<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2019 10:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2019 10:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“คลัง” ลั่นปีนี้ไม่ควรขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.2562 &amp;nbsp;นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเป็นห่วงผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมากมานานแล้ว แต่เรื่องนี้คงต้องขึ้นอยู่กับการกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ขณะที่กระทรวงการคลังคงจะไม่เข้าไปก้าวก่ายมากนัก โดยมองว่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีเม็ดเงินไหลเข้ามาลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปี 2562 ก็น่าจะเป็นส่วนในการพยุงเศรษฐกิจสหรัฐไม่ให้ได้รับผลกระทบมาก ซึ่งจะส่งผลดีต่อการค้าระหว่างประเทศที่จะทำให้สินค้าที่ส่งออกจากไทยยังสามารถเข้าไปจำหน่ายในสหรัฐได้โดยไม่มีอุปสรรคมาก ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ระดับ 1.75% นั้นน่าจะยังอยู่ในระดับที่ช่วยเอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยได้ และเชื่อว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยไว้จนถึงสิ้นปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ถ้าถามกระทรวงการคลัง มองว่า ดอกเบี้ยนโยบายปีนี้ ไม่ควรขึ้น กระทรวงการคลังส่งสัญญาณชัดว่าควรจะคงอยู่ในระดับนี้ เพราะเศรษฐกิจบ้านเรา คนที่ลำบากมีเยอะ พวกรากหญ้ายังลำบากกันเยอะ ถ้าขึ้นดอกเบี้ย สินเชื่อบ้านจะกระทบไหม ถ้าขึ้นดอกเบี้ย ก็มีความเสี่ยงทำให้คุณภาพหนี้เสียเพิ่ม ช่องว่างระหว่างดอกเบี้ยเงินฝากกับดอกเบี้ยเงินกู้ก็ไม่ลด เชื่อว่า กนง.เข้าใจว่าควรจะช่วยประคองเอสเอ็มอีหรือธุรกิจในระดับล่าง ๆ ไว้อย่างไร&amp;quot; นายประสงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสงค์ กล่าวอีกว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2562 คาดว่าจะขยายตัวได้ในระดับ 4% เช่นเดียวกับที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้คาดการณ์ไว้ โดยมองว่าปัจจัยสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในปีนี้มาจากหลายส่วนประกอบกัน เช่น เม็ดเงินที่สะพัดลงสู่ท้องถิ่นต่าง ๆ จากกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการหาเสียงเลือกตั้ง, ความพยายามของภาครัฐในการกระตุ้นการใช้จ่ายงบลงทุนทั้งรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานภาครัฐให้เพิ่มขึ้นจากปีงบ 2561, การมี พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ) ฉบับใหม่ที่จะสนับสนุนให้เกิดการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น รถไฟรางคู่ เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29966</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประสงค์ พูนธเนศ, ผลกระทบจากเงินบาท, ยังไม่ควรขึ้นดอกเบี้ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b2a4faccffe4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
