<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2021 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2021 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> รัฐบาลเดินหน้าดูแล&#039;สังคมสูงอายุ&#039;ส่งเสริมให้คนไทยออมเงินทุกช่วงวัย มีใช้ยามชรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 เม.ย.64 - น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เนื่องในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ (13 เม.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา​ นายกรัฐมนตรี ได้ส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังผู้สูงอายุ ครอบครัวพี่น้องชาวไทย รวมถึงผู้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานด้านกิจการผู้สูงอายุ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยหวังให้คนไทยตื่นตัวเรื่องสังคมสูงอายุให้มากเพราะเกี่ยวข้องกับคนทุกคน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลจึงได้กำหนดให้ &amp;ldquo;สังคมสูงอายุ&amp;rdquo;เป็นวาระแห่งชาติ และได้สานต่อแผนปฏิบัติการด้านผู้สูงอายุ (พ.ศ.2545-2565) เพื่อสร้างความพร้อมสังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ที่คาดการณ์ปี 2564 จะมีประชากรไทย อายุ 60 ปีขึ้นไปในสัดส่วนร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด และตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป จะมีคนไทยอายุถึง 60 ปี ปีละล้านคน รวมถึงในปี 2576 สัดส่วนผู้สูงอายุที่อายุ 60 ปีขึ้นไปจะเพิ่มสูงถึงร้อยละ 28 เข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการผู้สูงอายุ รัฐบาลกำหนดให้ครอบคลุมทั้งกลุ่มก่อนวัยสูงอายุ (25-59 ปี) และผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ในส่วนกลุ่มก่อนวัยสูงอายุ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการออม การสร้างทัศนคติไม่มองผู้สูงอายุเป็นภาระ การให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการดูแลผู้สูงอายุ และการปรับสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับสภาพผู้สูงอายุ ส่วนการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้สูงอายุ จะเน้นการเสริมทักษะการทำงานใหม่ การสร้างแรงจูงใจให้นายจ้างที่จ้างผู้สูงอายุ การสร้างงานผู้สูงอายุที่เป็นแรงงานนอกระบบ สนับสนุนเงินทุนกู้ยืมเพื่อประกอบอาชีพผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ในด้านสุขภาพ รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาระบบการให้บริการสาธารณสุขให้ผู้สูงอายุได้รับการตรวจ ป้องกัน และดูแลสุขภาพในระยะยาวที่บ้านและในชุมชนตามระดับความจำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวว่า นอกจากจำนวนประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น จากข้อมูลการรายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ยังพบว่าคนไทยมีอายุยืนขึ้น และผู้หญิงอายุยืนกว่าผู้ชาย ในปี 2563 ผู้หญิงมีอายุเฉลี่ย 80.4 ปี ผู้ชายมีอายุเฉลี่ย 73.2 ปี และในปี 2583 อายุเฉลี่ยทั้งเพศหญิงและชายอาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 83.2 ปี และ 76.8 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น เพื่อเชิญชวนให้คนไทยออมเงินจะได้มีใช้ในวัยเกษียณ ด้วยการเริ่มต้นการออมขณะที่อายุยังน้อย โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ เช่น เกษตรกร รับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; พ่อค้าแม่ค้า&amp;nbsp; วินมอร์เตอรไซด์ เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลจึงได้ออกมาตรการในหลายรูปแบบเพื่อสร้างหลักประกันในวัยเกษียณแก่ประชาชน คือ 1) การออมของผู้มีอาชีพอิสระ เริ่มออมได้ตั้งแต่อายุ 15 ปี ผ่านกองทุนเงินออมแห่งชาติ (กอช.) รัฐบาลช่วยสมทบด้วย ซึ่งขณะนี้มีสมาชิกกว่า 2.4 ล้านคน&amp;nbsp; 2) สำนักงานประกันสังคม เมื่อปีที่แล้วได้ปรับปรุงกฎหมายเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่มีอายุเกิน 60 ปี แต่ไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ขณะนี้มีจำนวนผู้ประกันตนกว่า 3.5 ล้านคน และ 3) ล่าสุด มี.ค.. ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบร่างกฎหมายตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.) เพื่อการออมไว้ใช้ยามเกษียณของลูกจ้างในระบบทุกประเภท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวในหลายโอกาสว่า อยากให้คนไทยทุกช่วงวัย เห็นคุณค่าของการออม ซึ่งถือเป็นการวางแผนชีวิตในระยะยาวสำหรับทุกคน&amp;nbsp; เพื่อสร้างหลักประกันด้านรายได้ มีเงินพอใช้ในการดำเนินชีวิตในช่วงสูงอายุ และยามจำเป็น แม้เวลานี้เราจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp; รายได้ลดลง&amp;nbsp; ก็ขอให้คำนึงถึงการออมเพื่อบั้นปลายชีวิตด้วย ทั้งนี้ รัฐบาลได้ออกมาตรการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเดินหน้าการกระจายการฉีดวัคซีน ซึ่งคาดว่า ในครึ่งปีหลังเศรษฐกิจจะเริ่มดีขึ้น&amp;quot; น.ส.รัชดา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99346</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, ผลกระทบโควิด-19, พล.อ.ประยุทธ์ จัทนร์โอชา, สังคมผู้สูงอายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d7cbc51fac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2020 16:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2020 16:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;ซิตี้แบงก์&#039; หั่นจีดีพีไทยติดลบ 6.8% เซ่นโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค. 2563 นายบุญนิเศรษฐ์ ธัญวรอนันต์ ที่ปรึกษาทางการลงทุนธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทยเปิดเผยว่า ผลกระทบโควิด-19 ทำให้ธนาคารได้ปรับลดคาดการณ์จีดีพีของไทยปีนี้จากเดิมที่คาดติดลบ 3.5%เป็น6.8% แต่จะกลับมาบวกได้ 3.5% ในปีหน้า ทั้งนี้ยิ่งไทยเปิดประเทศช้าลงเท่าไหร่จะกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยากขึ้น เพราะไทยพึ่งพาการท่องเที่ยวและส่งออกค่อนข้างมาก โดยมองนโยบายที่จะเห็นในอนาคตคือการกระตุ้นใช้จ่ายผู้บริโภคในประเทศเป็นหลัก ซึ่งจะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้บ้าง ส่วนทิศทางอัตราดอกเบี้ยคาดว่าจะอยู่ที่ 0.5%จนกระทั่งถึงต้นปี 2565 ขณะที่กำไรบริษัทจดทะเบียนไทยที่ปรับลดลงมาก แต่ระดับP/Eหุ้นไทยค่อนข้างแพงปรับขึ้นไปอยู่ที่18เท่า เป็นจุดที่นักลงทุนต้องกระจายความเสี่ยงไปลงทุนต่างประเทศมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปีนี้คาดการณ์จีดีพีโลกจะติดลบ3.5% ก่อนที่จะฟื้นตัวเร็ว 5.5%ในปี 2564ระดับอัตราเงินเฟ้อปรับตัวน้อยลงอยู่ที่ 1.8%และปีหน้าอยู่ที่ 2.4%ซึ่งอาจใกล้เคียงปี 2562 โดยความเสี่ยงยังเชื่อว่าจะเกิดผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ต่อเนื่อง แต่จะน้อยลงจากข่าวการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 และมีความเสี่ยงการเมืองระหว่างประเทศ และสงครามการค้า ที่ไม่สามารถมองข้ามไปได้ ถึงแม้ปีหน้ามองว่าจะมีการฟื้นตัวได้ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนค่าเงินต้องจับตาเป็นพิเศษเพราะยังคงมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะค่าเงินดอลลาร์สหรัฐในปีนี้คาดยังมีแนวโน้มอ่อนค่าลงในระยะกลางถึงระยะยาวจากปัจจัยการขยายงบดุลของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)เพื่อตอบสนองสภาพคล่องต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนกรอบความเคลื่อนไหวค่าเงินบาทไทยคาดว่าจะอยู่ระหว่าง31.0-31.3 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72107</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีดีพี, ธนาคารซิตี้แบงก์, บุญนิเศรษฐ์ ธัญวรอนันต์, ผลกระทบโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f16b5e8ce95c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67876</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 11:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกพท.ยกตัวเลขอัตราว่างงานซัดรัฐบาลผิดพลาดแก้โควิด-ล็อกดาวน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.63-นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ทำการสำรวจสภาวะการครองชีพของครัวเรือนไทยที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 พบ อัตราการว่างงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เดือนพ.