<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2018 15:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2018 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เห็นชอบมหาวิทยาลัยอมตะใช้หลักสูตรวิศวกรรมเทคโนโลยีไต้หวันอันดับ23ของโลกรองรับอีอีซี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม.&amp;nbsp;ว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอให้ มหาวิทยาลัยอมตะ จัดการศึกษาในหลักสูตรของมหาวิยาลัยแห่งชาติไต้หวัน(NTU) จัดการศึกษาในหลักสูตร&amp;nbsp;Master of Science&amp;nbsp;ในสาขาวิชา วิศวกรรมเทคโนโลยี เน้นที่การใช้หุ่นยนต์ในสายการผลิต เป็นระบบยานยนต์แห่งอนาคต สำหรับจัดตั้งมหาวิทยาลัยในเรื่องการส่งเสริมการจัดการศึกษา โดยสถาบันการศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ จากมติครม.เดิม เกี่ยวกับกับพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของไทยให้มีศักยภาพ พร้อมรับการขยายตัวของเศรษฐกิจพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี จึงสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยจากต่างประเทศเข้ามาจัดตั้งสาขาในพื้นที่ อีอีซี หรือหากไม่อยู่ในพื้นที่ อีอีซี ต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ(คพอต.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับมหาวิทยาลัยต่างประเทศที่จะจัดการศึกษาในพื้นที่ดังกล่าว ต้องไม่แย่งลูกค้ากับผู้ประกอบการที่เป็นมหาวิทยาลัยในประเทศไทย เพราะ ต้องมีการมุ่งเน้นสาขาวิชาที่มหาวิทยาลัยไทยขาดแคลน หรือ มุ่งเน้นสาขาวิชาที่อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายทั้ง อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โยมีกฎว่า ต้องมีการจัดการเรียนการสอนให้มีมาตรฐานเช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยหลักในต่างประเทศ ซึ่งเป็นการรับประกันคุณภาพ ว่า จะมีคุณภาพไม่ต่างจากต้นทางของประเทศนั้นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้รับการจัดอันดับโดย&amp;nbsp;QS2017&amp;nbsp;ซึ่งเป็นองค์กรสากลมีหน้าที่จัดลำดับมหาวิทยาลัยต่างๆทั่วโลก อยู่ที่ อันดับ&amp;nbsp;76&amp;nbsp;ของโลก โดยเฉพาะสาขาวิชาที่กำลังจะเปิดในไทยนั้น อยู่อันดับที่&amp;nbsp;23&amp;nbsp;ของโลก โดยจัดตั้งในนิคมอมตะนคร จ.ชลบุรี ซึ่งประเทศไทยมีความเป็นในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่าง ไต้หวัน และจีน กรณีความสัมพันธ์ โดยมีข้อตกลงปลีกย่อยบางประการ อาทิ ต้องไม่ประดับธงชาติทั้งของไต้หวันและประเทศจีน ต้องไม่มีการประดับรุปภาพ รุปปั้นของอดีตผู้นำ หนือ นักการเมือง ของประเทศไต้หวัน และงดเว้นการระบุว่าไต้หวันเป็นประเทศหรือระบุชื่อ สาธารณรัฐประชาชนจีน เช่นเดียวกับการจัดกิจกรรมของมหาวิทยาลัยตั้งเป็น กิจกรรมการศึกษา ต้องไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง &amp;rdquo; พล.ท.สรรเสริญ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11664</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลประชุมครม., พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, มหาวิทยาลัยอมตะ, วิศวกรรมเทคโนโลยี, หลักสูตรไต้หวัน, เขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี, โฆษกไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0bdb1196d4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 07:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 07:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.รับลูกกลาโหมผลิตอาวุธขาย  มอบกฤษฎีกาดูข้อกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)วานนี้(10 เม.ย.)ว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอขออนุมัติหลักการในร่างพ.ร.บ.เทคโนโลยีป้องกันประเทศ ซึ่งกระทรวงกลาโหมได้มีหน่วยงานอย่าง สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ(องค์การมหาชน) จัดตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกา แต่ติดข้อจำกัดคือไม่สามารถดำเนินการผลิต จำหน่ายได้ มีหน้าที่เพียงวิจัยพัฒนาอาวุธยุทธโธปกรณ์ที่ใช้ในการป้องกันประเทศเท่านั้น และยังไปเกี่ยวข้องกับการจัดตั้งโรงงาน วิจัยพัฒนา จำหน่ายยุทธภัณฑ์ ที่มีกฎหมายเกี่ยวกับยุทธภัณฑ์อยู่ ทำให้การดำเนินการติดขัด จึงได้เสนอขอปรับปรุงจากสถาบันเทคโนฯป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) เป็นสำนักงานเทคโนโลยีป้องกันประเทศ(สทป.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สทป.จะไม่ใช่หน่วยงานราชการ ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ แต่อยู่ในการกำกับของหน่วยงานราชการ จะมีพ.ร.บ.เป็นกฎหมายที่จัดขึ้นมาเฉพาะ เพื่อให้มีศักดิ์และสิทธิ์เท่ากับพ.ร.บ.โรงงาน พ.ร.บ.ยุทธภัณฑ์ เวลามีผลการวิจัยออกมา แล้วจำเป็นจะต้องร่วมทุน หรือผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ ต่างประเทศ ก็จะดำเนินการได้สะดวกขึ้น&amp;quot; พล.ท.สรรเสริญกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีมีข้อสังเกตเกี่ยวกับหน่วยงานที่ทำหน้าที่วิจัย พัฒนาอาวุธของไทยมาโดยตลอด ไม่เคยนำผลวิจัยที่ได้ไปต่อยอดเป็นผลผลิตในประเทศได้อย่างเกิดผล หรือส่งออกต่างประเทศ ดังนั้นเมื่อแก้ไขรูปแบบดังกล่าว เชื่อว่าจะสามารถนำผลการวิจัยทั้งหลายไปต่อยอดได้ เพราะสามารถยกเว้น ไม่ต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.โรงงาน หรือยุทธภัณฑ์ได้ ทำให้เกิดความคล่องตัว แต่ในขณะเดียวกันครม.ก็ยังมีความเห็นว่า บางเรื่องก็ไม่สามารถยกเว้นได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้กำหนดว่าการประกอบกิจการของเอกชน รัฐไม่สามารถไปแข่งขันได้ จึงมอบหมายคณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณาว่าจะสามารถยกเว้น หรือไม่ยกเว้นในส่วนใดได้บ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6903</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลาโหม, ผลประชุมครม., ผลิตอาวุธ, พ.ร.บ.เทคโนโลยีป้องกันประเทศ, โฆษกรัฐบาล, ไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180411/image_big_5acd5ae1522e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
