<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 19:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กกำพร้าพุ่ง1.5 ล้านคนใน 21 ประเทศ  ผลกระทบจาก...โควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การศึกษาใหม่คาดการณ์ว่าเด็ก 1.5 ล้านคนทั่วโลก ต้องประสบกับการเสียชีวิตของพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย หรือผู้ดูแลที่เลี้ยงดูตั้งแต่ยังเล็ก เนื่องจากโควิด-19 และข้อมูลดังกล่าวเป็นการศึกษาของนักวิจัยจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) และมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน (Imperial College London) ซึ่งรวมรวบข้อมูลการตาย และสถิติการเจริญพันธุ์จาก 21 ประเทศ ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 ถึงเมษายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยทีมวิจัยทั้ง2แห่งพบว่ามีเด็กมากกว่า 1 ล้านคน สูญเสียพ่อแม่ 1คนหรือทั้งคู่ และเด็กอีกครึ่งล้านคนสูญเสียผู้ดูแลหรือพี่เลี้ยงตั้งแต่เด็ก ซึ่งในสหรัฐอเมริกาประเทศเดียว มีเด็กมากกว่า 110,000 คน สูญเสียพ่อแม่หรือผู้ดูแล&amp;nbsp; ทั้งนี้นักวิจัยได้ชี้ให้เห็นว่า ควรให้การสนับสนุนและช่วยเหลือย่างเร่งด่วน สำหรับเด็กเหล่านี้ เนื่องจากเป็นเด็กกำพร้า ที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และสวัสดิภาพที่สูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ดร.เซธ แฟลกซ์แมน&amp;rdquo; 1 ในผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัย อิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน (Imperial College London) กล่าวว่า &amp;quot;การระบาดของโควิด-19 ที่ไม่สามารถควบคุมได้ เปลี่ยนแปลงชีวิตเด็ก ให้ถูกทอดทิ้งอย่างกะทันหันและถาวรตลอดไป เพราะเมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ เด็กมีโอกาสน้อยที่จะติดเชื้อโควิด-19 รุนแรงและเสียชีวิตจากโรคนี้ แต่ความเสี่ยงที่ลดลงนี้ ได้ปิดบังผลกระทบร้ายแรงที่การระบาดใหญ่มีต่อเด็ก ประกอบกับจำนวนผู้เสียชีวิต ที่มากกว่า 4 ล้านคนทั่วโลก นั่นจึงทำให้เด็กจำนวนมาก ต้องสูญเสียพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย และผู้ใหญ่ที่สำคัญในชีวิตของพวกเขา เนื่องจากไวรัสโควิด-19&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;กองทุนฉุกเฉินเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ &amp;ldquo;ยูนิเซฟ&amp;rdquo; ระบุว่า &amp;ldquo;เด็กกำพร้าที่เกิดจากการสูญเสียพ่อแม่หนึ่งคนหรือทั้งคู่ อาจทำให้เด็กมีความเสี่ยงสูงด้านสุขภาพ เนื่องจากเด็กกำพร้ามีแนวโน้มที่จะประสบปัญหาสุขภาพจิต ความยากจน ความรุนแรงทางร่างกาย อารมณ์ และทางเพศ พวกเขาอาจมีอาการเรื้อรัง และมีความเสี่ยงสูงต่อเอชไอวี หรือโรคเอดส์และโรคอื่นๆเพิ่มสูงขึ้น&amp;rdquo;ทั้งนี้เด็กที่สูญเสียพี่เลี้ยงหรือคนดูแลที่ไม่ใช่พ่อแม่ เช่น ปู่ย่าตายายหรือญาติคนอื่น ก็มีความเสี่ยงต่อเด็กเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับข้อมูลการวิจัยข้างต้น ที่จัดทำขึ้นโดยกลุ่มวิจัยนักวิทยาศาสตร์จาก CDC หรือสาธารณสุขของอเมริกา และมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน (Imperial College London) รวมถึงมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดในอังกฤษ ได้ถูกตีพิมพ์งานวิจัยไปเมื่อเร็วๆนี้ ในวารสารเกี่ยวกับการเครื่องมือแพทย์เดอะแลนซิต( The Lancet) ทั้งนี้การที่นักวิทยาศาสตร์ได้ประเมินว่า เด็กจำนวนเท่าใดที่กลายเป็นกำพร้านั้น ใช้ข้อมูลการตายจาก 21 ประเทศซึ่งคิดเป็นร้อยละ 77 ของการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้าน &amp;ldquo;ดร.ซูซาน ฮิลส์&amp;rdquo; นักวิจัยของ CDC หรือสาธารณสุขของอเมริกา ระบุว่า &amp;ldquo; ในผู้ใหญ่ทุกๆ 2 คน ที่เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั่วโลก จะมีเด็ก 1 คนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เพื่อเผชิญหน้ากับการตายของพ่อแม่หรือผู้ดูแล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ย้อนกลับไปในวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2564 พบว่ามีเด็ก 1.5 ล้านคนเหล่านี้ ได้กลายเป็นผลพวงอันน่าสลดใจ ที่ถูกมองข้ามไปจากการเสียชีวิต ของผู้คนที่ติดโควิด-19 จำนวน 3 ล้านคนทั่วโลก และจำนวนนี้ จะเพิ่มขึ้นเมื่อการระบาดใหญ่ดำเนินไปเรื่อยๆ และจากการศึกษาข้อมูลใน 21 ประเทศข้างต้น นักวิจัยค้นพบว่าในทุกๆวัน จะมีเด็กที่ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าคิดเป็น 8 คน และเด็กมากกว่า 1 คน ในจำนวนเด็ก 1,000 คนในประเทศดังกล่าว ต้องสูญเสียผู้เลี้ยงดูหรือพี่เลี้ยงตั้งแต่เด็กไป จากโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในประเทศเปรูมีอัตราสูงสุด คือในเด็กจำนวน 1,000 คน ต้องสูญเสียผู้ดูแลเด็กสูงถึง 10 คน ส่วนในแอฟริกาใต้และเม็กซิโกก็มีอัตราที่สูงเช่นกัน ในเด็กจำนวน1,000 คน จะต้องสูญเสียพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูตั้งแต่เล็กอยู่ที่ 3-5 คน ในสหรัฐอเมริกา นักวิจัยคาดการณ์ว่ามีเด็กประมาณ 1.5 คน จากเด็ก 1,000 คนที่ต้อง สูญเสียผู้ปกครองและผู้เลี้ยงดู คิดเป็นเด็กทั้งหมดประมาณ 114,000 คนที่ต้องเป็นเด็กกำพร้าจากเสียชีวิตของผู้ปกครองช่วงโควิด-19 ระบาด การประมาณนี้สอดคล้องกับเอกสาร ของสาธารณสุขอเมริกา หรือ CDC ซึ่งประมาณการว่าเด็กอเมริกันราว 119,000 คน ต้องสูญเสียผู้ปกครอง อันเนื่องจากการติดเชื้อของไวรัสร้าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แม้ว่าอินเดียจะไม่ใช่ 1 ในประเทศ ที่มีอัตราการเสียชีวิตของผู้ปกครอง และผู้ดูแลเด็กสูงสุดโดยรวม แต่นักวิจัยก็พบว่าการเสียชีวิตของคนอินเดีย เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในฤดูใบไม้ผลิปี 2021นั่นจึงทำให้จำนวนเด็กกำพร้าใหม่เพิ่มขึ้น 8.5 เท่า ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเมษายน 2564 เนื่องจากตัวแปรของสายพันธ์เดลต้าที่เพิ่มขึ้นในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นักวิจัยเตือนว่าการค้นพบของพวกเขา อาจประเมินค่าต่ำไป หรืออาจพบว่ามีเด็กกำพร้า จากการที่ผู้ปกครองเสียชีวิต ในกลุ่มของเด็กที่มากกว่า 6 ปีขึ้นไป มีจำนวนสูงมากกว่านี้ และข้อมูลของการประเมินข้างต้น ถือว่าค่อนข้างต่ำไปในกลุ่มของผู้ใหญ่ที่เสียชีวิตด้วยโรคโควิด-19 โดยเฉพาะในประเทศที่ยังมีการตรวจสอบข้อมูลไม่แพร่หลาย &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112440</URL_LINK>
