<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2020 19:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2020 19:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทธรณ์ไม่สำเร็จ! &#039;โคราช&#039;ยืนยันคำสั่งเดิม ยกเลิก&#039;บิ๊กเมาท์เทน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เทศกาลดนตรีบิ๊กเมาท์เทน ครั้งที่ 11 ที่ปีนี้ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-13 ธันวาคม 2563 ณ &amp;nbsp;The Ocean เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา โดยในการจัดงานวันที่ 2 (13 ธค) &amp;nbsp;กลับต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน &amp;nbsp;หลังทางจังหวัดมีคำสั่งให้ยกเลิกการจัดงานด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประชุมร่วมกับสำนักงานสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สั่งให้ยุติการจัดงาน เทศกาลดนตรีบิ๊กเมาท์เทน ครั้งที่ 11 ในการจัดงานวันที่ 2 &amp;nbsp;เนื่องจากในวันแรก (12 ธค) ได้มีประชาชนร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับมาตรการควบคุม โควิด-19 ที่ไม่สามารถจำกัดจำนวนคน และควบคุมการสวมหน้ากากอนามัย รวมถึงมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ทางผู้จัดงาน ป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม ก็ได้เดินทางเข้าไปหารือกับทางจังหวัดเพื่อหาแนวทางในการจัดงานต่อให้จบ &amp;nbsp;ซึ่งล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมโรค จ.นครราชสีมา ได้พิจารณาคำร้องอุทธรณ์ของผู้จัดงานบิ๊กเมาท์เทน โดยยืนยันคำสั่งยกเลิกการจัดคอนเสิร์ตเช่นเดิม เพราะมีความไม่มั่นใจมาตรการที่ผู้จัดคอนเสิร์ตอุทธรณ์มาคล้ายกับมาตรการเดิมที่เคยเสนอมาแล้ว เกรงว่าจะเข้าลักษณะเดิม ดังนั้นเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 จึงยกคำขอทบทวนคำสั่ง โดยให้ยึดประกาศเดิม คือ ปิดพื้นที่และไม่ให้มีการแสดงคอนเสิร์ตในคืนนี้ในทุกเวที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86757</URL_LINK>
                <HASHTAG>BMMF11, บิ๊กเมาท์เทน, ป๋าเต็ด, ป๋าเต็ด ยุทธนา, ยกเลิกงาน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201213/image_big_5fd6057ca160e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52326</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2019 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2019 13:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระอุ! &#039;ป๋าเต็ด&#039; โผล่ทวิตการเมืองหลังยุบอนาคตใหม่ ท้าตั้งกติกาประเทศนี้มีพรรคเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค.62 - นายยุทธนา บุญอ้อม หรือ&amp;nbsp;ป๋าเต็ด เจ้าพ่อมิวสิคเฟสติวัลเมืองไทย โพสต์แสดงความเห็นทางการเมืองผ่านทวิตเตอร์กล่าวถึงกรณี กกต.