<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2020 19:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2020 19:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปส.รวบ2ผู้ต้องหาเครือข่ายกุ๊กระยอง ยึดยาไอซ์และเคตามีนกว่า 300 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.63 - พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. พ.ต.อ.อนันต์ &amp;nbsp;ชัยชาญ ผกก.สภ.สำโรงใต้ จ.สมุทรปราการ และเจ้าหน้าที่สยบไพรี ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายเมธาสิทธิ์ หรือเม บำเพ็ญ &amp;nbsp;อายุ 42 ปี &amp;nbsp;ชาวจังหวัดระยอง และเริงศักดิ์ หรือตุ้ย เตชะวณิช อายุ 46 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ เครือข่าย กุ๊กระยอง สองผู้ต้องหาร่วมกันมียาเสพติดประเภทที่ 1 ยาไอซ์ เฮโรอีน และเคตามินไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์ 500 กิโลกรัม เฮโรอีน 100 กิโลกรัม และเคตามีน 2 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ที่ตรวจยึดได้ที่อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น เลขที่ 33 / 2 หมู่ 9 หมู่บ้านสยามพัฒนา ซอยวัดบางหัวเสือ ต.บางหัวเสือ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ และตรวจยึดรถยนต์กระบะยี่ห้อ ฟอร์ด จำนวน 2 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อประมาณวันที่ 19 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบรามยาเสพติด 2 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้สืบทราบมาว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดรายใหญ่มาจาก สปป.ลาว ลักลอบเข้ามาทางจังหวัดหนองคาย โดยใช้รถยนต์กระบะจำนวน 2 คัน เป็นรถยนต์กระบะยี่ห้อ ฟอร์ด ทะเบียน 1 กญ 2024 กรุงเทพมหานคร และรถยนต์กระบะยี่ห้อเดียวกัน สีส้ม ทะเบียน 3 กถ 5363 กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;เป็นยานพาหนะในการขนย้าย จึงทำการสืบสวนติดตามจนกระทั่งทราบว่า รถยนต์กระบะทั้งสองคันได้ขับออกจากประเทศไทย ข้ามไปที่ สปป.ลาว ทางด้านจังหวัดหนองคาย จึงวางกำลังไว้ตามแนวชายแดนจังหวัดหนองคายจนกระทั่งพบเห็นรถยนต์กระบะทั้งสองคันขับกลับเข้ามาในประเทศไทย มุ่งหน้ากลับมาเข้ากรุงเทพมหานคร และนำรถทั้งสองคันมาจอดที่อาคารพาณิชย์หลังดังกล่าว ซึ่งอยู่ในหมู่บ้านสยามพัฒนา ต.บางหัวเสือ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังเฝ้าสังเกตการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ผู้ต้องหาทั้งสองได้ขับรถยนต์กระบะทั้งสองคันออกจากอาคารพาณิชย์หลังดังกล่าวมุ่งหน้าลงไปทางภาคใต้ ซึ่งเชื้อว่าน่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดไปส่งมอบให้กับผู้รับในพื้นที่ภาคใต้ จึงได้นำกำลังติดตามรถยนต์กระบะทั้งสองคัน พบว่ารถยนต์กระบะทั้งสองคันเลี้ยวเข้าเส้นทางลัดจากจังหวัดชุมพร เข้าไปทางท่าแซะ มุ่งหน้าเข้าจังหวัดระนอง จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด 4 ร่วมกับด่านตรวจยานพาหนะชุมพร สกัดจับกุมรถทั้งสองคันเอาไว้ได้&amp;nbsp;
จากการตรวจค้นโดยละเอียดโดยภายในรถไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด จึงนำรถทั้งสองคันเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ของด่านศุลกากร พบว่ารถยนต์กระบะทั้งสองคันได้ซุกซ่อนยาเสพติดเอาไว้ที่กันชนหน้ารถช่องระหว่างกันชนหน้ารถกับหม้อน้ำและแผงระบายความร้อนของแอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยดัดแปลงช่องดังกล่าวเพื่อยัดก้อนยาเสพติดเอาไว้เป็นกรณีพิเศษ จึงได้ทำการรื้อกันชนหน้าออกตรวจสอบพบว่ามีการซุกซ่อนเฮโรอีน อัดแท่งห่อด้วยกระดาษฟรอยสีเงินคันละ 100 แท่ง รวมเป็น 200 แท่ง น้ำหนักรวม 100 กิโลกรัม &amp;nbsp;จึงคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองเอาไว้ ก่อนคุมตัวมาทำการตรวจค้นที่อาคารพาณิชย์ต้องสงสัยในย่านสำโรงใต้ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ที่บริเวณห้องชั้นที่ 2 พบว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติดประเภทยาไอซ์ น้ำหนัก 500 &amp;nbsp;กิโลกรัม &amp;nbsp;เฮโรอีน 1 กิโลกรัม &amp;nbsp;และ เคตามีน น้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม ไว้ในลังพลาสติกที่วางอยู่ในห้องดังกล่าว จึงได้ทำการตรวจยึดเอาไว้เป็นของกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง ได้ให้การรับสารภาพว่าทั้งสองมีหน้าที่ขับรถขึ้นไปรับยาเสพติดจากต้นทางในพื้นที่ สปป.ลาว โดยลักลอบออกไปทางจังหวัดหนองคาย &amp;nbsp;และลำเลียงไปส่งที่ปลายทางทางด้านภาคใต้ ซึ่งมีคนมารอรับโดยได้ค่าจ้างครั้งละ 5 หมื่นบาท ต่อคน และทำมาแล้ว 5-6 ครั้ง ส่วนอาคารพาณิชย์หลังดังกล่าวพึ่งมาเช่าได้เพียง 2 เดือนเท่านั้น &amp;nbsp;เพื่อเอาไว้พักยาเสพติดก่อนลำเลียงส่งต่อไปทางภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย &amp;nbsp;และมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองเอาไว้เพื่อทำการสอบสวนขยายผลติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวรการณ์ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57968</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบช.ปส., ยาเสพติดไอซ์ เฮโรฮีน, สภ.สำโรงใต้, เครือข่ายกุ๊กระนอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200223/image_big_5e526b2033fac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2019 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2019 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยประสานญี่ปุ่นกวาดแก๊งขนไอซ์ เทศกาลจับอื้อกว่าพันตัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ย.62- พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผช.ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส.พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ค้ายาเสพติด 3 คดี ตรวจยึดของกลางได้ไอซ์น้ำหนักกว่า 1,000 กิโลกรัม และยาบ้า 40,000 เม็ด รวมมูลค่า 360,000,000 บาท โดยคดีแรก เมื่อวันที่ 10 พ.ย.62 เจ้าหน้าที่จับกุมนายเกรียงไกร เพชรจันทรังษี อายุ 22 ปี และนายวรชุน แซ่ว่าง อายุ 21 ปี &amp;nbsp;บริเวณแยกเขาทราย อำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร ขณะลักลอบขนไอซ์ 1,000 กิโลกรัม บรรจุในถุงชา ซุกซ่อนในกระสอบปุ๋ย สีเหลือง บรรทุกอยู่ท้ายรถยนต์กระบะ ก่อนขยายผลจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมาพร้อมรถยนต์กระบะที่ใช้นำทางขนยาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือมายังภาคกลาง โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่ารับยาไอซ์จากนายทุน พ่อค้ายาเสพติดจากพื้นที่ภาคเหนือตอนบน &amp;nbsp;เพื่อส่งกระจายต่อกรุงเทพและปริมณฑล จึงแจ้งข้อหา ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีมีไอซ์ หรือเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวทั้ง3 ผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.