<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ถกหัวหน้าส่วนราชการ &#039;สลน.&#039;โชว์ผลงานนายกฯในรอบปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย. 64 - เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 2/2564 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์​ โดยในที่ประชุม นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นำเสนอรายงานภารกิจสำคัญและสรุปผลงานสำคัญของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ในรอบปีงบประมาณ 2563 เป็นคลิปวิดีโอ &amp;ldquo;ผลงานในรอบปีงบประมาณของนายกรัฐมนตรี&amp;rdquo; ความยาว 9.58 นาที ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.สนองนโยบายนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด-19 และความเดือดร้อนของประชาชน ในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สลน. ทำหน้าที่เป็นฝ่ายเลขานุการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ขับเคลื่อนเชื่อมโยงนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ในการสนองข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ในการบริหารราชการในบริบทแห่งวิถีใหม่ และการทำงานในยุค New Normal พร้อมรับ Next Normal อาทิ การประชุมทางไกลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อนายกรัฐมนตรีสามารถบริหารติดตามสถานการณ์ รูปแบบ Anywhere, Anytime&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ภารกิจด้านการต่างประเทศ มีส่วนสำคัญในการทำหน้าที่เกื้อหนุนนายกรัฐมนตรีในการเข้าร่วมการประชุมระหว่างประเทศและการหารือทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญผ่านระบบการประชุมทางไกล การทวิภาคีทางโทรศัพท์ระหว่างนายกรัฐมนตรีกับผู้นำต่างประเทศและต้อนรับบุคคลสำคัญจากต่างประเทศที่แสดงความประสงค์ขอเข้าเยี่ยมคาระนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ฟื้นฟูบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ อาทิ การจัดกำหนดการตรวจความพร้อมของโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ / สมุย พลัส โมเดล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ประสานภารกิจนายกรัฐมนตรีเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและวางรากฐาน การพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ โดยในปี 2564 ได้จัดการตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมรองรับการขนส่งและการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ ติดตามการวางแผนบริหารจัดการน้ำและแก้ไขปัญหาอุทกภัย การส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนฐานรากเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การประสานผลงานเด่นของส่วนราชการ เพื่อจัดแสดงเผยแพร่ เพื่อรองรับนโยบายของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ติดตามขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ในการจัดทำรายงานผลงานรัฐบาลประจำปี และกำลังเร่งพัฒนาระบบฐานข้อมูลติดตามด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยในการทำงานของ สลน. ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง - Citizen Centered เชื่อมโยงปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของพี่น้องประชาชน สู่การตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.เชื่อมโยงฝ่ายบริหารกับรัฐสภา สลน. ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร หรือ วิปรัฐบาล พัฒนาระบบสารสนเทศ อาทิ โครงการพัฒนาระบบสารสนเทศติดตามสถานะร่าง พ.ร.บ. กระทู้ถามและข้อปรึกษาขอถาม/สส สว. และโครงการพัฒนาระบบคิดตามการดำเนินการตามนโยบายและข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และ8.