มีมติส่งเรื่องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยระบุว่า ข่าวยุบพรรคนี่เหมือนฝั่งรัฐบาลจะกลัวว่าคนจะไป &amp;quot;วิ่งไล่ลุง&amp;quot; กันน้อยเกินไปหรือเปล่า เลยโปรโมทให้นิดนึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ นายยุทธนา โพสต์ทวิตเตอร์ว่า เห็นหัวกันบ้างเถอะพี่ #ไม่ได้ชังชาติหรอก ชังพี่นั่นแหละ และตั้งกติกาไปเลยสิว่าประเทศนี้จะมีพรรคเดียว พรรคของพวกพี่ พรรคอื่นก็ยุบให้หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52326</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชังชาติ, ป๋าเต็ด, ยุทธนา บุญอ้อม, ยุบพรรคอนาคตใหม่, วิ่งไล่ลุง, โพสต์ทวิตเตอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191212/image_big_5df1d526e6ac1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2018 17:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2018 17:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ป๋าเต็ด&#039;เล่านาทีเฉียดตาย &#039;แพทย์&#039;ลั่นมาช้าอาจเสียชีวิต!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จู่ๆก็แน่นหน้าอกจนต้องหามส่งโรงพยาบาล แต่ล่าสุดอาการของ ป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม พ้นวิกฤตแล้ว โดยเจ้าตัวพร้อมกับ นายแพทย์ ไพฑูรย์ จองวิริยะวงศ์ ได้ออกมาแถลงข่าวถึงอาการป่วยดังกล่าว ที่เล่นเอาเจ้าตัวเกือบเอาชีวิตไม่รอด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ก่อนอื่นขอบคุณทุกท่านที่เป็นห่วง เหตุการณ์คือเมื่อวันเสาร์ผมเพิ่งอาบน้ำเสร็จลงมาทำกิจวัตรประจำวัน คือจะลงมาชงกาแฟกิน พอลงมาถึงห้องครัว ก็รู้สึกได้ว่ามีเหงื่อซึม ทั้งที่เปิดตู้เย็นอยู่ อาการไม่ร้อน แต่ยังไม่ได้รู้สึกว่าเป็นอะไรมากนะ ก็ปิดตู้เย็น ไปเปิดเครื่องชงกาแฟ จังหวะนั้นเริ่มรู้สึกว่าแน่นหน้าอกมาก เหงื่อไหลเยอะขึ้น มีอาการวิงเวียนรู้สึกบ้านหมุน ตอนนั้นก็ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไร คิดว่าคงขาดอากาศ เลยรีบเดินออกไปหน้าบ้านเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ ปรากฎไม่ดีขึ้น กลับรู้สึกแน่นหน้าอกมากขึ้น เหมือนมีคนมานั่งทับหน้าอก เลยตัดสินใจโทรหาเพื่อนที่เป็นหมอ ชื่อหมอเอี้ยง ซึ่งก็ทำงานที่สมิติเวชที่นี่ด้วย ผมเล่าอาการให้ฟัง หมอเขาก็บอกให้ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดและให้เขาตรวจคลื่นหัวใจทันที เพราะเชื่อว่ามีอาการผิดปกติในเรื่องหัวใจแน่ๆ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตอนนั้นผมวางสายปุ๊บก็ตะโกนเรียกภรรยาให้รีบขับรถไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด บ้านผมอยู่แถวสุขาภิบาล3 คือก็มีโรงพยาบาลที่ใกล้กว่านั้น แต่พอตอนนั้นผมขึ้นมาบนรถแล้วภรรยาบอกอาการผมแย่มาก หน้าซีด เดินขึ้นรถยังจะแทบไม่ไหว มองไม่ค่อยเห็น ภรรยาเลยตัดสินใจมาสมิติเวชที่สุขุมวิทแล้วกัน เพราะมีประวัติเรารักษาที่นี่เป็นประจำ ถึงแม้จะไกลหน่อย แต่โชคดีที่ มันวันหยุดยาวแล้วเส้นทางที่วิ่งมันสวนทางกับคนส่วนใหญ่ที่จะออกนอกเมือง เลยมาถึงที่นี่ในเวลาประมาณ 20 นาที ตอนแรกผมยังงงๆ ว่าตกลงเราเป็นอะไร แต่เพื่อนบอกให้มาตรวจคลื่นหัวใจเราก็มา ไม่ได้เป็นแผนกฉุกเฉินด้วยนะ เป็นแผนกหัวใจ จำได้ว่าเข้ามาตอนนั้นคนน้อย ผมอาจจะเป็นผู้ป่วยคนเดียว แล้วภรรยาอาจจะโทรมาแจ้งไว้ก่อน มาถึงปุ๊บเขาก็พาผมไปในห้องตรวจคลื่นหัวใจ เขาเอาเครื่องมือต่างๆมาติดตามตัวแล้วต่อไปที่จอ ผมรู้สึกได้ว่า เหมือนพอเขาเห็นตัวเลขบางอย่างบนจอ ทั้งภรรยาและหมอที่ดู อาการเปลี่ยนเลยจากตอนแรกที่ดูชิลชิลมาก กลายเป็นทุกอย่างรีบหมด โทรสั่งนู่นนี่เต็มไปหมด ต้องเปิดห้องนี่ ติดต่อคุณหมอคนนั่น มันเหมือนดูหนังอยู่แล้วกลายเป็นกดกรอให้เร็วขึ้น มีคนเต็มไปหมด เอาอะไรมาติดผม แล้วยกเราเปลี่ยนเตียง และเข็นผมออกจากห้องนั้นอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างที่ผมเขียนในเฟซบุ๊กว่าเหมือนรถเมล์สาย 8 เลย ผมไม่เคยเห็นเจ้าหน้าที่เข็นเตียงวิ่งสุดฝีเท้า จนตอนนั้นผมห่วงเรื่องหัวใจน้อยลง แต่ห่วงว่าเตียงจะคว่ำมากกว่า ช่วงเข้าโค้ง แล้วเขาไม่ลดความเร็วเลย ก็ปลอดภัยนะครับ เชื่อว่าพนักงานท่านนั้นมีประสบการณ์ในการทำอะไรรวดเร็วอย่างนี้อย่างดี ผมก็โดนเข็นมาที่ห้องสวนหัวใจ ตอนแรกผมก็ยังงงอยู่ว่าเขาจะทำอะไร แล้วให้ผมเซ็นเอกสารเต็มไปหมด แล้วตอนนี้ผมจะต้อบถูกทำอะไรครับ คุณหมอไพฑูรย์ก็มาบอกผมว่ากำลังจะเจาะเส้นเลือดใหญ่ที่ต้นขาเพื่อฉีดสี เพื่อดูความผิดปกติของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ถ้าเกิดมันแย่ก็ต้องทำการบอลลูน พอรู้แค่นั้นผมก็โอเคครับ เริ่มทำได้เลย ซึ่งทำอย่างรวดเร็วมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พอกระบวนการนั้นเกิดขึ้น อาการแน่นหน้าอกก็หายไปอย่างรวดเร็ว หายไปตอนอยู่บนเตียงที่ห้องผ่าตัดเลย หลังจากนั้นก็ออกมาพักที่ห้อง icu อาการดูปกติมากแค่ว่าคุณหมอไม่ให้ขยับขาขวาซึ่งเป็นช่องทางที่เครื่องมือเข้าไป เป็นเวลา8ชั่วโมง ผมถึงได้โพสต์ในเฟซบุ๊กว่าไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังผ่านช่วงเฉียดตายเลย รู้สึกแค่ว่าโชคดี โชคดีที่มีเพื่อนเป็นหมอ โทร.หาเพื่อนได้ ถ้าไม่มีเพื่อนเป็นหมอผมก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อ อาจจะนั่งพักอยู่ที่บ้านเฉยๆ โชคดีที่ภรรยาตัดสินใจขับรถมาที่สมิติเวช โชคดีที่เจ้าหน้าที่ทีมโรคหัวใจของสมิติเวชทำงานเร็วมาก จนทำพิธีการบอลลูนใช้เวลาแค่ 40 กว่านาที ถ้ามันช้ากว่านั้นมันจะแย่เลยทีเดียว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เหตุการณ์นี้ค่อนข้างเตือนเราทุกอย่างมันส่งผลหมดเลยทุกสิ่งที่เราสนุกกับการทานอาหารอร่อย ข้าวขาหมูติดมันเยอะๆชอบมาก ทานก๋วยเตี๋ยวเรือต้องใส่กากหมู เราทานเนื้อกะทะก็อยากได้เนื้อที่มันมีมันแทรกอยู่ มันคือของอร่อยทั้งนั้นเลย คนที่มีอาการแบบนี้ไม่ได้จำเป็นต้องเป็นคนรูปร่างใหญ่ บางคนก็รูปร่างปกติแต่ว่าก็สามารถมีคอเลเตอรอลสูงได้ มันดีกว่าแน่ถ้าเราค่อยๆปรับ ไม่ต้องรอให้โดนเตือนหนักๆ แต่อย่างที่บอกขณะที่พูดยังไม่กล้ารับปากคุณหมอต่อไปนี้จะทำได้ตามคุณหมอสั่งหรือเปล่าจะพยายามคิดสูตรว่าทานข้าวหมูไม่ติดมันให้อร่อย รับประทานก๋วยเตี๋ยวอย่างไรไม่ต้องปรุงแต่ยังอร่อยอยู่ ผมว่าต้องอยู่กับมันให้ได้ เพราะว่ามันเป็นวิธีที่ควรจะเป็น เพียงแต่ว่าเราไปทำอะไรที่มันเว่อร์โดยตลอด ซึ่งมันเลยทำให้เราติดกับการกินข้าวขาหมูต้องติดมันเยอะๆ กินนู่น กินนี่ ต้องเติมน้ำตาลเข้าไปอีกมันไม่จำเป็นหวังว่าจะทำได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เรื่องงาน ปลายอาทิตย์คงต้องเริ่มมีการประชุมอะไรที่ค้างคาอยู่ พยายามไม่เดินเยอะ ซึ่งงานส่วนใหญ่ผมคือนั่งในห้องประชุม