                <HASHTAG>CDC, Imperial College London, กองทุนฉุกเฉินเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ, ดร.ซูซาน ฮิลส์, ดร.เซธ แฟลกซ์แมน, ผลกระทบ, มหาวิทยาลัยอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน, ยูนิเซฟ, ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคกวางโจว, สายพันธุ์เดลต้า, สูญเสียพ่อแม่, เด็กกำพร้าพุ่ง, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610d229de0540.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2020 13:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2020 13:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โควิค-19&#039;ทำชีวิต&#039;กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่&#039;สะดุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกได้ว่ากำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น เพราะตั้งแต่ต้นปีมา ก็เดินสายรับรางวัลเวทีใหญ่จนน่าอิจฉา แถมงานจ้างเล่นคอนเสิร์ตก็มีมาแบบรัวๆ สำหรับ กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ หรือ ณัฐวุฒิ ศรีหมอก แต่พอมาเจอสถานการณ์ของโควิค-19 ที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในตอนนี้ ทำให้ต้องถูกยกเลิกงานไปแล้วกว่า 15 งาน สูญเสียรายได้ไปอย่างน่าเสียดาย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ตอนนี้ด้วยด้วยโควิค-19 ก็ได้อยู่บ้านกันยาวๆ ครับ งานถูกเลื่อนไปหมด เพราะว่าวงการบันเทิงก็เลื่อนกันหมด แล้วก็ทำให้มีเวลาดูแลลูกดูแลเมียมากขึ้น แต่ว่าไปเที่ยว คงไม่ได้ไป อยู่แต่บ้านเลย ในส่วนของผมงานถูกเลื่อนเยอะไหม เยอะครับ ตอนนี้เมษาเลื่อนเกือบหมดแล้ว ว่างยาวๆ ก็อยู่บ้านกันยาวๆ น่าจะมีอัลบั้มใหม่ให้ได้ฟังอีกสักอัลบั้มหนึ่ง &amp;nbsp;กระทบรายได้ไหม แน่นอนกระทบครับ แต่ก็ยังโชคดีที่พอมีเงินเก็บอยู่บ้าง เพราะไม่ได้ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายอะไร แต่ถ้าเป็นแบบนี้ไปอีกสักปีน่าจะตายครับ ตายแน่ๆ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เท่าที่รู้ตอนนี้ผมโดนยกเลิกงานไป 15 งานแล้ว แต่ผมก็เข้าใจนะครับ เพราะสถานการณ์แบบนี้ก็ควรช่วยกันคนละไม้ละมือ แล้วเราทำอาชีพนี้ ก็ต้องเผื่อใจไว้ก่อนแล้วว่ามันไม่มีอะไรแน่นอน วันนี้งานเยอะ พรุ่งนี้อาจจะไม่มีงานเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องการเก็บเงินเก็บทองเป็นเรื่องสำคัญ เราก็เผื่อใจแล้วก็เลยเตรียมตัวไว้เนิ่นๆ แล้ว แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ก็กระทบกับทุกคน ไม่ใช่แค่นักร้องศิลปิน อีเว้นท์ด้วย แล้วอีกอย่างผมว่าสภาพเศรษฐกิจอย่างนี้ ก็คงกระทบไปหมด&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59342</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่, ณัฐวุฒิ ศรีหมอก, นักร้อง, ผลกระทบ, ยกเลิกงาน, โควิค 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e672fac7a59f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49070</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 07:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 07:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประมงสงขลาโอด!สหรัฐหั่นGSPกระทบแน่ ผู้ประกอบการอาจย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.62-นายสุรเดช นิลอุบล นายกสมาคมประมง จ.สงขลา เปิดเผยถึงผลกระทบกรณีสหรัฐอเมริกาตัดสิทธิ GSP ซึ่งอุตสาหกรรมประมงได้รับผลกระทบแน่นอน ทั้งนี้เบื้องต้นในแง่ของประมงภาพรวมจะไม่พูดว่าทำไมถึงถูกตัดสิทธิ แต่การถูกตัดสิทธินั้นย่อมเกิดผลกระทบเกิดขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะประเด็นสำคัญคือการสูญเสียอำนาจ และความสามารถการแข่งขันตลาดโลกรวมถึงสหรัฐฯ ผลที่ตามมา คือผู้ประกอบการโรงงานต่างๆ อาจมีการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่นๆที่ไม่ถูกตัดสิทธิเพื่อทุกคนย่อมต้องแสวงหาต้นทุนที่ถูกลดและให้ความสนใจในขีดความสามารถที่ดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่อุตสาหกรรมประมงของไทยที่เป็นเหมือนต้นน้ำก็ต้องได้รับผลการย้ายฐานด้วย &amp;nbsp;สิ่งแรกที่ต้องเกิดขึ้นคือปัญหากลไกลราคาที่อาจลดลง จนทำให้ไม่สามารถต่อรองเรื่องราคาวัตถุดิบได้ &amp;nbsp;ประกอบกับปัจจุบันมีสินค้าวัตถุดิบจากเพื่อนบ้านเข้ามาด้วยยิ่งทำให้กลไกราคาบิดเบี้ยวไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรเดิช บอกอีกว่า ผู้ประกอบการพยายามปรับตัวมาตลอด แต่จะต้องปรับไปทิศทางไหนต่อในระยะยาว เพราะที่ผ่านมาก็พยายามพลิกการทำงานทุกอย่างเพื่อให้ตลาดโลกยอมรับสินค้าประมงประเทศไทย ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีมาตรการที่ชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่เพื่อให้อุตสาฯประมงต้นน้ำอยู่รอดเพราะไม่เช่นนั้นโรงงานต่างๆก็ต้องลดขนาดไปเรื่อยๆและอาจต้องเลิกกิจการในที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุรเดช นิลอุบล นายกสมาคมประมง จ.สงขลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49070</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประมงสงขลา, ผลกระทบ, ย้ายฐานการผลิต, สหรัฐตัดGSPไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db781640f893.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27237</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2019 19:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2019 19:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็กหญิงป.5 หลั่งน้ำตา!เหตุไฟใต้ทำครอบครัวแตกแยก วอนยุติความรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.62 - นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอหนองจิก จ.