ค. 2563 อยู่ที่ 9.6% ว่า จำนวนผู้ว่างงานส่วนใหญ่มีสาเหตุหลักมาจากผลกระทบของ COVID-19 และมาตรการล็อกดาวน์ที่ผิดพลาดของรัฐบาล ทำให้ครัวเรือนบางส่วนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติ โจทย์ใหญ่เร่งด่วนสำหรับรัฐบาล คือการออกมาตรการเศรษฐกิจที่ช่วยสร้างงาน กระตุ้นเศรษฐกิจและเตรียมการรับมือจำนวนผู้ว่างงานใหม่ หลังมาตรการเยียวยาสิ้นสุดลง เงินจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท จาก พ.ร.บ.โอนงบฯ ปี 63 รวมถึงการจัดทำงบประมาณ 2564 ต้องตอบโจทย์และแก้ปัญหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดสรรงบประมาณต้องสอดรับกับสถานการณ์ เป็นการจัดทำงบแบบนิวนอร์มอล ต้องใช้เงินเพื่อเยียวยาความเดือดร้อนประชาชนจากการที่รัฐบาลสั่งปิดกิจการต่างๆ อย่างทั่วถึง รวดเร็ว ลดความเสียหายทางธุรกิจ ฟื้นฟูเศรษฐกิจที่เสียหายจากโควิด-19 และลงทุนเพื่อธุรกิจสำหรับอนาคต สร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ธุรกิจปิดกิจการ คนตกงานส่วนใหญ่เกิดจากมาตรการล็อกดาวน์ที่ผิดพลาดของรัฐบาล นอกจากสร้างความหวาดกลัวว่าจะมีการระบาดรอบ 2 ควรหาแนวทางป้องกันไม่ให้มีการปิดกิจการ คนตกงานจำนวนมากระลอก2ด้วย&amp;rdquo; นายอนุสรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67876</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนตกงาน, นายอนุสรณ์  เอี่ยมสะอาด, ผลกระทบโควิด-19, มาตรการล็อกดาวน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200302/image_big_5e5c8f21e2164.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัดโวย-ปล่อยข่าวอ้างแพร่เชื้อโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; วัดดังในตัวเมืองชุมพรได้รับผลกระทบหนัก หลังเผาศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 นักการเมืองท้องถิ่นที่มีปัญหาขัดแย้งฉวยบิดเบือนเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อโรคจากควันที่ฟุ้งกระจาย ทำเอาชาวบ้านไม่เข้าวัด ผู้ว่าฯ สั่งนายอำเภอสอบข้อเท็จจริงพร้อมทำความเข้าใจคนในพื้นที่ สัปเหร่อเผยเครียดหนักไม่มีคนกล้าเข้าใกล้ ถึงขั้นชวนเมียฆ่าตัวตาย ดีที่เจ้าอาวาสเตือนสติจนคิดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 เมษายนนี้ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดสุวรรณนัทธี (คูขุด) หมู่ที่ 3 ต.บางหมาก อ.เมือง จ.ชุมพร เข้านมัสการพระครูปลัดธัญภูวริษฐ์ โชติปัญโญ เจ้าอาวาสวัด พร้อมนายปรีชา ทองกระจาย ไวยาวัจกรวัด นางสาวนันทิรา ขวัญเมือง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ชุมพร &amp;nbsp;นายสมปอง อุทุมรัตน์ สัปเหร่อวัด และชาวบ้านรวมกว่า 10 คน เพื่อปรึกษาหารือถึงผลกระทบอย่างรุนแรงจากปัญหาที่วัดแห่งนี้รับเผาศพผู้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อวัดและสัปเหร่อวัด เนื่องจากมีผู้นำท้องถิ่นและนักการเมืองบางคนได้ไปพูดยุยง ปลุกปั่นตามชุมชนต่างๆ ว่าวัดดังกล่าวเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคร้าย เนื่องจากฝุ่นควันและละอองจากเมรุเผาศพได้ฟุ้งกระจายตามอากาศไปทั่ว และยังได้โจมตีเจ้าอาวาสวัดว่ายอมให้มีการเผาศพเพราะได้รับเงินมาจำนวนมาก จนทำให้ชาวบ้านในตำบลบางหมากและพื้นที่ใกล้เคียงหวาดกลัวและไม่กล้าเข้าวัด โดยเฉพาะวันพระที่เพิ่งผ่านมามีชาวบ้านเข้าวัดทำบุญฟังธรรมเพียง 3 คนเท่านั้นจากที่ปกติที่เคยมีเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังพูดคุยปัญหา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.ชุมพร ได้กราบขออภัยต่อเจ้าอาวาสและสัปเหร่อวัด ว่าจะสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.นันทิรากล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการเตรียมการจัดหาวัดไว้สำหรับเผาศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 โดยทุกวัดใน จ.ชุมพร ให้ความร่วมมือทั้งหมด ในส่วนชุมพรตอนบนทางจังหวัดได้เลือก 2 แห่ง คือวัดโพธิการาม หรือวัดโพธิ์ อยู่ในเขตเทศบาลเมืองชุมพร และวัดสุวรรณนัทธี หรือวัดคูขุด ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 จำนวน 2 ราย โดยศพแรกได้ฌาปนกิจที่วัดโพธิการาม ซึ่งก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะชาวบ้านและผู้นำในท้องถิ่นมีความเข้าใจดี และที่ผ่านมาไม่เคยมีใครติดเชื้อจากศพที่เผาตามวัดต่างๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับศพที่ 2 นำไปฌาปนกิจที่วัดสุวรรณนัทธี หรือวัดคูขุด เนื่องจากวัดโพธิการามมีพิธีงานศพของชาวบ้าน