<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 15:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สธ.&#039;ยังไม่ฉีดไฟเซอร์เด็ก 5-11 ปี แม้การวิจัยในต่างประเทศระบุได้ผลดี แต่ต้องรอบริษัทยื่นเอกสารอีกครั้ง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8ต.ค.64-ที่​กระทรวง​สาธารณสุข​ นพ.โสภณ​ เอี่ยม​ศิริ​ถาวร​ รองอธิบดี​กรมควบคุม​โรค​ แถลงข่าวสถานการณ์​การ​แพร่ระบาด​ของ​โรค​โค​วิด​-19 ว่า ผลการฉีดวัคซีน​โค​วิด​-19 มีจำนวนเพิ่มขึ้น 911,677 โดส สะสม 58,298,700 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 413,804 ราย สะสม 34,188,488 ราย คิดเป็นร้อยละ 47.5 เข็มสอง 454,491 ราย สะสม 22,460,213 ราย คิด​เป็น​ร้อยละ​ 31.2 ราย และเข็มสาม 43,382 ราย สะสม 1,649,999 ราย คิดเป็น​ร้อยละ​ 2.3 ราย คาดว่าในระยะที่เหลือในเดือนนี้เราน่าจะไปตามเป้าหมายได้ โดยฉีดวัคซีน​ให้กับคนไทยได้อย่าง​น้อยร้อยละ​ 60 ของประชากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ กล่าวว่า สำหรับวัคซีนที่ฉีดมากที่สุดคือแอสต​ร้า​เซน​เน​ก้า​จำนวน 26 ล้านโดส รองลงมาคือซิโนแวค จำนวน 20 ล้านโดส ซิโน​ฟาร์ม​ 9 ล้านโดส และไฟเซอร์​ 1.7 ล้านโดส อย่างไรก็ตามวัคซีนไฟเซอร์​ที่สั่งมาทั้งหมด 30 ล้านโดสจะทยอยเข้ามา โดยล็อตที่ 2 ที่มาถึงเมื่อวันที่ 6 ต.ค.ที่ผ่านมา 1.5 ล้านโดส ได้รับการตรวจสอบคุณภาพ​และความปลอดภัยจากกรมวิทยาศาสตร์​การแพทย์​เรียบร้อย โดยจะส่งไปสมทบที่โรงพยาบาล​ในภูมิภาคในวันนี้ และพรุ่งนี้ จะทำให้เรามีวัคซีนสำหรับเด็กนักเรียนที่ผู้ปกครองได้แจ้งความประสงค์​ไว้ โดยขณะนี้มีจำนวน 4 ล้านคน จะเห็นได้ว่าวัคซีนไฟเซอร์​เรานำเข้ามจาก​ต่างประเทศ​ก็จะมาครั้งหนึ่งประมาณ 1.5 - 2 ล้านโดส ซึ่งช่วงนี้เรามีนักเรียนที่ได้รับการฉีดวัคซีน​อยู่ โดยวัคซีนที่จะมาเราเตรียมไว้เพียงพอสำหรับ​เด็กนักเรียนทุกคน สัปดาห์หน้าก็จะมาอีก 1.5 ล้านโดส โดยขณะนี้กลุ่มนักเรียน ฉีดเข็มแรกจำนวนห 150,190 ราย หรือ 3.3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่างไรก็ตามมีข่าวว่าวัคซีนมีไม่เพียงพอ และบางโรงเรียน​ต้องจับฉลาก​ ขอให้มั่นใจว่าวัคซีนมีเพียงพอ​สำหรับ​ทุกคน แต่ช่วงแรกทยอยไป 40% ของนักเรียน และพอผ่านไปอีก 2 งวดก็เพียงพอสำหรับ​เด็กนักเรียนทุกคน แล้วพอฉีดเข็ม 1 ครบแล้ว เว้น 3-4 สัปดาห์​ถึงจะฉีดเข็มสองได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ กล่าวว่า เมื่อดูภาพรวมการฉีดวัคซีน​สะสม ประเทศไทยในพื้นที่ที่มีการระบาดของโควิด-19 ซึ่งจัดเป็นพื้นที่สีแดงเข้มหรือพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดจำนวน 29 จังหวัด มีความครอบคลุมของวัคซีนเข็มที่หนึ่งถึงร้อยละ 62 ในเวลานี้ ซึ่งกรุงเทพฯก็มีเปอร์เซ็นต์ที่สูงที่สุด และก็รองลงมาเป็นจ.ปทุมธานี ประมาณ 65 % ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเริ่มฉีดขึ้นมาในเปอร์เซ็นต์ที่สูงขึ้นเรื่อยๆแล้วก็จะมีการฉีดเข็ม 2 ตาม ขณะนี้วัคซีน​สูตรหลักในประเทศไทยก็จะเป็นซิโนแวคแล้วก็ตามด้วยแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​ห่างกัน 3 สัปดาห์​ ดังนั้นในเวลาเพียง 3 สัปดาห์ สามารถที่จะฉีดวัคซีน​ได้ครบ 2 เข็มมีภูมิคุ้มกันที่สูงและเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนภาคใต้ซึ่งมีสถานการณ์​ระบาดที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาค​อื่นๆมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละวันประมาณร้อยละ 20 ของทั้งประเทศ&amp;nbsp; 4 จังหวัด​ชายแดน​ภาคใต้ทั้ง สงขลา ยะลา​ ปัตตานี​ นราธิวาส​ ขณะนี้ได้รับการสนับสนุน​วัคซีน​เพิ่มเติม โดยปลัดกระทรวง​สาธารณสุข​สั่งการให้เพิ่มวัคซีน​เป็น​พิเศษ​สำหรับพื้นที่ที่มีการระบาดอยู่ในขณะนี้ และจะมีการระดมฉีดในสัปดาห์​หน้า​ ซึ่งเป็นการป้องกันโรคในระยะต่อไป ในขณะเดียวกันก็ต้องเฝ้าระวังสอบสวน และควบคุม​โรค​ในตุดที่มีการระบาด มีการแยกผู้ติดเชื้อออกมาจากชุมชน เมื่อนำเข้าสู่การรักษาพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ กล่าวว่า ความครอบคลุมการได้รับวัคซีน​ในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป ในพื้นที่สีแดงเข็ม 29 จังหวัด มีความครอบคลุมในเข็มแรก 66.2 % และเข็มสอง 44.2 โดยฉีดเข็มแรกทั่วประเทศ 59% และเข็มสอง 42.6&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.