สร้างการรับรู้ความเข้าใจต่อสถานการณ์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่ประชาชนในวงกว้าง ผ่านการใช้สื่อในรูปแบบที่กระชับ ฉับไว เข้าใจง่าย ตอบสนองต่อวิถีชีวิตของคนยุคใหม่ อาทิ การถ่ายทอดสด (Live) การสื่อสารผ่าน Facebook Page ไทยคู่ฟ้า Podcast/ Line Official Account และการนำเสนอด้วย Infographic ที่น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีวิสัยทัศน์มุ่งสู่การเป็น &amp;ldquo;องค์กรที่มีสมรรถนะสูง&amp;rdquo; และยึดมั่นบทบาทในการสานพลังของสังคมให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม เป็นหัวใจสำคัญที่จะพาเราก้าวผ่านวิกฤติของชาติ และสามารถนำพาประเทศไทยไปสู่การวางรากฐานเพื่ออนาคตอันมั่นคงของลูกหลานเยาวชนไทย ภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117263</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิ๊กตู่, ผลงาน1ปี, สลน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_61481d5b69b82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.โวผลงาน1ปีเพียบ! ปฏิรูปกองทัพยังย่ำอยู่กับที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค. 64 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก (ทบ.) พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก พร้อมทีมงานโฆษกได้แถลงผลงานกองทัพบกในรอบ 1 ปี เช่นสรุปผลการช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่างๆ รวมทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 การช่วยเหลือผู้ยากไร้ และ นโยบายในเรื่องทหารกองประจำการ ที่สำคัญคือ มาตรการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่ชายแดนเนื่องเพราะเกี่ยวโยงกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก&amp;nbsp; ระบุว่า&amp;nbsp; กองทัพบกเพิ่มความถี่ ในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจตลอด 24 ชม. ส่งเครื่องกีดขวาง ลวดหนาม เพิ่มเติมให้ กกล.ชายแดน นำไปวางปิดกั้นช่องทางที่สามารถใช้เป็นเส้นทางลักลอบเข้ามา&amp;nbsp; เช่น กกล.นเรศวร จังหวัดตาก วางเครื่องกีดขวางใน 5 พื้นที่รวมระยะ 2,700 เมตร และ จังหวัดแม่ฮ่องสอน 6 พื้นที่ ระยะ 1,500 เมตร รวมถึงใช้เครื่องมือเฝ้าตรวจ และยุทโธปกรณ์พิเศษ เช่น กล้อง CCTV, โดรน ลาดตระเวนทางอากาศ ,กล้องตรวจจับความเคลื่อนไหว,ติดต้ังเครื่องให้แสงสว่าง&amp;nbsp; โซลาเซล ในช่องทางสำคัญ&amp;nbsp; อีกทั้งจัดชุดลาดตระเวน เฝ้าตรวจชายแดนทางบกและทางน้ำ เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ทบ. ได้เสริมกำลังเฝ้าตรวจชายแดนเพิ่มเติมอีก 5 กองร้อย ในช่วงเดือนธันวาคม 2563 จนปัจจุบัน ให้กับกองกำลังชายแดน ได้แก่ ผาเมือง นเรศวร สุรสีห์ เทพสตรี บูรพา เสริมการเฝ้าตรวจและสกัดการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและไม่ผ่านการคัดกรองโควิด-19&amp;nbsp; ทั้งนี้ในช่วงที่ประเทศไทยเปิดลงทะเบียนแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ช่วง15 มค.-13 กพ.64 นี้ อาจจะเกิดความพยายามในการลักลอบข้ามแดนเพื่อมาลงทะเบียนจำนวนมาก กองกำลังชายแดนก็จะเข้มงวด ตรวจสอบ ในพื้นที่ชายแดนและถัดมา ป้องกันไม่ให้มีแรงงานแอบลักลอบเข้าประเทศ โดยได้ดำเนินการควบคู่ไปทั้งเรื่องการสกัดกั้น และการติดตามตรวจสอบดำเนินการตามกฏหมายต่อกลุ่มขบวนการนำพาคนต่างด้าวเข้าเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่ มกราคม -ธันวาคม 2563 การสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายสามารถจับกุมได้ 7,390 คน แยกเป็นกัมพูชา 2,723 คน ลาว 197 คน เมียนม่า 4,352 คน ชาติอื่นๆ9 คน และผู้นำพาชาวไทย 109 คน&amp;nbsp; ซึ่งได้ถูกส่งไปดำเนินคดีตามกฎหมายและผลักดันกลับประเทศต้นทาง ส่วนสถิติในห้วงเดือน มกราคม-ธันวาคม2563 กองทัพบกตรวจพบคนไทยเดินทางเข้าประเทศผ่านแนวชายแดนในห้วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 จำนวน 32,766 คน แยกเป็น ลงทะเบียนขอเข้าราชอาณาจักรผ่านช่องทางการต่างประเทศ 28,897 คน และไม่ลงทะเบียน 3,869 คน แยกเป็นพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 จำนวน 1,885 คน กองทัพภาคที่สอง 2,838 คน กองทัพภาคที่สาม 2,330 คน และกองทัพภาคที่สี่ 25,713 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย และการขับเคลื่อนอย่างตรงเป้าหมาย รวมถึงความร่วมมือของประชาชน ทำให้การสกัดกั้นปราบปรามยาเสพติด ตามนโยบายของรัฐ เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยตลอดปี 2563 กองกำลังชายแดนกองทัพบกสามารถตรวจพบและจับกุมผู้กระทำผิดพระราชบัญญัติยาเสพติดได้จำนวน 3,041 ครั้ง ผู้ต้องหา 3,319 คน ยึดยาเสพติดของกลางได้เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย ยาบ้า 146,403,512 เม็ด ไอซ์ 5,512 กิโลกรัม เฮโรอีน 405 กิโลกรัม กัญชา 12,446 กิโลกรัม พืชกระท่อม 28,676 กิโลกรัม เป็นต้น พร้อมส่งต่อให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีการติดตามความคืบหน้าทางคดี และขยายผลสู่ต้นตอของขบวนการลักลอบยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สันติพงศ์&amp;nbsp; กล่าวว่า ภารกิจที่ ผบ.ทบ.เน้นย้ำคือการดูแลประชาชน โดยกำลังพลทุกภูมิภาคต่างๆ ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย เช่น หน่วยพิทักษ์พื้นที่ทั้ง 35 มณฑลทหารบก เป็นกำลังที่เข้าหาประชาชนได้ทันที&amp;nbsp; เจตนารมณ์ของ ผบ.ทบ.มอบให้กำลังพลยึดถือคือ พิทักษ์ราชันย์ ปกป้องประชา รักษาแผ่นดิน&amp;nbsp; เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส ให้เกิดความมั่นคงต่อประเทศชาติและให้ประชาชนผาสุก ปลอดภัย และมั่นคงในการเทิดทูนสถานพระกษัตริย์อย่างสูงสุด กองทัพบกจะยึดมั่น พิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์&amp;nbsp; และประชาชนตลอดไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ได้มีการติดตามขยายผลดำเนินการ190 คนไทยที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยให้คนเดินทางเข้าไปเล่นการพนันในฝั่งเมียนมาหรือไม่ พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า กองทัพบกมีหน้าที่ป้องกันชายแดน&amp;nbsp; จะมีกระบวนการในการทำงานทุกวิถีทางในการดูแลความมั่นคง ป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องลุกล้ำอธิปไตยของชาติไทยในทุกเรื่องและดูแลชายแดนให้ปลอดภัย&amp;nbsp; สำหรับสถานการณ์ที่ผ่านมาการที่มีบุคคลลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ทบ.ดูแลชายแดนและพื้นที่ที่ลึกเข้ามาในส่วนที่เป็นอำเภอติดชายแดน สิ่งที่เกิดขึ้นเราพยายามใช้กลไกในการทำงานอย่างเต็มขีดความสามารถทั้ง ทบ.เอง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติงานให้เต็มขีดความสามารถสูงสุด แต่พื้นที่ที่ยาวไกลนั้นจากการที่เราจับกุมได้ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ที่ลึกเข้ามา แสดงว่าอาจจะมีการปฏิบัติเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดการลักลอบเข้ามาได้&amp;nbsp; แต่จากมาตรการที่เข้มขึ้นนั้น การจับแรงงานต่างด้าวที่หลุดรอดเข้ามาน้อยลง นอกจากนั้นได้มีการประสานกับ คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น หรือ ทีบีซี ก็จะพูดคุยเรื่องชายแดน และการไปมาหาสู่ระหว่างสองประเทศ จะประสานในเรื่องในภาพรวม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกองทัพบก ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการทวงถามความคืบหน้าในการปฏิรูปกองทัพหลังครบเหตุการณ์กราดยิงโคราชว่า ทบ.มีคณะทำงานด้านต่างๆ ซึ่งผบ.ทบ.ได้มอบหมายให้คณะทำงานไปศึกษา จึงอยู่ระหว่างดำเนินการ&amp;nbsp; และได้เยียวยาเรียบร้อยหมดแล้วเมื่อปีที่แล้ว ทุกคนได้รับการดูแลเป็นอย่างดี&amp;nbsp; ในส่วนของ ทบ.ได้รับการดูแลจากกองทัพอย่างชัดเจน รวมถึงส่วนงานอื่นๆ ด้วย&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสวัสดิการที่พักอาศัยซึ่งเป็นปมเหตุสำคัญในวันนั้น&amp;nbsp; พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า&amp;nbsp; เรามีคณะทำงาน ดูแลในภาพรวมอยู่แล้ว เนื่องจากว่า ทบ.มีงานหลายด้านและงานเยอะมาก งานใดที่เกี่ยวข้องกับ กรมฝ่ายเสนาธิการบางเรื่องเกี่ยวกับ สิทธิกำลังพล หรือบ้านพัก ทบ.