<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรรพากรถกคลังปรับเป้าจัดเก็บย้ำไม่ใช่จังหวะไล่บี้ภาษี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค. 2563 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า เตรียมหารือกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพื่อประมาณการจัดเก็บรายได้ในปี 2563 ใหม่ จากสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลให้การจัดเก็บรายได้ในภาพรวมของกรม โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ (ต.ค.2562-เม.ย.2563) จัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้ประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งการเก็บรายได้ปีนี้ก็จะใช้เป็นฐานในการตั้งเป้าจัดเก็บรายได้ปี 2564 ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรประเมินทิศทางการจัดเก็บรายได้เพื่อทำแผนให้ชัดเจน ซึ่งยอมรับความจริงว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน จะไปตามไล่บี้เก็บภาษีก็ไม่ใช่เรื่อง ก็จะไม่เน้นเป้าหมายเป็นหลัก แต่จะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้กรมใช้เครื่องมือภาษีช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แนวโน้มการจัดเก็บรายได้จะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ ขอหารือกับ สศค.ให้มีความชัดเจนก่อน ขอดูฐานปีนี้ให้นิ่งก่อน อย่างที่เรารู้ ตัวเลขล่าสุดดูยาก เพราะมีการเลื่อนการจัดเก็บภาษี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกนิติ กล่าวว่า กรมอาจจะต้องมีการพิจารณามาตรการภาษีเพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการ ในช่วงฟื้นฟูหลังโควิด ได้สั่งให้ทีมไปเตรียมแผนไว้ ส่วนการเลื่อนชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา นิติบุคคลออกไป รายได้ส่วนนี้ไม่ได้หายไปไหน เพราะจะกลับเข้ามาในช่วง ส.ค. ซึ่งมาตรการนี้จะเป็นการช่วยให้ประชาชน ผู้ประกอบการ มีเงินเหลือในกระเป๋าช่วงวิกฤตไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ส่งสินค้าตอนนี้ แม้ว่าจะขยายตัวได้ดี กรมก็ไม่มีนโยบายเข้าไปจัดเก็บภาษี ค้าขายออนไลน์ ถ้าเป็นรายเล็ก มีรายได้ไม่มาก ไม่ต้องเสียภาษีเลย แต่ก็จะมีการส่งทีม วิเคราะห์ข้อมูล เข้าไปหารือ เพื่อสร้างความเข้าใจ ในการขยายฐานภาษี ให้เกิดความเต็มใจในการเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกนิติ กล่าวว่า ผลจากมาตรการลดผลกระทบโควิด กรมลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่มีอัตรา 3% เหลือ 1.5% ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. &amp;ndash; 30 ก.ย. 2563 เสียรายได้ไปแล้ว 27,000 ล้านบาท และได้เร่งคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไปแล้วกว่า 95 % จากผู้ขอคืนทั้งหมดประมาณ 3 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นภาษีที่คืนประมาณ 28,000 ล้านบาท เร่งคืนภาษีเงินได้นิติบุคคลกว่า 27,185 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67040</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดเก็บภาษี, ปรับแผนการจัดเก็บภาษี, ผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาล, สรรพากร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8e39da3d18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