แต่ก็จะพยายามเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับงานใหญ่ปลายปี บิ๊กเมาส์เท่น แต่อาจจะเดินน้อยกว่าปีที่แล้ว ปัจจัยเรื่องความเครียดก็มีผลทำให้หัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ แต่ในเรื่องของอาหารเราจะเห็นว่าบางคนกินเท่าเราแต่ไขมันไม่สูง อันนี้ขึ้นอยู่กับพันธุกรรม อาการของโรคนี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน ฉะนั้นควรตรวจร่างกายประจำปี ถ้าไขมัน คอลเลสเตอรอล น้ำตาล สูงนิดหน่อยก็อาจจะลองปรับพฤติกรรม ลดอาหารไขมันสูงลงก่อน ถ้าตรวจไปหลายทีแล้วก็ยังสูงอยู่ก็น่าจะมีปัจจัยทางพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยว ถ้ามีข้อบ่งชี้ว่าต้องเริ่มใช้ยาก็เริ่มไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน หมอไพฑูรย์ ก็เล่าถึงอาการของป๋าเต็ดว่า &amp;quot;ทางทีมแพทย์เรามีคุณหมอหลายท่าน อย่างแรกตัองแสดงความดีใจกับทางคนไข้ที่ผลการรักษาเป็นไปได้ด้วยดี ถ้าพูดกันตามจริงแล้วด้วยภาวะที่คนไข้มามาด้วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน แล้วก็มีภาวะช็อคมาด้วย ความดันตอนนั้นน้อยกว่า 90/60 ตอนแรกเราคุยกันว่าจะเข้าทางแขนขวาด้วยซ้ำ อาการแย่ลงแล้วความดันต่ำมากจนหมอต้องเข้าที่ตรงขาหนีบข้างขวา เพราะว่ามันจะมีอุปกรณ์บางอย่างที่สามารถเพิ่มความดันได้ ตอนนั้นชีพจรก็เริ่มช้าลงมาก พวกนี้เวลาที่คนไข้มาด้วยอาการเจ็บหน้าอก โรงพยาบาลทุกโรงพยาบาลจะมีโปรโตคอลสำหรับคนไข้ที่เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน เวลาเจ็บแน่นหน้าอกเฉียบพลัน ไม่ว่าจะมีกี่คิวก็ตาม เจ็บหน้าอกเฉียบพลันจะทำการใช้คลื่นไฟฟ้าหัวใจก่อน แล้วคุณหมอก็จะดูเลยก็ใช้เวลาประมาณ5นาที ตั้งแต่คนไข้มาเราก็วินิจฉันแล้วว่าเป็นหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน แล้วเราจะมีโปรโตรคอลสำหรับสวนหัวใจทันทีเลย คนไข้มาถึง 12.30น.เราก็เริ่มทำกันตอน 13.00น. สุดท้ายเราก็เปิดสำเร็จในเวลา15นาที รวมเวลาทำเคสนี้ก็ประมาณ 45 นาที ก็ได้รับผลการรักษาที่ดีสำหรับที่จะเป็นประโยชน์ในอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คนไทยเราจะมีพวกความดัน ไขมัน การสูบบุหรี่ ที่เรายังมีอยู่ แล้วก็บางทีเราจะคิดว่าความดันสูง หรือไขมันในเลือดสูง อาจจะไม่ต้องรักษา เพราะอาการมันไม่มีอะไร แต่ว่า มันก็สามารถมีอาการ เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน หัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หรือสมองขาดเลือดเฉียบพลันในอนาคตได้ เพราะฉะนั้น คำแนะนำในทีมของหมอก็อยากจะให้ตรวจร่างกายประจำ ดูเรื่องความดัน ไขมัน ถ้ามีการรักษาก็จะช่วยป้องกันเหตุการณ์ในอนาคตได้ เรื่องบุหรี่ด้วย ก็ต้องพยายามหยุดสูบบุหรี่ ส่วนประเด็นในเฟซบุ๊กที่บอกว่ารีบร้อนมากโกนขนแค่ครึ่งเดียว สาเหตุคือเวลาที่มันเสียไปคือกล้ามเนื้อของคนไข้ที่ตายไปเรื่อยๆ ความดันก็ต่ำลงมาก ทีมของหมอก็เป็นคนสั่งเองว่าต้องรีบแล้ว เอาแค่นี้พอ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปกติ สมมติว่าเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน แบบคุณยุทธนา ก็ตั้งแต่ทำคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือมาโรงพยาบาล จนถึงได้รับการสวนหัวใจ น้อยกว่า 60 นาที ในโรงพยาบาลที่มีศักยภาพ ในการสวนหัวใจฉุกเฉินได้ แต่ถ้าเป็นโรงพยาบาลที่ ต้องส่งคนไข้ต่อ ก็ขอน้อยกว่า 90 นาที ถ้าคุณยุทธนามาไม่ทันโอกาสที่จะเสียชีวิตก็ 50-60 เปอร์เซ็นต์ เพราะตอนนั้นความดันต่ำมาก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากนี้เราวางแผนวันพฤหัสก็จะให้คนไข้กลับบ้านได้ ส่วนต่อไปก็ต้องทานยาให้สม่ำเสมอ ในเวลาหลังใส่ขดลวดมันก็มีโอกาสเหมือนกันที่ขดลวดจะตัน ก็จะมียาต้านเกร็ดเลือด ปัจจัยเสี่ยงอื่นที่เราจะต้องป้องกันไม่ให้หัวใจขาดเลือดเฉียบพลันในอนาคต ความดันสูง ไขมันสูง แล้วก็เรื่องเบาหวาน บุหรี่ ทั้งหมดนี้เราก็พยายามงดปัจจัยของคนไข้เพื่อจะได้ไม่เป็นอีก ส่วนเรื่องกาแฟช่วงแรกอาจจะต้องงดไปก่อน หัวใจเพิ่งจะขาดเลือด หมอไม่อยากให้หัวใจเต้นเร็วอีก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;คลิกเพื่ออ่านข่าวก่อนหน้านี้ &amp;gt;&amp;nbsp;&amp;rsquo;ป๋าเต็ด&amp;rsquo;ผ่าตัดฉุกเฉินหลังเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19967</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กเมาท์เทน, ป๋าเต็ด, ป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม, สมิติเวช, โรคหัวใจขาดเลือด, โรงพยาบาลสมิติเวช, ไอซียู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181015/image_big_5bc46d0d1557c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19873</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2018 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2018 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>’ป๋าเต็ด’ผ่าตัดฉุกเฉินหลังเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลายเป็นข่าวดังขึ้นมาทันที หลังจากที่ ป๋าเต็ด-ยุทธนา บุญอ้อม เจ้าพ่อเฟสติวัล ได้โพสต์ภาพและข้อความที่ระบุทำนองว่า ตนเองเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน จนคุณหมอต้องรีบทำการผ่าตัดหัวใจโดยทำบอลลูน โชคดีที่มาโรงพยาบาลเร็ว ถ้าช้าอีกนิดมีโอกาสไม่รอดสูง โดยขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังต้องอยู่ในการดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย ป๋าเต็ด ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก เล่าวินาทีเฉียดตาย ว่า &amp;ldquo; Heart Attack เมื่อหัวใจถูกจู่โจมอย่างเฉียบพลัน เกือบไม่ทัน เกือบไม่รอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช้าวันนี้ หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ลงมาชงกาแฟกินอย่างเคย รู้สึกผิดปกติตั้งแต่เดินมาถึงชั้นล่าง แน่นหน้าอก เหงื่อซึมที่แขน แต่ยังไม่เป็นมาก เดินต่อไปที่ครัวเปิดเครื่องชงกาแฟ เริ่มหน้ามืด บ้านหมุน เจ็บหน้าอกมากขึ้น รีบเดินไปนั่งหน้าบ้านรับอากาศ สูดหายใจลึก แต่ไม่ดีขึ้น เจ็บที่หน้าอกมากกว่าเดิม เหมือนจุก แต่จุกที่หน้าอก คว้าโทรศัพท์โทรหาหมอเอี้ยงเพื่อนสวนกุหลาบ เล่าอาการให้ฟัง เอี้ยงบอกไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด อาจมีอาการหัวใจเต้นไม่ปกติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วางสาย ตะโกนเรียกภรรยาให้พาไปหาหมอ อาการหนักขึ้น เหงื่อท่วม