โสภณ​ กล่าวเพิ่มเติม​ว่า​ จำนวนวัคซีนที่คาดว่าจะมาในเดือนต.ค. โดยเรามีวัคซีนซิโนแวค แอสตร้า​เซน​เน​ก้า​ และไฟเซอร์&amp;nbsp; จะมาในเดือนต.ค. จำนวน 24 ล้านโดส เดือนพ.ย. 23 ล้านโดสและ ธ.ค. 24 ล้านโดส&amp;nbsp; และมีวัคซีนซิโนฟาร์ม เข้ามาในเดือนต.ค. 6 ล้านโดส พ.ย. และธ.ค. เดือนละ12.5 ล้านโดส ส่วนโมเดอร์นาจะเข้ามาในเดือนพ.ย.-ธ.ค.จำนวน 2 ล้านโดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ในขณะนี้ตั้งแต่มีการฉีดวัคซีนในสัปดาห์นี้ในกลุ่มอายุ 12-17 มีอาการข้างเคียงบ้างหรือไม่ นพ.โสภณ กล่าวว่า การติดตามอาการไม่พึงประสงค์เราเริ่มฉีดวันแรกเมื่อวันจันทร์ (4 ต.ค.)​ที่ผ่านมา อาการที่พบส่วนใหญ่เป็นอาการบริเวณที่ฉีดเช่น เจ็บบริเวณ​ที่ฉีด บวมร้อน บางกรณีมีอาการเวียนศรีษะเหมือนจะเป็นลม แต่มีไม่มาก เมื่อปฐมพยาบาลอาการก็เป็นปกติ ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าเมื่อฉีดวัคซีนภายในโรงเรียนเด็กก็อาจจะมีความกลัว ดังนั้นการจัดพื้นที่การฉีดวัคซีนทั้งในโรงเรียนและสถานที่สาธารณะ​เช่น หอประชุม สนามกีฬา ควรจัดให้โปร่ง ไม่แออัด หรือเปิดเพลงเพื่อความผ่อนคลาย​ขณะเดียวกัน ครู หรือบุคคลากร​ทางการ​แ​พท​ย์ ให้ข้อมูลและอธิบาย ถึงอาการที่จะเกิดขึ้นได้จากการฉีดวัคซีนหรืออาการที่มีโอกาสเกิดความรุนแรง โดยเฉพาะอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้เด็ก 5-11 ปี นั้นนพ.โสภณ กล่าวว่า วัคซีนไฟเซอร์ขณะนี้ใช้กับเด็ก 12 ขึ้นไป ในต่างประเทศมีข้อมูลมีการวิจัยใหม่ๆว่ามีการใช้ได้ผลดีในเด็กอายุ 5-11 ปี อย่างไรก็ตามเราต้องรอบริษัทมาขึ้นทะเบียน​เพื่อให้สามารถใช้ในเด็กที่อายุน้อยลงได้ ซึ่งบริษัทยังไม่ได้มายื่นเอกสารเพื่อปรับข้อบ่งชี้ในการใช้วัคซีน ถือว่าเราต้องฉีดให้กับผู้มีอายุ 12 ปีขึ้นไปก่อนจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119158</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉีดวัคซีนเด็ก5-11ปี, ฉีดวัคซีนไฟเซอร์, นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร, ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211008/image_big_615ffcfcabc56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 20:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 20:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทันสถานการณ์! เลขาธิการ คปภ. ออกคำสั่งให้ประกันภัยการแพ้วัคซีนโควิด-19 คุ้มครองไปถึงกรณีฉีดวัคซีนโควิด ณ จุดบริการนอกโรงพยาบาลฯ ด้วย เพื่อให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองด้านประกันภัยเต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันยังส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง การฉีดวัคซีนโควิด-19 จึงมีความจำเป็นอย่างมากในการป้องกันการแพร่ระบาด และลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการติดเชื้อ ซึ่งภาครัฐได้กำหนดแผนการเร่งฉีดวัคซีนตามแนวทางการขยายหน่วยบริการ โดยสนับสนุนให้องค์กร หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดบริการฉีดวัคซีน ณ จุดบริการนอกโรงพยาบาล/สถานพยาบาลเวชกรรม เช่น จุดบริการในห้างสรรพสินค้า หรือมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและการเข้าถึงวัคซีนของประชาชน รวมทั้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการฉีดวัคซีนให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และทั่วถึง ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ส่งเสริมให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยการแพ้วัคซีนโควิด-19 เพื่อเป็นเครื่องมือการบริหารความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนที่เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยการประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19 จะให้ความคุ้มครอง