<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2019 12:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2019 12:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลชี้&#039;ปชช.&#039;เบื่อความขัดแย้งขอนักการเมืองจับเข่าคุยกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.62-ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง การเมืองแบบเดิม กับ ความสงบสุข กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 3,661 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 26 มี.ค.&amp;ndash;15 เม.ย.2562 ที่ผ่านมา เมื่อสอบถามถึงคณะกรรมการการเลือกตั้งจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา คิดว่าสอบได้หรือสอบตก ผลสำรวจพบว่า ประชาชนที่ถูกศึกษาส่วนใหญ่หรือร้อยละ 80.1 ระบุว่า สอบตก ในขณะที่ร้อยละ 19.9 ระบุว่า สอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.นพดลกล่าวว่า ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.0 ระบุการเมืองแบบเดิม นายกรัฐมนตรีคนเดิม หรือนายกรัฐมนตรีคนนอก จะนำปัญหาขัดแย้งให้กับคนในสังคมค่อนข้างมาก ถึง มากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 26 ระบุว่า ค่อนข้างน้อย ถึง น้อยที่สุด นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.5 ระบุ การเมืองแบบเดิม นายกรัฐมนตรีคนเดิม หรือ นายกรัฐมนตรีคนนอก จะได้รับการยอมรับจากการเมืองฝ่ายต่าง ๆ ค่อนข้างน้อย ถึง ไม่ยอมรับเลย ในขณะที่ร้อยละ 23.5 ระบุได้รับความยอมรับค่อนข้างมาก ถึง มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประชาชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.9 อยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 75.9 เห็นด้วยต่อการนำความขัดแย้งต่างๆ ไปคุยกันในแกนนำฝ่ายการเมืองมากกว่านำความขัดแย้งมาสู่กลุ่มประชาชน และที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึง ความเชื่อมั่นต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ในการดูแลความสงบ ความมั่นคงของประเทศที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.5 ค่อนข้างเชื่อมั่น ถึง เชื่อมั่นมากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 16.5 ไม่ค่อยเชื่อมั่นถึงไม่เชื่อมั่นเลย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนเกือบทุกคนอยากเห็นบ้านเมืองสงบสุขไม่อยากเห็นความขัดแย้งรุนแรงบานปลายเกิดขึ้น แนวทางการป้องกันเหตุไม่พึงประสงค์มีอย่างน้อย 3 ประการ คือ&amp;nbsp;
1) ช่วยกันนำความขัดแย้งเชิงอำนาจการเมือง เช่น การจัดตั้งรัฐบาล การเสนอผู้เป็นนายกรัฐมนตรี และอื่นๆ หาทางออกภายในกลุ่มแกนนำการเมืองเสมือนเป็น สภาแบบไม่เป็นทางการ มากกว่าปล่อยความขัดแย้งมาใส่ในกลุ่มประชาชน เพราะจะควบคุมทิศทางได้ยาก 2) ทุกฝ่ายน่าจะหยุดการเติมเชื้อเพลิงเข้ากองไฟแห่งความขัดแย้ง หยุดข่าวลือ (Stop Rumours) แต่หันมารณรงค์ขับเคลื่อนประเทศเชิงสร้างสรรค์ ด้วยการใช้ถ้อยคำทัศนคติที่ดีต่อกันและหน้าที่พลเมืองที่ดีผ่านการพูดคุยบอกต่อและการพูดคุยในโลกโซเชียล 3) หยุดการกระทำที่ฝ่าฝืนคุณธรรมจริยธรรมทางการเมืองและหยุดฝ่าฝืนเจตจำนงค์ของสาธารณชน ถ้าเป้าหมายหนึ่ง (Goal) อยู่ที่ความสงบมั่นคงของประเทศ วิธีการต่าง ๆ (Means) ต้องไม่นำไปสู่ความขัดแย้งในหมู่ประชาชนเหมือนที่ฝ่ายต่าง ๆ กำลังพยายามทำกันอยู่ตอนนี้ ถ้าหากฝืนทำต่อไป อาจจะต้องเหนื่อยกันอีกหลายเท่าตัวและบ้านเมืองก็จะถอยหลังเพราะต้องใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมหาศาลในการบูรณะฟื้นฟูและเยียวยาประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33665</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความขัดแย้ง, ซูเปอร์โพล, ดร.นพดล กรรณิกา, นักการเมือง, ผลสำรวจการเมืองแบบเดิม กับ ความสงบสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190415/image_big_5cb41319d74be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
