<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.สส. สั่งแจงปม&#039;หมอทหาร&#039;หลอกขายวัคซีนทหารช่างไทยในเซ้าท์ซูดาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.64- &amp;nbsp;พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) กล่าวถึงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์ได้เผยแพร่เอกสารกองทัพในช่วงเดือนเมษายน 2563 ส่งถึงเลขาธิการแพทยสภาให้พิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมแพทย์ทหารไปปฏิบัติหน้าที่ยังกองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจไทย/เซ้าท์ซูดานเรียกเก็บเงินทหารที่ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นค่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าว่า ในช่วงประมาณต้นปี 2563 เริ่มมีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า แพทย์ทหารจากกองทัพบกที่เดินทางไปกับกองร้อยทหารช่างเฉพาะกิจไทยในเซ้าท์ซูดาน ไปดำเนินการฉีดวัคซีนให้กำลังพลโดยพลการ ซึ่งการฉีดวัคซีนดังกล่าวก็มีการเก็บเงินจากกำลังพลประมาณ 20 ดอลล่าร์ ต่อคน รวมประมาณ 5 พันดอลล่าร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้น ก็มีการร้องเรียนจากกำลังพลที่กองร้อยทหารช่างฯ ต่อผู้บังคับกองร้อยให้ดำเนินการตรวจสอบ ทางผู้บังคับกองร้อยฯ ก็ให้ดำเนินการสอบสวน และแจ้งผลกลับมาทางกองบัญชาการกองทัพไทยในฐานะที่เป็นส่วนอำนวยการซึ่งเราได้จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายเสนาธิการเข้าไปเพื่อประสานระหว่างกองกำลังกับส่วนของยูเอ็น ทางกองทัพไทยจึงได้แจ้งเรื่องไปยังกองทัพบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.เฉลิมพล กล่าวอีกว่า โดยขณะนั้นผู้แทนสายงานแพทย์ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น)ทราบเรื่องด้วย จึงบอกว่าการดำเนินการฉีดวัคซีนจะไปทำโดยพลการไม่ได้ เพราะการดูแลกำลังพลต้องเป็นไปตามมาตรฐาน กองทัพไทยต้องพิจารณาจัดการด้วย จึงได้มีการสอบสวนต่อ และพบว่ามีการกระทำจริง จึงให้ส่งตัวนายแพทย์ดังกล่าวกลับมาที่ไทย ทางกองทัพไทยก็แจ้งเรื่องให้กองทัพบกสอบสวนเพราะต้นสังกัดอยู่กองทัพบก ปรากฏว่าบุคคลดังกล่าวขาดราชการ และไม่มาทำงานเลย แต่กลับไปร้องเรียนในหลายที่ หลายองค์กร รวมถึงบิดาของแพทย์คนดังกล่าวร้องเรียนด้วย เข้าใจว่าทาง ทบ.ได้ดำเนินการปลดออกจากราชการแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงดำเนินการในการยื่นข้อมูลต่อแพทยสภาให้พิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาเวชกรรม ในเบื้องต้นกำลังพลที่ได้รับการฉีดวัคซีนดังกล่าว ไม่มีใครได้รับอันตรายใดๆ แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรต้องดูจากรายละเอียดที่จากกองทัพบกสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ในวันนี้ ผมได้ให้ทีมโฆษกและศูนย์ปฏิบัติการเพื่อสันติภาพ กรมยุทธการทหาร ไปรวบรวมข้อมูล และมารายงานผมก่อนแถลงข่าวให้รับทราบ และยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อกองทัพไทย เพราะหากพิจารณาผลงานของกองร้อยทหารช่างเซ้าท์ซูดานผลัดที่ 1 ถือว่าทำผลงานมาดีและสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย และกองทัพไทย เชื่อว่าทางยูเอ็นจะเข้าใจเป็นความผิดส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับภาพรวม และที่ผ่านมา กองทัพไทย ได้แจ้งความคืบหน้าการดำเนินการกับแพทย์คนดังกล่าวให้กับยูเอ็นทราบมาโดยตลอด&amp;quot; ผบ.ทสส. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ที่เอกสารดังกล่าวจะถูกโพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์ ได้มีการนำเสนอข่าวจากสำนักข่าวอิศรา ถึงรายงานขององค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International) ประจำประเทศอังกฤษ ที่ชื่อว่า THE UNSPOKEN COVID-19 VACCINE CHALLENGES - DISTRIBUTION AND CORRUPTION หรือแปลเป็นไทยว่าความท้าทายของวัคซีนโควิด-19 ที่ไม่เคยถูกพูดถึง กับปัญหาเรื่องการแจกจ่ายและการทุจริตให้สาธารณชนได้รับทราบ จนในที่สุดสำนักข่าวแห่งหนึ่งได้ตรวจสอบ และพบข้อมูลยืนยันเป็นทางการว่า เป็นเรื่องราวของนายทหารรายหนึ่ง ที่ถูกส่งตัวไปปฏิบัติหน้าที่โรงพยาบาลสนามในเซาท์ซูดาน ช่วงเดือนธ.ค. 2562-ธ.ค.2563 ที่ผ่านมาก่อนที่นายทหารรายนี้ จะถูกสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่และจบภารกิจ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงทางวินัยในคดีฉ้อโกงหลอกลวง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94717</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูดาน, ผบ.สส., พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์, วัคซีน, แพทย์ทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603d96688770f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57506</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2020 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2020 10:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.สส.ยืนยันกองทัพมีมาตรฐานเมื่อเกษียณแล้วต้องออกจากบ้านพัก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.63- พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผท.ทสส.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะผู้บัญชาการทหารและการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพถึงการจัดระเบียบสวัสดิการทหารว่า ผู้บัญชาการเหล่าทัพได้มีการหารือกันมาอย่างต่อเนื่อง และวันนี้ก็จะมีการพูดคุยในที่ประชุมคณะผู้บัญชาการทหารที่มีพล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมการประชุมอีกครั้ง เพื่อหารือในประเด็นที่จะตกลงใจในหลายเรื่องไม่ใช่เฉพาะเรื่องสวัสดิการทหาร และจะซักซ้อมการทำงานในระยะเวลาต่อไป ซึ่งตนมองว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร โดยสวัสดิการทหารทั้งหมดเหล่าทัพดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ. 2547 และประกาศคณะกรรมการสวัสดิการข้าราชการเรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจประกาศ ณ วันที่ 8 ก.ค. 2548 ยืนยันว่าเราไม่ได้ปฎิบัตินอกกรอบหรือไม่มีหลักเกณฑ์ เพียงแต่เป็นที่สนใจว่ามีบางกิจการที่ก่อให้เกิดรายได้ ที่ผ่านมาทุกเหล่าทัพได้นำเงินค่าเช่าหรือเงินรายได้เข้าเป็นเงินรายได้แผ่นดินเป็นปกติอยู่แล้ว นอกจากนี้มีกิจการเล็กๆน้อยๆ เช่น ร้านค้าในหน่วยที่ผู้ใช้บริการเป็นกำลังพลก็อยู่ในข่ายการจัดสวัสดิการภายในหน่วยราชการ แต่กิจการที่มีเอกชนหรือบุคคลภายนอกมาใช้ประโยชน์สัดส่วนสูงก็เข้าข่ายสวัสดิการเชิงธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เหล่าทัพยินดีที่จะปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังและกรมธนารักษ์ตามที่กำหนด โดยเหล่าทัพจะติดต่อโดยตรงกับกรมธนารักษ์ เมื่อมีกิจการใดที่ก่อให้เกิดรายได้ เพื่อขออนุญาตินำส่งและขอให้กรมธนารักษ์กำหนดหลักเกณฑ์ว่าต้องส่งเท่าไหร่ กรณีที่กองทัพบกทำเอ็มโอยู เนื่องจากกองทัพบกมีกิจการสวัสดิการจำนวนมาก ในขณะที่เหล่าทัพอื่นไม่จำเป็นต้องทำเอ็มโอยู เพราะได้ติดต่อโดยตรงกับกรมธนารักษ์อยู่แล้ว เพียงแต่จะมีการทบทวนให้ครบถ้วนว่ามีรายการตกหล่นหรือไม่&amp;rdquo; พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีพล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ยังคงพักอาศัยอยู่ในบ้านพักทหารของศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย แม้ว่าจะเกษียณอายุราชการไปแล้ว พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า ตามหลักการทั่วไปไม่ใช่เฉพาะในส่วนของทหาร แต่บ้านพักหลวงเมื่อเกษียณฯแล้วต้องส่งคืน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีกำลังพลไม่มีความพร้อม และลำบากจึงยืดหยุ่นให้เฉพาะบางราย ซึ่งบ้านพักราชการไม่ได้อยู่เฉพาะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ แต่ก็มีชั้นผู้น้อยที่ยังไม่พร้อมย้ายออก เช่น นายสิบ จ่า ทหารชั้นประทวน ลูกจ้างราชการที่หัวหน้าครอบครัวเสียชีวิต และไม่สามารถขยับขยายได้ก็ผ่อนผันยืดหยุ่น ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ทำไมพล.ท.พงศกรจึงขอผ่อนผันอยู่เป็นเวลาหลายปี พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า ก็ในที่สุดพล.ท.พงศกรก็ไปแล้ว ขอให้ผ่านประเด็นนี้ไป ส่วนการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ได้รับความเป็นธรรมและเพื่อให้มีชีวิตที่ดีขึ้น และการปกครองไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ ซึ่งผู้บังคับบัญชาทุกคนให้ความสนใจเรื่องเหล่านี้ เมื่อมีการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงเราก็จะเน้นย้ำอยู่เสมอว่าผู้บังคับบัญชาต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและมีความสุข หากผู้ใต้บังคับบัญชามีความไม่สบายใจ แร้งแค้น และลำบาก ผู้บังคับบัญชาต้องไปแก้ไขดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่าเรามีมาตรฐานว่าเมื่อเกษียณฯแล้วต้องออกจากบ้านพัก เพียงแต่ความยืดหยุ่นเราสามารถพิจารณาได้เป็นกรณีทั้งในส่วนของผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา เราไม่สามารถไปชี้ได้ว่าเหตุผลใดต้องอยู่หรือเหตุผลใดต้องออก ขึ้นอยู่กับผู้บัญชาการเหล่าทัพ และเจ้ากรมสวัสดิการที่รับผิดชอบ หากเป็นกรณีที่เกินอำนาจและมีความซับซ้อนก็จะเรียนผู้บังคับบัญชา เพื่อขออนุญาติยอมรับว่าในส่วนของกองทัพไทยมีทหารเกษียณฯแล้วยังอยู่บ้านหลวงจำนวนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา&amp;ldquo; ผบ.ทสส. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามย้ำว่า ถ้ามีเหตุผลและความจำเป็นให้อยู่ต่อได้ใช่หรือไม่ พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า การอยู่บ้านพักหลวงถือเป็นสวัสดิการอย่างหนึ่ง และเป็นหน้าที่ที่ต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา แม้จะอยู่ในราชการหรือเกษียณฯไปแล้ว หากไม่สุดวิสัยจริงๆ หรือมีความจำเป็น มีความต้องการเราก็พร้อมยืดหยุ่นให้เพื่อให้เขาประสบความลำบากและกระทบกระเทือนน้อยที่สุด ประเทศไทยเราอยู่ด้วยความเมตตาธรรม ส่วนที่มีการปล่อยสิทธิ์ให้เช่าต่อนั้น เรื่องนี้เป็นคนละประเด็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าในส่วนของกองบัญชาการกองทัพไทยจะมีการเปิดสายตรงผบ.ทสส.ให้กำลังพลร้องเรียนได้โดยตรงหรือไม่ พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า ทหารก็เหมือนกับส่วนราชการอื่น มีช่องทางการร้องเรียนอยู่แล้วผ่านสายการบังคับบัญชา และจะเปิดฮอตไลน์วันสตอปเซอร์วิส อีกทั้งยังมีศูนย์ดำรงธรรมของกระทรวงมหาดไทย โดยมีหลายช่องทางให้เลือกใช้บริการ และแต่ละเหล่าทัพก็ดำเนินการรับเรื่องร้องเรียนมาแก้ไข.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57506</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านหลวง, ผบ.สส., พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200218/image_big_5e4b5e19b2798.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44386</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2019 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.