<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107405</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 18:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 18:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.เหล่าทัพ อัพเดตขีดความสามารถไซเบอร์ รับมือ &#039;รบมิติที่ 5&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.64 - พล.อ.เฉลิมพล &amp;nbsp;ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.)เป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ โดยมี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วม ณ กองบัญชาการกองทัพอากาศ พล.ต. ธีรพงศ์ ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า ผบ.สส.แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้แสดงความขอบคุณ กองบัญชาการกองทัพไทย เหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ทุ่มเทเสียสละทำให้ภารกิจต่าง ๆ ของรัฐบาลคลี่คลายไปได้ด้วยดี โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 การแก้ไขปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดน การจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม การจัดรถรับ-ส่งเคลื่อนย้ายผู้ติด การแจกจ่ายอาหารเพื่อสนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งการบริจาค ช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนได้เป็นอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทัพได้ดำเนินการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายตั้งแต่แนวชายแดนเข้ามาจนถึงพื้นที่ตอนใน โดยใช้กำลังป้องกันชายแดนทำการตั้งจุดตรวจจุดสกัดการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจ เสริมด้วยการใช้ยุทโธปกรณ์พิเศษในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เช่น โดรนลาดตระเวนทางอากาศ กล้อง CCTV และกล้องตรวจจับความเคลื่อนไหวบริเวณช่องทางตามธรรมชาติในพื้นที่เสี่ยง การใช้เครือข่ายภาคประชาชน และผู้นำหมู่บ้าน แจ้งเบาะแส และข่าวสารและตามที่ พร้อมมีศูนย์สั่งการจังหวัดชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน (ศส.ชท.) บูรณาการการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งผบ.สส. ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการปฏิบัตินโยบายชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน (ผอ.นชท.) ได้มอบแนวทางการปฏิบัติของส่วนราชการตามกลไกของ กอ.นชท. เพื่อบูรณาการขับเคลื่อนการบริหารจัดการชายแดนฯ &amp;nbsp;โดยเน้นย้ำให้กำลังทหารในพื้นที่กองทัพภาค ทัพเรือภาค และกองกำลังป้องกันชายแดนต่างๆ สนับสนุนการปฏิบัติของ ศส.ชท. จังหวัดทั้งในพื้นที่ชายแดนทางบก และทางทะเล โดยในระดับส่วนกลาง กอ.นชท. จะช่วยกำกับดูแลและขับเคลื่อนงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่น เช่น การบูรณาการด้านการข่าว ติดตามการสืบสวน สอบสวน ดำเนินคดี การนำแรงงานต่างด้าวเข้าสู่ระบบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเรื่องการเตรียมการรับทหารใหม่ที่กำลังจะเข้ามาประจำการในวันที่ 1 ก.ค.2564นี้ กองทัพได้เตรียมมาตรการควบคุมและป้องกันโรค รองรับในรูปแบบที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกเหล่าทัพ โดยมีมาตรการเริ่มตั้งแต่การเตรียมความพร้อมของหน่วยฝึกและกำลังพลครูฝึก กระบวนการรับตัวทหารใหม่จากภูมิลำเนา ณ ตำบลต้นทาง การปฏิบัติและมาตรการควบคุมระหว่างการเคลื่อนย้าย จนถึงตำบลปลายทางเข้าที่ตั้งหน่วยฝึกทหารใหม่ที่กำหนด และมาตรการควบคุมการปฏิบัติในห้วงระหว่างการฝึก ทั้งนี้ หน่วยฝึกทหารใหม่ทุกหน่วยมีมาตรการที่สำคัญคือจะทำลักษณะหน่วยฝึกให้เป็น Bubble and Seal ทุกหน่วย ครูฝึกทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนก่อนแล้วและทำการกักตัวตามมาตรฐานที่กำหนดก่อนที่ทหารใหม่จะเข้าหน่วย/ทหารใหม่ที่เข้ามา ๑๔ วันแรกจะยังไม่ฝึก จะเป็นการเฝ้าสังเกตุอาการ และทหารใหม่จะได้รับการฉีดวัคซีนทุกคน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประชุมได้รับทราบภาพรวมของการปฏิบัติการทางไซเบอร์ของกองทัพไทยในปัจจุบันที่ได้กำหนดให้มิติทางไซเบอร์เป็นมิติที่ 5 ของการรบ นอกเหนือจากมิติทางบก มิติทางน้ำ มิติทางอากาศ และมิติทางอวกาศ &amp;nbsp;โดยศูนย์ไซเบอร์ทหาร และศูนย์ไซเบอร์เหล่าทัพ ได้ร่วมกันพัฒนาขีดความสามารถของการปฏิบัติการทางไซเบอร์ ให้มีความพร้อมในการรับมือกับภัยคุกคามในทุกรูปแบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ กองทัพบก ได้นำเสนอการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองในภาคเหนือ โดยได้จัดตั้งกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้า เพื่อบูรณาการกับส่วนราชการในพื้นที่ในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้สถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ดีขึ้นตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบแนวคิดการปฏิบัติการสำหรับสงครามที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network Centric Warfare) ของ กองทัพเรือ ที่ได้นำมาประยุกต์ใช้และพัฒนา โดยหากเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2565 จะทำให้กองทัพเรือมีระบบควบคุมการบังคับบัญชาที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 2 ฝั่งมหาสมุทร 3 พื้นที่ปฏิบัติการ และพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ กองทัพอากาศ ได้ยืนยันถึงขีดความสามารถด้านการข่าวกรองในการเฝ้าตรวจลาดตระเวน และการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลางสนับสนุนภารกิจการดับไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ โดยได้จัดอากาศยานไร้คนขับ Aerostar ทำการบินลาดตระเวนค้นหาจุดเกิดไฟป่า