<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผลกระทบโควิดสามรอบ  ขยายความเหลื่อมล้ำในสังคม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดรอบสามในประเทศไทยยังวิกฤติต่อเนื่อง ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่แต่ละวันยังแตะระดับหลักพันต่อเนื่อง ขณะเดียวกันผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจก็เห็นชัดรอบนี้ ประชาชนหลายกลุ่มอาชีพได้รับผลกระทบในการดำเนินชีวิตและการทำมาหากินจำนวนมาก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน เรื่อง ผลกระทบทางสังคม ก็เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเช่นกัน เพราะเมื่อประชาชนเดือดร้อนจากปัญหาเศรษฐกิจจากโควิด ก็จะมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของตนเองและคนในครอบครัวตามมาเช่นกัน โดยเฉพาะ กลุ่มคนยากจน-กลุ่มเปราะบาง ซึ่งสิ่งที่ตามมาก็จะยิ่งทำให้สังคมไทยเกิดปัญหา-ช่องว่าง ความเหลื่อมล้ำทางสังคม ตามมาด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปมปัญหาทางสังคมดังกล่าวอันเป็นผลมาจากผลกระทบโควิด ทางด้านความคิดเห็นจากนักวิชาการ-นักวิจัย ดร.นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส ด้านนโยบายเศรษฐกิจส่วนรวมและเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ (TDRI) นักวิชาการที่ศึกษาเรื่อง ผลกระทบโควิดในประเทศไทยต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม เขาได้โฟกัสประเด็นเรื่องผลกระทบโควิดกับความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยไว้ว่า ประเด็นความเหลื่อมล้ำกับโควิด กระทบในสามช่องทาง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...layers แรกคือ ทุนนิยม คือคนที่มีเงินจะได้เปรียบในการเอาตัวรอดทุกอย่าง เช่น คนที่มีเงินออมเยอะกว่า ก็สามารถอยู่บ้านได้ แต่ถ้าอีกกลุ่มหนึ่งมีหนี้สิน เช่นคนขับแท็กซี่ ต้องส่งค่างวดทุกวัน จะไม่ออกไปขับรถไปหาเงิน ไปเจอกับความเสี่ยงได้หรือ อันนี้ก็คือความเหลื่อมล้ำแล้ว หรือภาคธุรกิจ หากเป็นธุรกิจขนาดเล็ก การกู้เงินก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงกว่า ธนาคารไม่ค่อยอยากปล่อยกู้ โดยเฉพาะช่วงโควิด แต่สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ ก็มีสายป่านที่ยาวกว่า มีโอกาสอยู่รอดได้มากกว่า นี้คือ layers ทุนนิยมที่พอเกิดโควิด ยิ่งไปถ่างทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำมากขึ้นไปอีก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ layers ที่สองคือเรื่อง วัฒนธรรม ซึ่งเรื่องนี้สังคมไทยไม่ค่อยถูกกดทับเท่าไหร่ แต่บางสังคมก็มี เช่นผู้ชายสำคัญกว่าผู้หญิง ของไทยเราก็มีบ้าง เช่นที่ภาคใต้ ที่คนไปติดโควิดมาจากการไปประกอบพิธีกรรม อันนี้ก็อาจมีบ้าง หรือการติดพวกการพนัน โดยจะมีคนบางกลุ่มโดยเฉพาะ ที่เพราะความเชื่อทางศาสนาและเพราะแบบแผนการดำเนินชีวิตทำให้เขาเกิดความเสี่ยง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วน layers ที่สามคือเรื่อง การเมือง การที่เรามีกลไกการเมืองที่ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยแบบเต็มที่ แต่ก็ไม่ใช่เผด็จการแบบเต็มที่เหมือนกัน เราอยู่แบบครึ่งๆ กลางๆ มันก็ทำให้มีกลไกเบียดขัดอยู่เหมือนกัน มันทำให้มีคำถามเกิดขึ้นบางกรณี เช่น ทำไมคนที่ได้รับการฉีดวัคซีนกลุ่มแรกๆ ไม่ใช่กลุ่มแพทย์ แต่กลับกลายเป็นแคดดี้ คนในสถานบริการ เราจะเห็นว่าโครงสร้างทางการเมืองทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำอยู่ว่ากลุ่มไหนจะได้รับวัคซีนหรือการช่วยเหลือก่อน ซึ่งถ้าเป็นการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย เราจะได้วัคซีนที่หลากหลายขึ้น มีแผนการจัดการที่ชัดเจนมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.