<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.สภาฯมีมติให้ยกเลิกสารเคมีการเกษตร 3 ชนิด แฉผลประโยชน์ทับซ้อนอื้อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.62-ที่รัฐสภา นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ อาทิ นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ เป็นต้น แถลงว่า ที่ประชุมมีมติให้ยกเลิกสารเคมีการเกษตร 3 ตัว ประกอบด้วย พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอสในทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ขณะเดียวกันกมธ.วิสามัญฯก็ไม่ปิดกันรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีมติตั้งคณะทำงาน 1 ชุด เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงพิษภัยของสารเคมี ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้า กมธ.จะเชิญรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทั้ง 4 กระทรวงมาพูดคุยกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้สารเคมีในประเทศอันตรายถึงขั้นวิกฤตซึ่งไม่อาจยื้อไปได้อีก เพราะมันช้าเกินไปแล้ว ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ให้ยกเลิกสารทั้ง3ตัว นอกจากนี้ ในวันที่ 4 ต.ค. กมธ.จะลงพื้นที่ที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เพื่อดูและสุ่มตรวจพืชผักผลไม้ของจีนที่นำเข้าประเทศไทย รวมทั้งจะลงพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อไปพบปะประชาชนที่ประสบภัยสารเคมีว่าทุกข์ร้อนอย่างไรบ้าง เราหวังว่าจะไม่หนีเสือปะจระเข้ที่ยกเลิกสารเคมี 3 ตัวนี้ แล้วไปหาสารเคมีตัวอื่น เพราะความจริงแล้วมีวิธีในการทดแทนเ พียงแต่นักวิชการของกรมวิชาการเกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถูกบล็อกไม่ให้แสดงความคิดเห็นเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาเท่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น เราจะเชิญนักวิชาการอิสระเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการทดแทน เพราะ 53 ประเทศเขาเลิกใช้แล้ว แม้แต่ในลาว กัมพูชา เวียดนาม ก็เลิกใช้แล้ว เราจึงหนักแน่นว่าไทยถึงเวลาต้องเลิกใช้เช่นกัน&amp;rdquo; นายชวลิต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายดำรงค์ กล่าวเสริมว่า ปัญหาสารเคมีทั้ง 3 ตัวมีเบื้องหลังอยู่มากเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อน มีเงินเข้าประเทศอย่างเดียว แต่ไม่คำนึงถึงชีวิตประชาชน ซึ่งเมื่อมีสภาผู้แทนราษฏรถือเป็นโอกาสดีที่ส.ส.ร่วมมือกันตั้งกมธ.ให้เรื่องนี้สำเร็จไม่มีอะไรมาต้านทานได้ เพราะรัฐมนตรีทุกคนมาจากประชาชน ต้องฟังเสียงประชาชน ซึ่งในที่ประชุมพูดคุยกันว่าหากลดสารเคมีได้จะเพิ่มพื้นป่าได้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมามีการใช้สารเคมีฉีดทำลายพื้นที่ป่าอย่างง่ายดาย หากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องคนใดไม่สนับสนุนเรื่องดังกล่าว ตนจะขออภิปรายไม่ไว้วางใจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46482</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.วิสามัญสารเคมี, ผลประโยชน์ทับซ้อน, ยกเลิกสารเคมี3ชนิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180216/image_big_5a8671c15bb00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2019 13:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2019 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039;เปิดตึกไทยซัมมิทแถลงข่าวยำ&#039;คสช.&#039;มีผลประโยชน์ทับซ้อนสืบทอดอำนาจเผด็จการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค.62 -ที่ทำการพรรคอนาคตใหม่ อาคารไทยซัมมิท นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงว่า 3 เหตุผลที่พรรคอนาคตใหม่เรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองต่อต้านการสืบทอดอำนาจของคสช. ว่า หลังมีพ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ถ้าเป็นรัฐบาลปกติต้องเป็นรัฐบาลรักษาการ ไม่มีอำนาจเต็มในการผ่านกฎหมายหรือการดำเนินนโยบายต้องไม่มีภาระผูกพัน โดยไม่ต้องย้อนไปถึง 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อบอกประชาชนและส่งสัญญาณไปยังพรรคการเมืองที่กำลังจะตัดสินใจร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.