และส่งภาพ Video Downlink แบบ Near Real Time มายังกองบัญชาการและควบคุมฯ เพื่อยืนยันเป้าหมายจุดเกิดไฟป่า ทำให้เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าภาคพื้นสามารถเข้าพื้นที่ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วมากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มอบหมายให้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค รับผิดชอบดูแลในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดที่เกี่ยวกับสินค้าควบคุมสลาก วัตถุอันตราย ขายตรง สินค้าที่ต้องได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เครื่องสำอาง อาหาร และยา โดยมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐ ทั้งนี้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน 1135และเพจเฟซบุ๊ค กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107405</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.เหล่าทัพ, พล.อ.เฉลิมพล  ศรีสวัสดิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d313fcdc41b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 09:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กแก้ว&#039;นำผบ.เหล่าทัพจัดกิจกรรมวันกองทัพไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค. 64 - ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นประธานงานกองทัพไทย ประจำปี 2564 โดยมี พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจงยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีกิจกรรมสำคัญพิธีบวงสรวงพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พิธีถวายราชสักการะพระบรมรูป รัชกาลที่ 5 พิธีบวงสรวงพระบรมรูปพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นมหาราช 9 พระองค์ พิธีวางพวงมาลาสักการะดวงวิญญาณนักรบไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดงานวันนี้เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช องค์วีรกษัตริย์ไทย และบูรพกษัตริย์ทุกพระองค์ ตลอดจนเหล่าบรรพบุรุษของไทยที่ได้สร้างวีรกรรมอันกล้าหาญสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยไว้เป็นมรดกมาจนถึงทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาเดียวกัน ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ. ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธีทางศาสนา เนื่องในวันกองทัพบก ประจำปี 2564 โดยนิมนต์พระสงฆ์จากวัดโสมนัสราชวรวิหาร มาประกอบพิธี จำนวน 10 รูป
ทั้งนี้ก่อนเข้าสู่พิธีทางศาสนา ผู้บัญชาการทหารบก พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ได้ร่วมประกอบพิธีสักการะพระชัยมงคลภูมิ และพิธีถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ณ บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 จากนั้นจึงกระทำพิธีสงฆ์ ณ ห้องรับรอง 221 อาคาร 2 ชั้น 2 กองบัญชาการกองทัพบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปีนี้เนื่องจากเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 วันกองทัพไทย และวันกองทัพบก จะไม่มีพิธีสวนสนามและปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลส่วนรวมเหมือนเช่นทุกปี แต่ยังมีการสวนสนามสาบานตนต่อธงชัยเฉลิมพลโดยแยกย่อยของแต่ละหน่วย
ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้มีการปฏิรูปกองทัพและสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และความเคลื่อนไหวให้ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทหารยังคงยึดมั่นใน คำสัตย์ปฏิญาณ ที่ได้ลั่นวาจาไว้ ในพิธีสวนสนามและปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล ธงนำทัพของหน่วยทหาร ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานไว้ ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของสถาบันกษัตริย์ และ องค์จอมทัพไทย ที่ระบุว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ข้าพระพุทธเจ้าจักยอมตาย เพื่อเทิดทูน และ รักษาไว้ ซึ่งพระบรมเดชานุภาพ แห่งพระมหากษัตริย์เจ้า ข้าพระพุทธเจ้า จักจงรักภักดี และถวายความปลอดภัย ต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ตราบชีวิตจะหาไม่ ข้าพระพุทธเจ้า จักรักษาไว้ ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90164</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.ทสส., ผบ.เหล่าทัพ, พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์, วันกองทัพไทย, วางพวงมาลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_6004ee76d8a16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2020 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 14:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบ.เหล่าทัพไม่รับเงินเดือนสว. &#039;ผบ.ทสส.&#039; ลั่นปฏิวัติไม่อยู่ในความคิดทหารปัจจุบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.63 - ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) ถ.แจ้งวัฒนะ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) แถลงภายหลังการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 1/2563 โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงว่า ในที่ประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพได้มีการแสดงความยินดี จากที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ โดยวาระที่ได้หารือเป็นกรอบการทำงานของกองบัญชาการกองทัพไทยร่วมกับเหล่าทัพ แนวทางดังกล่าวเป็นไปตามภาระหน้าที่ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 52 ที่เป็นหน้าที่ของรัฐในการพิทักษ์ รักษา ปกป้อง สถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดนจึงจัดให้มีกำลังทหาร การฑูต การข่าว สืบเนื่องมาเป็นพ.