<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112777</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม.เปิดช่องทางออนไลน์ให้ ปชช. เดือดร้อนจากโควิดยื่นขอรับเงินช่วยเหลือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 ส.ค. 2564 เพจไทยคู่ฟ้า โพสต์ข้อความว่า &amp;nbsp;พม. เปิดช่องทางออนไลน์ให้ ปชช. ยื่นขอรับเงินช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พม. เปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีรายได้ไม่เพียงพอ ไม่มีงานทำ มีหนี้สิน และประสบปัญหาความเดือดร้อน สามารถยื่นขอรับเงินช่วยเหลือผ่านช่องทางออนไลน์ได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนผู้ประสบความเดือดร้อน สามารถเข้าไปกรอกข้อมูล เพื่อ &amp;quot;ยื่นคำขอรับบริการ&amp;quot; ด้วยการ สแกน QR Code หรือ คลิกที่ http://www.dsdwservice.dsdw.go.th/Petitions/Petition&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขั้นตอนการให้ความช่วยเหลือนั้น จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามกระบวนการทางสังคมสงเคราะห์ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริง ตามที่ประชาชนได้ให้ไว้ในระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112777</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลกระทบโควิด, พม, ยื่นขอรับเงินช่วยเหลือ, เงินช่วยเหลือจากรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_6111dd6845d2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผุด‘ทีมเรามีเรา’ เร่งฟื้นฟูเยียวยา ชงเข้าครม.พุธนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ ถกทีมเศรษฐกิจช่วยผู้ได้รับผลกระทบโควิด -19 ระลอกใหม่ หลังรัฐยกระดับมาตรการเข้ม เร่งทีม ศก.ออกมาตรการฟื้นฟู-เยียวยาประชาชน เสนอเข้า ครม.พุธนี้ทันที ย้ำดูแลกลุ่มเปราะบางรวมทั้งผู้มีรายได้น้อย พร้อมตั้ง &amp;quot;ทีมเรามีเรา&amp;rdquo;&amp;nbsp; ช่วยเหลือผู้พิการที่ติดเชื้อโควิดทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เรียกประชุมทีมเศรษฐกิจ อาทิ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายทศพร ศิริสัมพันธ์ ที่ปรึกษานายกฯ, นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง, นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารทหารไทย, นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เข้าร่วมหารือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เป็นการหารือถึงแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การประเมินผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ และการพิจารณาช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการ ลูกจ้าง และประชาชนที่ได้รับกระทบจากการยกระดับมาตรการป้องกันโควิด-19 ของรัฐ เช่น จากคำสั่งปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ และสถานประกอบการอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้พิจารณาถึงความคืบหน้าของมาตรการต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ทั้งในส่วนของมาตรการด้านการเงิน ผ่านการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด และการออก พ.ร.ก.ด้านการเงินต่างๆ ที่ดำเนินการอยู่ รวมถึงมาตรการด้านภาษี ทั้งการลดภาษีและการขยายกำหนดเวลาต่างๆ อีกทั้งมาตรการด้านการคลังผ่านโครงการเยียวยา และมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อต่างๆ ซึ่งมีทั้งโครงการที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว เช่น โครงการคนละครึ่งระยะที่ 1-2 โครงการเพิ่มกำลังซื้อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการที่ยังดำเนินการอยู่ เช่น โครงการเราชนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การระบาดของโรคโควิดในรอบล่าสุดนี้ ได้กระจายไปทั่วประเทศ และมีผลกระทบในวงกว้างกว่ารอบที่ผ่านมา จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณามาตรการที่เหมาะสมเพิ่มเติม เพื่อดูแลและเยียวยาประชาชนอย่างเร่งด่วน และฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเร็ว โดยจะพิจารณามาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที อาทิ มาตรการด้านการเงิน มาตรการด้านสินเชื่อ มาตรการพักชำระหนี้ รวมถึงมาตรการลดค่าใช้จ่ายของประชาชน มาตรการการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ และมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำในที่ประชุมเรื่องความจำเป็นที่ต้องพิจารณามาตรการที่จะออกมาใหม่ในรอบนี้ ด้วยความรวดเร็วและด้วยความรอบคอบ โดยมาตรการใดที่สามารถดำเนินการได้ทันที นายกฯ ได้ขอให้หน่วยงานต้นสังกัดนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาในครั้งหน้า ที่จะมีการประชุมในวันพุธที่ 5 พ.