และนายกฯ ซึ่งพรรคที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจจะนำพล.อ.ประยุทธ์กลับมาอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งมี 3 กรณีศึกษาคือ 1. มีการใช้ภาษีของประชาชน เอื้อกลุ่มทุนใกล้ชิดคสช. เช่น การบินไทยมีแผนซื้อเครื่องบินใหม่ 38 ลำ 1.5 แสนล้านบาท ทั้งที่เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา ขาดทุน 1.2 หมื่นล้านบาท และยังมีหนี้สะสมอยู่ 1.5 แสนล้านบาท กลายเป็นภาระผูกพันไปยังรัฐบาลหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายธนาธร กล่าวว่า เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็มีการออกม.44 เอื้อกลุ่มทุนโทรคมนาคมและดิจิทัลทีวี รวมกว่า 23,6664 ล้านบาท ซึ่งมีกลุ่มทุนใหญ่เพียงไม่กี่กลุ่มที่ได้ประโยชน์ แทนที่เงินกว่า 2.3 หมื่นล้านบาทสามารถนำไปซื้อรถเมล์ไฟฟ้าได้ 2,366 คน เครื่องฟอกไต 39,440 เครื่อง ส่งนักเรียนม.6ปีนี้เรียนจบป.ตรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ 110,000 คน ล่าสุดกำลังดำเนินการจัดทำสัมปทาน ดิวตี้ฟรีสนามบินเอื้อกลุ่มทุนเดิม ที่พบว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 32 เท่า ใน 12 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ยเติบโต 2.5 เท่าทุกๆปี เพราะมีแห่งเดียว หากเปรียบเทียบกับสนามบินในเกาหลีใต้ที่เปิดสัมปทานให้กว่า 12 บริษัท จะพบว่า รายได้ดิวตี้ฟรีไทยน้อยกว่าเกาหลีใต้ 3 เท่า ทั้งที่ไทยมีนักท่องเที่ยวมากกว่าเกาหลีใต้ 3 เท่า เช่นเดียวกับสัมปทานรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ก็มีการตั้งข้อสังเกตหลายด้าน เพราะไม่ใช่แค่ประมูลรถไฟ แต่เป็นประมูลที่ดิน เอกชนออกเงินน้อยกว่ารัฐ มีข้อเสนอเพิ่มเติมในซองที่ 4 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายธนาธร กล่าวว่า 2.ทำให้การกระจายอำนาจถอยหลัง ดึงอำนาจกลับสู่รัฐส่วนกลาง รัฐราชการที่ใหญ่โตเทอะทะ &amp;nbsp;ชุดกฎหมายท้องถิ่น 6 ฉบับที่ออกมาหลังเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา สำหรับอนาคตใหม่กฎหมายเหล่านี้เป็นโทษต่อประเทศอย่างร้ายแรง หลักใหญ่มี 3 ด้านคือประการแรก เพิ่มอำนาจส่วนกลางในการควบคุมท้องถิ่น ให้อำนาจผู้ว่า นายอำเภอ สั่งเรียกตักเตือน สั่งให้ผู้บริหารท้องถิ่นหยุดการทำหน้าที่ได้ ต่อไป อบจ. อบต. ต้องฟังนายอำเภอที่มาจากการแต่งตั้งของข้าราชการส่วนกลาง ทั้งที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน การกระจายอำนาจที่เริ่มต้นมาเมื่อปี 2540 กำลังถูกพังลงอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา ประการที่สอง ลดอำนาจทำลายความอิสระ ตัดอำนาจเสนอนโยบายออกไป ให้แต่บริหารจัดการบริการสาธารณะ การเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามที่กระทรวงมหาดไทยออกระเบียบ ท้องถิ่นไม่มีอำนาจออกระเบียบ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายธนาธร กล่าวว่า ประการที่สาม ลดความสำคัญของการเลือกตั้ง มีการยกเลิกส.ข.ที่สำคัญผู้ว่ากรุงเทพฯและพัทยา อาจจะมาแต่งตั้งก็ได้ ความพยายามต่อสู้ของประชาชนในการพยายามดููแลตนเองให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของตน ถูกดึงกลับส่วนกลางทั้งหมด ภาษีถูกนำมาโอบอุ้มรัฐราชการที่ใหญ่เทอะทะ ซึ่งนี่เป็นนโยบายพรรคอนาคตใหม่ที่ต้องการกระจายอำนาจ แล้วทุกพรรคใหญ่ที่หาเสียงก่อนการเลือกตั้งทุกคนก็พูดตรงกันหมดว่า จะยุติรัฐราชการรวมศูนย์ แล้วการร่วมรัฐบาลที่ผลักดันกฎหมายเหล่านี้ออกมาจะตอบประชาชนได้อย่าง เพราะพวกคุณบอกให้กระจายอำนาจ ตกลงแล้วจุดยืนและอุดมการณ์ของคุณอยู่ตรงไหนบ้าง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายธนาธร กล่าวอีกว่า 3.