<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2020 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2020 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สาทิตย์&#039; ชี้ผลงาน รมต.ประชาธิปัตย์ ยังไม่เข้าตาประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค.63 - นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่คาดว่าจะเป็นในเดือนหน้า ตอนนี้ยังไม่มีการคุยละเอียดชัดในการประชุมที่เสม็ด ระหว่าง ส.ส. กับรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ ว่าต้องปรับตัวบุคคลอย่างไร ไม่ได้คุยเรื่องตัวบุคคล แต่ที่คุยแบบชัดเจนคือต้องมีการประเมินการทำงานของรัฐมนตรี ซึ่งการประเมินนี้ควรให้ ส.ส.มีส่วนเกี่ยวข้องในการมีส่วนร่วมที่จะไปประเมินด้วย เพราะ ส.ส.เองก็ทำงานกับประชาชนในพื้นที่ก็ควรจะมีโอกาสที่จะสะท้อนความคิดความเห็นได้ ซึ่งก็เป็นเรื่องดีที่ทางฝ่ายบริหารพรรค โดยเลขาธิการพรรคก็รับว่าจะมีการประเมิน ส.ส. ก็จะไปกำหนดแนวทางประเมินมาภายใน 1 สัปดาห์ ซึ่งจะชัดเจนในสัปดาห์หน้า ว่าจะประเมินอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาทิตย์ กล่าวว่าส่วนผลการประเมินออกมาแล้วจะนำไปสู่การปรับ ครม. หรือไม่ อย่างไร ยังไม่คุยกันเด่นชัด ปกติแล้วในพรรคประชาธิปัตย์ทุกครั้งที่เราร่วมรัฐบาลไม่ว่าจะเป็นแกนนำหรือพรรคร่วมการปรับ ครม. ก็เป็นเรื่องปกติ ซึ่จะสัมพันธ์กันสองส่วน คือ 1. ในการปรับ ครม.ครั้งหน้าจะมีการส่งสัญญาณจากแกนนำ อย่าง พลเอกประยุทธ์ซึ่งเป็นอำนาจโดยตรงของท่าน ว่าจะมีการสลับสับเปลี่ยนกระทรวงหรือไม่ จะสัมพันธ์กับแต่ละพรรคที่จะมีตัวเลขเปลี่ยนไปของพรรคจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เรื่องนี้มีการคุยเหมือนกัน แต่ไม่ทราบว่าทางผู้บริหารพรรคไปคุยกับนายกฯอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.โดยปกติทั่วไปทำงานไปสักระยะหนึ่งครบหนึ่งปีเมื่อประเมินการทำงานออกมาแล้ว อาจจะต้องดูผลที่ออกมา ถ้าผลถึงขั้นต้องสลับสับเปลี่ยนตัวบุคคลในกระทรวงใด ถ้าเกิดขึ้นก็เป็นเรื่องปกติมันก็เกิดขึ้นได้ก็ต้องดูก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าสำหรับผลงานของพรรคประชาธิปัตย์ถ้าให้พูดกันตรง ๆ ตนในฐานะเป็น ส.ส.ในพื้นที่ มองภาพรวมเรายังทำได้ไม่ดี ถึงขนาดที่เรียกว่าโดน หรือ เข้าตาประชาชน สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือการประกันรายได้ ตัวยางพารา ตัวปาล์ม ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด พูดเฉพาะฐานเสียงของเราทางภาคใต้ กับในภาคตะวันออก ประกันรายได้ยางพาราน่าจะเป็นสิ่งที่ทำได้ดีที่สุด เพราะเที่ยวนี้ช่วยประกันรายได้ช่วยชาวบ้านได้จริง &amp;nbsp;เพราะราคายางพาราตกต่ำลงไปมาก ปาล์มก็ตกต่ำลงไปเยอะ แต่ที่ช่วยได้มาก กรณีคนไม่มีเอกสารสิทธิในที่ดิน ซึ่งไม่เคยได้ประโยชน์เลย แต่เที่ยวนี้พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ทั้งพานิชย์และเกษตรจับมือกัน ทั้งยางพารา ปาล์มได้หมด อันนี้น่าจะดีที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ถ้าถามว่าถึงขนาดโดนใจคนหรือไม่นั้น ผมมองว่าดูจากโพลก็ชัดเจนแล้วยังไม่ถึงขนาดนั้น ซึ่งมองว่ารัฐมนตรีของพรรคต้องพยายามมากกว่านี้ ซึ่งการประชุมที่เสม็ดเราได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาว่าเรายังไม่ได้ดีถึงขนาดนี้ เพราะฉะนั้นต้องเสนอทำโพลของพรรคเองและโพลทั่วประเทศ รายภาค รายจังหวัด ซึ่งถ้าทำภายในสักเดือนนี้จะเห็นเด่นชัดเลยว่าที่ทำไปดีหรือไม่ คะแนนเสียงในแต่ละพื้นที่มันดีจริงหรือเปล่า ก็คงต้องรอตรงนั้น &amp;nbsp;แต่ถ้าถามความเห็นส่วนตัว ณ นาทีนี้ มองว่ายังไม่ดีถึงขนาดเราจะคุยกับใครได้ว่า