<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2018 16:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สังคายนาคณะสงฆ์ สมเด็จสังฆราชปลด3ชั้นพรหม/จับสึก5พระผู้ใหญ่เงินทอนวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผ้าเหลืองร้อนฉ่า! &amp;ldquo;ฐิติราช&amp;rdquo; แบ่งกำลังค้น 3 วัดใหญ่ &amp;ldquo;สระเกศ-สัมพันธวงศ์-สามพระยา&amp;rdquo; หวังรวบตัวพระเอี่ยวคดีเงินทอนวัด แต่ &amp;ldquo;พระพรหมสิทธิ-พระพรหมเมธี&amp;rdquo; ล่องหน จับได้เพียง 5 รูปเค้นที่กองปราบฯ &amp;nbsp; &amp;nbsp; พระสังฆราชมีพระบัญชาปลดพระชั้นพรหม 3 องค์พ้น มส. ศาลเด็ดขาดไม่อนุญาตให้ประกันพระเถระทั้ง 5 รูป ส่งผลสึกทันทีก่อนนำเข้าตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ &amp;nbsp;ตม.ขึ้นแบล็กลิสต์เจ้าคุณธงชัย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 05.30 น. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง &amp;nbsp; (ผบช.ก.) ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง รอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นและจับพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ตามหมายจับศาลอาญา ฐานความผิดฟอกเงินจากคดีทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรม หรือเงินทอนวัด ที่ออกเมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 พ.ค. ซึ่งเป็นการขยายผลจากการเข้าตรวจสอบบ้าน ร.ท.ฐิติทัศน์ นิพนธ์พิทยา นายทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ที่พบบัญชีการโอนเงินในคดีดังกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การตรวจค้นและจับพระเถระ ประกอบด้วย วัดสระเกศราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย, วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร เขตสัมพันธวงศ์ และวัดสามพระยาวรวิหาร เขตพระนคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่วัดสระเกศฯ พล.ต.ต.ไมตรีได้นำหมายศาลอาญาเข้าตรวจค้นเพื่อจับพระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาส และเจ้าคณะภาค 10 กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ซึ่งการตรวจค้นไม่พบตัวพระพรหมสิทธิแต่อย่างใด พบเพียงพระศรีคุณาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และพระวิจิตรธรรมาภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และนายทวิช สังข์อยู่ อายุ 42 ปี เจ้าหน้าที่ดูแลภายในวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลัง พบว่าวันที่ 23 พ.ค. เวลาประมาณ 11.00 น. พระพรหมสิทธิได้มาฉันเพลตามปกติ ก่อนที่ช่วงเย็นๆ จะเดินทางออกจากวัดไป แต่พบรถที่เคยใช้ประจำจอดอยู่ นอกจากนั้นยังพบบัญชีเงินฝากของพระพรหมสิทธิ 10 บัญชี มีเงินหมุนเวียนเกือบ 132 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดสามพระยาวรวิหาร พล.ต.ต.สุทินได้นำหมายจับเพื่อจับพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดสามพระยาฯ กรรมการ มส. และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และพระอรรถกิจโสภณ เลขาฯ เจ้าคณะกรุงเทพฯ พร้อมตรวจค้นหาเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนจุดสุดท้าย ที่วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รอง ผบก.ป. พร้อมคณะ ได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้น เพื่อจับพระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม เจ้าคณะภาค 4-7 และกรรมการ มส.เช่นกัน แต่ไม่พบตัว จึงได้ตรวจค้นหาเอกสารหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับการฟอกเงินเพื่อดำเนินคดีต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 10.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.ฐิติราชได้เดินทางมาติดตามการสอบสวนพระสงฆ์และฆราวาสที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด โดยระบุว่า ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงาน เพราะยังมีเป้าหมายอีกหลายจุดที่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย และอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ที่เกี่ยวข้อง จากนี้เป็นขั้นตอนของการสอบสวน ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ทั้งหมดขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ตำรวจจะทำให้ดีที่สุด และเข้าใจความรู้สึกของผู้ที่เป็นลูกศิษย์ลูกหา แต่ต้องขอให้แยกแยะระหว่างสถาบัน ศาสนากับบุคคล ตำรวจทำงานด้วยความรอบคอบละเอียด ถูกคือถูก ผิดคือผิด คนทำงานไม่ดีก็จะเป็นบาปเอง เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน&amp;nbsp;