การริดรอนสิทธิและเสรีภาพของประชาชน จากกฎหมายอีก 2 ฉบับ คือพ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และพ.ร.บ.ข่าวกรองแห่งชาติ ที่ออกมาระหว่างก่อนเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง มีเนื้อหาริดรอดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน แต่เพิ่มอำนาจให้รัฐบาลแฮ็กและตรวจสอบโซเชียลมีเดียประชาชนได้ ให้อำนาจฝ่ายบริหาร ฝ่ายความมั่นคง เพียงถ้าเขาเห็ว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง คำถามคือ อะไรคือภัยความมั่นคง ตนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเพื่อความเท่าเทียม ถามว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ หรือภัยต่อความมั่นคงของผู้มีอำนาจในปัจจุบันกันแน่ ซึ่งนี่คือการปิดปากประชาชนนไม่ให้พูดไม่ให้แสดงออก ทำให้กลไกอำนาจรัฐเข้มแข็งขึ้น มีเงินเอาอำนาจรัฐเข้าส่วนกลางแล้วปิดปากคนต่อต้านคนวิจารณ์ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง เวลาเป็นเรื่องสำคัญเพราะแสดงธาตุแท้ ก่อนการเลือกตั้งคุณต้องไปขอประชาชน แต่หลังการเลือกตั้งไม่ต้องฟังแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ผมอยากสื่อสารไปยังพรรคการเมืองอื่นว่า นี่คือสิ่งที่สังคมที่อยากเห็นหรือ ในการร่วมสืบทอดอำนาจของเผด็จการ ตอบกับประชาชนหน่อยว่า ทำไมจึงร่วมรัฐบาลกับเขา นี่คือเรื่องที่รัฐบาลที่กำลังทำและจะทำเรื่องพวกนี้ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา ใครที่ตัดสินใจไปแล้วขอให้ตอบหน่อย ส่วนพรรคทียังไม่ตัดสินใจ ช่วยเล่าให้เราฟังหน่อยว่า มีฝันอยากเห็นประเทศนี้เป็นอย่างไรกันแน่ บอกพวกเราหน่อยว่า คุณใช้อะไรตัดสินใจในการร่วมรัฐบาล ที่ผ่านมาในแง่หนึ่ง รูปแบบกองทัพในปัจจุบัน ทำให้เกิดรัฐประหารวงจรอุบาทว์ แต่อีกแง่หนึ่งก็มีนักการเมืองไปสนับสนุนวงจรนี้ นักการเมืองที่ต้องประณามไม่ใช่แค่คอรัปชั่น แต่ต้องประณามนักการเมืองที่สนับสนุนการรัฐประหารด้วย ต้องใช้เวลาอีกกี่ปีประเทศไทยถึงจะกลับไปเป็นแบบปี 2548 ได้อีก เพราะตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมาประเทศไทยดิ่งเหวมาโดยตลอด&amp;rdquo;นายธนาธรกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35814</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตึกไทยซัมมิท, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, ผลประโยชน์ทับซ้อน, รัฐบาลคสช., หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cda5dd98c82f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2019 07:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2019 07:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธีระชัย&#039;ชี้ถ้านักปฎิวัติขายตัว ความเสี่ยงคอร์รัปชันในรัฐบาลรัฐประหารอาจจะสูงกว่ารัฐบาลเลือกตั้ง  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
23 เม.ย.62- นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.คลัง รัฐบาลยิ่งลักษณ์&amp;nbsp; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thirachai Phuvanatnaranubala ว่า &amp;ldquo;เมื่อชอบใคร ก็ไม่ต้องดูพฤติกรรม?&amp;rdquo; มีคนเอ่ยแก่ผมว่า นิสัยคนไทย เมื่อชอบใคร ก็แทบจะไม่ต้องดูพฤติกรรมของเขา อะไรก็รับได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2560 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ &amp;ldquo;ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;วันที่ 9 ธันวาคมของทุกปี ถือเป็นวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล ซึ่งรัฐบาลและ คสช. ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทุจริต ให้เป็นวาระเร่งด่วนและวาระแห่งชาติ ซึ่งได้มีการดำเนินการที่สำคัญๆ หลายประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่งผลให้เห็นว่างานปราบปรามของ ป.ป.ช. สามารถจะทำคดีได้รวดเร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยแสดงตัวเลขทางสถิติประกอบ&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอวิจารณ์ว่า ตัวผมเองมีประสบการณ์กับ ป.