ค.64 นี้ได้เลย&amp;quot; นายอนุชากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีห่วงใยประชาชนทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคโควิด-19 รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมให้ความช่วยเหลือ ดูแลผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม โดยทุกหน่วยงานทยอยออกมาตรการเพื่อดูแลประชาชนในส่วนการรับผิดชอบแล้ว และจะมีการออกมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องเพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกฯ กล่าวว่า ในส่วนของมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ออกตรวจตราราคาสินค้าและบริการ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาเอาเปรียบผู้บริโภค กำชับให้มีการปิดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน และบางสินค้าหากจะมีการขึ้นราคา ต้องขออนุญาตที่กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งในขณะนี้ยังไม่อนุญาตให้มีการปรับขึ้นราคาใดๆ ทั้งสิ้น กระทรวงพาณิชย์มีคำสั่งให้ควบคุมอัตราค่าบริการในส่วนของธุรกิจจัดส่งสินค้ามากเป็นพิเศษ เนื่องจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศใช้บริการสั่งสินค้า สั่งอาหารแบบส่งถึงบ้าน (Delivery) มากขึ้น จึงต้องกำกับดูแลอัตราค่าขนส่งเพื่อไม่ให้เป็นภาระกับพี่น้องประชาชน เพื่อสนับสนุนให้พี่น้องประชาชนทำงานที่บ้าน WFH และอยู่กับบ้าน เว้นระยะห่างทางสังคมเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางทั้งเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ คนไร้ที่พึ่ง คนไร้บ้าน และผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด พร้อมตั้งคณะทำงานช่วยเหลือผู้พิการที่ติดเชื้อโควิดเป็นการเฉพาะ ทั้งในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด ภายใต้ &amp;ldquo;ทีมเรามีเรา&amp;rdquo; ซึ่งจะดำเนินการตั้งแต่ 1.มอนิเตอร์ ติดตามว่ามีคนพิการที่โพสต์/โทร.ขอความช่วยเหลือหรือไม่ คัดกรอง ประสานเครือข่ายเพื่อให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลทั้งโรงพยาบาลหรือ รพ.สนาม และประเมินและติดตามผลการช่วยเหลือ โดยผู้พิการสามารถโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือมายังสายด่วน 1300 ครอบคลุม 76 จังหวัดทั่วประเทศ และสายด่วน 1479 ตั้งแต่ขณะนี้เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แนวทางการดำเนินนโยบายของรัฐบาลที่พยายามดูแลผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่ม ส่วนมาตรการดูแลผู้ประกอบการร้านอาหาร และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง อยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะมีมาตรการให้การช่วยเหลือออกมาเร็วๆ นี้&amp;quot; น.ส.รัชดากล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101665</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ทีมเรามีเรา, ทีมเศรษฐกิจ, ผลกระทบโควิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608ffdd3e8c44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2021 13:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2021 13:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขรก.-ลูกจ้างกทม. 9 หมื่นคนเฮ รับโบนัสสู้ภัยโควิดคนละ 12,000 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.64 - นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตามที่ตนได้ทำหนังสือเมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมาถึงพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เร่งพิจารณาให้กรุงเทพมหานครจัดสรรงบประมาณ เพื่อเป็นเงินรางวัลและเงินช่วยเหลือจำนวน 1,050 ล้านบาทให้กับข้าราชการและลูกจ้างกรุงเทพมหานคร ที่มีประมาณ 90,000 คนได้มีขวัญกำลังใจในการทำงานต่อสู้กับภัยพิบัติโควิด-19 ขณะนี้ได้รับหนังสือตอบจากกรุงเทพมหานคร ลงวันที่ 31 มีนาคม 2564 ลงนามโดยนางวัลยา วัฒนรัตน์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ปฏิบัติราชการแทนปลัดกรุงเทพมหานคร แจ้งว่าเงินรางวัลประจำปีหรือค่าตอบแทนพิเศษในกรณีที่เกิดสาธารณภัยในเขตกรุงเทพมหานคร มิใช่เงินที่ต้องได้ตามสิทธิที่เกิดจากความเป็นข้าราชการและลูกจ้างของกรุงเทพมหานคร แต่เป็นการจ่ายรางวัลจากผลการปฏิบัติงาน หรือเป็นเงินช่วยเหลือกรณีเกิดสาธารณภัย อันมีลักษณะเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานแก่ข้าราชการและบุคลากรกรุงเทพมหานครที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ โควิด - 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งต้องปฏิบัติงานดูแลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งในด้านการแพทย์และการรักษาพยาบาล การจัดทำบริการสาธารณะ และด้านอื่นๆ ด้วยความวิริยะอุตสาหะ กรุงเทพมหานครจึงพิจารณาจ่ายค่าตอบแทนพิเศษในกรณีที่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด- 19 ให้แก่ข้าราชการ และบุคลากรกรุงเทพมหานครอย่างทั่วถึงทุกคนได้รับเป็นเงินสดคนละ 12,000 บาทในอัตราเดียวกันทั้งข้าราชการและบุคลากรกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายวัชระ บอกว่าได้รับคำยืนยันจากข้าราชการ กทม.ว่า ได้รับเงินดังกล่าวแล้วตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา จึงต้องขอขอบคุณพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ดูแลผู้ใตับังคับบัญชาเป็นอย่างดี และหากมีภัยในลักษณะเดียวกันนี้อีกก็ควรตั้งงบประมาณรายจ่ายในปีงบประมาณหน้าไว้ด้วยเพราะคนงานลูกจ้างประจำและข้าราชการครูกทม.