<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92696</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2021 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2021 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมสั่ง4หน่วยงานทำแผนรับสายการบินต่างชาติเข้าไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ. 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยรายงานผลการเจรจาการบินระหว่างไทย-บราซิลว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2564 มีมติรับทราบบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย-บราซิล (บันทึกความเข้าใจฯ) และให้ความเห็นชอบร่างหนังสือแลกเปลี่ยนทางการทูตของฝ่ายไทย โดยมอบให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการแลกเปลี่ยนหนังสือทางการทูตยืนยันการมีผลใช้บังคับของบันทึกความเข้าใจดังกล่าวต่อไป โดยให้กระทรวงการต่างประเทศสามารถปรับถ้อยคำตามความเหมาะสมที่ไม่กระทบกับสาระสำคัญ ทั้งนี้ บันทึกความเข้าใจฯ และร่างดังกล่าว เป็นไปตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบันทึกความเข้าใจฯ ดังกล่าว เป็นการปรับปรุงข้อบทภายใต้ความตกลงฯ โดยฝ่ายไทย และฝ่ายบราซิล จะสามารถทำการบินได้ฝ่ายละ 14 เที่ยว/สัปดาห์ ด้วยแบบอากาศยานใดๆ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสนับสนุนให้สายการบินของทั้ง 2 ฝ่าย มีความยืดหยุ่นในการวางแผนการให้บริการเป็นการส่งเสริมการเดินทางระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ในขณะเดียวกัน ยังทำให้เกิดการแข่งขันกันในเส้นทางบิน ส่งผลให้ค่าขนส่งเป็นไปตามกลไกตลาด อันเป็นการอำนวยความสะดวกและเพิ่มทางเลือกให้ผู้โดยสารมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่อว่า ได้มอบหมายให้นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ไปบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.), บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.), บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ในการนำข้อมูลแผนการพัฒนาสนามบิน มาจัดทำแผนตารางเที่ยวบินว่าสามารถเพิ่มขึ้นได้เท่าไหร่ เพื่อที่จะได้สามารถแจ้งข้อมูลให้กับสายการบินต่างๆ ที่สนใจทำการบินมายังประเทศไทยให้สามารถจัดทำแผนการบินได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การจัดทำแผนตารางเที่ยวบินดังกล่าว เพื่อเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า รวมถึงให้ทราบถึงความก้าวหน้าการพัฒนาสนามบินที่จะทยอยแล้วเสร็จในปี 66-67 สอดคล้องกับการก่อสร้างสนามบินอู่ตะเภาที่จะแล้วเสร็จในปี 68 ซึ่งตามแผนคาดว่า จะสามารถรองรับผู้โดยสารระหว่างประเทศได้ประมาณกว่า 200 ล้านคน และมีเที่ยวบินมากกว่า 1,000 เที่ยวบินในอนาคต นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณากลุ่มเป้าหมาย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้สอดรับกับการพัฒนาศักยภาพสนามบินที่รองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ รวมถึงพิจารณาว่า มีการดำเนินการส่วนใดบ้างที่เกี่ยวของกับหน่วยงานอื่นหรือไม่ อาทิ กระทรวงการคลัง กรมสรรพสามิต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92696</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลการเจรจาการบินระหว่างไทย-บราซิล, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, สายการบินต่างประเทศสนใจบินเข้าไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190721/image_big_5d346eb043dec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
