<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 16:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แถลงผลตรวจดีเอ็นเอชี้คนไทยไม่ได้ฆ่า &#039;โทโมโกะ&#039; คดีดังปี 50 &#039;สมศักดิ์&#039; เผยกู้ศักดิ์ศรีชาวสุโขทัยไม่ทำร้ายนักท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สมศักดิ์&amp;quot; กู้ศักดิ์ศรีชาวสุโขทัย คลี่คลายคดีฆาตกรรมโทโมโกะ ปี 50 ชาวชี้ชัดคนไทยไม่ได้ฆ่า หลังผลตรวจดีเอ็นเอระบุเป็นฝืมือ 7 กลุ่มชาติพันธุ์ เอเชียตะวันออก ประสานอินเตอร์โพล-ตร.ญี่ปุ่น ลากเพื่อนชาวญี่ปุ่นตรวจดีเอ็นเอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ค.63 - เมื่อเวลา 13.00 น. ที่กระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงความคืบหน้า​คดีฆาตกรรม น.ส.โทโมโกะ คาวาชิตะ ซึ่งเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 พ.ย.2550 ที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จ.สุโขทัย โดยแถลงข่าวร่วมกับนายโทโมยูกิ ฟูจิยามะ หัวหน้านายตำรวจญี่ปุ่น เลขานุการเอก และนายฮิโรยูกิ มูระมัตสึ เลขานุการโท และกงสุล รวมทั้ง พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และ พ.ต.ท.​กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ ระบุว่า การสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว ได้ดำเนินการออกเป็น 4 ช่วง หลังเกิดเหตุผ่านมา 14 ปี มีการตรวจดีเอ็นเอบุคคลที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับคนร้าย ซึ่งตรวจพบจากขอบกางเกงด้านหลังของ น.ส.โทโมโกะ ประกอบกับขวดน้ำช้างศึก ซึ่งเป็นขวดน้ำที่ผลิตขึ้นในพื้นที่ของตชด. ก็ได้มีการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจตชด. และชาวบ้านละแวกนั้นรวม 200 ราย จนมาถึงวันที่ 24 ก.ค.2552 ตำรวจได้งดการสืบสวนสอบสวนหลังไม่พบความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นมีการสืบสวนต่อในช่วงที่ 2 คือในปี 2556 ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ขอให้ดีเอสไอรับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากกระทบต่อการท่องเที่ยว เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินทางไปเที่ยวที่ จ.สุโขทัย จึงได้มีการตรวจดีเอ็นเอผู้เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นอีก 146 ราย รวมเป็น 336 ราย ก็ยังไม่พบเบาะแส แต่ได้มีการงดการสอบสวนชั่วคราวเมื่อวันที่ 26 ก.ย.2559 แต่การสืบสวนยังดำเนินการต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนมาถึงช่วงที่ 3 เมื่อปี 2560 มีผู้แจ้งเบาะแสผ่านเว็บไซต์ดีเอสไอ ทางดีเอสไอจึงดำเนินการสอบสวน โดยได้ตรวจดีเอ็นเอพ่อค้าในพื้นที่เพิ่มอีก 2 ราย และต่อมาในช่วงที่ 4 คือในปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงที่ตนมารับตำแหน่ง รมต.ยุติธรรม และเป็นชาวจ.สุโขทัย ก็ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและได้ข้อมูลว่าผู้ต้องสงสัยน่าจะเป็นคนงานของฟาร์มหมูในละแวกนั้น โดยได้เก็บดีเอ็นเอของญาติคนงานฟาร์มหมู เนื่องจากคนงานฟาร์มหมูคนดังกล่าวเสียชีวิตไปแล้ว จึงได้มีการเก็บดีเอ็นเอพี่ชาย และพี่สาว รวมทั้งลูก ซึ่งครอบครัวดังกล่าวอยู่ที่ไต้หวัน โดยได้เก็บดีเอ็นเอเพิ่มขึ้นอีก 14 ราย รวมตลอด 4 ช่วงของการสืบสวนคดีดังกล่าว มีการเก็บดีเอ็นเอได้ 379 ราย เมื่อได้ตรวจสอบ กลับปรากฏว่าไม่ตรงกับดีเอ็นเอที่ขอบกางเกงของน.