ร.บ.จัดส่วนราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 ที่กำหนดบทบาทของกระทรวงกลาโหมว่ามีหน้าที่อะไรบ้าง สอดรับกับหน้าที่ของรัฐตามรัฐธรรมนูญ เป็นหน้าที่โดยตรงที่ทหารต้องปฏิบัติ นอกจากนี้เป็นนโยบายรัฐบาลที่กำหนดไว้ในการแถลงที่รัฐสภาก่อนการบริหารราชการแผ่นดิน ลงมาจนถึงนโยบายของ รมว.กลาโหมตามห้วงเวลา เพื่อนำมากำหนดแนวทางในการดำเนินงานให้สมบูรณ์ในหน้าที่ พร้อมกันนั้น กองบัญชาการกองทัพไทย และเหล่าทัพได้วิเคราะห์บทบาทหน้าที่โดยพิจารณาจากสภาพการณ์ เพื่อพิจารณาและสั่งการการปฏิบัติที่สำค้ญ คือการดูแลประชาชน และกำลังพลของตนเองให้ได้รับการพัฒนาและความเป็นอยู่ที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบ.ทสส. กล่าวต่อไปว่า กองบัญชาการกองทัพไทยได้แต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นที่ปรึกษาคณะผู้บัญชาการเหล่าทัพ ตามแนวทางเดิมเหมือนช่วงก่อนหน้านี้ เพราะท่านเป็นผู้ที่รับผิดชอบด้านความมั่นคงซึ่งปฏิบัติงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดทั้งสองด้าน ทั้งทหาร และตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามถึงการปกป้องสถาบันที่มีประชาชนและคนรุ่นใหม่บางส่วนออกมาล่วงละเมิดสถาบัน พล.อ.เฉลิมพล กล่าวว่า ในเรื่องของสถาบันและภาระหน้าที่ของทหารได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับตั้งแต่ปี2475 เป็นต้นมาจนถึงปี 2560 มาตรา 52 ระบุว่ารัฐต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย อาณาเขต และอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐ และความสงบเรียบร้อยของประชาชน โดยรัฐต้องจัดให้มีทหาร การทูต และการข่าวกรองที่มีประสิทธิภาพ บัญญัติไว้ตามรัฐธรรมนูญนี้หมายถึงการมอบหน้าที่ให้รัฐ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามต้องมีทหาร จัดไว้ตามรัฐธรรมนูญกำหนด หรือตามที่กฎหมายกำหนด (2) ให้พิทักษ์รักษาไว้ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนสนับสนุนภารกิจสถาบัน ถือปฏิบัติมาโดยต่อเนื่อง และในส่วนมาตรา 8 ของรัฐธรรนูญบัญญัติว่าพระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งองค์จอมทัพไทยที่ข้าราชการทหารมีขวัญกำลังใจและปลาบปลื้มในการปฏิบัติหน้าที่ต่อรัฐธรรมนูญ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องความนิยมและเป็นประมุขของรัฐที่ทุกรัฐมีเป็นสากล กำลังทหารมีหน้าที่ปกป้องรัฐ ประเทศ และประมุกของรัฐที่เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของทหาร เราจึงใช้คำว่าจอมทัพไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า จะใช้เครื่องมืออะไรของรัฐในการทำความเข้าใจและพูดคุยกับประชาชนที่ไม่เข้าใจเกี่ยวกับสถาบัน พล.อ.เฉลิมพล กล่าวว่า ในส่วนข้อมูลข่าวสารประชาชนจะได้รับข้อมูลหลายส่วนในการดำเนินการของเหล่าทัพจะดำเนินการตามกรอบกฎหมายที่กำหนดตามรัฐธรรมนูญ ในเรื่องสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ก็ได้กำหนดว่าสามารถมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออก สามารถดำเนินการได้เท่าใดขอให้ไปดูบทบัญญัติที่มีเขียนต่อท้ายว่า ไม่กระทบความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของประเทศ ส่วนนอกเหนือจากนี้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า เหล่าทัพจะสนับสนุนนโยบายรัฐบาลอย่างไร พล.อ.เฉลิมพล กล่าวว่า กองทัพเป็นเครื่องมือของรัฐบาล กรอบการดำเนินการในส่วนของทหารจะช่วยแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติ เช่นการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 รวมถึงปัญหาต่างๆที่เหล่าทัพปฏิบัติมาต่อเนื่อง และการขับเคลื่อนยุทธศาตร์ชาติ 20 ปี การปฏิรูปประเทศ ที่ทุกส่วนราชการดำเนินการทางทหารก็จะสนับสนุนในส่วนที่เคยปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าบทบาทกองทัพกับการเมืองจะวางตัวอย่างไร พล.อ.เฉลิมพล กล่าวว่า เรื่องการเมืองเป็นเรื่องการบริหารประเทศตามอำนาจหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ทหารเป็นกลไกของรัฐบาลปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลทุกด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการช่วยเหลือประชาชน ส่วนด้านการเมืองเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการในส่วนของผู้เกี่ยวข้องกับการเมือง บทบาททหารไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่สิ่งที่อาจจะเกี่ยวพันหรือทาบทับกันคือเรื่องความมั่นคงของรัฐ ที่เป็นหน้าที่โดยตรงของทหาร ซึ่งไม่ต้องมีผู้ใดสั่ง แต่ภาพการปฏิบัติเราอยู่ภายใต้กรอบแนวทางนโยบายรัฐบาลทุกเรื่องรวมถึงเรื่องความมั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ผู้บัญชาการเหล่าทัพเป็นส.ว.โดยตำแหน่งจะวางตัวอย่างไร โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พล.อ.เฉลิมพล กล่าวว่า ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดให้มีส.ว. เพื่อให้ผู้มีความรู้ความสามารถมีประสบการณ์ของบ้านเมืองมาเป็นหลักดูแล ทั้งด้านกฎหมาย และการดำเนินการต่างๆ เป็นเพียงห้วงเวลาหนึ่ง ทางผู้บัญชาการเหล่าทัพและผบ.ตร.ก็เป็นส.ว.ตามรัฐธรรมนูญ เราไม่สามารถพูดได้ว่ามีความเห็นอย่างไร เพราะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่มีข้อกฎหมายกำหนดไว้ เราปฏิบัติตามภาระหน้าที่ เมื่อเข้ามาเป็นส.ว.ก็จะได้รับการชี้แจง การดำเนินการปฏิบัติในแต่ละบุคคลไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า ผบ.เหล่าทัพได้พูดคุยหรือไม่ว่าจะไม่รับค่าตอบแทนส.ว. เหมือนอดีตผบ.เหล่าทัพที่ปฏิบัติมา พล.อ.เฉลิมพล กล่าวว่า เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล เพราะตำแหน่งส.ว.