ป.ช. และพบว่า อาจจะมีประสิทธิภาพในการเอาผิดทุจริตระดับข้าราชการ แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยสามารถเอาผิดทุจริตเชิงนโยบายสำหรับระดับ ครม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การฉวยประโยชน์ก้อนใหญ่จริงๆ นั้น จะต้องเป็นทุจริตเชิงนโยบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังเช่นกรณีที่มีการแปลงค่าสัมปทานโทรศัพท์มือถือไปเป็นภาษีสรรพสามิตในรัฐบาลทักษิณ ศาลเห็นว่าคุณทักษิณเป็นเจ้าของบริษัทที่ได้ประโยชน์จากมาตรการนี้ จึงได้พิพากษายึดทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้เดิมค้างกลางอากาศ แต่ล่าสุดดำเนินคดีได้ถึงแม้จำเลยหนีไป จึงมีการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การลงโทษทุจริตเชิงนโยบายนั้นค่อนข้างยาก เพราะทุกอย่างทำต่อหน้าประชาชน ทำอย่างเปิดเผย และการจะเข้าใจวัตถุประสงค์ได้ ก็ต้องทำการโยงเรื่องหลายจุด และขาดใบเสร็จที่จะโยงแบบเด็ดขาดไปถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่น่าเชื่อ บุคคลที่นั่งอยู่ในคณะรัฐมนตรีรัฐบาลทักษิณ ที่อนุมัติการออกกฎหมายดังกล่าว มีบางรายที่อยู่ในคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันด้วยซ้ำ ไม่มีคนอื่นต้องรับผิดชอบนอกจากคุณทักษิณ!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในอดีต ทุจริตเชิงนโยบายอาจจะมีไม่มาก เพราะนักการเมืองที่เข้าสู่ตำแหน่ง ที่ร่ำรวย และเป็นเจ้าของธุรกิจยักษ์ใหญ่ รายที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายได้นั้น จะมีน้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปัญหามักจะเกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลปฏิวัติ เพราะถึงแม้ไม่มีบุคคลร่ำรวย ที่เป็นเจ้าของธุรกิจยักษ์ใหญ่ เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่นักธุรกิจที่ร่ำรวย อาจจะซื้อรัฐบาลประเภทนี้ได้ง่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ความเสี่ยงคอร์รัปชันในรัฐบาลปฏิวัติ อาจจะสูงกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเสียด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะกรณีนักการเมืองนั้น โกงเพียงเพื่อตัวเอง แต่กรณีนักปฏิวัตินั้น ถ้าขายตัว ก็จะโกงเพื่อใครๆ ก็ได้ จึงจะทำได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามโครงการที่ ดร.สมเกียรติ ประธาน TDRI ให้ประชาชนจับตา ก็คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เลื่อนจ่ายค่าประมูล 4G งวดสุดท้าย 1.6 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ประมูลสัมปทานดิวตี้ฟรี หลายแสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ประมูลรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน 2.2 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการขนาดยักษ์ใหญ่อย่าง 3 โครงการนี้ ถ้าจะมีการโกง ก็จะต้องทำเป็นทุจริตเชิงนโยบาย เพื่อล๊อคสเปกเอื้อแก่ธุรกิจเฉพาะราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ถึงแม้ใบเสร็จยังไม่ปรากฏ ตามปกติ ประชาชนก็สามารถลงโทษทางการเมืองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเป็นที่น่าเสียดาย ถ้ามีการประกาศโครงการเหล่านี้ให้ชัดเจนไปก่อนเลือกตั้ง อาจจะได้เห็นว่าประชาชนคิดอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34245</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายตัว, ธีรชัย ภูวนาถนรานุบาล, ผลประโยชน์ทับซ้อน, รัฐบาลรัฐประหาร, อดีตรมว.คลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb20d2370de1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31693</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้าลูกพ่อครางฮือ!