สส.กำชับกำลังพลเสพโซเชียลอย่างมีสติ เตือนคนไทยระวังเฟกนิวส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.62- พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) กล่าวถึงการใช้โซเชียลมิเดียของกำลังพลและการรับข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะข่าวปลอมหรือเฟกนิวส์ ที่ทำลายภาพลักษณ์ของกองทัพ ว่า สิ่งที่เราทำอยู่เสมอคือการให้ความรู้กำลังพล ในการใช้สื่อโซเชียลมีเดียอย่างมีสติ ซึ่งการแสดงความคิดเห็นต่างๆเราไม่สามารถไปบังคับใจของแต่ละคนได้ แต่สิ่งที่พยายามปลูกฝัง และให้มีความคิดอยู่เสมอคือการใช้ดุลยพินิจส่วนบุคคล ในการรับฟัง และการเชื่อสิ่งที่ได้รับฟังมา โดยไม่ได้รับคำยืนยันดังนั้น การมีสติจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับการใช้สื่อสังคมออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมคิดว่าคนไทยทุกคน ต้องระมัดระวัง เพราะมีทั้งข่าวจริงและข่าวปลอม รวมถึงข่าวที่มีวัตถุประสงค์ในทางลบ หรือบางข่าวที่ต้องการนำเสนอด้วยความรวดเร็ว ก็ต้องใช้วิจารณญาณให้ดี ในการเลือกรับข้อมูลข่าวสาร&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าทางกองบัญชาการกองทัพไทย ได้มีการตั้งเจ้าหน้าที่คอยดูแลข่าวปลอม ที่มีผลต่อกองทัพหรือไม่ พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า เราดำเนินการในกรอบของกองบัญชาการกองทัพไทยและเหล่าทัพ ว่าถ้ามีข่าวสารใดที่มีผลกระทบต่อหน่วยงานเป็นข่าวที่แต่งเติม และไม่มีพื้นฐานของข้อเท็จจริง เราก็จะรีบเข้าไปให้ข้อเท็จจริง ให้สังคมรับรู้อย่างทันเวลา ในส่วนของข่าวสารอื่นๆ ก็เป็นหน้าที่ของหน่วยงานนั้นๆ ต้องรับผิดชอบให้ข้อมูลที่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการทำงานของศูนย์ไซเบอร์ของแต่ละเหล่าทัพนั้น จะทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิดการแทรกแซง การเข้ามาทำให้ระบบงานของเรา เกิดความเสียหายจนใช้การไม่ได้ แต่การปฎิบัติการทางข่าวสารเราไม่ได้ดำเนินการในส่วนนั้น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44386</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.สส., พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญจศรี, เฟกนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190827/image_big_5d64aeeacd7ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2019 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.สูงสุดลั่น!โผทหารต้องทำให้เหล่าทัพมีความเป็นหนึ่งเดียว สอดคล้องต้องกันในระยะยาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.62- พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำโผทหารชั้นนายพล ประจำปี 2562 ว่า เหล่าทัพมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ทั้งในเรื่องของทิศทางการทำงานและหลักนิยมในการปฏิบัติงาน การมีทัศนคติที่สอดคล้องกัน ทั้งในส่วนของกองบัญชาการกองทัพไทย และเหล่าทัพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่าเรื่องของการจัดวางตัวบุคลากรต่างๆ ต้องมีความสอดคล้องกัน และต้องมองไปในระยะยาวไม่ใช่มองเพียงแค่หน่วยใครหน่วยมัน หรือองค์กรใดองค์กรเดียว ส่วนการให้สัมภาษณ์ของผู้บัญชาการเหล่าทัพนั้น เฉพาะที่มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง และการให้ความเห็นที่พาดพิงบุคคลต่างๆ ก็ต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะสังคมขณะนี้พร้อมที่จะเข้าใจอะไรที่คาดเคลื่อน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44370</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.