เราเป็นรัฐบาลเที่ยวนี้เราทำได้ดีมาก&amp;quot;นายสาทิตย์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71809</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชาธิปัตย์, ผลงานรัฐบาล, พรรคร่วมรัฐบาล, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200718/image_big_5f129f2eabf94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71429</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2020 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2020 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ประเมินผลงานรัฐบาลเลือกตั้งครบ 1 ปี รับปัญหาเชิงโครงสร้างแก้ยาก ขอร้องฝ่ายต่อต้านช่วยลดแรงกดดันบ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ค.63&amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.ถึงความพึงพอใจในการเข้ามาบริหารราชการในฐานะที่เป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่จะครบ 1 ปีในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ ว่า ถ้าถามว่าพอใจมากน้อยแค่ไหน ผมจะตอบว่ามากหรือน้อยก็ไม่ได้ แต่ผมพอใจที่ได้แก้ปัญหาได้สำเร็จเสร็จสิ้นในบางปัญหา บางอย่างที่ยังไม่สำเร็จผมก็ไม่พอใจ แต่ผลสำเร็จในบางโครงการซึ่งเป็นงานใหญ่ๆ นั้นก็ต้องมาดูกิจกรรมย่อยว่าทำไปได้แล้วแค่ไหนเพื่อนำไปสู่กิจกรรมใหญ่ซึ่งจะเป็นผลสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลดความเหลื่อมล้ำ การสร้างความเป็นธรรม การแก้ปัญหาความยากจน การกระจายรายได้ถ้าเรามองในกลุ่มงานข้างล่างหลายอย่างสำเร็จไปแล้ว แต่ถ้าจะเป็นภาพรวมข้างบนทั้งหมดต้องใช้ความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทั้งข้าราชการ ประชาชน ถ้ารัฐบาลทำเพียงฝ่ายเดียวรัฐบาลก็จะมองเพียงว่าจะเอาเงินลงไปที่ไหนอย่างไร ทุกคนต้องมองว่าเราจะใช้เงินอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดบางโครงการมีความจำเป็นหรือไม่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมดูแลมาในทุกจังหวัดด้วยดีมาตลอด ไม่เคยเลือกปฏิบัติทั้ง 76 จังหวัด จะเห็นได้ว่าผมมีเม็ดเงินลงไปให้ทุกจังหวัดมากบ้างน้อยบ้างแต่ก็ถือว่ามากกว่าที่ผ่านมาเยอะพอสมควรในหลายงบประมาณ อีกทั้งก็เกิดผลผลิตมาบ้างแล้ว แต่แน่นอนว่าเรามีคนถึง 67 ล้านคนไม่ใช่แค่เพียง 4-5 ล้านคน แบบบางประเทศ ที่สำคัญคนส่วนใหญ่ของประเทศเรามีรายได้น้อยเราต้องมาดูว่าทำอย่างไรจะให้มีรายได้สูงขึ้น&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวอีกว่าวันนี้ก็ต้องคุยกันต่อว่าจะต้องคุยกับรัฐวิสาหกิจ และบรรดาบริษัทห้างร้านใหญ่ๆ ว่าจะมาช่วยประชาชนได้อย่างไรบ้างในลักษณะพี่จูงน้อง&amp;nbsp; ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในส่วนความรับผิดชอบนั้นผมเต็มๆอยู่แล้วแต่ก็ต้องไปดูว่าอะไรสำเร็จแล้วบ้าง อะไรยังไม่สำเร็จ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการใหญ่ทั้งสิ้น ปัญหาทุกปัญหามันไม่ใช่เพียงปัญหาเดียว ถ้าปัญหาเดี๋ยวผมแก้แป๊บเดียวก็จบ และก็แก้ไปเยอะแล้ว แต่ปัญหาใหญ่ในเชิงโครงสร้างยอมรับว่ายากจึงจำเป็นต้องเดินหน้าไปทุกปีแล้วจะสำเร็จถ้าร่วมมือกัน ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่เป็นไปตามคำบิดเบื่อน การปลุกระดมต่างๆทุกอย่างก็จะเกิดเร็วขึ้น ถ้าต่อต้านกันทุกวันก็คงทำอะไรไม่ได้ทั้งหมด แล้วจะสำเร็จได้อย่างไร ก็ต้องช่วยกันลดแรงกดดันตรงนี้ให้ผมบ้างก็ขอร้องกันเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71429</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลงานรัฐบาล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รัฐบาลเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200714/image_big_5f0d6fead46a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2020 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2020 08:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 72.9 ไม่ระบุตัวรัฐมนตรีที่มีผลงานเด่นชัด   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;7 มี.