ปัตตานี พร้อมด้วยข้าราชการ หน่วยงานองค์กร &amp;nbsp;พลังประชาชน ผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น และนักเรียนนักศึกษา กว่า 500คน แสดงพลังพร้อมประกาศเจตนารมย์ และออกแถลงการณ์ ถือป้ายเรียกร้องยุติความรุนแรง เหตุร้ายทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด จากสถานการณ์รุนแรงที่ปะทุเพิ่มขึ้นอีกในระยะ เกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา ทั้งเหตุคารบอมบ์ กราดยิง บุกถล่มโรงพักตำรวจ ฆ่าผู้นำศาสนา และ พระ ซึ่งได้สร้างความหวาดกลัว ทำให้เกิดความหวาดระแวง เกิดผลกระทบต่อ ชีวิตและทรัพยสิน ของประชาชน มาตลอดระยะเวลา มากว่า 13 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอก เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเหตการณ์ ความรุนแรง ที่ผ่านมา เกิดรุนแรงมากขึ้นอีก ทำให้เกิดความเดือดร้อน และผลกระทบต่อประชาชนอย่างมากวันนี้เรามารวมตัวทุกกลุ่มในนาม &amp;quot;คนหนองจิกรักสันติ&amp;quot;ประชาชนต้องการแสดงออก ได้ออกมารวมตัวกันแสดงพลังและขอเรียกร้องแสดงจุดยืน ขอให้ยุติความรุนแรง ให้คืนความสงบเกิดสันติสุข คืนกลับมาในพื้นที่ ให้เร็วที่สุด ไม่อยากให้เกิดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพยสินของประชาชน &amp;nbsp;ทั้งทำลายระบบเศรษฐกิจ และภาพลักษณ์ ผู้บริสุทธิ์ที่ไม่เกี่ยวข้องต้องมารับกรรม อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ เด็กหญิงญาสุมินทร์ มูน๊ะ นักเรียนชั้น ป.5 รร.บ้านดอนรัก กล่าวทั้งน้ำตา ว่า ผลกระทบเกิดกับชีวิตของหนู จากเหตการณ์รุนแรง มีระเบิดมียิงมีเหตุปะทะใกล้บ้านหนูหลายครั้ง สร้างความหวาดกลัวให้แม่ เพราะแม่เป็นคนต่างจังหวัด กลัวจนต้องย้ายออกไปจากพื้นที่ พ่อแม่ต้องเลิกกัน ทำให้ครอบครัวต้องแตกแยก หนูไม่เกี่ยวข้อง ตอนนี้ชีวิตหนูต้องลำบาก กลายเป็นเด็กที่ครอบครัวต้องระหกระเหิน ใครจะรับผิดชอบ เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ อยากจะบอกให้ เลิกก่อเหตุรุนแรงเลิกความขัดแย้งกันได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะที่ ดญ.ญาสุมินทร์ พูดด้วยน้ำตานั้น ทำให้หลายคนที่มาร่วมแสดงพลังต่างสงสารและเหตุใจพร้อมกับมีน้ำตาสงสารเด็กหญิงคนนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27237</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลกระทบ, ยุติความรุนแรง, หนองจิก-ปัตตานี, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190122/image_big_5c470a6272339.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2018 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2018 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมเยียวยาเกษตรกร3ตำบลหลังเสียสละรับน้ำจากถ้ำหลวงจนท่วมพื้นที่การเกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ค.61- นายสุขชัย เจรียงประเสริฐ เกษตรจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พบว่ามีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลศรีเมืองชุม โป่งผา และ ตำบลบ้านด้าย มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสม และปริมาณน้ำที่สูบออกลงลำรางสาธารณะ จำนวน 1,397 ไร่ เกษตรกร 101 ราย คิดเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบประมาณร้อยละ 8.39 เมื่อเทียบกับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรในฤดูกาลผลิต ปี 60/61 ในพื้นที่ 3 ตำบล &amp;nbsp;16,646 ไร่ 907 ครัวเรือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการช่วยเหลือจะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายอีกครั้ง