โดยพิธีเผาศพของผู้เสียชีวิตรายนี้มีเพียงญาติๆ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและผู้เกี่ยวข้องเพียงไม่กี่คนเท่านั้น การเผาศพก็จะทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ตั้งแต่ดูแลร่างผู้เสียชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรี ก่อนนำศพออกจากโรงพยาบาลจะถูกฆ่าเชื้อหมดแล้ว ร่างผู้เสียชีวิตบรรจุในถุงซิปหนา 3 ชั้น และฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อทั้งหมด มีการเผาศพด้วยความร้อนสูง เชื้อโรคตายหมดแล้ว และศพผู้ติดเชื้อนั้น หลังจากเสียชีวิตเซลล์เนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกายก็จะหยุดทำงาน จากนั้นไม่นานเชื้อโรคเหล่านั้นก็จะตายตามไปด้วย จึงขอให้ชาวบ้านสบายใจได้ อย่าไปหลงเชื่อผู้นำบางคนและผู้ไม่หวังดีที่ไปปล่อยข่าวให้เกิดความกลัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราควรจะมีมนุษยธรรมให้กับผู้ตายและญาติเขา และวัดก็ไม่ได้รับเงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ทั้งสิ้นเหมือนที่มีการปล่อยข่าวลือ ทุกอย่างทำฟรีหมด ไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด&amp;quot; น.ส.นันทิรากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้ายนายปรีชา ทองกระจาย ไวยาวัจกรวัดคูขุด กล่าวว่า ตนไม่ขอพูดถึงต้นตอของคนที่ปล่อยข่าวสร้างความแตกแยกในท้องถิ่นว่ามาจากใคร ชาวบ้านทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว ตนอยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ลงพื้นที่แล้วชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องกับชาวบ้าน คิดว่าปัญหาผลกระทบจากการปลุกปั่น สร้างกระแสความแตกแยกก็จะลดลงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสมปอง สัปเหร่อวัด และนางประภา อุทุมรัตน์ อายุ 58 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 12 ตำบลบางหมาก ทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน กล่าวว่า นับตั้งแต่วันเผาศพผู้ป่วยโควิด-19 เมื่อวันที่ 16 เมษายน 63 ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ครบ 14 วันแล้ว ครอบครัวตนได้รับผลกระทบมากมาย ทั้งที่ในพิธีเผาศพส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด ส่วนตนอยู่ห่างๆ และคอยช่วยเหลือเติมฟืนไฟเท่านั้น จนถึงวันนี้ชาวบ้านเกือบทุกคนกล่าวหาว่าตนติดเชื้อโควิด-19 จากศพที่เผา และไม่มีใครกล้าเข้าใกล้คนในครอบครัวอีกด้วย ไปนั่งร้านกาแฟก็จะมีคนลุกเดินหนีไปจนหมด บางร้านก็ไม่ขายของให้ จนทุกวันนี้ตนอยู่แต่บ้านไม่กล้าอออกไปไหนอีกเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราสองคนเคยชวนกันผูกคอฆ่าตัวตายด้วยกันเพื่อหนีปัญหาทุกอย่างจะได้จบ เพราะอยู่ไปก็ไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้ มีแต่คนรังเกียจกลัวติดโรคร้าย แต่ก็ได้ข้อคิดเตือนสติจากพระครูปลัดธัญภูวริษฐ์ โชติปัญโญ เจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ จึงทำให้ไม่คิดสั้นและยืนต่อสู้กับความจริงต่อไป และอีกไม่นานมันก็จะผ่านไปได้ จึงไม่คิดสั้นฆ่าตัวตายอีกเลย&amp;quot; นายสมปองกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าวเกิดจากผู้นำท้องถิ่นและนักการเมืองในพื้นที่บางคนที่มีความขัดแย้งกับทางวัดได้ไปพูดกับชาวบ้านในชุมชนต่างๆ ทั้งพูดด้วยปากเปล่าและพูดผ่านไมโครโฟน โดยมีชาวบ้านใช้มือถือแอบถ่ายคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน ในคลิปมีการกล่าวหาเจ้าอาวาสวัดสุวรรณนัทธี รับเผาศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 อาจจะกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อสู่ชุมชนจากควันไฟที่คลุ้งกระจายไปทั่ว ซึ่งขณะนี้ นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผวจ.ชุมพร ได้มีหนังสือสั่งการให้นายนักรบ ณ ถลาง นายอำเภอเมืองชุมพร ตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมให้เข้าพื้นที่ชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านแล้ว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64741</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ชาวบ้านไม่เข้าวัด, นักการเมืองท้องถิ่น, ปล่อยข่าวอ้างแพร่เชื้อโควิด, ผลกระทบโควิด-19, สัปเหร่อ, เมืองชุมพร, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaac8f958e44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