เดินโซเซขึ้นรถ หน้ามืด มองแทบไม่เห็นทาง ภรรยาออกรถ หยิบยาดมใส่มือ บึ่งไปสมิติเวช เพราะไม่ไกลเกินเอื้อม และมีประวัติที่นั่นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงโรงพยาบาล นั่งรถเข็นไปแผนกหัวใจ ขึ้นเตียงวัดคลื่นหัวใจ จากที่พยาบาลนั่งกันชิลๆ เพราะเป็นวันหยุดยาว เคสเราทำให้บรรยากาศเปลี่ยน คนเข้ามาเต็มห้อง เครื่องมือเต็มตัว สายไฟโยงยาง ทุกสายตาจ้องจอ เมื่อค่าตัวเลขอะไรสักอย่างชี้ไปในทางเดียวกัน ห้องยิ่งวุ่นวายโหวกเหวก จองห้องผ่าตัด เรียกหมอมาเพิ่ม เอาเอกสารให้ภรรยาและผมเซ็นต์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เตียงถูกเข็นอย่างกะรถเมล์สาย 8 เข้าลิฟต์มาโผล่ห้องผ่าตัด ระหว่างทางได้แต่มองเพดานเคลื่อนผ่านไปแบบงงงง หน้าแปลกๆ ทยอยโผล่มาข้างเตียงพร้อมคำถามซ้ำๆ มีโรคประจำตัวอะไร ทานยาอะไร เลือดออกที่ไหน รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในซีรี่ยส์ERน้ำเน่า ที่เคยติดงอมแงม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงห้องผ่าตัด ดูอุปกรณ์ไม่เยอะเหมือนในหนัง ทุกคนวุ่นวาย ถามมากมายกว่าเดิม จนเราต้องถามกลับไปบ้างว่ากำลังจะทำอะไร จับใจความได้ว่า จะเจาะท่อสอดเข้าเส้นเลือดใหญ่ที่ต้นขาขวา พ่นสี ถ้าเห็นท่าไม่ดีจะบอลลูนเลย พยาบาลขอโกนขนที่ต้นขาขวาและซีกขวาของไอ้นั่น ตอบโอเคไปทั้งที่ยังสงสัยว่าไหนๆ จะโกนแล้วไม่โกนทั้งสองซีกไปเลย จะเหลืออีกซีกไว้ให้มันเป็นลูกครึ่งอย่างนั้นอยู่ทำไม วุ่นวาย จอแจ ไม่มีช่องว่างให้ท้วงเรื่องซีกที่เหลืออยู่ ต้องปล่อยเลยตามเลย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หมอหนุ่มจับต้นขา จะฉีดยาชา เจ็บนิดนะ ไม่ทันได้อนุญาตเข็มก็จิ้ม สรุปไม่ได้ใช้ยาสลบ เราจะรับรู้ทุกขั้นตอนของการฉีดสี และทำบอลลูน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รู้สึกแน่นที่ต้นขา เหมือนมีตัวอะไรพยายามจะมุดเข้าไปในช่องเล็กเท่ารูเข็ม มองไม่เห็น แต่รู้สึกได้ตลอด อึดอัด เจ็บ แต่ไม่นาน ก็หาย หมอคุยกันวุ่นวาย ศัพท์เทคนิคปลิวว่อน ไม่นานทุกอย่างก็คลี่คลาย เหลือแต่ขดลวดไว้ในหลอดเลือดของหัวใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้ายมานอน ICU หายเจ็บอก แต่ห้ามงอขาข้างที่โดนเจาะไปอีกแปดชั่วโมง นอนอีกสองสามคืนก็กลับบ้านได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรุป ตั้งแต่เริ่มเจ็บอกจนถึงตอนเริ่มผ่าตัด ใช้เวลาแค่ สี่สิบกว่านาที หมอบอกว่าเร็วมาก โชคดีที่มาเร็ว ถ้ามาช้ามีโอกาสไม่รอดสูง ความรู้สึกตอนนี้ไม่เหมือนคนเฉียดความตายเลย รู้สึกเหมือนคนโชคดีมากกว่า และจะโชคดีกว่านี้มาก ถ้าพรุ่งนี้ คุณหมอจะอนุญาตให้ดื่มกาแฟ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจาก อินสตาแกรม @ted6104&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19873</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป๋าเต็ด, ภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน, ยุทธนา บุญอ้อม, เจ้าพ่อเฟสติวัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181014/image_big_5bc2d43b09d55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1668</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2018 