<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 13:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/03/2021 13:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาค1โชว์ผลงานทลายแก๊งโจรกรรมรถยนต์ตามห้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 มี.ค.2564 - &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1(บช.ภ.1) พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.), พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 &amp;nbsp;(ผบช.ภ.1), พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1) และ พล.ต.ต.พลฑิต ไชยรส ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนภาค 1 (ผบก.สส.ภ.1) แถลงผลการจับกุมตัวนายพิชิตชัย บุญมี อายุ 36 ปี, นายวิเชียร สนทีรัก อายุ 38 ปี, นายนิคม สายบุญจันทร์ อายุ 51 ปี และ นายกมล ชลวิหารพันธ์ อายุ 64 ปี พร้อมของกลาง รถยนต์ 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง โดยจับกุมได้เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.เพิ่มพูน เผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อประมาณเดือน พ.ย.63-ก.พ.64 &amp;nbsp;ได้มีกลุ่มคนร้ายก่อเหตุลักรถยนต์ บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าใน จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 2 คัน โดยมีพฤติการณ์ในการก่อเหตุเหมือนกัน ต่อมาศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปจร.ตร. ) ได้สั่งการให้มีการสืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายดังกล่าวในทุกมิติ ตำรวจภูธรภาค1 โดยศูนย์ปราบปรามปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ (ศปจร.ภ.1 ) ได้ทำการสืบสวนขยายผลเครือข่ายกลุ่มขบวนการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนทราบว่าเครือข่ายลักรถยนต์ได้ก่อเหตุในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 3 ครั้ง และมีพฤติการณ์ในการก่อเหตุเหมือนกัน โดยจะก่อเหตุในเวลากลางวันและจะเลือกสถานที่ก่อเหตุภายในห้างสรรพสินค้า โดยคนร้ายใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีดำในการก่อเหตุ ซึ่งกลุ่มคนร้ายจะไปดักรอดูรถตามห้างสรรพสินค้า เมื่อพบรถที่ต้องการและผู้เสียหายจอดเข้าไปภายในห้างสรรพสินค้า 1 ในคนร้าย เดินติดตามผู้เสียหายเข้าไปในห้างสรรพสินค้าเพื่อดูต้นทาง และส่งสัญญาณให้คนร้ายที่อยู่ภายนอกก่อเหตุลักทรัพย์รถยนต์คันของผู้เสียหาย โดยใช้วิธีทำลายระบบสัญญาณกันขโมย และระบบล็อกกุญแจของรถคันดังกล่าวและขับขี่หลบหนีออกไป &amp;nbsp;จากนั้นจะนำรถยนต์ที่ลักมาไปตัดแปลงสภาพที่อู่ ก่อนนำไปขายต่อนำเงินที่ได้จากการขายรถยนต์มาแบ่งกัน กระทั่งสืบสวนทราบตัวคนร้ายจึงออกหมายจับทั้ง 4 คนและสามารถติดตามจับกุมได้พร้อมของกลาง &amp;nbsp;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ของผู้อื่น โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำผิดหรือรับของโจร ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คนพร้อมของกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.เพิ่มพูนเผยอีก ว่านายพิชิตชัย เคยถูกจับกุมก่อเหตุลักทรัพย์รถยนต์พื้นที่ จ.ปทุมธานี เมื่อปี 2557 พึ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำเมื่อเดือน ก.ย.2563 ก่อนมาก่อเหตุซ้ำ โดยการเลือกก่อเหตุจะทำตามออเดอร์ที่สั่งมา โดยส่วนใหญ่จะเน้นรถโตโยต้า เช่น ฟอร์จูนเนอร์ วีโก้ ขับเคลื่อน 4 ล้อ ส่งขายราคาคันละ 50,000-120,000 บาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97876</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผช.ผบ.ตร., ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ, ภาค 1, รถยนต์, โจรกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_6064189e8ae3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2020 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2020 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปูนบำเหน็จ 7 ขั้น 5 ชั้นยศให้ &quot;ร.ต.อ.ตระกูล&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 9 ก.พ. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาทางบช.น. ลงไปช่วยดูแลสิทธิประโยชน์ที่ผู้เสียชีวิตพึงจะได้รับ อย่าให้ขาดตกบกพร่อง และช่วยประสานงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับญาติผู้เสียชีวิต โดย ผบ.ตร.ได้แสดงความห่วงใยถึงกรณีดังกล่าว พร้อมทั้งกล่าวยกย่อง เชิดชู ร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา ผบ.หมวด (สบ 1) กองร้อยปฏิบัติการพิเศษที่ 2 กก.ต่อต้านการก่อการร้าย บก.สปพ. ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจนกระทั่งตนเองต้องมาเสียชีวิตจากการปะทะกับคนร้ายที่นครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะ ร.ต.อ.ตระกูล เป็นบุคคลากรชั้นเลิศ เป็นผู้ทีมีความรู้ความสามารถ นับว่าเป็นความสูญเสียของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมจะดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิตให้ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากการตรวจสอบสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ ร.ต.อ.ตระกูล พึงจะได้รับ เบื้องต้นมีรายละเอียดดังนี้&amp;nbsp; เสนอพิจารณาเลื่อนขั้น 7 ขั้น 5 ชั้นยศ กรณีปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามโจรผู้ร้ายจนได้รับอันตรายถึงเสียชีวิต ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการให้บำเหน็จความชอบเป็นกรณีพิเศษ พ.ศ.2521 เงินช่วยเหลือจากกองทุนต่าง ๆ รวมเงินช่วยเหลือเบื้องต้น ประมาณ 2,100,000 บาท ในส่วนของข้าราชการตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่รายอื่น ก็จะได้รับเงินช่วยเหลือและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ซึ่งทาง บช.น. จะได้ดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56687</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ปูนบำเหน็จ7ชั้น, ผช.ผบ.ตร., ร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200209/image_big_5e3f769898272.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยประสานญี่ปุ่นกวาดแก๊งขนไอซ์ เทศกาลจับอื้อกว่าพันตัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ย.62- พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผช.ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส.พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ค้ายาเสพติด 3 คดี ตรวจยึดของกลางได้ไอซ์น้ำหนักกว่า 1,000 กิโลกรัม และยาบ้า 40,000 เม็ด รวมมูลค่า 360,000,000 บาท โดยคดีแรก เมื่อวันที่ 10 พ.ย.62 เจ้าหน้าที่จับกุมนายเกรียงไกร เพชรจันทรังษี อายุ 22 ปี และนายวรชุน แซ่ว่าง อายุ 21 ปี &amp;nbsp;บริเวณแยกเขาทราย อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ขณะลักลอบขนไอซ์ 1,000 กิโลกรัม บรรจุในถุงชา ซุกซ่อนในกระสอบปุ๋ย สีเหลือง บรรทุกอยู่ท้ายรถยนต์กระบะ ก่อนขยายผลจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมาพร้อมรถยนต์กระบะที่ใช้นำทางขนยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือมายังภาคกลาง โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่ารับยาไอซ์จากนายทุน พ่อค้ายาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือตอนบน &amp;nbsp;เพื่อส่งกระจายต่อกรุงเทพและปริมณฑล จึงแจ้งข้อหา ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมีไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวทั้ง3 ผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.วิสนุ ระบุด้วยว่า คดีที่ 2 ตำรวจตรวจยึดยาไอซ์ น้ำหนัก 8กิโลกรัม ได้ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง หลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบส่งยาเสพติดทางพัสดุไปต่างประเทศ โดยหนึ่งในสินค้าเฝ้าระวังพบมีปลายทางไปประเทศญี่ปุ่น สำแดงสินค้าฝากส่งเป็นนาฬิกาแขวนผนังแต่มีน้ำหนักผิดปกติ ตรวจสอบพบบริเวณกรอบนาฬิกาใส่เป็นท่อเหล็กซึ่งถูกดัดแปลงขึ้นเพื่อให้ภายในสามารถบรรจุยาไอซ์ 8 กิโลกรัมได้ ตรวจยึด ยาไอซ์ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ในส่วนคดีที่3 ตำรวจจับกุมนายจักรพงษ์ ฮวดลิ้ม วัย 42 ปีพร้อมพวกรวม 4 คน หลังสืบทราบว่า มีผู้ต้องหา คดียาเสพติดและพ้นโทษไปแล้ว แต่ยังคงติดต่อกับผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ พบว่ากระบวนการนี้ จะซื้อ-ขายยาเสพติดออนไลน์ผ่านทาง Social ก่อนจะเดินทางไปรับยาจากประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว) ตำรวจจึงติดตามกลุ่มผู้ต้องหากระทั่งสามารถจับกุมตัวไว้ได้ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบยาบ้าจำนวน 40,000 เม็ด ไอซ์น้ำหนัก 2 กรัม และกัญชาน้ำหนัก 1 กิโลกรัม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้าน พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า กลุ่มเครือข่ายค้ายาเสพติดมักอาศัยช่วงเทศกาลต่างๆ ขนยาเสพติดจำนวนมาก &amp;nbsp;จึงได้สั่งการเฝ้าระวังตามเส้นทาง เช่นในครั้งนี้ที่สามารถจับกุมได้ล็อตใหญ่ ซึ่งเป็นเครือข่ายของผู้ต้องหาที่เคยถูกจับกุมก่อนหน้า ซึ่งบางเครือข่ายหยุดไป ขณะเดียวกันก็มีเครือข่ายเกิดใหม่ นอกจากนี้ยังมีคนไทยที่ถูกจับคดียาเสพติดในประเทศญี่ปุ่นหลายราย ซึ่งตำรวจ ปส. มีการประสานประสานพูดคุยความร่วมมือกันกับทางการญี่ปุ่นเมื่อสัปดาห์ก่อน และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งทุกหน่วยงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50183</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนยาไอซ์, จับกุมผู้ค้ายาเสพติด, ผช.