วิสนุ ระบุด้วยว่า คดีที่ 2 ตำรวจตรวจยึดยาไอซ์ น้ำหนัก 8กิโลกรัม ได้ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง หลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบส่งยาเสพติดทางพัสดุไปต่างประเทศ โดยหนึ่งในสินค้าเฝ้าระวังพบมีปลายทางไปประเทศญี่ปุ่น สำแดงสินค้าฝากส่งเป็นนาฬิกาแขวนผนังแต่มีน้ำหนักผิดปกติ ตรวจสอบพบบริเวณกรอบนาฬิกาใส่เป็นท่อเหล็กซึ่งถูกดัดแปลงขึ้นเพื่อให้ภายในสามารถบรรจุยาไอซ์ 8 กิโลกรัมได้ ตรวจยึด ยาไอซ์ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ในส่วนคดีที่3 ตำรวจจับกุมนายจักรพงษ์ ฮวดลิ้ม วัย 42 ปีพร้อมพวกรวม 4 คน หลังสืบทราบว่า มีผู้ต้องหา คดียาเสพติดและพ้นโทษไปแล้ว แต่ยังคงติดต่อกับผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ พบว่ากระบวนการนี้ จะซื้อ-ขายยาเสพติดออนไลน์ผ่านทาง Social ก่อนจะเดินทางไปรับยาจากประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว) ตำรวจจึงติดตามกลุ่มผู้ต้องหากระทั่งสามารถจับกุมตัวไว้ได้ในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบยาบ้าจำนวน 40,000 เม็ด ไอซ์น้ำหนัก 2 กรัม และกัญชาน้ำหนัก 1 กิโลกรัม&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้าน พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า กลุ่มเครือข่ายค้ายาเสพติดมักอาศัยช่วงเทศกาลต่างๆ ขนยาเสพติดจำนวนมาก &amp;nbsp;จึงได้สั่งการเฝ้าระวังตามเส้นทาง เช่นในครั้งนี้ที่สามารถจับกุมได้ล็อตใหญ่ ซึ่งเป็นเครือข่ายของผู้ต้องหาที่เคยถูกจับกุมก่อนหน้า ซึ่งบางเครือข่ายหยุดไป ขณะเดียวกันก็มีเครือข่ายเกิดใหม่ นอกจากนี้ยังมีคนไทยที่ถูกจับคดียาเสพติดในประเทศญี่ปุ่นหลายราย ซึ่งตำรวจ ปส. มีการประสานประสานพูดคุยความร่วมมือกันกับทางการญี่ปุ่นเมื่อสัปดาห์ก่อน และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งทุกหน่วยงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50183</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนยาไอซ์, จับกุมผู้ค้ายาเสพติด, ผช.ผบ.ตร., ผบช.ปส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191113/image_big_5dcb9b840ddae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2019 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2019 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปุ๊กกี้&#039;ข้อหาหนัก!เข้าข่ายค้ายาข้ามชาติ สารภาพติดมา10ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย. 62 - ที่กองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน บช.ปส.ได้เบิกตัว น.ส.พริสซิลวา จิวเมลลี่ หรือปุ๊กกี้ อดีตนักร้องชื่อดัง ออกจากห้องควบคุม มาสอบปากคำอีกครั้ง หลังถูกจับกุมพร้อมสามีและขบวนกรค้ายาข้ามชาติชาวไต้หวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.)&amp;nbsp; ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา เพื่อขยายผลโดยให้ พล.ต ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รอง ผบช.ปส. เป็นหัวหน้าชุด ซึ่งเบื้องต้น ปุ๊กกี้รับสารภาพว่า ติดยาเสพติดมาประมาณ 10 ปี แต่พยายามจะเลิกแต่ไม่สามารถเลิกได้ จนทำให้ตัวเองเบลอมีผลกระทบต่อชีวิตหลายด้านจนครอบครัวแตกแยก ส่วนศิลปินดาราที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ปุ๊กกี้ยังไม่ซัดทอดถึงใคร แต่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการสอบปากคำด้วยดีตลอดมา และยอมรับว่าตนเองเป็นคนเจรจากับผู้ค้าชาวไต้หวันที่ถูกจับกุมมาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภายหลังจับกุมตัวปุ๊กกี้&amp;nbsp; ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบทางเทคนิคแล้วพบว่ามีความเชื่อมโยงไปที่ดาราหลายคน แต่ไม่รู้ว่าเกี่ยวกับยาเสพติดหรือไม่ อาจจะเป็นการพูดคุยกันในฐานะเป็นเพื่อนดารานักแสดงด้วยกันก็ได้ แต่ถ้ามีพยานหลักฐานไปถึงดาราคนใด ก็จะรวบรวมพยานหลักฐาน ขอให้ศาลออกหมายเรียก&amp;nbsp; ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานไปกับทางการไต้หวันแล้ว เพื่อตรวจสอบบุคคลคนหนึ่ง ที่ได้เดินทางมากับ นายหง เจิ้ง อี้ สัญชาติไต้หวัน ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม&amp;nbsp; โดยมาขอดูยาเสพติดและออกจากห้องไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าจับกุม นายหง เจิ้ง อี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา&amp;nbsp;พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 3 คนตลอดทั้งคืน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี มีความเครียดลดลง เพราะสอบสวนเป็นกันเอง โดย &amp;ldquo;ปุ๊กกี้&amp;rdquo; ยอมรับว่าไม่ได้ทำเป็นครั้งแรก โดยทำมากว่า1ปี โดยใช้วิธีการคล้ายคลึงกับครั้งนี้ ยืนยันจากการสอบสวนขณะนี้ยังไม่มีดาราเข้ามาเกี่ยวข้อง ตามที่มีกระแสข่าว แต่หากเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานไปถึงก็จะไม่ละเว้น ส่วนที่ผู้ต้องหาให้การว่า รับยาเสพติดมาจากย่านโชคชัย 4 จากการตรวจสอบเป็นเครือข่ายของชาวไทย อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นเครือข่ายในพื้นที่ หรือเป็นเพียงจุดนัดรับเท่านั้น นอกจากนี้ยังสั่งการให้ตรวจสอบ Dark Web ที่อ้างว่ามีการเผยแพร่วิธีการนำเบกกิ้งโซดามาผสมกับยาเสพติด เพื่อเพิ่มปริมาณของยาเสพติดด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่า พฤติการณ์ผู้ต้องหา &amp;ldquo;ปุ๊กกี้&amp;rdquo; เข้าข่ายขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ หรือไม่ พล.ต ท ชินภัทร ตอบว่า เข้าข่ายเป็นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ เพราะมีชาวต่างชาติเข้าไปเกี่ยวข้องและมีการส่งออกของยาเสพติด ซึ่งเราได้ประสานไปยังทางการไต้หวัน ในเรื่องการติดตามตัวผู้ต้องหาอีก 1 ราย ที่หลบหนีไปได้ก่อน โดยชาวไต้หวันรายนี้มีหน้าที่เป็นคนสั่งซื้อและเป็นนายทุนมาดูของก่อนจะบินกลับไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเส้นทางการเงินของ &amp;ldquo;ปุ๊กกี้&amp;rdquo; มีเงินหมุนเวียนในบัญชีหลัก10 ล้านบาท ที่มีทั้งเงินที่ได้มาจากการทำงานในวงการบันเทิงและค้ายาเสพติดด้วย ซึ่งขณะนี้เรามีการตั้งขณะทำงานขึ้นมา โดยมีพล.ต ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รอง ผบช.ปส. เป็นหัวหน้าชุด เพื่อขยายผล เพราะเป็นลักษณะของเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ&amp;nbsp; อย่างไรก็ตามจะเร่งสอบสวนให้แล้วเสร็จ ซึ่งหากทันจะนำตัวผู้ต้องหาไปขออำนาจศาลอาญาฝากขังวันนี้ แต่ถ้าไม่ทันก็ส่งพรุ่งนี้ (20 มิ.ย.).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38925</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้ายาเสพติดข้ามชาติ, ปุ๊กกี้, ผบช.ปส., พล.ต.ท.ชินภัทร, ยาเค, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190619/image_big_5d09da2bcdd10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38674</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/06/2019 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2019 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับไอซ์ข้ามชาติซุกกล่องรองเท้าเฉียด1ตัน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มิ.ย.2562 - &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส., ตำรวจภูธรภาค 2 , ทหาร , สำนักงาน ป.ป.ส., ศุลกากร และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติรายสำคัญ 1 คดี โดยมีผู้ต้องหาชาวจีน 2 คน และชาวไทย 2 คน ของกลาง ไอซ์ 985 กิโลกรัม ณ ลานรับฝากตู้คอนเทนเนอร์ ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;​โดยเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. เจ้าหน้าที่ สำนักงาน ป.ป.ส.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรทำการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 2 คน และชาวไทย 2 คน คือ ​1.MR.HUANG &amp;nbsp;GUOXIONอายุ 24 ปี สัญชาติจีน ​2.MR.ZHOU QINGCHU อายุ 44 ปี สัญชาติจีน ​3.นายสุบรรณ &amp;nbsp;มหาชนนท์ อายุ 57 ปี ​4.นายจ้อย &amp;nbsp;แซ่โฟ้ง อายุ 62 ปี ​ของกลางยาเสพติดประเภท 1 (ไอซ์) จำนวนประมาณ 985 กิโลกรัม บรรจุซุกซ่อนอำพรางไปกับลังสินค้ารองเท้า จำนวน 34 กล่อง จากกล่องทั้งหมด 612 กล่อง&amp;nbsp;