ค.63 - กรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ &amp;nbsp;เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;รัฐมนตรีผลงานโดดเด่นที่ใช่/ ที่โดน ในสายตาประชาชน ก่อนปรับ ครม.&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,202 คน พบว่า &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐมนตรีที่มีผลงานเด่นชัดเป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดคือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงกลาโหม) คิดเป็นร้อยละ 11.4 รองลงมาคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล (รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กระทรวงสาธารณสุข) คิดเป็นร้อยละ 11.3 นายสมคิด &amp;nbsp;จาตุศรีพิทักษ์ (รองนายกรัฐมนตรี) คิดเป็นร้อยละ 2.6 &amp;nbsp;นายจุรินทร์ &amp;nbsp;ลักษณวิศิษฏ์ (รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กระทรวงพาณิชย์) คิดเป็นร้อยละ 2.5 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน (รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ (รมว. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) คิดเป็นร้อยละ 1.6 เท่ากัน ขณะที่ร้อยละ 72.9 ไม่ระบุตัวรัฐมนตรีที่มีผลงานเด่นชัด&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าอยากได้รูปแบบ ครม. แปลกใหม่ แบบไหนที่โดนใจหากมีการปรับ ครม.ประยุทธ์ ส่วนใหญ่ร้อยละ 52.2 อยากให้มีรัฐมนตรีที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ เหมาะสมกับภาระหน้าที่ของกระทรวง รองลงมาร้อยละ 51.5 อยากให้มีรัฐมนตรีที่แก้ปัญหาด้านต่างๆ ให้ประชาชนอย่างจริงจัง ตรงจุด และร้อยละ 33.2 อยากให้มีรัฐมนตรีที่ไม่มีประวัติด่างพร้อย / ไม่มีประวัติทุจริต&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เมื่อถามว่า หากมีการปรับ ครม. แล้ว เรื่องที่อยากเห็นการแก้ปัญหามากที่สุดจาก ครม. ชุดใหม่พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 78.4 อยากให้แก้ปัญหาค่าครองชีพ เศรษฐกิจ ข้าวของแพง รองลงมาร้อยละ 50.2 อยากให้ควบคุมการแพร่กระจายไวรัสโควิด-19 และร้อยละ 45.9 อยากให้ช่วยเหลือเกษตรกร ประกันราคาสินค้าเกษตร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59066</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพโพลล์, ผลงานรัฐบาล, รัฐมนตรีดีเด่น, ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200307/image_big_5e62f5c7de0b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2019 08:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2019 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดผลงานเด่นรัฐบาล5เดือนแรกเน้นดูแลประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
30ธ.ค.62-นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลงานเด่นของรัฐบาลในช่วง 5 เดือนแรกเพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ครอบคลุม 3 ด้านสำคัญ คือ คมนาคม รายได้เกษตรกร และผู้มีรายได้น้อย ดังนี้ 1. การขยายโครงสร้างคมนาคม​ ดูแลประชาชนในการเดินทางและลดมลพิษ ด้วยการขยายโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม ซึ่งนับเป็นผลงานต่อเนื่องมาจากรัฐบาลที่แล้ว เฉพาะในกรุงเทพมหานคร ได้มีการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าครอบคลุมทั่ว กทม อาทิเช่น สายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-บางแค, บางซื่อ-ท่าพระ) 14 กม สายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) 19 กม สายสีส้ม (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) 22 กม สายสีแดงอ่อน (บางซื่อ-ตลิ่งชัน) 15 กม สายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) 26.3 กม สายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) 34.5 กม และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) 30 กม เมื่อรถไฟฟ้าเปิดใช้บริการครบทั้งหมด จะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางของคนกรุง ลดปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล นำไปสู่การลดมลพิษทางอากาศในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ รัฐบาลได้เปิดทำการอาคารพักผู้โดยสารหลังที่ 2 ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา ซึ่งสามารถรองรับผู้โดยสารจากทั้งในและต่างประเทศได้ 3 -5 ล้านคนต่อปี โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา จะยกระดับส่งเสริมการเชื่อมโยงการเดินทางสู่พื้นที่ EEC เพื่อส่งเสริมทั้งภาคการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมในพื้นที่ ทำให้เกิดการจ้างงานและการกระจายความเจริญสู่เศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่โดยรอบ EEC&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. รายได้เกษตรกร​ ดูแลพี่น้องเกษตรกร ทั้งโครงการรปะกันรายได้สำหรับพืชเศรษฐกิจหลักหลายชนิด ซึ่งได้เริ่มจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างตรงเข้าบัญชีเกษตรกรไปแล้ว และยังมีมาตรการคู่ขนานเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาของสินค้าเกษตร เช่น การอุดหนุนปัจจัยการผลิตสำหรับชาวนาผู้ปลูกข้าว ช่วยเหลือค่าปลูก&amp;nbsp; 500 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 20 ไร่ต่อครัวเรือน ช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว 500 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 20 ไร่ต่อครัวเรือน รวมตลอดถึงมาตรการสินเชื่อชะลอการขาย สินเชื่อรวบรวมผลผลิต นอกจากนี้ นโยบายรักษาเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมัน ด้วยการกำหนดให้น้ำมันไบโอดีเซลบี 10 เป็นน้ำมันดีเซลหมุนเร็วพื้นฐาน ได้ส่งผลให้ราคาปาล์มสูงขึ้น เกิดประโยชน์โดยตรงกับเกษตรกร โดยไม่ต้องใช้งบประมาณของรัฐบาลเข้าไปพยุงราคา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มาตรการดูแลผู้มีรายได้น้อย​ ดูแลผู้มีรายได้น้อย ด้วยมาตรการลดค่าครองชีพผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เช่น ขยายระยะเวลามาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าไม่เกินครัวเรือนละ 50 หน่วย และมาตรการช่วยเหลือค่าน้ำไม่เกินครัวเรือนละ 100 บาท ไปจนถึง ก.ย. 63 และยังคงมาตรช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆ เช่น ค่าเดินทางเดือนละไม่เกิน 500 บาท ค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเดือนละ 200/300 บาท คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการ อีก 1% โอนเข้ากองทุนการออมแห่งชาติในนามเจ้าของบัตรสวัสดิการ เป็นต้น รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อย ผ่านการพัฒนาทักษะอาชีพ การหางานให้ทำ และการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ โดยมาตรการดูแลผู้มีรายได้น้อย กำลังอยู่ในขั้นตอนการทบทวนปรับปรุงตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีให้สามารถช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยให้สามารถหลุดพ้นจากความยากจนได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้​ รัฐบาลขับเคลื่อนนโยบายที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อยกระดับมาตรฐานชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน พร้อมกับพัฒนาประเทศไปข้างหน้า ซึ่งยังมีผลงานที่ปรากฎผลเป็นรูปธรรม และที่กำลังดำเนินงานอีกมาก ซึ่งรัฐบาลจะได้บอกเล่าสู่ประชาชนให้ได้รับรู้และติดตามอย่างต่อเนื่องต่อไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53521</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล​ ภิญโญสินวัฒน์, บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, ผลงานรัฐบาล, พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก, โครงข่ายรถไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dca5f7322010.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2019 08:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2019 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯสั่งด่วนทุกกระทรวงรวบรวมข้อมูล ก่อนนำครม.แถลงผลงานครบ 6 เดือน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย. 62 - นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ได้มีการประชุมโฆษกกระทรวงครั้งที่ 1/2562 ตามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการโฆษกกระทรวง ที่นายกรัฐมนตรีลงนามเอาไว้เมื่อวันที่ 16 ก.ย.เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกัน ซึ่งนายกฯอยากให้แต่ละกระทรวงเอาผลงานของตัวเองออกมา โดยสำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะฝ่ายเลขานุการ จะรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ เพื่อที่จะเตรียมสำหรับการแถลงผลงาน 6 เดือนต่อรัฐสภา รวมถึงที่จะนำเสนอให้ประชาชนรับทราบว่า ในแต่ละกระทรวงทำอะไรไปบ้าง และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะแบ่งหมวดหมู่ อาทิ ด้านสังคม เศรษฐกิจ สวัสดิการของประชาชน ซึ่งหลังจากได้ข้อมูลจากแต่ละกระทรวงแล้วจะมาจัดกลุ่มและรูปแบบในการนำเสนอ เพื่อนำเสนอในช่องทางที่ตรงกลุ่มเป้าหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนรูปแบบอาจจะมีการให้นายกฯ กับรองนายกฯ แถลงเหมือนในอดีต และอาจจะมีอินโฟกราฟฟิก คลิปวิดีโอ รูปเล่ม ประกอบการแถลงด้วย ซึ่งตอนนี้รัฐบาลทำงานผ่านมา 4 เดือน แต่ละกระทรวงเริ่มมีผลงานออกมาแล้ว อย่างไรก็ตาม การแถลงผลงานต่อรัฐสภา จะใช้นโยบายเร่งด่วน 12 ด้าน ที่ได้แถลงต่อรัฐสภาเอาไว้ โดยจะให้แต่ละกระทรวงจะเติมเข้ามาด้วย ซึ่งรัฐบาลจะทำงานครบ 6 เดือน ในกลางเดือน ม.ค.63 &amp;nbsp;ส่วนจะแถลงต่อรัฐสภาเมื่อไรยังไม่ได้กำหนด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล กล่าวว่า นอกจากนี้ นายกฯกำชับให้เพิ่มการประชาสัมพันธ์ เพิ่มการรับรู้ประชาชนให้มากขึ้น และประชาชนเข้าใจง่ายว่าเราทำอะไรไปบ้าง และจะอะไรบ้าง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51436</URL_LINK>
                <HASHTAG>นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, ผลงานรัฐบาล, รัฐบาลพลเอกประยุทธ์, แถลงผลงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191130/image_big_5de1c2fe9d9db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51043</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 11:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่เหลิง!ลุงป้อมการันตีรัฐบาลมุ่งหน้าทำงานแม้โพลยกก้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย.2562 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ดัชนีผลงานรัฐบาลยังเป็นที่นิยม ว่าเป็นเรื่องการสำรวจของโพล ซึ่งเราไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร แต่เมื่อผลสำรวจออกมาว่าดีก็ถือว่าดี และดีใจกับผลสำรวจดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ผลโพลดังกล่าวจะส่งผลให้รัฐบาลมีกำลังใจทำงานมากขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ผลโพลจะดีหรือไม่ดีรัฐบาลก็ต้องทำงานอยู่แล้ว และยืนยันว่าแม้ผลสำรวจจะออกมาเป็นทางบวกไม่ทำให้รัฐบาลเหลิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความสัมพันธ์กับพรรคร่วมรัฐบาลยังคงเหนียวแน่นอยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า &amp;nbsp;ไม่เป็นไรทุกอย่างอย่างเหนียวแน่นดีอยู่