กำหนดมาในแต่ละบุคคล เป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคนในการพิจารณา แต่ในส่วนของตนไม่รับเงินเดือนในส่วนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า จะจัดเวลาปฏิบัติหน้าที่ส.ว.อย่างไร พล.อ.เฉลิมพล กล่าวว่า ถือเป็นความเร่งด่วน เพราะเป็นเรื่องที่เราต้องไปปฏิบัติด้วยตนเอง ไม่สามารถให้คนอื่นทำแทนได้ และจะให้ความสำคัญในส่วนนี้ โดยภารกิจทั่วไปมอบหมายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อข้อถามว่า ทหารจะทำหน้าที่นอกรัฐธรรมนูญ หรือจะทำปฏิวัติหรือไม่ พล.อ.เฉลิมพล กล่าวว่า ในเรื่องดังกล่าวไม่ได้อยู่ในแนวทางดำเนินการ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเรามีการปกครองระบอบประขาธิปไตย ทหารคือประชาชน ในหน่วยทหารอะไรที่ไม่ใช่การปกครองที่ต้องสั่งการเป็นภารกิจเพื่อการอยู่ร่วมกันเราก็ใช้ประชาธิปไตยในการดูแลความเป็นอยู่ของกำลังพล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในส่วนของทหารเรามีประชาธิปไตยอย่างแท้จริงและเชื่อมั่นอย่างที่ประชาชนเชื่อมั่นว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตยจะเป็นการปกครองที่แย่น้อยที่สุดในภาพของสังคมโลก เพียงแต่จะทำอย่างไรให้ได้รับโอกาสและสิทธิต่างๆ ลดความยากลำบาก มีมาตรฐานและคุณภาพชีวิตเพื่อเพิ่มโอกาสเป็นพลเมืองเป็นพบังแผ่นดินกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ เน้นพื้นที่ทุนกันดารห่างไกลยากลำบากที่บางหน่วยงานเข้าไปไม่ถึง จะกระจายสิ่งเหล่านี้ให้ถึงประชาชน การปฏิวัติไม่ได้อยู่ในความคิดของทหารในปัจจุบัน&amp;rdquo; พล.อ.เฉลิมพล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า ผู้บัญชาการ​เหล่าทัพ ได้มีการหารือกันแล้วว่าจะไม่ขอรับเงินเดือนตำแหน่ง ส.ว. โดยให้แต่ละคนทำหนังสือถึงสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา​ ในขณะที่ พล.อ. เฉลิมพล บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ส่วนของตัวเองจะให้เจ้าหน้าที่ส่งเรื่องไปที่สำนักงานวุฒิสภา ไม่รับเงินเดือน ส.ว.ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนแถลงข่าว พล.อ.ณรงค์พันธ์ ได้เดินเข้ามาในห้องแถลงข่าวก่อน ผบ. เหล่าทัพคนอื่น ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า หลังการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก วันที่ 6 ต. ค. นี้ จะแถลงทุกเรื่องหรือไม่ พล.อ. ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ถามได้ทุกเรื่อง แต่อยู่ที่ว่าจะตอบหรือเปล่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79540</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, ทหาร, ผบ.เหล่าทัพ, พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์, ส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201005/image_big_5f7ac998407b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79169</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฟ 3 กองจ่อเผาไทย! กุนซือสมองเพชร ให้ข้อมูลผบ.เหล่าทัพชุดใหม่ รีบดับก่อนลุกลาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.63 - นายไพศาล พืชมงคล &amp;nbsp;อดีตที่ปรึกษาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Paisal Puechmongkol โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ 1 ตุลาคม 63 เป็นวันแรกที่ผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพชุดใหม่เข้ารับหน้าที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกท่านประสานเสียงกันเป็นเอกภาพว่า ทหารจะไม่ยุ่งการเมือง และจะเทิดทูนพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเต็มกำลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อขานรับกับการประกาศจุดยืนดังกล่าว ก็ขอใช้ฐานะอดีตนักศึกษาวปอ.รุ่นพี่ คือรุ่นที่ 32 พูดเรื่องนี้สัก 2-3 คำว่า อันตรายของชาติและสถาบัน มีมาจาก 3 ทางคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 จากต่างชาติ ที่จัดตั้งคนไทยทั้งในต่างประเทศและในประเทศให้ทำลายชาติบ้านเมืองและสถาบัน มาระยะเวลานานแล้ว ทั้งให้เงินสนับสนุน ใช้สื่อฝรั่งโหมช่วย ผลิตชุดความคิดและข้อมูลทำลายชาติบ้านเมืองและสถาบัน ให้ใช้เป็นเครื่องมือ และขยายการจัดตั้ง ผ่านพวก NGO และนักวิชาการหลายสถาบันในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 จากพวกโหนเจ้า อ้างเจ้าเป็นเครื่องมือทางการเมือง ปกป้องพวกตน ทำลายพวกที่มีความเห็นต่าง ผลักไล่ไสส่งคนไทยให้ไปเป็นพวกล้มเจ้า อันเป็นการกระทำ แบบเนปาลโมเดล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 จากการที่ทหารยุ่งเกี่ยวทางการเมืองมากและนานเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเป็นธรรมดาของการเมืองที่มีทั้งผู้สนับสนุนและผู้คัดค้าน เป็นเหตุให้ผู้คัดค้าน เข้าใจผิดคิดว่าเจ้าสนับสนุนการเมือง เมื่อมีการต่อต้านนักการเมือง จึงกระทบต่อสถาบันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือไฟสามกองที่โหมเผาประเทศของเราอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่าทีของผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพในครั้งนี้ จึงเท่ากับเป็นการดับไฟหนึ่งในสามกองไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดับไฟที่เหลืออีก 2 กองไม่ยากไม่ลำบากเลย ขอให้ตั้งความเพียรปฏิบัติการไปจนกว่าจะสำเร็จเถิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์ พระสยามเทวาธิราชมีจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบารมีแห่งสมเด็จพระมหากษัตริย์รุ่งเรืองสว่างไสว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอพี่น้องประชาชนทุกหมู่เหล่า จงสามัคคีปรองดองสมานฉันท์ ร่วมกันให้กำลังใจสนับสนุน และช่วยเหลือให้ผู้บัญชาการทุกเหล่าทัพ ดับไฟในบ้านเมืองอีกสองกองได้สำเร็จดังประสงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันก็จะปลอดภัย ประเทศไทยก็จะมั่นคง อาณาประชาราษฎรก็จะร่มเย็นเป็นสุขสืบไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอจงทรงพระเจริญพระพุทธเจ้าข้า
