<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 12:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 12:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!แพ็กเกจใหม่ยัดยาอีในซองครีมเทียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64 - ที่กองร้อย ตชด.245 หนองคาย พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จ.หนองคาย, พ.ต.อ.เพิ่มศักดิ์ ตาตะนันทน์ ผกก.ตชด24, พ.ต.อ.ภูวิศ ศิริพานิชย์ ผกก.สภ.โพนพิสัย, พ.อ.ศิวดล ยาคล้าย รองผบก.ควบคุมที่ 2 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี, น.อ.ราฆพ เทวะประทีป ผบ.นรข.เขตหนองคาย, พ.ต.ท.พลสันติ์ คมขาว ผบ.ร้อยตชด.24, พ.ต.ท.เบญจรงค์ ใบใหญ่ ผบ.ร้อยตชด.245 พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน,ตำรวจ ทหาร ตชด.ฝ่ายปกครอง ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายชัยยศ ศรีบญเรือง อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100/486 หมู่ 13 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมของกลาง ยาบ้าประมาณ 1,050,000 เม็ด, ยาเค 4 ก.ก., ยาอี ชนิดเม็ด สีฟ้าและสีส้ม จำนวน 34,600 เม็ด ยาอีชนิดเม็ดแคปซูล สีน้ำเงินและสีขาว 240 แผง จำนวน 2,400 เม็ด และยาอีชนิดผงบรรจุในซองครีมเทียม 22 ซอง ประมาณ 66 กรัม มูลค่ายาเสพติดทั้งหมดประมาณ 200 ล้านบาท รถยนต์เก๋งเชฟโรเลต อาวีโอ สีดำ ทะเบียน กบ 7923 อุดรธานี และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.พุฒิพงศ์กล่าวว่า การจับกุมในครั้งนี้ เมื่อเวลาประมาณ 17.30 น. วันที่ 5 ต.ค.64 เจ้าหน้าที่ ตชด.244 ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีรถยนต์เก๋งสีดำ จอดอยู่บ่ริเวนบันไดทางลงริมแม่น้ำโขงบ้านสะง้อ ต.หอคำ อ.บึงกาฬ จ.บึงกาฬ ท่าทางมีพิรุธและมีการขนกระสอบสีขาวขึ้นรถ จึงได้มีการสนธิกำลังกันเข้าทำการตรวจสอบ และพบรถยนต์ตามที่รับแจ้งขับออกมาจากริมแม่น้ำโขงมุ่งหน้าทาง อ.ปากคาด จ.บึงกาฬ จึงได้ขับรถยนต์ติดตามอย่างกระชั้นชิด จนกระทั่งรถยนต์ขับมาถึงริมถนนโพนพิสัย - หนองคาย ช่วงบ้านโปร่งเย็น ต.จุมพล อ.โพนพิสัย คนขับรถได้จอดรถแล้วรีบวิ่งไปหลบอยู่กำแพงรั้วหลังหอพักครูวิทยาลัยเทคโนโลยีโพนพิสัย เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมไว้ได้ ในเวลาประมาณ 19.00 น. ตรวจสอบภายในรถพบยาเสพติดทั้งหมดซุกซ่อนอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้นนายชัยยศ ให้การรับสารภาพว่า มีเพื่อนคนหนึ่งติดต่อให้มารับยาเสพติด โดยบอกว่าเป็นกัญชา ที่ริมแม่น้ำโขง เมื่อมายังจุดนัดหมายก็มีคนมาช่วยยกกระสอบขึ้นรถ จากนั้นตนได้ขับรถออกมาเตรียมนำไปส่งในพื้นที่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี โดยรับสารภาพว่าทำเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกช่วงเดือนสิงหาคม 64 เป็นยาบ้า 2 กระสอบ ได้ค่าจ้าง 100,000 บาท นำส่งพื้นที่ อ.บ้านผือ เช่นกัน ส่วนในครั้งนี้จะได้ค่าจ้าง 80,000 บาท ซึ่งรับค่าจ้างมาก่อนแล้ว 5,000 บาท แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน เจ้าหน้าที่ได้คุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพนพิสัย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.พุฒิพงศ์กล่าวว่า สถานการณ์ยาเสพติดตามแนวชายแดนด้าน จ.หนองคาย ยังคงน่าเป็นห่วง ได้มีการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนร่วมกันสกัดกั้นและปราบปรามอย่างเข้มข้น และจะเห็นว่ามีความพยายามหาแพ็กเก็จบรรจุยาเสพติดแบบใหม่มาเรื่อย ๆ เจ้าหน้าที่จะได้ติดตามผู้ร่วมขบวนการและขยายผลการจับกุมผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี พร้อมขอบคุณประชาชนที่ช่วยเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่ ถือเป็นความร่วมมือที่ดีที่สุดในการปราบปรามยาเสพติด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118952</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองร้อย ตชด.245, ซองครีมเทียม, ผบก.ภ.จ.หนองคาย, พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล, ยาอี, หนองคาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d39c4e3217.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 15:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกสาวร้องตร.