แฉมุมมืดรัฐฟลอริดาเตรียมสั่งห้ามเจ้าหน้าที่รัฐใช้&#039;Blind Trust&#039;เพราะตรวจสอบไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.62-เว็บไซต์ ThaiPublica เผยแพร่บทความ &amp;quot;รู้จัก &amp;ldquo;Blind Trust&amp;rdquo; เครื่องมือนักการเมืองจัดการทรัพย์สิน โชว์ความโปร่งใส&amp;quot; &amp;nbsp;หลังนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวเรื่องการจัดการทรัพย์สินในการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง พร้อมกับได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อโอนทรัพย์สินมูลค่าราว 5,000 ล้านบาทให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนภัทรดูแลและจัดการในลักษณะ blind trust&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีประเด็นน่าสนใจ คล้ายกับที่ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประธานกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า หลายปีมาแล้วได้ตัดสินใจทำสวนทางกับที่คุณธนาธรพยายามที่จะทำ คือผมยกเลิก Trust ที่มีอยู่ เพราะผมคิดว่าความโปร่งใสสำคัญกว่า ผมคิดว่าประเด็นที่น่ากังวลที่สุดในสิ่งที่คุณธนาธรได้ประกาศวันนี้ ไม่ใช่ว่าท่านเป็นคนแรกหรือไม่ แต่ที่ท่านบอกว่าทรัพย์สินที่ท่านโอนไปนี้จะ &amp;lsquo;มองไม่เห็น&amp;rsquo; เพราะเมื่อทุกคนบอดสนิทกับข้อเท็จจริงว่าท่านมีทรัพย์สินอะไรบ้าง การตรวจสอบเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนจะเกิดขึ้นไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เว็บไซต์ ThaiPublica สรุปในตอนท้ายของบทความว่า แม้ blind trust เป็นเครื่องมือที่ดีเครื่องมือหนึ่งในการลดความเสี่ยงของการเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา กำลังเตรียมที่จะห้ามไม่ให้นักการเมืองหรือบุคคลที่ผ่านการรับเลือกเข้ามาทำหน้าที่เจ้าหน้าที่รัฐใช้ blind trust อันเนื่องจากกรณีอื้อฉาวและการดำเนินคดีกับอดีตผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ริก สก็อตต์ ที่ใช้ blind trust&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ริก สก็อตต์ ซึ่งเป็นผู้ว่าการรัฐที่ร่ำรวยที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐ ได้โอนทรัพย์สินทั้งหมดเข้า blind trust เพราะเห็นว่าเป็นการป้องกันการเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดการลงทุนและผลประโยชน์ทางธุรกิจตลอดระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง ในการแสดงฐานะการเงินประจำปี ตามที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการดอน ฮิงเกิล ได้ยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อให้มีคำสั่งให้ ริก สก็อตต์ เปิดเผยข้อมูลทรัพย์สินมากขึ้น แต่ศาลอุทธรณ์ในเขต 1 มีคำสั่งไม่รับคำร้อง ขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร เจมส์ แกรนต์ ได้ยื่นร่างแก้ไขกฎหมาย blind trust ในสัปดาห์ที่ผ่านมา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านรายละเอียด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณข้อมูล https://thaipublica.org&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31693</URL_LINK>
                <HASHTAG>Blind Trust”, thaipublica.org, ธนาธร จึงรุ่งเริองกิจ, ผลประโยชน์ทับซ้อน, อนาคตใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c905a17185d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25030</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2018 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2018 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เด็กแม้ว&#039;โหน&#039;หม่อมอุ๋ย&#039;ถาม&#039;บิ๊กตู่&#039; มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเปล่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธ.ค.61-นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด คณะทำงานสื่อสารการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี เผยแพร่บทความ 8 เหตุผลที่ไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ อีก ว่า พลเอกประยุทธ์ ต้องตอบคำถามม.