ผบ.ตร., ผบช.ปส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcb9b840ddae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35303</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สตช.คลอด4มาตรการแก้รถติดกรุงช่วงเปิดเทอม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค. 62 - ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;(ศปก.ตร.) &amp;nbsp;ชั้น 20 &amp;nbsp;พล.ต.ท.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผช.ผบ.ตร.) &amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรช่วงเปิดภาคเรียนสถานศึกษา &amp;nbsp;โดยมี พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ (ผบช.สยศ.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจในระดับผู้การบังคับการ จนถึงรองผู้บังคับการของ บก.จร. และ บก.น.1-9 รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.ดำรงค์ศักดิ์ &amp;nbsp;กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาการจราจรถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีความห่วงใยในปัญหาการจราจรติดขัดช่วงเปิดภาคเรียน การประชุมครั้งนี้จึงเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจรทั้งระบบ ทั้งทางกายภาพและทางเทคโนโลยีในเรื่องของการกดสัญญาณไฟ โดยได้แบ่งเป็น 4 หัวข้อสั่งการ &amp;nbsp; 1.การแก้ไขปัญหาการเปิดสัญญาณ &amp;nbsp;2.การแก้ไขปัญหาการจราจรในช่วงเวลาเปิดภาคเรียน 3.การคืนพื้นผิวการจราจรตามแนวรถไฟฟ้า และ4.การใช้พื้นที่จอดรถไม่ให้กระทบการจราจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะมีโรงเรียนที่จะเปิดภาคเรียนดังนี้ 1.โรงเรียนอาชีวะเอกชน จะเปิดวันที่ 13 พ.ค. 2.โรงเรียนอาชีวะของรัฐเปิดวันที่ 13-16 พ.ค. แล้วแต่ทางโรงเรียนจะกำหนด &amp;nbsp;3.โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) เปิดวันที่ 13-16 พ.ค. 4.สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เปิดวันที่ 15 พ.ค. &amp;nbsp;5.โรงเรียนในระดับอุดมศึกษาและมหาวิทยาลัยจะเปิดในช่วงเดือนสิงหาคม &amp;nbsp;และ6.มหาวิทยาลัยราชภัฏจะเปิดช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งได้มีการประสานไปยังสถานศึกษาต่างๆ ในดูแลเรื่องความสะดวกหน้าจุดจอดสถานศึกษานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ช่วยผบ.ตร. กล่าวภายหลังการประชุมอีกว่า วันนี้เป็นการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ กรมการขนส่งทางบก กรุงเทพมหานคร เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ที่จะเริ่มทยอยเปิดภาคเรียนของสถานศึกษาแล้วบางส่วน และจะมีการเปิดภาคเรียนมากที่สุด ในช่วงวันที่ 13-16 พ.ค. พร้อมเน้นย้ำถึงการแก้ไขปัญหาการจราจรทั้งระบบในช่วงเปิดเทอม โดยเบื้องต้นจะเร่งรัดคืนพื้นผิวการจราจรในพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าให้มากที่สุด รวมทั้งให้ประสานผู้ประกอบการบริษัทขนส่งมาทำความเข้าใจ กำชับไม่ให้รถบรรทุกขนาดใหญ่สัญจรในเวลาห้ามอย่างเด็ดขาด ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ สร้างผลกระทบการจราจรในภาพรวม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมให้ตำรวจแต่ละพื้นที่เข้าไปปฐมนิเทศผู้ปกครองถึงเส้นทางและจุดรับ-ส่ง ลดปัญหาการจราจรติดขัด รวมถึงประสานสถานศึกษา จัดโครงการในลักษณะพี่รับน้อง หรือผู้ปกครองอาสา รวมถึงจิตอาสาจราจร ช่วยอำนวยความสะดวกในการรับเด็กเล็กลงจากรถโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะ 3 กลุ่มเส้นทางที่มักมีปัญหาจราจรหน้าสถานศึกษา ได้แก่ กลุ่มที่ 1 สามเสน ราชวิถี นครราชสีมา กลุ่มที่ 2 ถนนอโศก เพลินจิต สุขุมวิท และกลุ่มที่ 3 สีลม สาทร เจริญกรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) กล่าวว่า สถานศึกษาที่อยู่ในซอยแคบ มักมีปัญหาจราจรมาก ซึ่งได้เน้นย้ำการระบายรถไม่ให้กระทบถนนสายหลัก โดยให้แต่ละพื้นที่แก้ปัญหาให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ พร้อมสั่งระดมกำลังตำรวจจราจรเต็มที่ช่วงเดือนแรกของการเปิดภาคเรียน เพื่อให้ผู้ปกครองคุ้นเคยกับระบบบริหารจัดการจราจร.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35303</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วงเปิดเทอม, ตร., ปัญหาจราจร, ผช.ผบ.ตร., พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์, รถติด, สตช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd27234e8a6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