ซึ่งข้าวสามารถทนน้ำท่วมสูงได้ ประมาณ 10-15 วัน หากพบต้นข้าวเสียหาย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย จะประกาศเขตภัยพิบัติ และเกษตรกรจะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยา ไร่ละ 1,113 บาท รวมไม่เกินรายละ 30 ไร่ ตามระเบียบกระทรวงการคลัง อย่างไรก็ตาม เกษตรกรทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบ ยินดีเป็นพื้นที่รับน้ำ ขอเพียงให้สามารถช่วยเหลือน้องๆ ทีมหมูป่าอะคาเดมี ทั้ง 13 ชีวิตได้โดยเร็ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12633</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 ตำบล, นายสุขชัย เจรียงประเสริฐ, น้ำท่วมพื้นที่การเกษตร, ประกาศเขตภัยพิบัติ, ผลกระทบ, เกษตรจังหวัดเชียงราย, เงินเยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180703/image_big_5b3ade2e0e8a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นัดถกอีกรอบบ้านพักศาล! ผู้ตรวจฯขยับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; โยนปัญหาหาบ้านพักศาลเกิดมาก่อนรัฐบาลนี้ ชี้ทุบทิ้งง่ายแต่ต้องมีคนรับผิดชอบงบประมาณที่เสียไป &amp;ldquo;ผบ.ทบ.&amp;rdquo; สั่ง มทภ.3 ถกร่วมผู้ว่าฯ เชียงใหม่หารือใช้ประโยชน์บ้านพัก 45 หลังอย่างไร คาด 29 เม.ย.รู้แน่ ผู้ตรวจการแผ่นดินมาแรง ยกพระบรมราโชวาทรัชกาลที่ 9 กฎหมายต้องขยายถึงศีลธรรม-จรรยา&amp;nbsp;
เมื่อวันอังคาร ยังคงมีความเคลื่อนไหวในปัญหาการก่อสร้างอาคารศาลอุทธรณ์ภาค 5 และที่พักข้าราชการตุลาการบริเวณเชิงดอยสุเทพ ใกล้กับเขตอุทยานแห่งชาติสุเทพ-ปุยใน ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ &amp;nbsp;(คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าได้สอบถามข้อมูลรายละเอียด พบว่าเป็นพื้นที่ที่ได้รับการอนุมัติมาก่อนหน้าที่รัฐบาลนี้จะเข้ามา โดยมีพื้นที่ 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นการจัดตั้งสำนักงานศาลยุติธรรม ส่วนที่สองเป็นการก่อสร้างสถานที่พัก ซึ่งมีปัญหาอยู่ เนื่องจากประชาชนไม่เห็นด้วย และพื้นที่ส่วนที่สาม ซึ่งในส่วนนี้ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ถึงจะมีการขออนุญาตมาแล้วก็ตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ย้ำว่า โครงการนี้เกิดมาก่อนหน้าที่รัฐบาลเข้ามา แต่รัฐบาลก็ต้องแก้ไขให้เกิดความชัดเจน ให้เป็นไปตามกฎหมาย และตามที่ประชาชนต้องการ ซึ่งก็เสียดาย เพราะที่ผ่านมามีการก่อสร้างเป็นไปตามลำดับ เป็นไปตามขั้นตอนทุกอย่าง มีสัญญา จะไปรื้อทั้งหมดคงลำบาก ซึ่งรัฐบาลได้ให้ คสช.และกองทัพภาคที่ 3 กระทรวงมหาดไทย ไปทำความเข้าใจกับกลุ่มที่คัดค้านว่าจะทำอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยอมรับว่า ในส่วนสำนักงานศาลยุติธรรม จากการหารือขั้นต้น คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ในส่วนปัญหาของที่พัก ก็ต้องมาดู เพราะมีการอนุมัติงบประมาณของรัฐไปแล้วจนใกล้จะเสร็จแล้ว ซึ่งมีสัญญาระหว่างรัฐและผู้รับเหมา ก็มีโอกาสฟ้องร้องกันตรงนี้ ก็ต้องไปดูว่าจะแก้ไขกันอย่างไร แต่มีหลายคนเสนอให้ทุบทิ้ง แล้วงบประมาณที่ใช้ไปตรงนี้จะทำอย่างไร