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2018 15:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ป๋าเต็ด” เผยเทรนด์มิวสิคเฟสติวัลมาแรง ลุยปั้นงานใหม่      </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ป๋าเต็ด&amp;rdquo; ชี้เทรนด์การจัดงานมิวสิค เฟสติวัล เผยพฤติกรรมผู้บริโภคต้องการมากกว่าดนตรี ย้ำผู้ประกอบการต้องปรับตัวมีไอเดียใหม่เพื่อนำสเนอ พร้อมปั้นแบรนด์ &amp;ldquo;ยักษ์ เฟสติวัล&amp;rdquo; ชูความเป็นไลฟ์สไตล์ เฟสติวัล บนพื้นที่ 100 ไร่ คาดมีผู้เข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;24 ม.ค. 60 - นายยุทธนา บุญอ้อม ประธานกรรมการ บริษัท แก่น 555 จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจโชว์บิซและจัดงานอีเวนต์ เปิดเผยว่า แนวโน้มของพฤติกรรมผู้บริโภคในเมืองไทยในการรับชมคอนเสิร์ตหรือมิวสิค เฟสติวัล กำลังเริ่มมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ไม่ได้ต้องการมีเรื่องของการแสดงดนตรีเป็นองค์ประกอบจัดงานเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องการกิจกรรมเสริมภายในงาน และมีความแตกต่างจากคอนเสิร์ตอื่นๆ แบบเดิมที่ผ่านมา ทำให้ผู้ประกอบการที่เป็นผู้จัดงาน ต้องทำการศึกษา รวมถึงมองหาแนวทางความคิดใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในช่วงที่ผ่านมามีผู้ต้องการเป็นเจ้าของเทศกาลดนตรีเพิ่มขึ้นอยู่ตลอด ส่งผลให้ภาพรวมตลาดมีอัตราการเติบโตสองหลัก แน่นอนว่าย่อมทำให้การแข่งขันสูงตามไปด้วย แต่ยังถือว่ามีโอกาสทางธุรกิจอยู่พอสมควร ขึ้นอยู่กับว่าไอเดียของการจัดงานรายใด จะตรงใจผู้บริโภคมากกว่ากัน ขณะเดียวกันหากสามารถทำตลาดต่างจังหวัดได้ จะมีโอกาสมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาหลายกิจกรรมอาจประสบความสำเร็จในเขตกรุงเทพฯ แต่เมื่อขยายไปสู่ต่างจังหวัด อาจมีข้อติดขัดเรื่องของราคาบัตร ส่วนตัวมองว่ากำลังซื้อต่างจังหวัดมีรออยู่ แต่ต้องดูรายละเอียดและความเหมาะสม เพื่อพิจารณาในการทำราคาบัตรให้สอดรับมากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;นายยุทธนา กล่าวว่า ในเรื่องของการดำเนินธุรกิจบริษัท มีทั้งรูปแบบรับจ้างจัดงาน 90% และเป็นของตัวเอง 10% โดยล่าสุดเตรียมสร้างแบรนด์ให้กับงานยักษ์ เฟสติวัล (Yak Festival) กับแนวคิด &amp;ldquo;ลองแล้วจะยักษ์&amp;rdquo; ในวันเสาร์ที่ 24 ก.พ. นี้ บริเวณดิโอเชี่ยน เขาใหญ่ ขนาดพื้นที่ 100 ไร่ ภายใต้เงินลงทุน 25 ล้านบาท โดยเป็นการนำความชำนาญเรื่องการจัดเทศกาลดนตรี มาผสมกับไลฟ์สไตล์กลายเป็นไลฟ์สไตล์ เฟสติวัล ซึ่งในงานจะเน้นกิจกรรม 60% ที่เหลือคงเรื่องของดนตรีไว้ประมาณ 40% เบื้องต้นปีแรกต้องการสร้างแบรนด์และทำให้ผู้บริโภคเข้าใจก่อนว่างานดังกล่าวมีลักษณะเป็นอย่างไร คาดว่าจะมีผู้เข้าชมมากกว่า 1 หมื่นคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1668</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตลาด, ธุรกิจ, ป๋าเต็ด, มิวสิคเฟสติวัล, ยักษ์เฟสติวัล, เทศกาลดนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180124/image_big_5a68400acb1f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