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79169</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพ, การเมือง, ความมั่นคง, ผบ.เหล่าทัพ, ม็อบ, ไพศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200116/image_big_5e1fad1ed8150.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่สั่งผบ.เหล่าทัพแก้ปัญหาบ้านเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ เรียก &amp;quot;บิ๊ก ขรก.-ผบ.เหล่าทัพชุดใหม่&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หารือให้ช่วยกันทำงาน แก้ไขปัญหาชาติบ้านเมือง ขณะที่ผู้นำทุกเหล่าทัพร่วมทำพิธีรับ-ส่งหน้าที่ ประกาศก้อง ยืนยันทำหน้าที่ในการปกป้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 30 กันยายน ในช่วงเช้านายกฯ เดินทางเข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีรายงานว่า นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ว่าที่เลขาธิการ สศช.คนใหม่ เข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อรับนโยบายในการปฏิบัติหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีรายงานว่า ผู้บัญชาการกองพลของกองทัพ รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) บางส่วน ซึ่งเป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่เข้าพบเป็นการส่วนตัวก่อนปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 1 ต.ค. ทั้งนี้ เพื่อความสัมพันธ์ใกล้ชิดในกองทัพ และในฐานะนายกรัฐมนตรีเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งไม่มีนัยพิเศษแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ได้เรียกคณะผู้บัญชาการเหล่าทัพชุดใหม่เพื่อหารือถึงแนวทางการทำงาน และสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน โดยนายกรัฐมนตรีได้ขอให้ทุกคนร่วมมือ ช่วยกันดูแล ทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง เพราะขณะนี้ปัญหาของประเทศมีมากมาย โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ที่กระทบต่อประชาชน ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ให้กำลังใจ และมอบพระเป็นสิริมงคลในโอกาสเริ่มต้นการทำงานในตำแหน่งผู้บัญชาการเหล่าทัพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ทำพิธีรับ-ส่งหน้าที่ให้กับ พล.อ.เฉลิมชัย ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่ โดยมี พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก, พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ, พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมพิธี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมากองบัญชาการกองทัพไทย เหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่างมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ ทั้งด้านการเตรียมและการใช้กำลังและพัฒนาความเคารพ รวมถึงพัฒนาขีดความสามารถ อาวุธยุทโธปกรณ์อย่างต่อเนื่อง สามารถปฏิบัติงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังทำหน้าที่ปกป้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่เป็นภัยต่อประเทศชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อมั่นว่าภายใต้การบังคับบัญชาของผู้บัญชาการทหารสูงสุดท่านใหม่ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ จะนำพากองทัพไทยเป็นหน่วยงานหลักด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคงที่มีการพัฒนาและเจริญก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในทุกมิติ และทำหน้าที่ในการปกป้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพของรัฐบาลในการร่วมแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองได้อย่างดีเยี่ยม
ยึดถือพระราชพิธีนิทาน 5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.เฉลิมพลกล่าวว่า ผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่จะเกษียณชีวิตราชการในครั้งนี้ ได้มุ่งมั่นทุ่มเทเสียสละเพื่อพัฒนากองบัญชาการกองทัพไทย ปกป้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์และดูแลความเป็นอยู่ของกำลังพลเป็นอย่างดียิ่ง ตนและเพื่อนข้าราชการทุกคนขอให้คำมั่นว่า จะร่วมการปฏิบัติหน้าที่เพื่อธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และช่วยเหลือประชาชนในทุกโอกาส และเสริมสร้างเกียรติภูมิของกองทัพไทย ตลอดจนจะมุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละ และยึดถือพระราชพิธีนิทาน 5 และนโยบายของรัฐบาลเป็นแนวทางในการปฏิบัติ ในวาระสำคัญนี้ตนขอรับหน้าที่และการบังคับบัญชาในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มพิธีรับ-ส่งหน้าที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.พรพิพัฒน์ได้มอบของที่ระลึกและถ่ายรูปร่วมกับผู้บัญชาการทหารสูงสุดและ ผบ.เหล่าทัพชุดใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.พรพิพัฒน์ให้สัมภาษณ์ว่า ทุกเหล่าทัพต้องเข้าใจว่าสภาพงบประมาณเป็นข้อจำกัด อาจทำให้ไม่สามารถพัฒนาขีดความสามารถได้ตามที่เราประสงค์ โดยเฉพาะด้านยุทโธปกรณ์&amp;nbsp; จะต้องมีความพอดีและพอประมาณ ตามหลักของในหลวงรัชกาลที่ 9 และใช้ความฉลาดในการบริหารงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นกองทัพยุคต่อไปต้องปรับตัวด้วยความชาญฉลาด และเพิ่มขีดความสามารถให้ได้ในช่วงที่มีงบประมาณ ตลอดจนถึงปรับกลไกการทำงานให้สอดคล้องกับรัฐบาลและรัฐสภากำหนด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าได้แนะนำการทำงานกับ ผบ.