ส.โทโมโกะ จึงได้เปลี่ยนการสืบสวนสอบสวนใหม่ โดยนำดีเอ็นเอไปปรึกษากับนักพันธุ​์ศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.วรรณพงษ์ เปิดเผยว่า ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2562 ได้สกัดโครโมโซมจากดีเอ็นเอที่ขอบกางเกง พบเป็นโครโมโซม Y จำนวน 16 จุด แล้วนำไปพิสูจน์ทางวิชาการ วิเคราะห์แล้วพบว่าเป็นชาติพันธุ์กลุ่มประชากรในเอเชียตะวันออก ซึ่งมี 7 กลุ่มประเทศ แต่ที่ยืนยันได้คือใน 7 กลุ่มไม่มีประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวว่า คดีนี้เกิดชึ้นที่ประเทศไทย เป็นความรับผิดชอบของทางการไทย เมื่อไม่ปรากฏว่าผลตรวจดีเอ็นเอเป็นของคนไทยก็จะประสานไปยังตำรวจสากล และตำรวจญี่ปุ่น เพื่อมอบให้ดำเนินการต่อ เพราะว่ากฎหมายและต่างชาติแตกต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายโทโมยูกิ ได้กล่าวขอบคุณที่ทางการไทยให้ความสำคัญกับการสืบสวนคดี แต่น่าเสียดายที่ผลการตรวจดีเอ็นเอไม่สามารถระบุตัวคนร้ายได้ แต่ก็เป็นผลดีของการสืบสวนต่อ ซึ่งทางการญี่ปุ่นยินดีที่จะประสานเรื่องการไขคดีกับดีเอสไอต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ในช่วงเวลาเกิดเหตุมีผู้ต้องสงสัยใกล้ชิดกับน.ส.โทโมโกะ เดินทางออกนอกประเทศกี่คน พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวว่า จากการสืบสวนพบว่ามีผู้ใกล้ชิดกับเหตุการณ์เป็นชาวญี่ปุ่นเดินทางออกนอกประเทศ 1 ราย ซึ่งชายคนดังกล่าวเป็นเพื่อนของชาวญี่ปุ่น แต่ไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจดีเอ็นเอในครั้งนั้น โดยบุคคลดังกล่าวอยู่ที่ญี่ปุ่น และยังมีชีวิตอยู่เชื่อว่าจะสามารถติดตามตัวมาตรวจดีเอ็นเอได้ ส่วนที่มีการระบุว่าพบชาวเกาหลีใต้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนั้น ดีเอสไอจะตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งในเรื่องดังกล่าวหัวหน้าตำรวจญี่ปุ่น กล่าวว่า ผลการวิเคราะห์ฐานข้อมูลดีเอ็นเอของไทย ทำให้ทราบว่าคนร้ายน่าจะเป็นเชื้อชาติพันธุ์เอเชียตะวันออก และมีความเป็นไปได้ว่าไม่ใช่คนไทย แต่ก็ไม่ได้ตัดสินว่าคนร้ายจะเป็นคนชาติไหน ซึ่งทางการญี่ปุ่นยินดีที่จะสืบสวนต่อ แต่คดีนี้อยู่ระหว่างการสืบสวน การจะให้ระบุว่าจะบังคับให้ชายญี่ปุ่นคนดังกล่าวมาตรวจดีเอ็นเอได้หรือไม่นั้นไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ ได้กล่าวย้ำว่า ในการสืบสวนคดียืนยันว่าดีเอ็นเอ ที่ตรวจไม่มีค​นไทยเกี่ยวข้องแน่นอน มั่นใจว่าจะปิดคดี ซึ่ง จ.สุโขทัย เป็นบ้านเกิดของตน การดำเนินการในเรื่องการสืบสวนคดีนี้ และผลที่ออกมาถือว่าเป็นการศักดิ์ศรีความเป็​นคนสุโขทัย ไม่ทำร้ายนักท่องเที่ยว ทำความชัดเจนให้ปรากฏ&amp;nbsp;ซึ่งการสอบสวนในเมืองไทยสมบูรณ์ คนไทยรอดตัวแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วรวีร์ ไวยวุฒิ ผู้อำนวยการกองมาตรฐานนิติวิทยาศาสตร์และผู้อำนวยการกองสารพันธุกรรม กล่าวว่า น้ำยาใหม่ที่ใช้ตรวจสอบสกัดหารูปแบบสารพันธุกรรม คือ น้ำยา Yfiler Plus นั้น มีระดับผลความแม่นยำ 99.99% ซึ่งผลจากการสกัดดีเอ็นเอขอบกางเกงด้านหลังข้างขวาของน.