<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/01/2019 02:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2019 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ผ่านโปร &#039;รสนา&#039; ฉะปปช.ไร้ฝีมือคลี่ปมนาฬิกาหรู ถามคุ้มค่าเงินเดือนจากภาษีปชช.หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ม.ค. 62 - นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีตส.ว.กรุงเทพ แสดงความคิดเห็นต่อผลการสอบคดีนาฬิกา&amp;nbsp; ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.ว่าการที่กฎหมายกำหนดให้นักการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นกระบวนการตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงขึ้นลงของทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เพราะทรัพย์สินและหนี้สินที่เปลี่ยนแปลงผิดปกติเป็นตัวบ่งชี้ตัวหนึ่งในเรื่องการทุจริตรับสินบนของนักการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง หากไม่สามารถชี้แจงที่มาของทรัพย์สินและหนี้สินนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวทางการสอบสวนของป.ป.ช.เกี่ยวกับนาฬิกาที่พล.อ ประวิตร วงษ์สุวรรณอ้างว่าขอยืมเพื่อนนั้น เป็นการตั้งโจทย์ในการหาข้อมูลที่น่าจะไม่ถูกต้อง แสดงถึงความไม่เป็นมืออาชีพในฐานะกรรมการขององค์กรปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ใช่หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวทางที่ควรเป็นในการตรวจสอบของป.ป.ช.คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1)ต้องให้พล.อ.ประวิตรมีหน้าที่ต้องนำหลักฐานมาแสดงจนสิ้นสงสัยว่านาฬิกาทั้ง22เรือน ไม่ใช่ของตน และใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง หากพล.อ ประวิตรไม่สามารถหาหลักฐานมาพิสูจน์จนสิ้นสงสัยได้ว่าใครเป็นเจ้าของ ย่อมแสดงว่านาฬิกาทั้งหมดเป็นนาฬิกาของพล.อ ประวิตรเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ใช่หน้าที่ของป.ป.ช ที่ต้องไปหาหลักฐานมาพิสูจน์แทนพล.อ ประวิตร ว่าใครคือเจ้าของนาฬิกาที่แท้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2)ในเมื่อการหาหลักฐานของป.ป.ช พบว่านาฬิกาทั้งหมดไม่ได้ขายผ่านตัวแทนในประเทศไทย และกรมศุลกากรก็ไม่พบว่ามีการเสียภาษีนำเข้า ย่อมแสดงว่าเป็นนาฬิกาที่ลักลอบนำเข้าโดยผิดกฎหมาย ซึ่งต้องถูกยึดให้ตกเป็นของแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3)ในการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ในฐานะที่ดิฉันเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภา เคยได้รับการชี้แจงจากป.ป.ช .ว่าหนี้สินที่แม้เป็นการยืมส่วนตัวก็ต้องแจ้งไว้ในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน แล้วจู่ๆ เลขาธิการป.ป.ช มาประกาศว่าถ้าเป็นการยืม ก็ไม่ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินนั้น จะมิกลายเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่ทำลายการตรวจสอบ และเปิดช่องให้ทุจริตกันง่ายๆในอนาคตหรือ!?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การยืมนาฬิกามูลค่าเรือนละเป็นแสน เป็นล้านบาทนั้น ถ้าไม่ต้องแจ้งในบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเสียแล้ว ต่อไปใครรับสินบนอะไรมา ก็อ้างว่าเป็นการยืมได้ ใช่หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4)ตามหลักการของป.ป.ช แต่เดิมเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ที่การยืมต้องถือว่าเป็นหนี้สินที่ต้องแจ้ง นาฬิกาที่ยืมจึงเป็นทั้งทรัพย์สินและหนี้สินไปพร้อมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การไม่แจ้งจึงถือว่าเป็นปกปิด ใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การให้สัมภาษณ์สื่อของกรรมการป.ป.ช เมื่อวันที่18 ม.ค 2562ที่ผ่านมา&amp;nbsp; จึงไม่ได้ทำให้ข้อสงสัยคาใจของประชาชนต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มติอัปยศของป.ป.ช หมดไป แต่กลับเห็นชัดเจนยิ่งขึ้นว่า กรรมการป.ป.ช. ไม่ใช่มืออาชีพ ทั้งขาดความรู้ในกฎหมายที่ตัวเองต้องใช้ในการตรวจสอบผู้ใช้อำนาจรัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้เวลาถึง 1ปี ในการตรวจสอบโดยตั้งโจทย์เปะปะผิดประเด็นเช่นนี้ สังคมย่อมประเมินได้ว่าควรเป็นผลงานที่ผ่านโปร หรือไม่ และคุ้มค่ากับเงินเดือนที่มาจากภาษีของประชาชนหรือไม่?!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26952</URL_LINK>
                <HASHTAG>นาฬิกาพล.อ.ประวิตร, นาฬิกาหรู, ปปช., ผลสอบนาฬิกา, ยืมเพื่อน, รสนา โตสิตระกูล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180406/image_big_5ac74ef46ca99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