​
ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ ชาวต่างชาติร่วมกับคนไทย ลักลอบลำเลียงยาเสพติดโดยซุกซ่อนอำพรางไปกับสินค้าทางตู้คอนเทนเนอร์ส่งไปต่างประเทศ จึงได้ทำการสืบสวนเรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. กลุ่มผู้ต้องหาชาวจีนและคนไทยเดินทางมาตรวจสอบสินค้าที่ตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งเตรียมจะส่งไปประเทศฟิลิปปินส์ ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวขอตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์พบกล่องบรรจุสินค้าทั้งสิ้น 612 กล่อง โดยพบกล่องบรรจุสินค้าจำนวน 34 กล่องมีถุงชาบรรจุวัตถุต้องสงสัยลักษณะเกร็ดใสสีขาวอยู่ภายในกล่อง กล่องละ 15-20 ถุง เมื่อนำวัตถุต้องสงสัยไปตรวจสอบด้วยน้ำยาทดสอบยาเสพติดเบื้องต้น แสดงผลเป็นยาเสพติดประเภท 1 (ไอซ์) รวมยาเสพติดของกลาง จำนวนประมาณ 985 กิโลกรัม จึงได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา ที่ 1 , 3 ,4 ที่บริเวณลานรับฝากตู้คอนเทนเนอร์แห่งหนึ่ง ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และจับกุมผู้ต้องหาที่ 2 ได้ที่คอนโดแห่งหนึ่ง แขวง/เขต ห้วยขวาง กทม. และนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38674</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชลบุรี, ตำรวจภูธรภาค 2, ทหาร, ผบช.ปส., พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, ยาเสพติด, รอง ผบ.ตร.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190616/image_big_5d05de684978e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบ&#039;ยางกัญชา&#039; ฤทธิ์แรงถึงตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;เฉลิมเกียรติ&amp;quot; นำตำรวจ ปส.แถลงผลงานจับยาเสพติด 4 คดีสำคัญ ได้กัญชาหนักกว่าตัน ยางกัญชาอีก 3 กก. &amp;quot;สมหมาย&amp;quot; เผยยางกัญชามีฤทธิ์รุนแรงกว่ากัญชาสดหลายเท่า ทำลายระบบภายในร่างกายจนอาจถึงตาย ตลาดใหญ่อยู่ในยุโรป สหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) วันที่ 2 พฤษภาคมนี้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส., พล.ต.ต.สุนทร เฉลิมเกียรติ ผบก.ประจำ บช.ปส., นางชนิญญา ชัยสุวรรณ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดียาเสพติด สำนักงานอัยการสูงสุด และนายพีรธร วิมลโลหการ ผู้อำนวยการกองความร่วมมือระหว่างประเทศ และผู้แทนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมกันแถลงผลจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 4 คดี ผู้ต้องหา 7 คน พร้อมกัญชา น้ำหนักประมาณ 1,088 กิโลกรัม ยางกัญชา น้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม ยาบ้า 106,000 เม็ด ไอซ์ น้ำหนักประมาณ 5.4 กิโลกรัม และเคตามีน 850 กิโลกรัม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีที่ 1 บช.ปส.ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 24 ตำรวจน้ำ และเจ้าหน้าที่ศุลกากร ตรวจยึดกัญชา น้ำหนักประมาณ 490 กิโลกรัม ที่บริเวณสวนยางพารา ห่างจากแม่น้ำโขงประมาณ 200 เมตร ในพื้นที่บ้านหนองเดิ่นท่า ต.หนองเดิ่น อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ ขณะที่คนร้าย 4 คนหลบหนีไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีที่ 2 วันที่ 28 เม.ย. บช.ปส.