ก็ฌจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาเฉพาะเรื่องและดูแลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อนำเรียนผู้บังคับบัญชา&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อออกมาเป็นแนวทางว่าจะเป็นอย่างไร&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนโยบายการแปรรูปธุรกิจเงินนอกงบประมาณของกองทัพบกนอกจากกรณีของสวนสนประดิพัทธ์นั้น ได้ดำเนินการไปแล้วตามขั้นตอน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่ได้นานนัก ต้องดูว่า ผลประกอบการ&amp;nbsp; 6 เดือน ถึง 1 ปีผลประกอบการเป็นอย่างไร หลังจากที่มีการเซ็นเอ็มโอยูไปแล้ว ต้องรอดูอีกเล็กน้อย และตอนนี้อาจจะมีข้อจำกัดในช่วงสถานการณ์โควิด ทำให้หลายเรื่องชะงักลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า ผ่านมา 1 ปี มีสิ่งใดที่เป็นรูปธรรมในการปฏิรูปกองทัพบ้างหรือไม่ พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของคณะทำงานที่ทำตามขั้นตอนอยู่.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90189</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ทบ., ปฏิรูปกองทัพ, ผลงาน1ปี, พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_6005229257e86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.ตั้งโต๊ะแถลงผลงาน1ปี โชว์สกัดแรงงานผิดกม. ปฏิรูปกองทัพยังย่ำอยู่กับที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค. 64 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก (ทบ.) พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก พร้อมทีมงานโฆษกได้แถลงผลงานกองทัพบกในรอบ 1 ปี เช่นสรุปผลการช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่างๆ รวมทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp; การช่วยเหลือผู้ยากไร้ และ นโยบายในเรื่องทหารกองประจำการ ที่สำคัญคือ มาตรการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่ชายแดนเนื่องเพราะเกี่ยวโยงกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก&amp;nbsp; ระบุว่า&amp;nbsp; กองทัพบกเพิ่มความถี่ ในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจตลอด 24 ชม. ส่งเครื่องกีดขวาง ลวดหนาม เพิ่มเติมให้ กกล.ชายแดน นำไปวางปิดกั้นช่องทางที่สามารถใช้เป็นเส้นทางลักลอบเข้ามา&amp;nbsp; เช่น กกล.นเรศวร จังหวัดตาก วางเครื่องกีดขวางใน 5 พื้นที่รวมระยะ 2,700 เมตร และ จังหวัดแม่ฮ่องสอน 6 พื้นที่ ระยะ 1,500 เมตร รวมถึงใช้เครื่องมือเฝ้าตรวจ และยุทโธปกรณ์พิเศษ เช่น กล้อง CCTV, โดรน ลาดตระเวนทางอากาศ ,กล้องตรวจจับความเคลื่อนไหว,ติดต้ังเครื่องให้แสงสว่าง&amp;nbsp; โซลาเซล ในช่องทางสำคัญ&amp;nbsp; อีกทั้งจัดชุดลาดตระเวน เฝ้าตรวจชายแดนทางบกและทางน้ำ เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ทบ. ได้เสริมกำลังเฝ้าตรวจชายแดนเพิ่มเติมอีก 5 กองร้อย ในช่วงเดือนธันวาคม 2563 จนปัจจุบัน ให้กับกองกำลังชายแดน ได้แก่ ผาเมือง นเรศวร สุรสีห์ เทพสตรี บูรพา เสริมการเฝ้าตรวจและสกัดการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและไม่ผ่านการคัดกรองโควิด-19&amp;nbsp; ทั้งนี้ในช่วงที่ประเทศไทยเปิดลงทะเบียนแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ช่วง15 มค.-13 กพ.64 นี้ อาจจะเกิดความพยายามในการลักลอบข้ามแดนเพื่อมาลงทะเบียนจำนวนมาก กองกำลังชายแดนก็จะเข้มงวด ตรวจสอบ ในพื้นที่ชายแดนและถัดมา ป้องกันไม่ให้มีแรงงานแอบลักลอบเข้าประเทศ โดยได้ดำเนินการควบคู่ไปทั้งเรื่องการสกัดกั้น และการติดตามตรวจสอบดำเนินการตามกฏหมายต่อกลุ่มขบวนการนำพาคนต่างด้าวเข้าเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่ มกราคม -ธันวาคม 2563 การสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายสามารถจับกุมได้ 7,390 คน แยกเป็นกัมพูชา 2,723 คน ลาว 197 คน เมียนม่า 4,352 คน ชาติอื่นๆ9 คน และผู้นำพาชาวไทย 109 คน&amp;nbsp; ซึ่งได้ถูกส่งไปดำเนินคดีตามกฎหมายและผลักดันกลับประเทศต้นทาง ส่วนสถิติในห้วงเดือน มกราคม-ธันวาคม2563 กองทัพบกตรวจพบคนไทยเดินทางเข้าประเทศผ่านแนวชายแดนในห้วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 