คุม 5 พระเถระสอบเข้ม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 11.00 น. พล.ต.ต.ไมตรีได้นำตัวพระศรีคุณาพร หรือพระครูสิริวิหาร การสมจิตร จันทร์ศรี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ พระศรีคุณากรณ์ หรือพระมหาบุณรทวี คำมา ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และพระพิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีเงินทอนวัดมาให้ปากคำ พร้อมของกลางคือซีพียูคอมพิวเตอร์และเอกสาร 1 กล่อง ก่อนนำตัวขึ้นไปสอบสวนด้านบนโดยไม่ยอมให้ติดตามบันทึกภาพและทำข่าวแต่อย่างใด โดยมีเจ้าหน้าที่ยืนเฝ้าหน้าประตู โดยห้ามบุคคลภายนอกขึ้นบนอาคารอย่างเด็ดขาด และเมื่อเวลา 12.00 น. พนักงานสอบสวนได้เริ่มสอบสวนพระชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งแยกกันสอบคนละห้องกันในแต่ละวัด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังใช้เวลาสอบกว่า 2.30 ชั่วโมง ในเวลา 14.30 น.พนักงานสอบสวน บก.ป.ได้นำตัวพระเถระชั้นผู้ใหญ่จาก 2 วัด ประกอบด้วย วัดสามพระยาฯ คือ พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัด กรรมการ มส. และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และพระอรรถกิจโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัด เลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และวัดสระเกศฯ คือ พระศรีคุณาภรณ์, พระครูสิริวิหารการ และพระวิจิตรธรรมาภรณ์ หรือเจ้าคุณเทอด ทั้ง 3 รูปเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส รวมถึงฆราวาสอีก 4 ราย ประกอบด้วย น.ส.ฑัมม์พร นิพนธ์พิทยา อดีตเจ้าของ หจก.ดีดี ทวีคูณ มารดา ร.ท.ฐิติทัศน์ น.ส.นุชรา สิทธินอก แม่บ้าน, นายธีระพงษ์ พันธุ์ศรี และนายทวิช สังข์อยู่ ไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกข้อหากระทำผิดพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.-4 มิ.ย.นี้เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ซึ่งท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมดด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลพิจารณาคำร้องแล้ว อนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 9 รายได้ ต่อมาทนายความได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดเพื่อขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องทั้ง 9 ราย รายละ 250,000 บาท รวมเงินประกันทั้งสิ้น 2,250,000 บาท
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 20.30 น. ศาลมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย โดยศาลพิเคราะห์แล้ว คดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์การกระทำความผิดมีผลกระทบต่อพุทธศาสนา และมีลักษณะเป็นขบวนการ โดยมีการแบ่งหน้าที่ยักย้ายเงินที่ได้มาผ่านทางธนาคาร จึงต้องมีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอยู่ในความครอบครองของผู้ต้องหากับพวก หากให้ปล่อยชั่วคราวแล้วเชื่อว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงาน ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้าน จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยภายหลังศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแล้ว ก็ได้ทำการสึกพระชั้นผู้ใหญ่ทั้ง 5 รูปจากความเป็นพระ โดยถอดพระเหลือง แล้วให้สวมชุดขาว โดยทั้งพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูป และฆราวาสอีก 4 ราย ก็ถูกควบคุมตัวไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง ระหว่างการฝากขังนี้ต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ระบุว่า สตม.ได้ขึ้นบัญชีดำหรือแบล็กลิสต์พระพรหมสิทธิ เพื่อไม่ให้เดินทางออกนอกประเทศผ่านด่าน ตม.แล้ว พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มความเข้มงวดตามด่านถาวรทุกจุด และด่านตามแนวชายแดนทั่วประเทศ