ร.ว.ปรีดิยาธร ด้วยตัวเอง ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนและสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวว่าม.ร.ว.ปรีดิยาธร มีชาติตระกูลดี เป็นมืออาชีพ ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยเรื่องการทุจริต ออกมาเตือนด้วยความปรารถนาดีห่วงใยต่อประเทศชาติและประชาชน ไม่น่าจะมีวาระแอบแฝงใดๆ คนระดับรองนายกรัฐมนตรีที่มีความน่าเชื่อถือ ต้นทุนสูง ทำงานมาด้วยกัน เมื่อออกมาพูดประชาชนจึงต้องการฟังคำตอบจากปากพลเอกประยุทธ์ ที่สำคัญมีข่าวว่าพรรคการเมืองหนึ่งจะเสนอชื่อพลเอกประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านต้องมีความสง่างามและจากนี้ไปถ้ามั่นใจว่าจะเข้าสู่การเมือง ต้องกล้าตอบคำถาม โดยมี 5 คำถามเร่งด่วนที่ควรตอบประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.มีการแอบตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติขึ้นมา ซึ่งอาจทำให้กิจการน้ำมันของประเทศถอยหลังกลับไป ประเทศชาติและประชาชนเสียประโยชน์หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;2.เรื่องที่พลเอกประยุทธ์ สนิทสนมและใกล้ชิดกับนายทุนที่เป็นเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่บางราย มีการแต่งตั้งบุคคลที่สนิทสนมกับกลุ่มธุรกิจปลอดภาษีเป็นประธานของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย แต่งตั้งให้บุคคลที่เป็นตัวแทนของกลุ่มธุรกิจใหญ่เข้าไปนั่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งช่วยให้สามารถได้รู้ข้อมูลด้านการลงทุนที่ยังไม่เปิดเผยก่อนผู้อื่น จริงหรือไม่ บุคคลที่แต่งตั้งเข้าไป เป็นใครบ้าง เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ กลุ่มใดบ้าง&amp;nbsp;
3.กรณีเชิญนักธุรกิจคนหนึ่งให้เข้าไปร่วมแสดงความเห็นในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นความเห็นที่เป็นประโยชน์แก่นักธุรกิจผู้นั้นโดยเฉพาะ นักธุรกิจคนนั้น คือใคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การเอ่ยปากขอให้จัดให้กลุ่มธุรกิจกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งเป็นผู้ลงทุนและดำเนินการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หัวหิน โดยไม่ต้องมีการประมูล กลุ่มธุรกิจกลุ่มใหญ่ที่ขอให้นั้น คือกลุ่มใด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.การเอ่ยปากขอให้จัดการให้กรมธนารักษ์ให้เช่าที่ดินในเขตทหารบริเวณกาญจนบุรี ให้เอกชนรายหนึ่งเช่าโดยให้คิดค่าเช่าในราคาถูก เอกชนรายนั้น คือบริษัทใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟังจากม.ร.ว.ปรีดิยาธร ประชาชนไม่สบายใจ ไม่แน่ใจว่าพลเอกประยุทธ์ มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ทำให้ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเสียหายหรือไม่ จึงขอเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ ตอบคำถาม 5 ข้อนี้โดยเร่งด่วน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25030</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, ชายอุ๋ย, นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ผลประโยชน์ทับซ้อน, หม่อมอุ๋ย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181225/image_big_5c21daa5971e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยถามหาจริยธรรม &#039;4รมต.พลังประชารัฐ&#039; ผลประโยชน์ทับซ้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ธ.ค.61 - นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงที่นายศุภชัย สมเจริญ อดีตประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า 4 รัฐมนตรีสังกัดพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ไม่จำเป็นต้องลาออกจากตำแหน่ง ว่า 4 รัฐมนตรีลาออกหรือไม่ แม้ไม่ใช่เรื่องทางกฎหมายแต่เป็นประเด็นทางจริยธรรมและประโยชน์ทับซ้อน คงไม่ต้องไปถกเถียงรองนายกฯหรืออดีตประธานกกต.