เหล่าทัพชุดใหม่ที่จะต้องเข้ามาเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อย่างไรบ้าง พล.อ.พรพิพัฒน์ตอบว่า ทุกคนมีดุลพินิจในการหารือหรือการแสดงบทบาทของ ผบ.เหล่าทัพในฐานะ ส.ว. ว่าจะดำเนินการอย่างไร คิดว่าจะมีการแถลงแนวทาง จะมีการแถลงในอนาคตต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเชื่อมั่นว่าประเทศไทยมีความรู้รักสามัคคี และความปรองดองเท่านั้นที่จะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้ ความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้านำความเห็นต่างมาช่วยเสริมและกำหนดทิศทางด้วยกัน บนพื้นฐานเรารักกันอยากเห็นประเทศไทยเดินหน้า อยากสงบสุขอย่างสงบสุขแบบไม่ต้องสร้างความขัดแย้ง และเชื่อว่าในที่สุดเห็นทางสว่าง&amp;quot; พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณลานอเนกประสงค์ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราชกองทัพอากาศ จัดพิธีรับ-ส่งหน้าที่ผู้บัญชาการทหารอากาศ และการมอบการบังคับบัญชาระหว่าง พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ซึ่งเกษียณอายุราชการ กับ พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ ผบ.ทอ.คนใหม่ โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพอากาศ ข้าราชการทหารอากาศ ผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศ สมาคมแม่บ้านทหารอากาศ และแขกผู้มีเกียรติร่วมในพิธี ทั้งนี้กองทัพอากาศยังได้จัดเครื่องบินขับไล่แบบที่ 18 (F-5) จำนวน 2 เครื่อง, เครื่องบินขับไล่แบบที่ 19 (F-16) จำนวน 2 เครื่อง และเครื่องบินขับไล่แบบที่ 20 (กริพเพน) จำนวน 2 เครื่อง บินผ่านพิธีเพื่อเป็นเกียรติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อ.แอร์บูลกล่าวว่า ตนขอรับหน้าที่และการบังคับบัญชา จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยความวิริยะ อุตสาหะ มุ่งมั่นทุ่มเทอย่างเต็มกำลังความรู้ความสามารถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงคลื่นใต้น้ำในกองทัพอากาศหลังเป็น ผบ.ทอ. พล.อ.อ.แอร์บูลตอบว่า คงไม่น่ามีปัญหาหนักใจอะไร คลื่นสักวันก็สงบ แล้วค่อยดำเนินการแก้ไขปัญหากันไป ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำตามนั้น ทุกอย่างจะดีเอง ความเป็นพี่น้องก็ดำเนินการต่อไป เพราะเราถูกปลูกฝังเอาไว้เช่นนั้น
อย่าไปเชื่อข่าวลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ อดีต ผบ.ทอ. ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงเหตุผลในการเลือก พล.อ.อ.แอร์บูล ว่าตนมีเอกสารทำเป็นตารางประเมินอย่างชัดเจน เมื่อเห็นแล้วจะทราบว่า พล.อ.อ.แอร์บูลได้คะแนนสูงสุดเพราะอะไร สิ่งที่สำคัญคือต้นทุนของแต่ละคนไม่เท่ากัน แต่ตนให้คะแนนโดยดูจากข้อมูลมาเกือบ 40 ปีที่ผ่านมา ซึ่ง พล.อ.อ.แอร์บูลมีคะแนนสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่มีใบสั่ง อย่าไปเชื่อข่าวลือ และยืนยันว่าไม่มีการเมืองมาแทรกแซง เพราะถ้าแทรกคงไม่ได้เป็นชื่อแอร์บูล ผมพิจารณาคนเดียวทั้งหมดแล้วส่งไปที่นายกฯ มีเอกสารประกอบ และมีคะแนนแสดงชัดเจน ซึ่งเกณฑ์ที่กำหนด 6 ประการ 10Q ก็เป็นสิ่งที่ผมแกะจากพระบิดา ทอ.เจ้าฟ้าจักรพงษ์ฯ ที่ท่านได้วางไว้ มาเป็นหัวข้อในการประเมิน&amp;rdquo; พล.อ.อ.มานัตกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ พล.อ.อ.แอร์บูลตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในการถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ทอ.คนใหม่ เนื่องจากไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง 5 เสืออากาศ แต่มาจากกรุผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพอากาศ โดย พล.อ.อ.มานัตยืนยันว่าได้ใช้เกณฑ์ในการพิจารณาจากกรอบ 6 ประการ 10Q จากผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ชั้นยศพลอากาศเอกทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ท้องพระโรงพระราชวังเดิม กองทัพเรือ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์&amp;nbsp; ทำพิธีรับ-ส่งหน้าที่ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ให้กับ พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน ผบ.ทร.คนใหม่ โดย พล.ร.อ.ลือชัยกล่าวว่า ในปัจจุบันเจอปัญหามากมาย ยุ่งยากซับซ้อนกว่าเมื่อก่อนมาก เราทำคนเดียวไม่ได้อีกต่อไป จึงต้องได้รับความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาระหว่างเพื่อนฝูง พี่น้อง เพราะพวกเราคือลูกประดู่ ลูกเสด็จเตี่ย ตามคำขวัญที่ว่า เมื่อบานก็บานด้วยกัน จะโรยก็โรยพร้อมกัน พี่น้องกันตัดไม่ตายขายไม่ขาด พันธะหน้าที่อาจแตกต่างกันไประหว่างช่วงชีวิตก็ต้องแตกต่างกันไป แต่ต่างทำหน้าที่กันอย่างดีที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จัดพิธีรับ-ส่งมอบหน้าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระหว่าง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 12 โดยได้มีพิธีตรวจแถวกองเกียรติยศ และพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 4 ณ หน้าอาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพิธีถวายราชสักการะพระบรมรูปหล่อ รัชกาลที่ 9 ที่ห้องโถง ชั้น 1 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อมามีพิธีลงนามในเอกสารการรับ-ส่งมอบหน้าที่ มอบตราสัญลักษณ์ และมอบธงประจำตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า จะเทิดทูนและปกป้องไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กรและประโยชน์ต่อส่วนรวม เชื่อมั่นว่าจะสามารถร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจปฏิบัติหน้าที่กับเพื่อนข้าราชการตำรวจ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ดูแลประชาชน อำนวยความยุติธรรมให้กับสังคม ซึ่งตำรวจสัญญากับพี่น้องประชาชนว่าจะทำตัวให้ดีกว่าที่เคยเป็นมา โดยจะแถลงนโยบายให้ทราบในวันที่ 2 ต.