ปลด 3 พระชั้นพรหมพ้น มส.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน พระพรหมมุนี เลขานุการสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) เผยว่า สมเด็จพระสังฆราชทรงมีพระบัญชาให้กรรมการ มส.พ้นจากตำแหน่ง จำนวน 3 รูป คือ 1.พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร 2.พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม และ 3.พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ตามที่สำนักงาน พศ.ประมวลผลเสนอมา ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวเป็นการให้พ้นตำแหน่งไปก่อน หากทั้ง 3 รูปสามารถพิสูจน์ตนเองตามกระบวนการทางกฎหมาย และไม่มีความผิด ก็สามารถที่กลับมาดำรงตำแหน่งกรรมการ มส.ได้อีกครั้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเข้าตรวจค้นและจับกุมพระเถระชั้นผู้ใหญ่ว่า เขาไปตรวจเรื่องเงินทอน ส่วนจะเชิญไปให้ปากคำกี่รูปนั้น เป็นเรื่องของตำรวจ และไม่ใช่นโยบายการจัดระเบียบสงฆ์ แต่เป็นเรื่องการทุจริต เป็นเรื่องของการตรวจสอบ หากไม่ผิดก็ไม่เป็นไร ถ้าผิดก็ว่าไป เจ้าหน้าที่ตำรวจเขารู้ว่าควรทำอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ กล่าวเช่นกันว่า เป็นกระบวนการที่เจ้าหน้าที่ได้เดินหน้ามาระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็รู้สึกเป็นห่วงความรู้สึกของพุทธศาสนิกชน ซึ่งทุกคนต้องแยกแยะให้ออก เพราะชาวไทยพุทธก็ยังต้องกราบไหว้พระกันอยู่ จึงเชื่อว่าหากเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ทุกอย่างก็จะจบลง คนไทยก็จะไหว้พระตามปกติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ เชื่อว่าสิ่งที่ตำรวจดำเนินการไปเป็นไปตามข้อมูลที่ปรากฏ และเรื่องของคณะสงฆ์นั้น จะประกอบไปด้วยกฎหมาย มส.และพระธรรมวินัย ซึ่งทั้ง 2 ส่วนต้องดำเนินการไปพร้อมๆ กัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องการสึกพระนั้น มีกระบวนการ ขั้นตอน ตามกฎของ มส. และพระธรรมวินัยที่ต้องพิจารณาเชื่อมโยงกัน สำหรับกรณีดังกล่าวต้องค่อยๆ ดูไปก่อน พศ.ทำงานร่วมกับคณะสงฆ์อยู่แล้ว เชื่อมั่นว่าเรายังมีพระสงฆ์ที่ดี สมควรแก่การกราบไหว้ด้วยความจริงใจอยู่เต็มประเทศเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกคน ที่จะช่วยกันทำนุบำรุงรักษาพระพุทธศาสนาให้ก้าวหน้าสืบต่อไป&amp;rdquo;นายสุวพันธุ์ระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมโน เลาหวณิช รองคณบดี วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เจ้าหน้าที่ต้องรีบปฏิบัติการ เพราะกลัวหลักฐานต่างๆ จะหายไป ส่วนที่พระพรหมสิทธิไม่อยู่ที่วัดระหว่างเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น น่าจะรู้ตัวหรือมีลูกศิษย์โทรศัพท์แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ซึ่งเชื่อว่ายังหลบอยู่ในประเทศ อาจไปหลบซ่อนอยู่ตามบ้านลูกศิษย์ เพราะรถยนต์ที่ใช้ประจำก็ยังอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;พระพรหมสิทธิอาจไปหลบเพื่อตั้งหลัก เพราะหลักฐานในคดีที่ท่านเกี่ยวข้องตามข่าวค่อนข้างชัดเจน และมีเงินในบัญชีกว่า 100 ล้านบาท ส่วนกรณีของพระพรหมดิลกนั้น น่าจะหลบหนีทันมากกว่า เพราะปกติพระผู้ใหญ่ 3 รูป คือ วัดสามพระยาฯ วัดสระเกศฯ และวัดสัมพันธวงศ์ฯ พบปะกันบ่อยอยู่แล้ว&amp;rdquo; นายมโนกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9945</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวิช สังข์อยู่, น.ส.นุชรา สิทธินอก, ผบก.ป., ผ้าเหลืองร้อนฉ่า, พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์, พระครูสิริวิหาร การสมจิตร จันทร์ศรี, พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม), พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ), พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี), พระมหาบุณรทวี คำมา, พล.ต.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด, พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง, พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์, พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, มส., ร.ท.ฐิติทัศน์ นิพนธ์พิทยา, ศรภ., สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180525/image_big_5b07d241af9a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2018 17:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2018 17:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ฟ้า&#039;ไม่หยุดบุกร้อง&#039;จักรทิพย์&#039;ย้าย&#039;ผบก.ป.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 เม.ย.61- น.ส.กนกพรรณ หมวกไสว หรือ ฟ้า คนสนิทครูปรีชา ใคร่ครวญ ผู้ต้องหาคดีลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ผ่านพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอให้ย้ายพล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม(ผบก.ป.) ออกจากตำแหน่ง หลังจากมาแจ้งความดำเนินคดีตนเอง กรณีมีคลิปเสียงวิจารณ์การทำงานคดีลอตเตอรี่ 30 ล้านบาท ของตำรวจกองปราบปราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ฟ้ากล่าวว่า เสียงดังกล่าวเป็นของตัวเองจริง แต่ไม่จริงทั้งหมด มีบุคคลนำไปตัดต่อจนทำให้ตัวเองเสื่อมเสีย และถูกเกลียดชัง คลิปเสียงฉบับเต็มมีความยาวประมาณ 4 ชั่วโมง ซึ่งรู้สึกว่าที่ผ่านมาตัวเองถูกกลั่นแกล้งมาโดยตลอด โดยเฉพาะคดีความที่เคยแจ้งไว้กับตำรวจ กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) กรณีที่ถูกนำเอกสารทางทะเบียนราษฏร์ ไปปลอมเฟสบุ๊ก และนำไปหมิ่นสถาบันเบื้องสูง เคยเข้าไปร้องเรียนคดีนี้แต่ไม่มีความคืบหน้า และไม่มีการเรียกมาสอบสวน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผู้บังคับการกองปราบปรามยังไปแจ้งความดำเนินคดีตนเอง กรณีที่มีการเผยแพร่คลิปเสียงตนว่าวิจารณ์การทำงานตำรวจ ขณะนี้ผู้ที่นำคลิปเสียงของตัวเองออกมาเผยแพร่ กลับไม่ได้ถูกดำเนินคดีแต่อย่างใด จึงขอให้ ผบ.ตร.ย้ายผู้บังคับการกองปราบปราม ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากเป็นผู้ทำคดีสลากกินแบ่งรัฐบาลอลเวง 30 ล้านบาท ที่ตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้อยู่ แต่ก็มาแจ้งความดำเนินคดีกับตนอีก ซึ่งเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม&amp;quot;น.ส.ฟ้ากล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6758</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูปรีชา, ผบก.ป., พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ฟ้า, หวย30ล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb3bfb74b82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผบก.ป.ร้องทุกข์ดำเนินคดี&#039;ผู้การเมืองกาญจน์&#039;บิดสำนวนหวย30ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค.61 ที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนกองกับการ 5 กองบังคับการปราบปรา (กก.5 บก.ป.) นำพยานหลักฐานเข้าร้องทุกข์กับ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการการปราบปรามการกระทำความผิดการทุจริตและประพฤติชอบ (ผบก.ปปป.) &amp;nbsp;เพื่อดำเนินคดี &amp;ldquo;มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต&amp;rdquo; &amp;nbsp;กับ &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี (ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี) ที่เข้าไปมีส่วนพัวพันหวย 30 ล้าน สั่งแก้ไขสำนวนทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้รับโทษทางอาญา ใช้เวลาประมาณ 2 ชม.จึงแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.กมล &amp;nbsp;เปิดเผยว่า เหตุที่ต้องร้องทุกข์เพราะมีเหตุเชื่อว่ามีความผิด อย่างไรก็ตามต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน &amp;nbsp;คาดว่าจะเรียกพล.ต.ต.สุทธิ มารับทราบข้อกล่าวหาได้ภายในสัปดาห์นี้ แต่อย่างไรก็ตามวันพรุ่งนี้ต้องสอบพยานที่เกี่ยวข้องก่อน คือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีคำสั่งมาให้ช่วยราชการที่ บก.ป. &amp;ldquo;พ.ต.ท.-ร.ต.อ.&amp;rdquo; &amp;nbsp;อยู่ระหว่างนำเรียนผู้บังคับบัญชาเพื่อขอกันไว้เป็นพยาน &amp;nbsp;จะกี่คนต้องรอผู้บังคับบัญชาอนุมัติ &amp;nbsp;ส่วน &amp;ldquo;พ.ต.ท.