หากผู้เอาประกันภัยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่ามีอาการแพ้หรือผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp; ซึ่งในปัจจุบันมีผลประโยชน์ความคุ้มครองหลายรูปแบบให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อได้ อาทิ เช่น ผลประโยชน์การเกิดเจ็บป่วยระยะสุดท้าย และ/หรือภาวะโคม่า และ/หรือภาวะสมองตายและระบบประสาทล้มเหลว ผลประโยชน์การรักษาพยาบาลในฐานะผู้ป่วยใน และผลประโยชน์เงินชดเชยรายวันจากการเป็นผู้ป่วยใน เป็นต้น โดยบริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขผลประโยชน์ที่ระบุไว้ และโดยปกติจะเป็นการฉีดวัคซีนในโรงพยาบาลทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อรองรับนโยบายของภาครัฐและสนับสนุนแผนดำเนินการของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ในการเร่งสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยง รวมทั้งเพื่อให้ผู้เอาประกันภัยที่ซื้อความคุ้มครองผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ยังคงได้รับความคุ้มครองเช่นเดิมตามเงื่อนไขทั่วไปของกรมธรรม์ประกันภัย ดังนั้น ตนในฐานะนายทะเบียนจึงได้ออกคำสั่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายทะเบียนที่ 26/2564 เรื่อง การให้ความคุ้มครองกรณีได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามกรมธรรม์ประกันภัยหรือสัญญาเพิ่มเติม สําหรับบริษัทประกันชีวิต และคำสั่งนายทะเบียนที่ 27/2564 เรื่อง การให้ความคุ้มครองกรณีได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามกรมธรรม์ประกันภัยหรือเอกสารแนบท้าย สําหรับบริษัทประกันวินาศภัย ซึ่งคำสั่งนายทะเบียนทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว กำหนดให้บริษัทประกันภัยให้ความคุ้มครองผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่กระทำการโดยแพทย์ พยาบาล หรือบุคลากรที่ได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย ไม่ว่าจะดําเนินการ ณ สถานที่ใดก็ตาม ผู้เอาประกันภัยจะยังได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย เช่นเดียวกับการฉีดวัคซีนในโรงพยาบาลทั่วไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูล ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2564 มีบริษัทประกันภัยได้รับความเห็นชอบกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 จำนวน 25 บริษัท และมี 10 บริษัทที่จำหน่ายแก่บุคคลทั่วไปแล้ว โดยข้อมูลตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน - 15 พฤษภาคม 2564 มียอดซื้อประกันภัยรวมทั้งสิ้น 800,269 ฉบับ เบี้ยประกันภัย 96,931,810 บาท และมียอดการจ่ายค่าสินไหมทดแทน 105,190 บาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงขยายวงกว้าง และเกิดคลัสเตอร์ใหม่ ๆ ในหลายพื้นที่ รวมถึงมีการติดเชื้อโควิด-19 ที่เป็นสายพันธุ์ใหม่ๆ ด้วย ดังนั้น ทุกคนต้องระมัดระวังและช่วยกันป้องกันการแพร่ระบาด อีกทั้งเตรียมความพร้อมในการเข้ารับฉีดวัคซีน ในขณะเดียวกันเมื่อได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ระบบประกันภัยก็พร้อมเข้าไปช่วยเยียวยาได้อย่างเต็มที่ในทุกมิติ จึงหวังว่าการออกคำสั่งนายทะเบียนทั้งสองฉบับนี้จะช่วยลดข้อโต้แย้ง และเป็นการดูแลประชาชนผู้ทำประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19 มีความมั่นใจยิ่งขึ้นว่า เมื่อเกิดอาการไม่พึ่งประสงค์จากการแพ้วัคซีนที่มีการฉีดในสถานที่ใด ๆ ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ก็จะได้รับความคุ้มครองจากสัญญาประกันภัยที่ทำไว้ทุกประการ โดยสำนักงาน คปภ. พร้อมที่จะดูแลด้านการประกันภัยอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ Add Line Official @oicconnect&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104033</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย, คปภ., ฉีดวัคซีนโควิด-19, ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ, ประกันภัย, ป้องกันการแพร่ระบาด, ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน, ผลิตภัณฑ์ประกันภัยการแพ้วัคซีนโควิด-19, เลขาธิการ, แพ้วัคซีนโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60abacafd978f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
