<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116304</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2021 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2021 19:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยครัวเรือนไทยยังอ่อนแอ กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายและหนี้สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 &amp;nbsp;ก.ย. 2564 &amp;nbsp; ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปข้อมูลว่า ในเดือนส.ค.64 ครัวเรือนยังคงมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนต่อเนื่อง โดยดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือน (KR-ECI) อยู่ที่ 33.0 ซึ่งยังคงเป็นระดับที่ต่ำกว่าในช่วงล็อกดาวน์ทั้งประเทศในปีก่อน ครัวเรือนส่วนมากมีความกังวลเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่ไม่รวมภาระหนี้ ขณะที่ความกังวลด้านรายได้และการจ้างงานยังคงมีอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตามมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการและลูกจ้างใน 9 กิจการที่ได้รับผลกระทบและจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันที่เริ่มทรงตัวในช่วงปลายเดือนช่วยสนับสนุนให้ดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือน (KR-ECI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับเพิ่มขึ้นได้เล็กน้อยอยู่ที่ 35.5 จาก 33.8 ในเดือนก.ค. แต่ยังอยู่ในระดับที่ต่ำเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้จัดทำผลสำรวจเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ พบว่าครัวเรือนส่วนใหญ่มองมาตรการลดค่าน้ำค่าไฟเป็นโครงการที่เข้าถึงและช่วยเหลือในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้เป็นโครงการที่ครัวเรือนส่วนใหญ่ไม่รู้จักและมองว่าไม่สามารถบรรเทากระทบที่เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามมาตรการเหล่านี้ของภาครัฐออกมาในช่วงที่สถานการณ์ระบาดยังไม่รุนแรงและยังไม่มีการยกระดับการคุมเข้มมาตรการระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขณะที่ในช่วงต้นเดือนก.ย. ภาครัฐได้ผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มการระบาดใน 29 จังหวัดสีแดงเข้ม อาจส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจบางส่วนเริ่มกลับมาได้บ้าง อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ติดเชื้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อัตราการฉีดวัคซีนที่ยังอยู่ในระดับต่ำและกระจุกตัวอยู่ในบางพื้นที่ทำให้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 จะยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนในระยะข้างหน้า ดังนั้นมาตรการเยียวยาอย่างเข้าถึงได้และตรงจุด รวมถึงการจัดหาและการเร่งฉีดวัคซีนยังคงมีจำเป็นต่อเนื่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116304</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลสำรวจเศรษฐกิจครัวเรือน, ศูนย์วิจัยกสิกรไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_61166d257a719.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21738</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2018 11:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2018 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ซูเปอร์โพล&#039;ระบุฐานะการเงินชาวบ้านแย่ลง หวังรัฐแก้ปัญหาปากท้อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจเศรษฐกิจครัวเรือน 35% ระบุว่า ปีนี้แย่กว่าปีก่อน ยังลุ้น 12 เดือนข้างหน้าสถานการณ์ดีขึ้น จี้รัฐบาลแก้ไขปัญหาปากท้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เศรษฐกิจครัวเรือน จำนวนทั้งสิ้น 1,165 คน โดยดำเนินโครงการระหว่าง 1 &amp;ndash; 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงฐานะการเงินของทุกคนในครัวเรือนปีนี้ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว พบว่า กว่า 1 ใน 3 ตอบว่าแย่กว่าปีที่แล้ว ร้อยละ 35.2 ตอบว่าเหมือนเดิม และ ร้อยละ 30.5 ตอบว่าดีขึ้น แต่เมื่อเปรียบเทียบกับ 5 ปีก่อน พบว่า ร้อยละ 31.4 ตอบว่าดีขึ้น ร้อยละ 42.4 ตอบว่าเหมือนเดิม และร้อยละ 26.2 ตอบว่าแย่ลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงอนาคตในอีก 12 เดือนข้างหน้า ถึงฐานะการเงินของทุกคนในครัวเรือน พบว่า เกินครึ่งหรือร้อยละ 53.9 คิดว่าจะดีขึ้น ร้อยละ 39.1 จะเหมือนเดิม และร้อยละ 7.0 จะแย่ลง นอกจากนี้ เมื่อถามถึงอนาคตในอีก 5 ปีข้างหน้า พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.5 คิดว่าจะดีขึ้น ร้อยละ 30.4 คิดว่าจะเหมือนเดิม และร้อยละ 5.1 คิดว่าจะแย่ลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ 10 วาระเร่งด่วนที่รอรัฐบาลทำให้สำเร็จ พบว่า ร้อยละ 66.6 ระบุปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ ร้อยละ 65.1 ปัญหาทุจริต คอรัปชั่น ร้อยละ 59.3 ส่งเสริมคนไทยทำธุรกิจค้าขาย เพิ่มรายได้ ร้อยละ 55.8 ช่วยเหลือเกษตรกร ร้อยละ 52.7 จัดระเบียบสังคม แก้ยาเสพติด วินรถรับจ้าง ปลอดภัยอาชญากรรม แก้ปัญหาค้ามนุษย์ ร้อยละ 44.1 ระบุปัญหาสุขภาพประชาชน โรงพยาบาลบริการรักษาไม่ดี ร้อยละ 40.8 ระบุ อุบัติเหตุและความปลอดภัยทางถนน วินัยจราจร ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด คนขับรถไม่จอดให้คนข้ามบนทางข้าม ร้อยละ 36.7 ระบุปัญหาว่างงาน คนไทยถูกแย่งงานทำ ร้อยละ 35.9 ระบุปรับปรุงด้านการศึกษา อนาคตเด็กและเยาวชน &amp;nbsp;และร้อยละ 30.0 ระบุอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21738</URL_LINK>
                <HASHTAG>จี้รัฐบาลแก้ไขปัญหาปากท้อง, ฐานะการเงินแย่ลง, ผลสำรวจเศรษฐกิจครัวเรือน, สำนักวิจัยซูเปอร์โพล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181111/image_big_5be7ab03a883e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