ทำงานหนักมาก น่าเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง เห็นพลเอกอนุพงษ์เงียบๆไม่ค่อยพูดจาแต่มีผลงานแบบนี้ก็สามารถเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98191</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลกระทบโควิด, วัชระ เพชรทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210403/image_big_6068083b31db1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74478</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2020 22:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2020 21:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศรษฐกิจมาเลเซียหดตัวมากสุดในรอบกว่า 20 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผลพวงจากการพังครืนของการค้าโลกและมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งให้เศรษฐกิจของมาเลเซียไตรมาสที่ 2 หดตัวมากที่สุดในรอบเกินกว่า 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากธนาคารกลางของมาเลเซียเมื่อวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม ระบุว่า เศรษฐกิจมาเลเซียไตรมาสที่ 2 ระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน หดตัว 17.1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว เป็นการหดตัวครั้งแรกนับแต่เกิดวิกฤติการเงินโลกปี 2552 และเป็นการหดตัวมากที่สุดนับตั้งแต่วิกฤติการเงินเอเชียหรือวิกฤติต้มยำกุ้ง 11 ปีก่อนหน้านั้น ทำให้มาเลเซียมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า ตัวเลขที่ออกมาแย่กว่าที่ผลสำรวจของบลูมเบิร์กนิวส์คาดการณ์ไว้ที่ 10.9% ทั้งที่มีการลดอัตราดอกเบี้ยลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์แล้ว และหากเทียบไตรมาสต่อไตรมาส เศรษฐกิจมาเลเซียไตรมาส 2 หดตัวจากไตรมาสแรก 16.5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัน ซูไฮมี ไซดี นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารเพื่อการลงทุนเคนันกา เตือนว่า เศรษฐกิจที่พึ่งพาการค้าของมาเลเซียกำลังมุ่งหน้าสู่ภาวะถดถอย เพราะไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวอย่างเต็มที่ทั้งด้านอุปสงค์และการดำเนินธุรกิจ เขาคาดคะเนไว้ด้วยว่า เศรษฐกิจมาเลเซียปีนี้จะหดตัว 4-6% ซึ่งมากกว่าที่ธนาคารกลางมาเลเซียประเมินไว้ว่าจะอยู่ที่ 3.5-5.5%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนอร์ ชัมไซอาห์ โมหะหมัด ยูนุส ผู้ว่าการธนาคารกลางเนการาแห่งมาเลเซีย กล่าวว่า เศรษฐกิจมาเลเซียไตรมาสปัจจุบันหรือครึ่งปีหลัง มีแนวโน้มของการฟื้นตัว เนื่องจากมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคระบาดลงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธนาคารกลางกล่าวว่า ตัวเลขหดตัวของไตรมาส 2 สะท้อนผลกระทบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งในมาเลเซียและทั่วโลก ซึ่งบังคับใช้อย่างเข้มงวดตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการเหล่านี้ซึ่งรวมถึงการชัตดาวน์ธุรกิจ และกักประชาชนไว้กับบ้าน ส่งผลสะเทือนต่ออุปสงค์และอุปทาน มาตรการควบคุมพรมแดนของประเทศต่างๆ ทั่วโลกยังกระทบต่อการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายได้หลักของมาเลเซียด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลเซียมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาค่อนข้างน้อย แค่ราว 9,000 รายเศษเท่านั้น และเสียชีวิต 125 ราย แต่การล็อกดาวน์ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจมากที่สุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74478</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารกลางเนการา, ผลกระทบโควิด, มาเลเซีย, เศรษฐกิจหดตัว, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f36a0f544f17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2020 20:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2020 20:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิษโควิด อังกฤษเศรษฐกิจถดถอยครั้งแรกรอบ11ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้สหราชอาณาจักรใช้มาตรการล็อกดาวน์ส่งให้เศรษฐกิจของอังกฤษเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิคครั้งแรกในรอบ 11 ปี หลังจีดีพีไตรมาส 2 หดตัวมากเป็นสถิติถึง 20.4%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (โอเอ็นเอส) ของอังกฤษเมื่อวันพุธที่ 12 สิงหาคม 2563 ระบุว่า ชัดเจนแล้วว่าสหราชอาณาจักรอยู่ในภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า อังกฤษเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างเป็นทางการในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ หลังจากจีดีพีหดตัวติดต่อกัน 2 ไตรมาส โดยไตรมาสแรกหดตัว 2.2% และเป็นภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งแรกนับแต่เกิดวิกฤติการเงินโลกเมื่อปี 2551&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอเอ็นเอสกล่าวว่า การหดตัวของเศรษฐกิจ 6 เดือนแรกของปี 2563 เป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าของสเปนซึ่งอยู่ที่ 22.7% แต่มากกว่าการหดตัวของสหรัฐเกินเท่าตัว โดยเศรษฐกิจสหรัฐหดตัว 10.6%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจัยที่ทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจของอังกฤษไตรมาสที่ 2 หดตัวมากเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกนั้น เป็นเพราะผลผลิตของเดือนเมษายนลดลงถึง 20% ซึ่งเป็นการลดลงของผลผลิตรายเดือนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ที่สะท้อนให้เห็นผลผลิตที่ลดลงอย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมภาคบริการ, การผลิตและการก่อสร้าง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74249</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลกระทบโควิด, อังกฤษ, เศรษฐกิจถดถอย, เศรษฐกิจหดตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200812/image_big_5f33f0bce16c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