ส.โทโมโกะ พบว่าเข้ากับลักษณะพันธุกรรมที่มีเอกลักษณ์ดีเอ็นเอของคนชาติพันธุ์กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออก ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน อย่างไรก็ดี มีลักษณะคล้ายคลึงกับชาวญี่ปุ่น และเกาหลีใต้มากกว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72313</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงยุติธรรม, คดีโทโมโกะ, จังหวัดสุโขทัย, ผลตรวจดีเอ็นเอ, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200723/image_big_5f19522c0d31a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 20:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 20:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตกษัตริย์เบลเยียมจำยอมรับมีลูกนอกสมรส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จำนนด้วยดีเอ็นเอ อดีตกษัตริย์อัลแบร์ที่ 2 แห่งเบลเยียม ทรงถูกบังคับให้ต้องยอมรับว่าพระองค์มีพระธิดานอกสมรสจากความสัมพันธ์กับสตรีชั้นสูงเมื่อครั้งยังเป็นเจ้าชายอัลแบร์กว่า 50 ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดลฟีน โบเอล (ซ้าย) ในภาพถ่ายเมื่อ 26 เมษายน 2561 และสมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์ที่ 2 เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2556 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพี เมื่อวันอังคารที่ 28 มกราคม 2563 กล่าวว่า อดีตสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งเบลเยียมพระชนมายุ 85 พรรษา ทรงออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ ยอมรับว่า พระองค์เป็นบิดาผู้ให้กำเนิดของ เดลฟีน โบเอล ศิลปินหญิงชาวเบลเยียม วัย 51 ปี และพระองค์ตัดสินพระทัยยุติการต่อสู้ทางการกฎหมาย &amp;quot;อันเจ็บปวด&amp;quot; เพื่อพิสูจน์ความเป็นพ่อ ซึ่งยืดเยื้อมานานนับแต่ปี 2556 ภายหลังพระองค์สละราชบัลลังก์ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวลือการมีสัมพันธ์กับสตรีอื่นจนกระทั่งมีลูกนอกสมรสนี้ถูกเปิดโปงครั้งแรกเมื่อปี 2542 ในหนังสือชีวประวัติของสมเด็จพระราชินีเปาลาที่เขียนโดยไม่ได้รับอนุญาต คำกล่าวหานี้กลายเป็นเรื่องอื้อฉาวของราชวงศ์และเป็นข่าวซุบซิบในสื่อเบลเยียมมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาโบเอลกล่าวหาว่าเธอคือลูกนอกสมรสคนนั้น แต่อดีตกษัตริย์อัลแบร์ทรงยืนกรานปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอด 20 ปีที่ผ่านมา กระทั่งเธอยื่นฟ้องร้องต่อศาลเมื่ออดีตกษัตริย์สิ้นเอกสิทธิ์คุ้มครองภายหลังสละราชบัลลังก์ให้เจ้าชายฟิลิป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนพฤษภาคม 2562 อดีตกษัตริย์อัลแบร์ทรงยอมตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ เพื่อสะสางเรื่องราวทั้งหมดหลังจากศาลอุทธรณ์เบลเยียมตัดสินลงโทษปรับเงินพระองค์วันละ 5,000 ยูโร (ราว 170,235 บาท) หากยังทรงยืนกรานไม่ให้ความร่วมมือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบเอลกล่าวว่า ซีบิล เดอ เซลิส ลองชอมป์ มารดาของเธอซึ่งเป็นสตรีชั้นสูงในสังคมเบลเยียม มีความสัมพันธ์นอกสมรสกับเจ้าชายอัลแบร์แห่งลีแอจขณะนั้น ระหว่างปี 2509 และ 2525 เธอได้รับการเลี้ยงดูโดยฌากส์ โบเอล สามีของมารดาเธอ ซึ่งภายหลังเธอฟ้องศาลชนะคดีว่าเขาไม่ใช่พ่อของเธอตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าชายอัลแบร์เสด็จขึ้นครองราชย์ภายหลังสมเด็จพระราชาธิบดีโบดวง พระเชษฐา สวรรคตเมื่อปี 2536 โดยทรงครองราชย์นาน 20 ปี กษัตริย์อัลแบร์เคยทรงยอมรับว่าพระองค์มีปัญหากับพระราชินีเปาลาช่วงปี 2513-2523 แต่พระองค์ไม่เคยทรงยอมรับว่ามีทายาทนอกสมรส กษัตริย์อัลแบร์และราชินีทรงมีพระราชโอรส 2 พระองค์ และพระราชธิดา 1 พระองค์ โดยว่ากันว่าพระองค์ทรงมีรายได้ปีละประมาณ 1 ล้านยูโร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำแถลงเมื่อวันจันทร์ ทนายความของอดีตกษัตริย์อัลแบร์กล่าวว่า พระองค์ทรงรับทราบผลการตรวจดีเอ็นเอ และผลสรุปทางวิทยาศาสตร์ที่บ่งชี้ว่าพระองค์ทรงเป็นบิดาแท้ๆ ของนางเดลฟีน โบเอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายความกล่าวอีกว่า อดีตกษัตริย์ตัดสินพระทัยว่าพระองค์จะยุติการต่อสู้ทางกฎหมาย ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรี และบัดนี้พระองค์ทรงยอมรับว่าเดลฟีน โบเอล เป็นพระราชธิดาองค์ที่ 4 ของพระองค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงอ้างด้วยว่า ความเป็นพ่อทางกฎหมายไม่จำเป็นต้องสะท้อนความเป็นพ่อผู้ให้กำเนิด และอดีตกษัตริย์ไม่ได้ทรงมีส่วนต่อการตัดสินใจด้านครอบครัว, สังคม หรือการศึกษา ในช่วงที่โบเอลเติบโตมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี มาร์ก อุยเทนแดเลอ ทนายความของโบเอล กล่าวกับสถานีโทรทัศน์อาร์ทีแอลเกี่ยวกับสิทธิในราชสมบัติว่า โบเอลเป็น &amp;quot;ลูกโดยชอบด้วยกฎหมายเหมือนกับลูกคนอื่นๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวด้วยว่า ลูกความของเขาโล่งใจภายหลังอดีตกษัตริย์ทรงยอมรับความเป็นพ่อ เพราะชีวิตของเธอเป็นฝันร้ายมายาวนานกับการค้นหาตัวตนของเธอเอง เธอมีพ่อแท้ๆ ที่ปฏิเสธเธออย่างโหดร้ายเมื่อเรื่องนี้ปรากฏต่อสาธารณะ เธอฟ้องร้องเป็นคดีความก็เพื่อที่ไม่ให้ลูกของเธอต้องมาแบกรับเรื่องนี้ต่อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55733</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลตรวจดีเอ็นเอ, ลูกนอกสมรส, สมเด็จพระราชาธิบดีอัลแบร์ที่ 2, อดีตกษัตริย์เบลเยียม, เดลฟีน โบเอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200128/image_big_5e30384f0f455.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2019 15:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2019 15:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.นครพนมยืนยันผลตรวจDNAศพฆ่าทิ้งแม่น้ำโขงคือ&quot;สหายกาสะลอง&quot;คนสนิท&#039;สุรชัย แซ่ด่าน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.62 - &amp;nbsp;หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม หลังจาก พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม ตรวจแถวข้าราชการตำรวจเรียบร้อยแล้ว ได้เปิดเผยถึงผลตรวจดีเอ็นเอ 2 ศพที่ถูกฆ่าถ่วงแม่น้ำโขงอย่างโหดเหี้ยม เหตุเกิดเมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกล่าวว่าผลการตรวจดีเอ็นเอ บก.