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51043</URL_LINK>
                <HASHTAG>SUPER POLL, ซูเปอร์โพล, ผลงานรัฐบาล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, รองนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190916/image_big_5d7f089063789.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50399</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2019 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2019 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซูเปอร์โพลสำรวจความเชื่อมั่น&#039;รัฐบาลลุงตู่&#039;ทำคนไทยนอนหลับดี มีแค่ 7.3 % ไร้ความสุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ย.62- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ดัชนีผลงานรัฐบาลยุคลุงตู่ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,197 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 10 &amp;ndash; 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา โดยมีหลักเกณฑ์คำนวนค่าดัชนีดังนี้ นำสัดส่วนของผู้ตอบในทางบวกหักออกจากสัดส่วนของผู้ตอบในทางลบและบวกด้วย 100 ถ้าค่าคะแนนได้เกิน 100 ถือว่าเชื่อมั่น ถ้าต่ำกว่า 100 ถือว่าไม่เชื่อมั่น ผลการศึกษาพบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดัชนีผลงานรัฐบาลยุคลุงตู่ ที่ได้คะแนนความเชื่อมั่นสูงที่สุดคือ ด้านความมั่นคง ความสงบของบ้านเมือง ได้ 175.47 คะแนน รองลงมาคือ ด้านความแข็งแกร่งของค่าเงิน ได้ 160.95 คะแนน อันดับสาม ด้านการให้บริการของธนาคารรัฐ ได้ 154.84 คะแนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับสี่ ได้แก่ ด้านสุขภาพของประชาชน ได้ 150.92 คะแนน อันดับห้าได้แก่ ด้านการศึกษา ได้ 143.18 คะแนน อันดับหก ได้แก่ ด้านพลังงาน ได้ 141.40 คะแนน อันดับเจ็ด ได้แก่ การมีงานทำของประชาชน ได้ 114.50 คะแนน อันดับแปด ได้แก่ ด้าน การกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลได้ 103.96 คะแนน แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ด้านเงินในกระเป๋าของประชาชน ได้ 95.81 คะแนน เป็นตัวเดียวที่ประชาชนยังไม่เชื่อมั่นในการสำรวจพบครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึง ความสุขจากการนอน ของประชาชนพบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 66.6 มีความสุข แต่ร้อยละ 26.1 ตอบ กลาง ๆ และร้อยละ 7.3 ที่ตอบว่า ไม่มีความสุข ส่วนสาเหตุของคนที่ตอบว่ามีความสุขจากการนอนระบุว่า ทำใจได้ถึงเวลานอนคือนอน ได้พัก ไม่คิดมาก ทุกอย่างดี ยึดหลักศาสนา ปฏิบัติธรรม ได้ที่นอนดี และสุขภาพดี เป็นต้น ในขณะที่กลุ่มคนที่ตอบ กลาง ๆ ระบุว่า มีปัญหาเศรษฐกิจ มีปัญหาสุขภาพ เครียด วุ่นวาย นึกถึงเงินในกระเป๋า เป็นธรรมดา เป็นต้น และกลุ่มคนที่ตอบว่าไม่มีความสุข ระบุว่า สุขภาพแย่ นึกถึงเงินในกระเป๋า ตกงาน ทำมาหากินขัดสน เครียดจัด เศรษฐกิจแย่ เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50399</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์โพล, ผลงานรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191116/image_big_5dcf873776fe5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
