้าน บางแห่งถึงกับมีการนิมนต์พระมานั่งประจำการ ญาติโยมเดินมาใส่บาตร ไม่ใช่พระเดินบิณฑบาตไปตามบ้านเหมือนเก่าก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งเหลือน้อยเต็มที ที่เราจะเห็นการตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่บาตรพระ ตามด้วยอาหารคาวหวาน ส่วนมากทุกอย่างต้องจัดอยู่ในถุงพลาสติกแยกเป็นชิ้นเป็นอันกันไปเลย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้ชวนมองมุมการทำบุญตักบาตรก็เพราะไปเจอข่าวเล็กๆ ของกรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลสงฆ์ นำเสนอปัญหาสุขภาวะของพระภิกษุสงฆ์ในบ้านเราแล้วทำให้รู้สึกว่า ชาวเราพุทธศาสนิกชนควรจะตระหนักรู้และใส่ใจในข้อมูลนี้ ที่มีรายงานว่า จากสถิติของโรงพยาบาลสงฆ์ พบพระภิกษุสงฆ์อาพาธเข้ารับการรักษาด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยปี 2563 พบพระภิกษุสงฆ์อาพาธด้วยโรคเบาหวานจำนวน 2,133 รูป ซึ่งเป็นโรคที่ตรวจพบระดับน้ำตาลในเลือดสูง จากการที่ตับอ่อนมีความบกพร่องในการสร้างอินซูลิน หรือมีความผิดปกติของการออกฤทธิ์ของอินซูลิน หรือมีความบกพร่องทั้งสองร่วมกัน ทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ให้เกิดพลังงานได้ ส่งผลให้อวัยวะต่างๆ เสื่อมสมรรถภาพ และเกิดเป็นโรคแทรกซ้อนจากเบาหวานได้ เช่น โรคตา จอประสาทตาเสื่อม โรคไตเสื่อม ไตวาย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการคาดการณ์ว่า สถิติการเข้ารับการรักษาของพระภิกษุสงฆ์ด้วยอาการอาพาธจากโรคเบาหวานพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น สาเหตุหลักจากการถวายภัตตาหารเพลจากพุทธศาสนิกชนที่ไม่ถูกหลักโภชนาการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉะนั้น..อย่ากระนั้นเลย!! ต่อจากนี้ไปหากใครจะใส่บาตร ฝากญาติโยม ช่วยกันรังสรรค์เมนูที่ไม่ส่งผลต่อสุขภาพของคุณพระคุณเจ้าในทางลบก็จะดีไม่มากก็น้อยนะคะ ...สาธุค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ป้าเอง&amp;quot;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108085</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้อมูลที่พุทธศาสนิกชน..ควรรู้, ป้าเอง, มองมุมสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a03f009c7.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
