<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2021 23:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชัชชาติ-จักรทิพย์’เบียด ปชป.เกือบบ๊วยชิงผู้ว่าฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; เผยผลสำรวจคนกรุง พบ 66% อยากได้ว่าผู้ว่าฯ ไร้สังกัด ผงะ! &amp;ldquo;พปชร.-ปชป.&amp;rdquo; แทบรั้งบ๊วยที่คน กทม.อยากเลือก &amp;ldquo;ชัชชาติ-จักรทิพย์&amp;rdquo; ยังแรง &amp;ldquo;องอาจ&amp;rdquo; เผยพรรคมี 3-4 ตัวเลือก เปิดออกมาคนรู้จักแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;อยากได้ใครเป็นผู้ว่าฯ กทม. ครั้งที่ 1&amp;rdquo; โดยสอบถามประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งใน กทม. จำนวน 1,315 หน่วยตัวอย่าง ซึ่งเมื่อถามถึงที่มาของผู้ว่าฯ กทม.ที่ประชาชนอยากได้ พบว่า ส่วนใหญ่ 66% ระบุว่าผู้ว่าฯ กทม. อิสระ, 17.11% ระบุว่าสังกัดพรรคการเมือง, 14.30% ระบุว่า อย่างไรก็ได้ และ 2.59% ระบุว่าที่สังกัดกลุ่มการเมือง &amp;nbsp;
เมื่อถามถึงปัญหาที่ประชาชนอยากให้ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่เร่งแก้ไขมากที่สุด พบว่า ส่วนใหญ่ 66.01% ระบุว่าปัญหาการจราจร,&amp;nbsp; 35.29% ระบุว่าปัญหาค่าครองชีพ/ปากท้อง, 33.84% ระบุว่าปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่นละออง น้ำเสีย, 31.18% ระบุว่าปัญหาน้ำท่วม, 24.18% ระบุว่าปัญหายาเสพติด อาชญากรรม มิจฉาชีพ,&amp;nbsp; 20.15% ระบุว่าปัญหาเรื่องขยะและความสะอาด, 20% ระบุว่าปัญหาถนน/ทางเท้า ชำรุด, 9.20% ระบุว่าปัญหาหาบเร่ แผงลอย, 8.67% ระบุว่าปัญหาการศึกษา, 8.14% ระบุว่าปัญหาสุขภาพ/สาธารณสุข, 5.63% ระบุว่าปัญหาเรื่องเด็กและเยาวชน และ 0.46% ระบุอื่นๆ ได้แก่ ปัญหาไฟริมทางไม่เพียงพอ และปัญหาคนเร่ร่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
และเมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะเลือกให้เป็นผู้ว่าฯ กทม.พบว่า 29.96% ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจ, 22.43% ระบุว่าเป็น ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์, 15.51% ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา,&amp;nbsp; 7.68% ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, 4.49% ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย, 4.26% น.ส.รสนา โตสิตระกูล และผู้สมัครจากคณะก้าวหน้า หรือพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในสัดส่วนที่เท่ากัน,&amp;nbsp; 3.35% ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, 3.27% ระบุว่าเป็นผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.), 2.66% ระบุว่าเป็นผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.), 1.75% ระบุว่าเป็นนายสกลธี ภัททิยกุล,&amp;nbsp; 0.23% ระบุว่าเฉยๆ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ และ 0.15% ระบุว่าไปลงคะแนนไม่เลือกใคร
ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ปชป. ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าการเลือกตั้งท้องถิ่นในส่วนของ กทม. ว่าเดิมจะมี 3 ส่วนคือ ผู้ว่าฯ กทม., สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) แต่เลือกตั้งครั้งนี้จะมีเฉพาะผู้ว่าฯ กทม. กับ ส.ก.เท่านั้น เหตุสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ออกกฎหมายไม่ให้เลือกตั้ง ส.ข. จนกว่าจะแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ กทม.ให้สอดคล้องการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ ตอนนี้จึงต้องเว้นวรรคไป จึงอยากเรียกร้องนายกฯ ทบทวนให้มีการเลือกตั้ง ส.ข.เหมือนเดิม หรือให้ ครม.เป็นผู้เสนอ ร่าง พ.ร.บ.ให้เลือกตั้ง ส.ข.ได้ เพราะ ส.ข.ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายองอาจกล่าวอีกว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก. ถ้าดูจากไทม์ไลน์น่าจะเกิดขึ้นในเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งพรรคได้เตรียมพร้อมทั้งนโยบายบริหาร กทม. สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ด้วยการรับฟังความคิดเห็นรูปแบบต่างๆ โดยตัวผู้ว่าฯ กทม. พรรคได้ทาบทามผู้ที่มีความสนใจ มีความรู้ ความสามารถเหมาะสม รวมถึงมีคนสนใจมาสมัครแล้ว เหลือ 3-4 คน เมื่อถึงเวลาเหมาะสมจะประกาศตัว โดย 3-4 คนนี้เป็นคนที่สังคมรู้จักในหลายแง่มุม ถ้าเอ่ยชื่อมา ประชาชนก็มั่นใจได้ เพราะพรรคไม่ได้เลือกคนดีเด่นดังเพียงอย่างเดียว แต่คน กทม.ต้องมั่นใจว่าทำงานได้ดีในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ส่วน ส.ก.ก็ได้พิจารณาผู้สนใจสมัครแล้ว ซึ่งพรรคมี ส.ก.เดิม พร้อมลงสมัคร 20 คน แต่สภา กทม. มี 50 เขต 50 ส.ก. ก็ต้องสรรหาผู้สมัครเพิ่มเติม เน้นคนหนุ่มสาวที่สนใจทำงานระดับท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้เรียบร้อยไปแล้วกว่า 80%
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย (พท.) เผยว่า ในสัปดาห์นี้ พรรคจะประชุมเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนตำแหน่งประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ในสัดส่วนของพรรค 10 ที่นั่ง เนื่องจากขณะนี้ได้ทำงานมาเกือบ 2 ปี หรือครึ่งเทอมของอายุสภาแล้ว ซึ่งเป็นไปตามธรรมเนียมที่เคยปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายทักษิณ และพรรคมีบุคลากรที่มีความเหมาะสมเป็น ส.ส.หลายสมัย และยังไม่ได้นั่งเก้าอี้ประธาน กมธ.อีกหลายคน จึงถึงเวลาที่ต้องสลับเก้าอี้ โดยการปรับเปลี่ยนครั้งนี้จะไม่ปรับทั้ง 10 ตำแหน่ง แต่จะประเมินจากผลงานเป็นหลัก เนื่องจากช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา เป็นบทพิสูจน์การทำงานที่สำคัญว่า กมธ.ชุดไหนทำหน้าที่ได้ดี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95318</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้าโพล, ผลสำรวจคนกรุง, ผู้ว่าฯ ไร้สังกัด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_6044ec45091ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