ว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ จึงทำอะไรได้ทุกอย่าง และ 4 รัฐมนตรีไม่จำต้องลาออกไม่มีกฎหมายห้าม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ การตั้งพรรคการเมืองโดยใช้ชื่อพรรคเหมือนกับนโยบายรัฐบาล การเดินสายแม้จะนอกเวลาราชการ วันหยุด การเสนอว่าที่นายกฯโดยมีหัวหน้าคสช.มาเป็นแคนดิเดตนายกฯ ล้วนแสดงให้เห็นประเด็นว่าเป็นเรื่องประโยชน์ทับซ้อน และหนีไม่พ้นเกี่ยวพันถึงการใช้อำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีทั้งหลาย &amp;nbsp;มีคำถามง่ายๆว่าขัดจริยธรรมหรือไม่เพียงใด ซึ่งเรื่องนี้คงจะเป็นอีกเรื่องหนึ่งในหลายๆเรื่องที่ตนจะบอกประชาชนคนไทย ว่า การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นจะเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรมหรือไม่.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23566</URL_LINK>
                <HASHTAG>4รมต.พลังประชรัฐ, จริยธรรม, ชูศักดิ์ ศิรินิล, ผลประโยชน์ทับซ้อน, พลังประชารัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af98d438e9e7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2018 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2018 20:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซักจริยธรรม &#039;อีวานกา&#039; ผลประโยชน์ทับซ้อน กรณีได้เครื่องหมายการค้าในจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์กรพลเมืองตั้งคำถามแง่จริยธรรมต่ออีวานกา ทรัมป์ บุตรีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กรณีจีนอนุมัติเครื่องหมายการค้าแบรนด์ของเธอเพิ่มอีก 16 รายการในช่วงยามที่สหรัฐเปิดสงครามการค้ากับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อีวานกา ทรัมป์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์กรพลเมืองเพื่อความรับผิดชอบและจริยธรรมในวอชิงตันเผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับการตัดสินใจของทางการจีน ที่ให้การอนุมัติเบื้องต้นแก่เครื่องหมายการค้า 16 รายการของบริษัท อีวานกาทรัมป์มาร์กส์ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมกับระบุว่าการอนุมัติของทางการจีนได้ก่อให้เกิดคำถาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า อีวานกาและจาเรด คุชเนอร์ สามีของเธอ ต่างรับตำแหน่งที่ปรึกษาของประธานาธิบดีทรัมป์ และครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดประเด็นคำถามเกี่ยวกับผลประโยชน์ทับซ้อนกับธุรกิจของอีวานกา ส่วนประธานาธิบดีทรัมป์ก็ถูกวิจารณ์เช่นกันกรณีที่เขาไม่ละทิ้งธุรกิจส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แคโรไลน์ จาง ผู้จัดการด้านโซเชียลมีเดียขององค์กรนี้กล่าวว่า เนื่องจากอีวานกายังคงได้รับเครื่องหมายการค้าในประเทศอยู่อีก สาธารณชนก็จะยังคงต้องตั้งคำถามว่าประธานาธิบดีทรัมป์ตัดสินใจด้านนโยบายต่างประเทศโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของตัวเขาและธุรกิจของครอบครัวเขาหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอกสารระบุว่า เครื่องหมายการค้าที่อีวานกาได้รับเป็นสินค้าหลายประเภท เช่น กระเป๋าถือ, ร่ม,&amp;nbsp; หมวกคลุมผมอาบน้ำ และชุดว่ายน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านปีเตอร์ มิริจาเนียน โฆษกของแอ็บบี โลเวลล์ ทนายความด้านจริยธรรมของอีวานกา อ้างว่า เครื่องหมายการค้าเหล่านี้บริษัทยื่นขอจดทะเบียนเมื่อปี 2559 ก่อนหน้าที่ทรัมป์จะชนะเลือกตั้ง และก่อนหน้าที่อีวานกาจะเข้าทำงานในรัฐบาลนานมาก เครื่องหมายการค้าเหล่านี้ขอไว้เพื่อปกป้องชื่อของอีวานกาและป้องกันไม่ให้คนอื่นขโมยชื่อของเธอไปใช้เพื่อขายสินค้าของพวกเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21563</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ผลประโยชน์ทับซ้อน, อีวานกา ทรัมป์, เครื่องหมายการค้า, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181107/image_big_5be2e9c782da6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
