<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2018 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2018 14:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุขภาพจิตคนวัยทำงานในกทม  67.89%มีความสุข แต่45%มีความเครียดระดับผิดปกติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก..ย.61- นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง &amp;nbsp;ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ว่า ในปีงบประมาณ 2561 กรมสุขภาพจิตได้เร่งพัฒนาสุขภาพจิตประชาชน เพื่อให้มีสุขภาพจิตดี และมีความสุข ตั้งเป้าจะขยับอันดับความสุขของคนไทยเป็นอันดับ 26 ในพ.ศ. 2579 &amp;nbsp;ซึ่งหากคนไทยมีความสุขสูงขึ้น จะมีผลต่อสุขภาพกาย ประชาชนจะมีภูมิคุ้มกันโรคดีขึ้น &amp;nbsp;อัตราการป่วยจากโรคเรื้อรังอาจลดลง ประสิทธิภาพการทำงานจะสูงขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยบูรณาการงานสุขภาพจิตทุกกลุ่มวัยเข้าสู่ระบบสุขภาพอำเภอและเครือข่ายในพื้นที่กทม.ควบคู่กับงานทางกาย &amp;nbsp; เน้นหนักที่การส่งเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพจิต ได้แก่ ความสุข โรคซึมเศร้า ความเครียด การฆ่าตัวตาย และเรื่องการเห็นคุณค่าในตัวเอง เพื่อสร้างพลังใจให้เข้มแข็ง &amp;nbsp;จะช่วยลดปัญหาความรุนแรงต่างๆในสังคม โดยมีศูนย์สุขภาพจิต 13 เขตสุขภาพรวมทั้งกทม. เป็นแกนหลักในการประสานการดำเนินงาน &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะในวัยทำงานอายุ 15-59 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด มีประมาณ 39 ล้านกว่าคนทั่วประเทศ &amp;nbsp;เป็นกำลังหลักสร้างเศรษฐกิจครอบครัวและประเทศชาติ &amp;nbsp;มุ่งเน้นการส่งเสริมให้วัยทำงานมีความสุขในการดำเนินชีวิตทั้งในที่ทำงานและครอบครัวอย่างสมดุล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า &amp;nbsp;สำหรับในพื้นที่กทม.นั้น ซึ่งมีประชาชนอยู่อาศัยหนาแน่นประมาณ 10 ล้านคน เป็นพื้นที่ชุมชนขนาดใหญ่กว่าเขตสุขภาพอื่นๆที่มีประชากรประมาณ 5-6 ล้านคน &amp;nbsp;ล่าสุดนี้ศูนย์สุขภาพจิตที่ 13 กทม. กรมสุขภาพจิตได้สำรวจสุขภาพใจคือความสุขและความเครียดของประชาชนวัยทำงานอายุ 15-60 ปี ที่อยู่ในพื้นที่ 50 เขตในกทม. ทุกสาขาอาชีพ ในเดือนกรกฎาคม 2561-สิงหาคม 2561 ใช้กลุ่มตัวอย่าง &amp;nbsp;2,261 คน &amp;nbsp;ผลสำรวจปรากฏดังนี้ ในด้านความสุขตามเกณฑ์มาตรฐานกรมสุขภาพจิตที่มีคะแนนเต็ม 45 คะแนน &amp;nbsp;พบประชาชน มีความสุขในเกณฑ์ปกติเท่ากับคนทั่วไป คือมีค่าคะแนน 28-34 คะแนนร้อยละ 49.36 &amp;nbsp;มีคะแนนสูงกว่าคนทั่วไปคือ 35-45 คะแนน ร้อยละ 18.53 &amp;nbsp;สรุปรวมทั้ง 2 กลุ่มนี้มีความสุขอยู่ในดับดีร้อยละ 67.89 &amp;nbsp;ที่เหลืออีกร้อยละ 32.11 มีความสุขอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปกติ คือต่ำกว่า 27 คะแนนลงมา เมื่อเปรียบเทียบกับผลสำรวจในระดับประเทศในกลุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไป เมื่อพ.ศ. 2558 พบว่าสัดส่วนคนกทม.มีความสุขน้อยกว่าภาพรวมประเทศที่ได้ร้อยละ 83.6 &amp;nbsp;และสัดส่วนคนกทม.มีค่าความสุขในระดับที่ต่ำกว่าปกติมากกว่าภาพรวมประเทศที่ได้ร้อยละ &amp;nbsp;16.4 หรือมากกว่าเกือบ 2 เท่าตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนด้านความเครียด &amp;nbsp;ซึ่งมีคะแนนรวม 15 คะแนน ผลพบว่า มีความเครียดระดับน้อยคือคะแนนต่ำกว่า 4 คะแนนลงมาซึ่งจัดว่าเป็นระดับที่พบได้ในคนปกติมีร้อยละ 55 ที่เหลืออีกร้อยละ 45 มีความเครียดผิดปกติ โดยมีความเครียดระดับปานกลางคะแนน 5-7 คะแนน ร้อยละ 29 &amp;nbsp; เครียดระดับมากคะแนน 8-9 คะแนน ร้อยละ 8 และเครียดระดับมากที่สุดคะแนน 10-15 คะแนน ร้อยละ 8&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านนพ.ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 13 กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;nbsp;จากผลสำรวจครั้งนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องที่ทำให้ประชาชนในกทม.มีความเครียดในปัจจุบัน 3 อันดับแรก &amp;nbsp;อันดับ 1 คือเศรษฐกิจร้อยละ 30.82 ชายหญิงใกล้เคียงกัน &amp;nbsp; อันดับ 2 คือสังคมร้อยละ 20.29 &amp;nbsp;และอันดับ 3 ครอบครัว ร้อยละ 14.52 &amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุที่ทำให้เครียดอันดับ 1คือ ปัญหาการเงิน รายได้ไม่พอร้อยละ 17.92 &amp;nbsp;อันดับ 2 ความวิตกกังวลร้อยละ14.23 &amp;nbsp;อันดับ 3 ปัญหาค่าครองชีพร้อยละ12.97 อันดับ 4 คือปัญหาครอบครัวร้อยละ 9.08 และยังพบมีความเครียดมาจากการเสพข่าวมากเกินไปและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลด้วยร้อยละ 13.21&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลของความเครียด ทำให้กลุ่มตัวอย่าง 1 ใน 4 มีปัญหาการนอนเกิดขึ้นบ่อยครั้งและเป็นประจำ เช่นนอนไม่หลับหรือนอนมาก พบในผู้หญิงร้อยละ 26 &amp;nbsp;ผู้ชายพบร้อยละ 15นอกจากนี้ยังทำให้หงุดหงิด ว้าวุ่นใจ ร้อยละ 22.87 &amp;nbsp;รู้สึกเบื่อเซ็งร้อยละ 22.56 สมาธิน้อยลงร้อยละ16.86 &amp;nbsp;มีความรู้สึกไม่อยากพบผู้คนบ่อยครั้งร้อยละ 10.97 สำหรับวิธีการจัดการความเครียดที่ประชาชนกทม.ใช้มากที่สุด คือทำใจให้สบาย/ปล่อยวางร้อยละ20.92 รองลงมาคือชมภาพยนตร์ ชมละคร ร้อยละ 15.80 และเข้าวัดทำบุญ ใส่บาตร ไหว้พระร้อยละ 8.56ออกกำลังกายร้อยละ 6.62 &amp;nbsp; &amp;nbsp; ท่องเที่ยวร้อยละ 5.52 หาที่ปรึกษา หาเพื่อนคุยร้อยละ 4.99&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายแพทย์ทวีศักดิ์กล่าวต่อว่า ในปีงบประมาณ 2562 นี้ศูนย์สุขภาพจิตที่ 13 จะเร่งบูรณาการการทำงานร่วมกับกทม.ทั้ง 50 เขตและหน่วยงานภาครัฐอื่นๆอย่างใกล้ชิด และพัฒนาความรู้ให้อาสาสมัครสาธารณสุขในกทม.และขยายผลถึงผู้นำชุมชนต่างๆด้วย &amp;nbsp;รวมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการข้อมูลความรู้สุขภาพจิตที่ง่ายขึ้นของประชาชนทุกกลุ่มซึ่งสภาพที่อยู่อาศัยมีหลายรูปแบบและเหมาะกับสภาพวิถีชีวิต เพื่อดูแลส่งเสริมป้องกันปัญหาสุขภาพจิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กลุ่มประชาชนวัยทำงานที่เป็นกลุ่มตัวอย่างสำรวจครั้งนี้ &amp;nbsp;เป็นชายร้อยละ 38 &amp;nbsp;หญิงร้อยละ 62 &amp;nbsp;สถานภาพโสดร้อยละ 47 &amp;nbsp;สมรสร้อยละ 43 หย่าร้างร้อยละ 7 &amp;nbsp;หม้ายร้อยละ3 &amp;nbsp;ส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับปริญญาตรี &amp;nbsp;ร้อยละ 37 &amp;nbsp;ไม่ได้เรียนร้อยละ 1.90 &amp;nbsp;อาชีพมีทั้งนักเรียนนักศึกษา ข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ &amp;nbsp;รับจ้างทั่วไป พนักงานบริษัทเอกชน ค้าขาย ทำธุรกิจส่วนตัว &amp;nbsp;เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ &amp;nbsp;ว่างงาน และเกษตรกร &amp;nbsp;มีรายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 5,000 บาท ร้อยละ &amp;nbsp;16 &amp;nbsp;รายได้ 5,000-25,000 บาท ร้อยละ 69 &amp;nbsp; ทีรายได้ 25,001-35,000 บาทร้อยละ 10 &amp;nbsp;และมากกว่า 35,000 บาทร้อยละ 6 &amp;nbsp;เป็นผู้มีโรคประจำตัวร้อย &amp;nbsp;24 &amp;nbsp;ไม่มีหนี้สินร้อยละ44 &amp;nbsp;มีหนี้สินที่กระทบค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่สามารถจัดการได้ร้อยละ &amp;nbsp;4.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18555</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลสำรวจสุขภาพจิตคนกทม., สุขภาพจิตคนวัยทำงานในกรุงเทพฯ67% มีความสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb184ca19a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