งบประมาณภาครัฐไม่ใช่ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ จะต้องมีคนรับผิดชอบ เรื่องนี้นานแล้ว ต้องไปดูว่าจะนำไปใช้ในด้านอื่นได้หรือไม่ หรือให้ประชาชนนำไปใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ เพราะศาลคงใช้ไม่ได้แล้ว เนื่องจากประชาชนออกมาประท้วง&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เรื่องนี้ขออย่าเอาไปเกี่ยวพันกับการรื้อรีสอร์ตของภาคเอกชน เป็นคนละเรื่อง เรื่องนั้นทำผิดกฎหมายโดยชัดเจน ก็ต้องดำเนินคดี ส่วนการก่อสร้างบ้านพักตุลาการ เป็นงบของราชการที่อนุมัติงบประมาณโดยรัฐบาลที่ผ่านมา เรื่องจะผิดจะถูกไปว่ากันอีกครั้ง ต้องมีกระบวนการสอบสวนกันต่อไป ใครเกี่ยวข้องบ้าง ขอให้ใจเย็น อย่ามาเดินขบวนกันอีกเลย คุยกันให้รู้เรื่องว่าจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไรดีกว่า ถ้าทุบทิ้งทำง่าย แต่ต้องมีคนรับผิดชอบงบประมาณตรงนี้&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ปฏิเสธเรื่องนี้ว่า ยังไม่ทราบเรื่อง เนื่องจากไม่ได้ไปร่วมประชุมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และเลขาธิการ คสช. กล่าวว่า พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 ได้ประชุมเสวนาในพื้นที่เมื่อวันที่ 9 เม.ย.กับผู้ไม่เห็นด้วย ซึ่งได้ข้อสรุปว่าเขาต้องการให้รื้อบ้านพัก 45 หลังที่อยู่บริเวณด้านบนในพื้นที่ 47 ไร่ ส่วนอาคารสำนักงานศาลและอาคารที่พักไม่ติดใจ ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 3 และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่จะตั้งคณะกรรมการไปตรวจสอบรายละเอียดว่ามีความจำเป็นต้องรื้อในส่วนใดบ้าง และรายงานให้รับทราบในวันที่ 29 เม.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวต่อว่า ส่วนของศาลนั้น สำนักงานเลขานุการศาลยุติธรรมได้ทำหนังสือเสนอมาที่รัฐบาล โดยมีแนวทางเป็นเรื่องของรายละเอียดทางศาล ซึ่งต้องนำทุกส่วนมาบูรณาการแก้ไขปัญหาเพื่อหาทางออกร่วมกัน ทั้งนี้ ได้รับคำสั่งจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่รับผิดชอบดูแลเรื่องนี้ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป แต่แนวทางเบื้องต้นคือไม่ให้มีผลกระทบกับผู้ประกอบการ โดยควรให้ดำเนินการให้ได้ข้อยุติเสร็จสิ้นภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า ส่วนพื้นที่ที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องคิดว่าจะดำเนินการอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในพื้นที่มากที่สุด คิดว่าศาลจะเข้าใจในประเด็นนี้ &amp;nbsp;
ผบ.ทบ.กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นใครจะรับผิดชอบต่อการดำเนินการก่อสร้างบ้านจำนวน 45 หลังนั้น เพราะมีบางกระแสให้ข้อคิดเห็นว่าควรทุบทิ้ง แต่ในแง่กฎหมายคือเงินกว่า 300 ล้านบาทที่สร้างบ้านพัก และมีการทุบทิ้ง ใครจะรับผิดชอบ เพราะจะเป็นการเสียประโยชน์ไปโดยเปล่าประโยชน์หรือไม่ หรือเราควรใช้พื้นที่ดังกล่าวใช้เป็นประโยชน์ในภาพรวมของ จ.เชียงใหม่ เช่น การสร้างศูนย์เรียนรู้ เป็นต้น และต้องปรับภูมิทัศน์ให้สอดรับกับพื้นที่ ซึ่งต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง และต้องมีหน่วยงานที่รับผิดชอบชัดเจน โดยทั้งหมดต้องผ่านกระบวนการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และคิดว่าศาลคงไม่มีปัญหา โดยจะเสนอ พล.