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ได้กล่าวร่ำลาพร้อมสวมกอด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ท่ามกลางบรรยากาศตื้นตันใจ ซึ่งในช่วงท้าย พล.ต.อ.สุวัฒน์พร้อมผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมส่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ขึ้นรถประจำตำแหน่งและกราบที่ตัก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ซึ่งทางอดีต ผบ.ตร.ได้สวมกอดอีกครั้ง ก่อนเคลื่อนขบวนออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นการยุติบทบาท ผบ.ตร.ในวันสุดท้าย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79148</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปกป้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์, ผบ.เหล่าทัพ, ผู้นำทุกเหล่าทัพ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200930/image_big_5f7492c111f36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล็งถก‘ผบ.เหล่าทัพ’ชุดใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;rdquo; นัด ผบ.เหล่าทัพชุดใหม่ถกปัญหา-อุปสรรคพร้อมรับฟังความเห็น ก่อนทำงานร่วมกันหลังรับตำแหน่ง 1 ต.ค.นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; สั่ง &amp;quot;กลาโหม&amp;quot; จัดกิจกรรมเนื่องในวันสวรรคต ร.9 และเผยแพร่พระราชกรณียกิจในหลวง ร.10 &amp;quot;ก.ตร.-ก.ต.ช.&amp;quot; รับโอน &amp;quot;ปรีชา&amp;quot; จากรองเลขาฯ ปปง. นั่งผู้ช่วย ผบ.ตร. คุมงานไซเบอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม วันที่ 24 ก.ย. เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานประชุมสภากลาโหมครั้งสุดท้ายของปีงบประมาณ 2563 และเป็นการอำลาการทำหน้าที่สมาชิกสภากลาโหมของ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.), พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.), พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.), พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.), พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะที่ปรึกษาฯ ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการสั่งการในที่ประชุมสภากลาโหมว่า เราทำงานด้วยระเบียบและกฎหมาย ด้วยการกำหนดอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ ด้วยความชัดเจนในสายการบังคับบัญชาของทหาร ไม่ต้องสั่งการเพิ่มเติม เพราะมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันตลอด การเปลี่ยนผู้บัญชาการเหล่าทัพและตำแหน่งต่างๆ ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งได้ย้ำเตือนให้ทุกคนมองหลายมิติ นอกจากด้านความมั่นคง คือเศรษฐกิจและสังคม เพื่อช่วยเหลือ และบูรณาการกับหน่วยงานอื่นๆ เพราะเราเกี่ยวข้องกับหลายๆกิจกรรมด้วยกัน โดยการทำข้อมูลให้สอดคล้องกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมยังไม่ได้พบกับผู้บัญชาการเหล่าทัพชุดใหม่ จนกว่าวันที่ 1 ต.ค.นี้ เพื่อจะได้ปรึกษาหารือว่ามีปัญหา อุปสรรคใดอยู่หรือไม่ เพื่อทำงานร่วมกันต่อไป ในฐานะที่เป็น รมว.กลาโหม ต้องรับฟังความเห็นของพวกเขา&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.อ.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกระทรวงกลาโหม (กห.) แถลงหลังการประชุมสภากลาโหมว่า นายกฯ เน้นย้ำในที่ประชุม 2 เรื่องหลักคือ สถาบันพระมหากษัตริย์และภารกิจของกองทัพ โดยเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์ เตรียมจัดงานเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ในวันที่ 13 ต.ค.2563 ซึ่งนายกฯ ให้กองทัพจัดงานและสนับสนุนกิจกรรมทุกหน่วยงาน ร่วมกันเผยแพร่พระราชกรณียกิจผ่านกิจกรรมในโครงการต่างๆ ที่มีอยู่ ที่นำมาซึ่งความผาสุกทั้งทางกายและทางใจของประชาชน และนำเสนอพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในการรักษา สืบสาน และต่อยอดด้วย โดยเฉพาะเกษตรทฤษฎีใหม่แบบประยุกต์ โดยเป็นการต่อยอดเกษตรทฤษฎีเดิมของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีการเพิ่มเติมคำว่าประยุกต์เข้ามา และพัฒนางานด้านเกษตรในรูปแบบต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานในพิธีอำลาของคณะนายทหารที่จะเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ ณ ต่างประเทศ ในตำแหน่งผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเหล่าทัพ และรองผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารเหล่าทัพ จำนวน 28 นาย หลังจากที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนทหารของกองทัพไทยในต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เห็นชอบการกำหนดตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. รับผิดชอบด้านการสืบสวนสอบสวนคดีทางเทคโนโลยี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ต่อทันที เห็นชอบตามที่ ก.ตร.เสนอเปิดตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. รับผิดชอบด้านการสืบสวนสอบสวนคดีทางเทคโนโลยี และรับโอน พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มาเป็นตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงว่า ผลผการประชุม ก.ตร.และ ก.ต.ช.นั้น ในส่วนของ ก.ตร. ที่ประชุมได้รับทราบการกระทำผิดวินัยและการให้ออกราชการของข้าราชการตำรวจของอนุ ก.ตร.คณะต่างๆ โดยเห็นชอบให้มีการไล่ออกข้าราชการตำรวจที่ประพฤติผิดวินัยร้ายแรง จำนวน 38 นาย, ปลดออก จำนวน 3 นาย และให้ออก จำนวน 7 นาย รวมทั้งหมด 48 นาย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการละทิ้งราชการและความผิดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุม ก.