ภ.จว.ฯ ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการจากสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ แล้ว ปรากฏว่าในศพของ สภ.เมืองนครพนม ดีเอ็นเอของลูกชาย(สหายกาสะลอง) ผลการตรวจไม่ขัดแย้งกับศพที่ตรวจพบ ในส่วนของ สภ.ธาตุพนม ก็เช่นเดียวกัน ด้วยการนำดีเอ็นเอของลูกชาย และแม่ ไปตรวจเปรียบเทียบกับศพที่ตรวจพบ ทั้ง 3 คน ผลการตรวจไม่ปฏิเสธความสัมพันธ์ บิดา มารดา และลูก ซึ่งต่อจากนี้จะต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดจากกรณีพบศพชายไม่ทราบสัญชาติ จำนวน 2 ศพ มีอายุประมาณ 30-50 ปี ในสภาพถูกฆ่าในลักษณะเดียวกัน คือใช้เชือกไนล่อนรัดคอ จับใส่กุญแจมือ ผ่าท้องยัดแท่งปูนซึ่งคล้ายหลักทางโค้งของประเทศเพื่อนบ้าน พันด้วยผ้าเทป ห่อตาข่ายสีเขียว และห่อทับอีกชั้นด้วยกระสอบป่าน รัดด้วยเชือกอีกทบ ก่อนโยนทิ้งแม่น้ำโขง กระทั่งศพแรกลอยมาโผล่ริมตลิ่งใกล้กับตลาดนัดไทย-ลาว หลังเทศบาลตำบลธาตุพนม อ.ธาตุพนม เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.61 ต่อมาวันที่ 29 ธ.ค.61 ศพที่สองก็ลอยติดฝั่งแม่น้ำโขงบ้านสำราญเหนือ ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม โดยมีกระแสข่าวลือว่า ศพที่พบอาจเป็นร่างของ นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ (แซ่ด่าน) นักเคลื่อนไหวทางการเมือง กับคนสนิทอีก 2 คนคือสหายกาสะลอง(นามแฝง) และสหายภูชนะ(นามแฝง)ที่หายตัวไปพร้อมกัน เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;โดยบุคคลทั้งสามลี้ภัยไปอยู่ใน สปป.ลาว ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบว่าผู้ตายเป็นใคร และมีญาติของสหายกาสะลอง สหายภูชนะ ไปให้เจ้าหน้าที่นิติเวชตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ โดยใช้เวลาประมาณ 2-3 อาทิตย์ ถึงจะทราบผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งลูกชายของสหายภูชนะ คนสนิทของนายสุรชัย อ้างกับคนใกล้ชิดว่า ผลการตรวจดีเอ็นเอ ออกมาแล้วปรากฏว่าเมื่อตรวจสอบแล้ว ศพที่พบในพื้นที่ สภ.ธาตุพนม มีความเกี่ยวพันกับตน ขณะผลดีเอ็นเอญาติของสหายกาสะลอง ศพที่พบในพื้นที่ สภ.เมืองนครพนม ก็มีผลตรวจออกมาในลักษณะเดียวกันว่า มีความคล้ายคลึงกับศพดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังผลดีเอ็นเอออกมา ซึ่งค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าเป็นศพของสหายกาสะลองกับสหายภูชนะ คนสนิทนายสุรชัย แซ่ด่าน จึงเตรียมจะเดินทางข้ามแม่น้ำโขง เพื่อขอความร่วมมือจาก สปป.ลาว เข้าตรวจสอบที่พักกลุ่มนายสุรชัยใช้ลี้ภัย ซึ่งอาจจะพบหลักฐานที่จะสาวถึงกลุ่มคนร้ายได้ ข่าวคืบหน้าจะนำมาเสนอต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27221</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าถ่วงน้ำ, นครพนม, ผลตรวจดีเอ็นเอ, สหายกาสะลอง, สุรชัย แซ่ด่าน, แม่น้ำโขง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190122/image_big_5c46d06c9b153.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