อ.ประวิตรอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การทุบทิ้งเป็นสิ่งที่ง่าย แต่จะมีผลกระทบตามมา เพราะการทำให้ภูมิประเทศกลับมาเหมือนเดิมยาก และใช้เวลา แต่จะทำอย่างไรไม่ให้ทรัพยากรธรรมชาติเสียหายไป และให้เป็นความรับผิดชอบของคนเชียงใหม่ว่าจะปรับให้พื้นที่เป็นอย่างไร แม่ทัพภาคที่ 3 ต้องไปคุยกับผู้ว่าฯ เพื่อหาข้อสรุปให้ได้ดีที่สุด และผมคิดว่าขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้มาตรา 44 แก้ไขปัญหา&amp;rdquo; พล.อ.เฉลิมชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวถึงเหตุผลศาลไม่ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมเมื่อวันที่ 9 เม.ย.ว่า นายสวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้พิจารณาเห็นแล้วว่าทางศาลอุทธรณ์ภาค 5 นั้นไม่มีอำนาจตัดสินใจใดๆ ในเรื่องดังกล่าวนี้ได้ จึงไม่อาจส่งบุคคลใดเข้าร่วมตามคำเชิญได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน &amp;nbsp; กล่าวว่า หากมีผู้ร้องมาที่ผู้ตรวจฯ ก็พร้อมพิจารณา แต่เบื้องต้นผู้ตรวจฯ ก็ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว และเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามแก้ไขปัญหาอยู่ ซึ่งส่วนตัวมองว่าปัญหาของผู้เป็นเจ้าของพื้นที่เขาก็ห่วงเรื่องป่า แต่ศาลยุติธรรมก็ได้ที่ดินมาโดยชอบ และโครงการก็เดินหน้ามาค่อนข้างไกล จะยกเลิกเลยศาลก็ไม่มีอำนาจ เพราะถ้ายกเลิกก็ต้องมีเรื่องความรับผิดชอบของงบประมาณที่เสียไป เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว &amp;nbsp;จึงคิดว่าป่ากับคนต้องอยู่กันให้ได้ โดยให้ยึดพระบรมราโชวาทในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ว่า กฎหมายมันไม่ใช่ตัวความยุติธรรม เป็นแต่เพียงเครื่องมืออย่างหนึ่ง สำหรับใช้ในการรักษาและอำนวยความยุติธรรมเท่านั้น การใช้กฎหมายจึงต้องมุ่งหมายใช้เพื่อรักษาความยุติธรรม ไม่ใช่เพื่อรักษาตัวบทของกฎหมายเอง และการรักษาความยุติธรรมในแผ่นดินก็มิได้มีวงแคบอยู่เพียงแค่ขอบเขตของกฎหมาย หากต้องขยายออกไปให้ถึงศีลธรรม จรรยา ตลอดจนเหตุและผลตามความเป็นจริงด้วย &amp;nbsp;
&amp;ldquo;หากจะมีผู้ร้องมาที่ผู้ตรวจฯ ซึ่งก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนที่ใช้พื้นที่ป่านั้น แต่อาจเป็นผู้ที่พบเห็นปัญหาความเดือดร้อน ก็สามารถร้องเรียนได้ ซึ่งผู้ตรวจฯก็มีหน้าที่ให้คำแนะนำกับ ครม.อยู่แล้ว ซึ่งการให้คำแนะนำก็ครอบคลุมไปถึงเรื่องของการรักษาป่าไม้อยู่แล้ว&amp;rdquo;พล.อ.วิทวัสกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6894</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรัพยากรธรรมชาติเสียหาย, ที่พักข้าราชการตุลาการบริเวณเชิงดอยสุเทพ, บ้านพักศาล, ปัญหาความเดือดร้อน, ผลกระทบ, พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทยานแห่งชาติสุเทพ, โยนปัญหา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5accc715c8671.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