จำนวน 32,766 คน แยกเป็น ลงทะเบียนขอเข้าราชอาณาจักรผ่านช่องทางการต่างประเทศ 28,897 คน และไม่ลงทะเบียน 3,869 คน แยกเป็นพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 จำนวน 1,885 คน กองทัพภาคที่สอง 2,838 คน กองทัพภาคที่สาม 2,330 คน และกองทัพภาคที่สี่ 25,713 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย และการขับเคลื่อนอย่างตรงเป้าหมาย รวมถึงความร่วมมือของประชาชน ทำให้การสกัดกั้นปราบปรามยาเสพติด ตามนโยบายของรัฐ เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยตลอดปี 2563 กองกำลังชายแดนกองทัพบกสามารถตรวจพบและจับกุมผู้กระทำผิดพระราชบัญญัติยาเสพติดได้จำนวน 3,041 ครั้ง ผู้ต้องหา 3,319 คน ยึดยาเสพติดของกลางได้เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย ยาบ้า 146,403,512 เม็ด ไอซ์ 5,512 กิโลกรัม เฮโรอีน 405 กิโลกรัม กัญชา 12,446 กิโลกรัม พืชกระท่อม 28,676 กิโลกรัม เป็นต้น พร้อมส่งต่อให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีการติดตามความคืบหน้าทางคดี และขยายผลสู่ต้นตอของขบวนการลักลอบยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สันติพงศ์&amp;nbsp; กล่าวว่า ภารกิจที่ ผบ.ทบ.เน้นย้ำคือการดูแลประชาชน โดยกำลังพลทุกภูมิภาคต่างๆ ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย เช่น หน่วยพิทักษ์พื้นที่ทั้ง 35 มณฑลทหารบก เป็นกำลังที่เข้าหาประชาชนได้ทันที&amp;nbsp; เจตนารมณ์ของ ผบ.ทบ.มอบให้กำลังพลยึดถือคือ พิทักษ์ราชันย์ ปกป้องประชา รักษาแผ่นดิน&amp;nbsp; เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส ให้เกิดความมั่นคงต่อประเทศชาติและให้ประชาชนผาสุก ปลอดภัย และมั่นคงในการเทิดทูนสถานพระกษัตริย์อย่างสูงสุด กองทัพบกจะยึดมั่น พิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์&amp;nbsp; และประชาชนตลอดไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ได้มีการติดตามขยายผลดำเนินการ190 คนไทยที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยให้คนเดินทางเข้าไปเล่นการพนันในฝั่งเมียนมาหรือไม่ พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า กองทัพบกมีหน้าที่ป้องกันชายแดน&amp;nbsp; จะมีกระบวนการในการทำงานทุกวิถีทางในการดูแลความมั่นคง ป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องลุกล้ำอธิปไตยของชาติไทยในทุกเรื่องและดูแลชายแดนให้ปลอดภัย&amp;nbsp; สำหรับสถานการณ์ที่ผ่านมาการที่มีบุคคลลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ทบ.ดูแลชายแดนและพื้นที่ที่ลึกเข้ามาในส่วนที่เป็นอำเภอติดชายแดน สิ่งที่เกิดขึ้นเราพยายามใช้กลไกในการทำงานอย่างเต็มขีดความสามารถทั้ง ทบ.เอง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติงานให้เต็มขีดความสามารถสูงสุด แต่พื้นที่ที่ยาวไกลนั้นจากการที่เราจับกุมได้ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ที่ลึกเข้ามา แสดงว่าอาจจะมีการปฏิบัติเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดการลักลอบเข้ามาได้&amp;nbsp; แต่จากมาตรการที่เข้มขึ้นนั้น การจับแรงงานต่างด้าวที่หลุดรอดเข้ามาน้อยลง นอกจากนั้นได้มีการประสานกับ คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น หรือ ทีบีซี ก็จะพูดคุยเรื่องชายแดน และการไปมาหาสู่ระหว่างสองประเทศ จะประสานในเรื่องในภาพรวม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกองทัพบก ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการทวงถามความคืบหน้าในการปฏิรูปกองทัพหลังครบเหตุการณ์กราดยิงโคราชว่า ทบ.มีคณะทำงานด้านต่างๆ ซึ่งผบ.ทบ.ได้มอบหมายให้คณะทำงานไปศึกษา จึงอยู่ระหว่างดำเนินการ&amp;nbsp; และได้เยียวยาเรียบร้อยหมดแล้วเมื่อปีที่แล้ว ทุกคนได้รับการดูแลเป็นอย่างดี&amp;nbsp; ในส่วนของ ทบ.