สส., พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญจศรี, โผทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190827/image_big_5d648f6781f8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2019 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2019 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.เหล่าทัพงดจ้อการเมือง รอโหวตนายกฯ-ตั้งรัฐบาลเสร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค.62 - ที่กองทัพอากาศ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยมี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ และพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเสร็จประชุม&amp;nbsp;&amp;nbsp;พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวสั้นๆถึงกานเดินทางไปรายงานตัวในฐานะดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.)ว่า ยังไม่ได้กำหนดวันที่จะไปการรายงานตัว สว.และไม่จำเป็นที่ผู้บัญชาการเหล่าทัพทุกคนต้องไปรายงานตัวพร้อมกัน ขึ้นอยู่กับความพร้อม โดยปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงการทำหน้่าที่ สว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต. กฤษณ์ จันทรนิยม โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวถึงการดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ของผู้บัญชาการเหล่าทัพว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีความเห็น เมื่อได้รับการแต่งตั้ง ตามกฏหมายรัฐธรรมนูญ 2560 และการสรรหาโดยพิจารณาจากคุณสมบัติ ทุกเหล่าทัพพร้อมทำงานเต็มกำลัง ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือรัฐมนตรีที่ลาออกมาเพื่อรับใช้ประเทศชาติในอีกรูปแบบหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกองทัพไทย เปิดเผยว่า การประชุม ผบ.เหล่าทัพ พล.อ.พรพิพัฒน์ จะไม่แถลงผลการประชุมและตอบคำถามของสื่อมวลชนเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา โดยมอบหมายให้ พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เป็นผู้ชี้แจงแทน เนื่องจากบรรยากาศทางการเมืองขณะนี้อยู่ระหว่างการจับขั้วตั้งรัฐบาล หากพูดหรือแสดงความคิดเห็นอะไรออกไป เกรงว่าจะมีบางกลุ่มนำไปขยายผล ตีความให้เกิดเป็นประเด็น&amp;nbsp;&amp;nbsp;กระทบต่อการวางตัวเป็นกลางทางการเมืองของกองทัพ จึงขอให้การดำเนินการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี การจัดตั้งรัฐบาล เสร็จเรียบร้อยตามขั้นตอน ก็จะกลับมาให้สัมภาษณ์อีกครั้ง รวมถึง ผู้บัญชาการเหล่าทัพอื่นๆจะยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากกองทัพไทย เปิดเผยอีกว่า ขณะนี้ พล.อ.พรพิพัฒน์ กำลังเตรียมเอกสารประกอบการรายงานตัวในการดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)คาดว่าจะเดินทางไปรายงานตัวอาคารสุขประพฤติ ถนนประชาชื่น ภายใน 1-2 วันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35951</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.ตร., ผบ.ทบ., ผบ.ทร., ผบ.ทอ., ผบ.สส., ผบ.เหล่าทัพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190515/image_big_5cdbeeaf88b99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.สส.เผยที่ประชุมคสช.ยกเลิกประกาศ-คำสั่งหัวหน้าคสช.หลายฉบับที่ไม่จำเป็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.62- &amp;nbsp;พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะสมาชิก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยภายหลังการประชุม คสช. เพียงสั้นๆ ว่า ที่ประชุมคสช.มีการพิจารณายกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช.และประกาศ คสช. หลายฉบับที่ไม่จำเป็น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังมีการพูดคุยเรื่องของการดูแลความเรียบร้อยในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก แต่ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34777</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมคสช., ผบ.สส., พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี, เลิกคำสั่งหัวหน้าคสช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181129/image_big_5bff47261ab97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2019 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2019 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.สส.แจงเหตุเรียกคืนรางวัลเกียรติยศจักรดาวเพราะ&#039;ทักษิณ&#039;จาบจ้วงไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มี.ค.62 - &amp;nbsp;พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทหารสูงสุด กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการมูลนิธิศิษย์เก่าโรงเตรียมทหาร มีมติถอดชื่อนายทักษิณ ชินวิตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากการเป็นศิษย์เก่าดีเด่นและเรียกคืนรางวัลเกียรติยศจักรดาว ที่ได้รับเมื่อปี2534 ว่า เป็นมติที่ประชุมคณะกรรมการศิษย์เก่า ร.ร.เตรียมทหาร มีผู้แทนจากรุ่นต่างๆเป็นองค์ประกอบของคณะกรรมการ ถือเป็นเรื่องภายใน ซึ่งรางวัลนี้เป็นรางวัลเกียรติยศ ผู้รับก็ต้องรักษาเกียตินั้นไว้ ถ้ามีข้อมูลในทางใดที่ผู้รับไม่สามารถรักษาเกียรติไว้ได้ ก็ต้องเรียกคืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงสาเหตุในการเรียกคืนรางวัล พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า สื่อมวลชนและคนไทยอาจทราบข้อมูลตรงนั้ดูจากในเว็บไซต์และโลกโซเชียลฯในหลายแห่ง แต่สิ่งที่รบกวนจรรยาบรรณและหลักนิยมของทหาร คือการใดก็ตามที่เป็นการจาบจวงไม่รู้ที่สูงที่ต่ำ ตรงนั้น ก็ถึงเวลาที่จะต้องตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเหตุใดจะต้องมาถอดชื่อในช่วงนี้ ผบ.สส.ตอบว่า &amp;nbsp;ก็มีช้ามีเร็วได้ ก็เป็นเรื่องปกติ อยู่ที่ว่าช่วงใดที่เราจะดำเนินการ ก็ต้องดำเนินการให้จบกระบวนการขั้นตอนไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ฮ่องกงหรือไม่ พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่ครับ ก็เป็นเรื่องทั่วๆไป เมื่อข้อมูลมาถึงจุดๆหนึ่ง ที่ต้องดำเนินการอย่างไร เราก็เลือกระยะเวลาที่เหมาะสม ไม่อยากให้ส่งผลกระทบไปเรื่องในการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่ากรณีของนายทักษิณ เป็นครั้งแรกหรือไม่ &amp;nbsp;พล.อ.พรพิพัฒน์แจงว่า ส่วนใหญ่ผู้ได้รับรางวัล เขาก็รักษาเกียรติแห่งรางวัลนั้นไว้ได้ทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.พรพิพัฒน์ กล่าวว่า ศิษย์เก่าเตรียมทหารก็เป็นทหารและตำรวจ เช่นเดียวกับคนไทยทุกคน ที่มีมาตรฐานทางจริยธรรม โดยเฉพาะมาตรฐานในความจงรักภักดี ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติที่เรายึดถือ จะรู้และระมัดระวัง ไม่ล่วงเกินทางใดทางหนึ่ง ผู้ใดล่วงละเมิดล่วงเกิน อย่าที่ผมบอกไปแล้วว่า ไม่รู้ว่าอะไรสูงอะไรต่ำ มาตรการทางใดทางหนึ่ง อันนี้ก็จะเป็นมาตรฐานที่คนไทยทุกคนพึ่งปฏิบัติ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;





&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32434</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, ผบ.สส., พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญจศรี, รางวัลเกียติยศจักรดาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190328/image_big_5c9c66a21a4cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