ตร.ได้มีการพิจารณาการกำหนดตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร. รับผิดชอบด้านการสืบสวนสอบสวนคดีทางเทคโนโลยี โดยมีเงื่อนไขเป็นตำแหน่งเฉพาะตัว และตามกฎหมายมาตรา 54 วรรค 2 ระบุว่า การกำหนดตำแหน่งดังกล่าวจะต้องให้ ก.ต.ช.เห็นชอบ ซึ่ง ก.ต.ช.มีมติเห็นชอบ จากนั้นจึงได้มีการพิจารณารับโอน พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการ ปปง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำนักงานตำรวจแห่งชาติเห็นชอบรับโอนให้มาดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. และหาก พล.ต.ต.ปรีชาพ้นจากตำแหน่งดังกล่าว ตำแหน่งนี้จะต้องถูกยุบ&amp;quot; พล.ต.ท.ปิยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงวาระที่ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา สำรองราชการ ตร. ได้ร้องทุกข์ในกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีคำสั่งสำรองราชการ โฆษก ตร.กล่าวว่า ในที่ประชุม ก.ตร.ได้มีการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรอบคอบชัดเจน และเพื่อความเป็นธรรมแก่ผู้ร้องทุกข์ ก.ตร.จึงมีมติให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำเรื่องหารือไปยังคณะกรรมการวินิจฉัยทางการปกครอง เพื่อให้เกิดความรอบคอบชัดเจนในแนวทางการปฏิบัติ โดยจะมีการนำเสนอโดยเร็ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้รีบดำเนินการเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก ตร.กล่าวว่า ในส่วนการแต่งตั้งตำรวจระดับรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ถึงสารวัตร (สว.) ประจำปี 2563 ก.ตร.ไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตาม จะมีการดำเนินการไปตามกฎหมาย ซึ่งมีการระบุว่าจะต้องเสร็จสิ้นภายในเดือน พ.ย. คาดว่าเรื่องนี้ไม่มีปัญหาอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องความคืบหน้าของการปฏิรูปตำรวจ เป็นเรื่องที่วงประชุมพูดถึง ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติชี้แจงว่ากรณีนี้ได้พ้นในขั้นตอนการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีไปแล้ว ขณะนี้เนื้อหาสาระของการปฏิรูปตำรวจจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของรัฐสภาต่อไป ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากมีหลายประเด็นที่ผ่านคณะรัฐมนตรีไป ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดโครงสร้างรูปแบบการบริหาร โดยเน้นไปที่สถานีตำรวจ เส้นทางการเติบโตของงานสอบสวน เรื่องของการที่ต้องมีคณะกรรมการรับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน คณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม รวมถึงกรณีอีกหลายๆ อย่างที่จะเป็นประโยชน์ในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน&amp;quot; โฆษก ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ปิยะกล่าวว่า นายกฯ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมข้อมูลต่างๆ เพื่อเตรียมชี้แจงในกรณีที่จะมีการเสนอต่อรัฐสภาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ระบุว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งต่างๆ จำนวน 298 ราย อาทิ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร., พล.ต.ต.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบช.ก. ดำรงตำแหน่ง ผบช.ก. มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2563 เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78649</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบ.เหล่าทัพ, สภากลาโหม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เผยแพร่พระราชกรณียกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200925/image_big_5f6df2579e352.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2020 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; นัด &#039;ผบ.เหล่าทัพ&#039; ชุดใหม่ ถกปัญหา-อุปสรรค </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.63 - พล.อ. ประยุทย์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานประชุมสภากลาโหมครั้งสุดท้ายของปีงบประมาณ 2563 และเป็นการอำลาการทำหน้าที่สมาชิกสภากลาโหมของ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะที่ปรึกษาฯ ที่จะเกษียณอายุราชการในช่วงปลายเดือนนี้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการสั่งการในที่ประชุมสภากลาโหมว่า เราทำงานด้วยระเบียบ และกฎหมาย ด้วยการกำหนดอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ ด้วยความชัดเจนในสายการบังคับบัญชาของทหาร ไม่ต้องสั่งการเพิ่มเติมเพราะมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันตลอด การเปลี่ยนผู้บัญชาการเหล่าทัพ และตำแหน่งต่างๆ ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเองอยู่แล้วซึ่งได้ย้ำเตือนให้ทุกคนมองหลายมิติ นอกจากด้านความมมั่นคง คือเศรษฐกิจและสังคมเพื่อช่วยเหลือ และบูรณาการกับหน่วยงานอื่นๆ เพราะเราเกี่ยวข้องกับหลายๆ กิจกรรมด้วยกัน โดยการทำข้อมูลให้สอดคล้องกัน ซึ่งตนยังไม่ได้พบกับผู้บัญชาการเหล่าทัพชุดใหม่จนกว่าวันที่ 1 ต.ค.นี้ เพื่อจะได้ปรึกษา หารือว่ามีปัญหา อุปสรรคใดอยู่หรือไม่ เพื่อทำงานร่วมกันต่อไป ในฐานะที่เป็น รมว. กลาโหมต้องรับฟังความเห็นของพวกเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78596</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลามโหม, กิงทัพ, ทหาร, บิ๊กตู่, ผบ.เหล่าทัพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200925/image_big_5f6d8f20580df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