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านดุง ร่วมกันจับกุมนายสมพร กัณหาวงศ์ อายุ 27 ปี, นายเฉียบวุฒิ โยธาไพ อายุ 38 ปี, นายมีชัย การุญ อายุ 47 ปี และนายพูลสันต์ การุญ อายุ 53 ปี ทั้งหมดเป็นชาว จ.นครพนม พร้อมกัญชาอัดแท่ง น้ำหนักประมาณ 598 กก. ยางกัญชา น้ำหนักประมาณ 3 กก. รถยนต์ 3 คัน และโทรศัพท์มือถือ 9 เครื่อง จับกุมได้ที่ภายในปั๊มน้ำมัน ต.ศรีสุทโธ อ.บ้านดุง ต่อเนื่องบริเวณสามแยกหนองแม็ก ต.หนองแม็ก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ต่อเนื่องบริเวณจุดกลับรถบนถนนมิตรภาพอุดร-ขอนแก่น ต.สำราญ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ขณะขับรถขนกัญชาจะไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ตอนในและกรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีที่ 3 เมื่อวันที่ 27 เม.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส.จับกุมนายพรชัย บัวแย้ม อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85/1 หมู่ 1 แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ พร้อมยาบ้า 106,000 เม็ด ไอซ์ 200 กรัม ยาเคตามีน 850 กรัม รถเก๋ง 1 คัน และรถจักยานยนต์ 1 คัน หลังสืบทราบว่ามีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดให้กับลูกค้าย่านถนนพุทธมณฑลสาย 1 และพื้นที่ใกล้เคียง สอบสวนนายพรชัยให้การว่ารับจ้างขนยาเสพติด ทำมาแล้ว 3 ครั้ง ได้ค่าจ้างครั้งละ 5 หมื่นบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีที่ 4 เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ตำรวจ กก.2 บก.ปส.1 บช.ปส. ร่วมกันจับกุมนายบุญส่ง กองโตกลาง อายุ 49 ปี และนายวัชระ จันสอง อายุ 25 ปี พร้อมไอซ์ 5,195.6 กรัม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง รถยนต์ 2 คัน จับกุมได้บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.สมหมายกล่าวว่า ปกติจะพบเพียงกัญชาอัดแท่ง แต่ภายหลังพบการเปลี่ยนรูปแบบของกัญชา โดยผ่านกระบวนการเคี่ยวให้เป็นยางกัญชา เพื่อให้ง่ายต่อการลำเลียง และมีมูลค่าที่สูงกว่ากัญชาสดหลายเท่า จากราคากัญชาสดกิโลกรัมละ 1 หมื่นบาท เมื่อแปรรูปเป็นยางกัญชาจะมีมูลค่าสูงกว่ากิโลกรัมละ 5 แสนบาท เนื่องจากต้องใช้ปริมาณกัญชา 100 กิโลกรัม เพื่อเคี่ยวได้ยางกัญชา 1 กิโลกรัม ซึ่งจะมีฤทธิ์รุนแรงกว่ากัญชาสดหลายเท่า และจะทำลายระบบภายในร่างกายจนถึงขั้นเสียชีวิต ทั้งนี้ จากการสืบสวนพบว่ากัญชาล็อตดังกล่าวจะถูกนำส่งไปยังภาคใต้ ก่อนส่งออกไปยังประเทศแถบยุโรปและอเมริกา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8377</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ, นายสมพร กัณหาวงศ์, ปส.แถลงผลงานจับยาเสพติด, ผบช.ปส., ยางกัญชา, ลำแม่น้ำโขง, สำนักงานอัยการสูงสุด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae9c078da83a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7271</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2018 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ยึดยาเสพติดล็อตใหญ่ลำเลียงช่วงสงกรานต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย. 61-พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป) พร้อมด้วย พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ &amp;nbsp;ธีรสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร.,พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ &amp;nbsp;เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลปฏิบัติการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ ซึ่งลำเลียงยาเสพติด โดยอาศัยช่วงเทศกาลสงกรานต์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมพร้อมยึดกองกลางยาเสพติด ประเภท ยาบ้า 171,543 เม็ด, ไอซ์ 254 .96 กก. ,เฮโรอีน 54.60 กก.,กระท่อม 110 กก., ยาอี 742 เม็ด และสามารถยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องการกระทำผิดมูลค่า​​ 11,303,600 บาท รวมประมาณการมูลค่าราคายาเสพติดและทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ กว่า &amp;nbsp;322,118,900 &amp;nbsp; บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7271</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผบช.ปส., พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, ยาบ้า, ยาเสพติด, ยาไอซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad5b55b73406.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4473</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรุป&#039;ชัยยะสยบไพรี61/4&#039;ยึดยาเสพติดของกลางกว่า 300ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มี.ค.61-พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. แถลงผลปฏิบัติการชัยยะสยบไพรี 61/4 ระดมกวาดล้าง ปราบปราม จับกุม นักค้ายาเสพติดรายสำคัญ และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ในห้วงวันที่ 19 ก.พ.&amp;ndash; 7 มี.ค.2561 โดยการปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่ และปฏิบัติการต่อเป้าหมายสำคัญจำนวน &amp;nbsp;91 เป้าหมาย ในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ การจับกุมรวมทั้งสิ้น 29 คดี 42 คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า มีผู้ต้องหาที่สำคัญและน่าสนใจ 3 รายคือ 1.นายฮาร์ปรีท ซิงห์ ผู้ทำหน้าที่ด้านการเงินให้กับกลุ่มเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติรายใหญ่ โดยสามารถจับกุมและตรวจยึดทรัพย์สินได้ ประมาณ 258 ล้านบาท ​2. ด.ต.จิตรภานุ สุวรรณวกุล(ดาบสม) ข้าราชการตำรวจซึ่งมีพฤติการณ์ค้ายาบ้า โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.3 ได้ทำการจับกุม ด.ต.จิตรภานุฯ กับพวก รวม 2 คน พร้อมทำการตรวจยึดทรัพย์สิน ประมาณ 7 ล้านบาท
​3. บก.ปส.3 ได้ ตรวจสอบข้อร้องเรียนกรณี พระมีการมั่วสุมเสพยาเสพติดที่วัดแห่งหนึ่ง จากการตรวจค้นสามารถจับกุมพระ 1 รูป พร้อมของกลางกัญชา 2 ห่อเล็ก ไอซ์จำนวน 2 ห่อเล็ก พร้อมอุปกรณ์การเสพ และตรวจปัสสาวะพบพระที่มีสารเสพติดจำนวน 4 รูป
&amp;nbsp;
รองผบ.ตร.กล่าวว่า สำหรับการตรวจยึดของกลางทั้งหมด &amp;nbsp;ได้แก่ &amp;nbsp;ยาบ้า &amp;nbsp;​2,152,001 &amp;nbsp; ​เม็ด &amp;nbsp;กัญชา &amp;nbsp;​1,590 &amp;nbsp;​กิโลกรัม โคเคน &amp;nbsp;​2.05 &amp;nbsp;​กิโลกรัม &amp;nbsp;ปืน &amp;nbsp; ​2 &amp;nbsp;กระบอก ​กระสุน &amp;nbsp;10 นัด ตรวจยึดทรัพย์สินเพื่อรอการตรวจสอบ
รถยนต์ &amp;nbsp; ​24 &amp;nbsp; ​คัน &amp;nbsp;​มูลค่าประมาณ &amp;nbsp;13,670,000 บาท รถจักรยานยนต์​3​คัน &amp;nbsp;​มูลค่าประมาณ 140,000 &amp;nbsp;บาท
บ้าน/คอนโดมิเนียม​9​หลัง ​มูลค่าประมาณ &amp;nbsp;254,500,000 บาท &amp;nbsp;โฉนดที่ดิน​​4​แปลง ​มูลค่าประมาณ 4,740,000 บาท ทองรูปพรรณ​มูลค่าประมาณ 1,510,000 บาท &amp;nbsp;เงินสด​จำนวน 1,817,110 บาท อื่นๆ​มูลค่าประมาณ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;9,138,188 บาท รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 285,515,298 บาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4473</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยยะสยบไพรี, ตำรวจ, ผบช.ปส., พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข, พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, ยาบ้า, ยาเสพติด ยาบ้า, รองผบ.ตร., เครือข่ายยาบ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9f92d20a3b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