&amp;rdquo; อยู่ในส่วนที่รู้เห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้น &amp;nbsp;การกันตัวเป็นพยานถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องกันเป็นพยานก็ต้องกัน &amp;nbsp;แต่ต้องรายงานผู้บังคับบัญชาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าแค่ &amp;ldquo;ร.ต.อ.&amp;rdquo; ร้อยเวรคนเดียวเพียงพอหรือไม่ในการเป็นพยาน &amp;nbsp;พล.ต.ต.กมล &amp;nbsp;กล่าวว่า ก็จะเป็นพยานเดี่ยว พยานหลักฐานเดี่ยวคือพยานบุคคล ส่วนพยานหลักฐานเอกสารอยู่ระหว่างรอผลการพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐาน &amp;nbsp;หลังจากนี้ถ้าผู้บังคับบัญชาอนุมัติการกันให้เป็นพยานน พรุ่งนี้ (8มี.ค.) จะเรียกสอบคนที่ถูกกันเป็นพยาน &amp;nbsp;ถ้าไม่อนุมัติก็จะตกเป็นผู้ต้องหา ส่วนหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ตรวจสอบทางคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับสำนวน เพื่อทราบว่าการแก้ไขเป็นอย่างไร จากเดิมคืออะไร แก้ไขเป็นอะไร ตอนนี้ยังไม่มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีตัว พล.ต.ต.สุทธิ เป็นตำรวจด้วยกันทราบถึงข้อกฎหมายในการต่อสู้คดี จะทำอย่างไรให้สำนวนแน่นหนาสามารถเอาผิดผู้การ จ.กาญจนบุรี ได้ ผบก.ปปป. ตอบว่า &amp;nbsp;ต้องให้ความมั่นใจการทำงานของพนักงานสอบสวนของเราที่ร่วมกันทำ ไม่ได้คิดว่า เป็นตำรวจแล้วจะผิด ผิดก็ต้องผิด ไม่ผิดก็คือไม่ผิด แต่ ณ เวลานี้ มีเหตุเชื่อว่าได้กระทำผิด เบื้องต้นก็ต้องร้องทุกข์ เมื่อร้องทุกข์เสร็จ มีพยานหลักฐาน บุคคลยืนยัน มีพยานเอกสารยืนยัน เพียงพอก็ส่ง ปปช.ภายใน 30 วัน หลังจากนั้น ปปช.จะนำไปพิจารณาอีกที &amp;nbsp;ไม่จำเป็นต้องรอให้คดีหวยจบ หรือผลสอบทางวินัย &amp;nbsp; เมื่อสอบพยานเสร็จก็แจ้งข้อหาได้เลยไม่จำเป็นต้องรอ ยืนยันคดีนี้ไม่มีการวิ่งเต้นล้มคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ พล.ต.ต.สุทธิ เข้าไปเกี่ยวข้องคือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในคดี เช่นสถานที่เกิดเหตุ วันเกิดเหตุ &amp;nbsp;ขณะนี้ได้รับคำร้องทุกข์แล้ว จากนี้จะต้องลงประจำวันรับเลขคดี ก่อนส่งให้ ปปช.ไม่เกิน 30วัน พล.ต.ต.สุทธิ มีสิทธิเหมือนบุคคลทั่วไป ในฐานะผู้ต้องหา ทั้งแต่งตั้งทนายปฏิเสธข้อกล่าวหา หรือจะไม่ให้คำให้การ อัตราโทษ ม.157 จำคุก 1-10ปี ในคดีนี้หลังจากส่งไปยัง ปปช.แล้ว ปปช.จะทำต่อหรือส่งกลับมาให้ ปปป.ทำก็ได้ คดีนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ไม่ได้สั่งกำชับอะไรเป็นพิเศษ ให้ดำเนินการตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.ไมตรี ตอบคำถามถึงการนำพยานหลักฐานเข้าร้องทุกข์กับ ปปป.วันนี้คือเอกสารลับผลการสอบสวนของกองปราบที่ พล.ต.ต.สุทธิ สั่งแก้ไขสำนวนใช่หรือไม่ ว่า เอกสารดังกล่าวก็เป็นส่วนหนึ่งในพยานหลักฐานในการร้องทุกข์วันนี้ &amp;nbsp;ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นายที่มาช่วยราชการที่ บก.ป. พฤติกรรมเรียบร้อยดี ได้มอบหมายงานให้ทำ ไม่มีพฤติการณ์เข้าไปยุ่งเหยิงกับคดีนี้และไม่ให้เข้าไปยุ่งด้วย ทั้ง 2 ก็เหมือนผู้ใต้บังคับบัญชาทั่วไป ส่วนกรณีที่มีหญิงคนหนึ่งมาร้อง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทรายของ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ว่า &amp;ldquo;พ.ต.ท&amp;rdquo; หนึ่งนายที่มาช่วยราชการกองปราบเคยจะยัดข้อหายาเสพติดนั้น อยากให้พิจารณาให้รอบคอบ อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังจากได้ข้มูลมา อยากเตือนว่าผู้ให้ข้อมูลต้องให้ข้อเท็จจริงให้รอบคอบ ข้อเท็จจริงอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูดก็ได้ ยืนยันว่าขณะนี้ไม่มีการข่มขู่พยานแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4475</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบก.ป., ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี, พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล, พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการปราบปราม, ร้องทุกข์, ลอตเตอรี่30ล้าน, หวย30ล้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9f9b103c88e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