นณริฏ นักวิชาการอาวุโส ด้านนโยบายเศรษฐกิจส่วนรวมและเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวต่อว่า &amp;quot;จากที่ผมได้ศึกษามา คนที่อยู่ฐานล่างทางสังคมที่น่ากังวลใจ ก็เช่นกลุ่มเด็กเล็กในครอบครัวยากจน กลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูง เช่น การไม่สามารถเรียนทันคนอื่น ไม่สามารถเรียนในระบบออนไลน์ได้ จนต้องออกจากการเรียนกลางคัน จนถึงกระทั่งหลุดออกจากระบบการศึกษาเพื่อมาช่วยพ่อแม่ทำงานเลย ซึ่งตรงนี้จะส่งผลกระทบต่อชีวิตพวกเขาในระยะยาว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;....รวมถึง กลุ่มคนตกงาน โดยกลุ่มคนตกงานจากโควิดรอบแรกจนถึงรอบสาม มีความเสี่ยงที่จะกลับไปทำงานอีกได้ยาก รวมถึงบัณฑิตจบใหม่ที่ไม่สามารถหางานได้ จะเกิดสภาพ ตกงานเรื้อรัง ที่ก็จะต้องมาแข่งกับคนรุ่นต่อไปจากกลุ่มเขา คือพวกบัณฑิตที่จบในปีการศึกษาต่อไปอีก โดยที่กลุ่มบัณฑิตว่างงานที่ไม่ได้ทำงานแล้วไม่มีการพัฒนาทักษะในช่วงไม่ได้ทำงาน ก็จะมีความเสี่ยงมากจะเป็นกลุ่มเปราะบาง&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ดร.นณริฏ ให้ข้อมูลอีกว่า นอกจากนี้ยังรวมถึงกลุ่มเปราะบางอื่นๆ เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่ปลดผู้สูงอายุเร็ว อย่างภาคเอกชน พออายุเลยห้าสิบปีก็จะเห็นการถูกปลดออกไปเยอะ อันนี้ก่อนมีโควิดด้วยซ้ำ พอมีโควิดยิ่งทำให้ปลดเร็วกว่าเดิม ผนวกกับประเทศไทยเราเป็นประเทศที่ก่อหนี้เก่ง เก็บไม่เป็น มีสถาบันที่วิจัยเรื่องผู้สูงอายุ พบว่ามีผู้สูงอายุไทยแค่ 10-20 เปอร์เซ็นต์ที่มีเงินเก็บเพียงพอที่จะรับวิกฤติต่างๆ ดังนั้นหากตกงานชีวิตพวกเขาจะเปราะบางมาก ต่อให้ได้รับเงินจากภาครัฐและการช่วยเหลือจากครอบครัว ก็มีเงินไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;โควิดยิ่งทำให้กลุ่มคนเปราะบาง ที่เดิมก็เปราะบางอยู่แล้ว เขาจะยิ่งเปราะบางมากขึ้นไปอีก แล้วมันมีแนวโน้มว่าหากเขาหลุดไปแล้ว จะลงไปอยู่ในระดับล่างลงไปอีกจนไม่สามารถฟื้นกลับขึ้นมาได้ อย่างเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาแล้ว จะกลับเข้ามาอีกก็ยาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ..อย่างไรก็ตาม ก็พบว่าที่ผ่านมาก็ไม่ใช่ว่าภาครัฐไม่สนใจกลุ่มเปราะบาง แต่ผมก็ยังคิดว่ายังดีไม่พอ อย่างจากการสำรวจของกองทุกเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พบว่ามีกลุ่มเด็กเสี่ยงที่อยู่ในครอบครัวหรือครัวเรือนยากจนร่วมกว่า 2 แสนคน ทางภาครัฐยังเข้าไปช่วยเหลือไม่ถึง คือภาครัฐไม่ใช่ไม่ช่วย เขาไปช่วยแล้วแต่ยังมีปัญหาหลงเหลืออยู่ ซึ่งหากภาครัฐเข้าไปช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางพวกเด็กเล็กในครอบครัวยากจน-ผู้พิการ-ผู้สูงอายุ-บัณฑิตจบใหม่ที่ยังไม่มีงานทำ สี่กลุ่มนี้ หากภาครัฐเพิ่มการช่วยเหลือเข้าไปอีกก็จะดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นอีกหนึ่งเสียงสะท้อนที่ส่งไปถึงรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในเรื่องที่เห็นว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญและช่วยเหลือประชาชนกลุ่มต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิดรอบนี้ เพื่อไม่ให้มีการทิ้งคนบางกลุ่มไว้ข้างหลัง.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103491</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ผลกระทบโควิดสามรอบ  ขยายความเหลื่อมล้ำในสังคม, เกษมราษฎร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210502/image_big_608e7b7ec0571.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