ได้รับการดูแลจากกองทัพอย่างชัดเจน รวมถึงส่วนงานอื่นๆ ด้วย&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสวัสดิการที่พักอาศัยซึ่งเป็นปมเหตุสำคัญในวันนั้น&amp;nbsp; พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า&amp;nbsp; เรามีคณะทำงาน ดูแลในภาพรวมอยู่แล้ว เนื่องจากว่า ทบ.มีงานหลายด้านและงานเยอะมาก งานใดที่เกี่ยวข้องกับ กรมฝ่ายเสนาธิการบางเรื่องเกี่ยวกับ สิทธิกำลังพล หรือบ้านพัก ทบ.ก็ฌจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาเฉพาะเรื่องและดูแลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อนำเรียนผู้บังคับบัญชา&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อออกมาเป็นแนวทางว่าจะเป็นอย่างไร&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนโยบายการแปรรูปธุรกิจเงินนอกงบประมาณของกองทัพบกนอกจากกรณีของสวนสนประดิพัทธ์นั้น ได้ดำเนินการไปแล้วตามขั้นตอน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่ได้นานนัก ต้องดูว่า ผลประกอบการ&amp;nbsp; 6 เดือน ถึง 1 ปีผลประกอบการเป็นอย่างไร หลังจากที่มีการเซ็นเอ็มโอยูไปแล้ว ต้องรอดูอีกเล็กน้อย และตอนนี้อาจจะมีข้อจำกัดในช่วงสถานการณ์โควิด ทำให้หลายเรื่องชะงักลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า ผ่านมา 1 ปี มีสิ่งใดที่เป็นรูปธรรมในการปฏิรูปกองทัพบ้างหรือไม่ พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของคณะทำงานที่ทำตามขั้นตอนอยู่.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90188</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ผลงาน1ปี, พ.อ.หญิงศิริจันทร์, พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_6005229257e86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ณัฏฐพล&quot;ฟุ้ง 1 ปี วางรากฐานศธ.แน่นปึ้กใครก็สานต่อได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;


29ก.ค63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่ตนได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่ง รมว.ศธ. มาเป็นระยะเวลา 1 ปีแล้วนั้น ขณะนี้ถือว่าตนได้วางรากฐานการเปลี่ยนแปลงให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาพอสมควร โดยเฉพาะปัญหาที่ค้างของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ไม่ว่าจะเป็นหลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา หลักเกณฑ์การบรรจุข้าราชการครู การปรับปรุงการขอและเลื่อนวิทยฐานะ รวมถึงกรอบพัฒนาครูและผู้บริหารทั้งระบบ ซึ่งถือเป็นการสะสางปัญหาที่คั่งค้างของหน่วยงานในกำกับ เพื่อให้การทำงานมีความคล่องตัวมากขึ้น ส่วนการทำงานใดที่เป็นเรื่องยากตนพร้อมเดินหน้าช่วยตัดสินใจ โดยดูองค์ประกอบภาพรวมต่างๆ

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีการวางกรอบแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องของคุรุสภา การปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอน รวมถึงการยกระดับการเรียนการสอนอาชีวศึกษา สำหรับการทำงานของตนนั้นจะยึดหลักสะสางปัญหาที่คั่งค้างและเดินหน้าสู่อนาคตของการศึกษาไทย โดยเฉพาะการสร้างระบบเชื่อมต่อฐานข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศระหว่าง ศธ.โรงเรียน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และนักเรียน เพื่อให้ได้ข้อมูลแบบเรียลไทม์ ซึ่งอยากทำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการงานให้เชื่อมโยงกันและมีความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน เพราะจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจว่าตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ตนวางรากฐานเอาไว้ไม่ว่าจะเป็น รมว.ศธ. คนไหนเข้ามาทำหน้าที่ก็สามารถสานต่อการทำงานได้ โดยที่ไม่ต้องมานั่งแก้ปัญหาอีก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72816</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.), ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, ผลงาน1ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200721/image_big_5f16aa0602892.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