หนองคายช่วยตามหาแม่สูญหายนาน 6 ปี พร้อมตรวจดีเอ็นเอโครงกระดูกในป่าละเมาะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ่อพาลูกสาว ร้องขอตำรวจหนองคายช่วยตามหาแม่ หายตัวนาน 6 ปี หลังมาหาตาในพื้นที่ อ.โพนพิสัย จับสัญญาณโทรศัพท์ พบหายระหว่างทางเข้าตัวเมืองหนองคาย ล่าสุดเจอโครงกระดูกมนุษย์ในป่าละเมาะใกล้จุดพบสัญญาณโทรศัพท์ ผู้การหนองคายสั่งตรวจดีเอ็นเอด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค. 63 -&amp;nbsp;ที่ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย นายศุภจักขณ์ อาสนา อายุ 52 ปี และ น.ส.วรรณกา อาสนา อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90/95 หมู่ 2 ซอยสุวินทวงศ์ 38 แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพ สองพ่อลูก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงา ได้เข้าพบ พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จ.หนองคาย ขอให้ช่วยเหลือตามหาตัวนางแพรพรรณ อาสนา ผู้เป็นแม่ ซึ่งสูญหายไปเมื่อวันที่ 8 ส.ค.2557 ขณะที่หายนางแพรพรรณ อายุ 47 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.วรรณกา อาสนา เล่าว่า แม่มีอาการทางจิตเภท ต้องกินยาอย่างต่อเนื่อง และครอบครัวได้ย้ายบ้านจากเขตหนึ่งมาอีกเขตหนึ่งในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;ทำให้แม่ไม่ค่อยชินกับบ้านใหม่ และอยากจะกลับมาเยี่ยมตาที่บ้านจอมนาง ต.จุมพล อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ก่อนหน้านี้แม่หายออกจากบ้าน พ่อและตนเลิกงานกลับมาไม่เห็นจึงโทรศัพท์หา แม่บอกว่ามาบ้านตา ตนกับพ่อจึงขับรถมารับกลับ เป็นอยู่อย่างนี้ 3-4 ครั้ง ใน 3-4 สัปดาห์ จนกระทั่งครั้งสุดท้ายที่พบแม่ คืนวันที่ 7 ส.ค.57 ตนโทรศัพท์คุยแม่ถามว่าจะกลับวันไหน แม่บอกจะขออยู่ 1 สัปดาห์ แต่พอตกลงกันได้ พ่อกับตนจึงขับรถมารับแม่ ถึงหนองคายในเช้าวันที่ 8 ส.ค.57 โดยนัดกับแม่เจอกันที่บ้านปู่ ที่บ้านเบิด ต.วัดธาตุ อ.เมืองหนองคาย แต่พอมาถึงเจอแต่กระเป๋า ไม่เจอแม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสอบถามกับตา ก็บอกว่าแม่ออกไปตอนเช้าวันที่ 8 ส.ค.57 โดยเหมารถสามล้อเครื่องจาก บขส.โพนพิสัย จะมารอพ่อกับตนที่บ้านปู่ แต่พอตนไปสอบถามกับคนรับจ้างที่ บขส. ก็บอกว่าแม่เหมารถให้ไปส่งที่ บขส.หนองคาย ตนแปลกใจว่าทำไมแม่จึงไป บขส.หนองคาย แทนบ้านปู่ที่นัดกันไว้ ตนจึงไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองหนองคาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เนื่องจากเป็นเวลานานจะตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดไม่ได้แล้วว่ารถได้ไปส่งแม่จริงหรือไม่ ต่อมาอีก 15 วัน โทรศัพท์แม่ถูกเปิดอีกครั้ง ตำรวจได้ตรวจสอบพบว่ามีการพูดคุยกัน 5 นาที เป็นผู้หญิง และบอกว่าไม่รู้จักแม่ของตน หลังจากนั้นตนกับพ่อได้มาตามหาแม่ที่หนองคายตลอด แต่ก็ยังไม่พบ จนกระทั่งทราบว่ามีคนพบโครงกระดูกมนุษย์ที่บ้านหมากก่อง ต.บ้านเดื่อ อ.เมืองหนองคาย ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดที่พบสัญญาณโทรศัพท์มือถือของแม่ ดังนั้นในครั้งนี้จึงขอความช่วยเหลือกับมูลนิธิกระจกเงา เข้าพบตำรวจขอให้ช่วยตรวจสอบโครงกระดูกที่พบว่าใช่ของแม่ตนหรือไม่ หากใช่ก็อยากให้ตรวจสอบถึงสาเหตุการตาย แต่หากไม่ใช่ก็จะเดินหน้าค้นหาแม่ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ต.สุรชัย สังขพัฒน์ ผบก.ภ.จ.หนองคาย กล่าวว่า หลังจากรับเรื่องแล้ว ได้สั่งการให้ตำรวจ สภ.บ้านเดื่อ นำโครงกระดูกที่พบไปตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอว่าตรงกับของลูกสาวหรือสมาชิกในครอบครัวหรือไม่ โดยไม่ได้นิ่งนอนใจได้เร่งดำเนินการให้ทันที หากพบว่าเป็นโครงกระดูกที่พบเป็นผู้สูญหายจริงก็จะได้ตรวจสอบสาเหตุการตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนางแพรพรรณ อาสนา รูปร่างค่อนข้างท้วม หนัก 60 ก.ก. สูง 155 ซม. ผิวดำแดง ผมยาว มัดรวบไว้ด้านหลัง วันที่สูญหายสวมเสื้อสีดำแขนสามส่วนลายดอกไม้สีแดง กางเกงยีนส์ขายาวทรงกระบอก รองเท้าแตะสีดำแบบสวม สวมสร้อยเงิน มีเงินติดตัว 20,000 บาท ผู้ใดพบเห็นแจ้งเบาะแสได้ที่มูลนิธิกระจกเงา และโทรศัพท์ 095-631-1914.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71638</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนหาย, จ.หนองคาย, ผบก.ภ.จ.หนองคาย, สภ.บ้านเดื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f100e08dda82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
