<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2019 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2019 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“สมคิด” นัดอธิการบดีทั่วประเทศถก &quot;ผลิตกำลังคนยังไง  ไม่ตกงาน&quot; 28 ต.ค.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
24ต.ค.62-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 28 ตุลาคมนี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในการประชุม เรื่อง การผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ตอบโจทย์กำลังคนในวัยทำงานในระบบ คนที่ต้องการเปลี่ยนงาน รวมทั้งรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดการว่างงานจำนวนมาก ร่วมกับอธิการบดีจากทั่วประเทศ ทั้งมหาวิทยาลัยภาครัฐและเอกชน อีกทั้งยังมีบริษัทเอกชนรายใหญ่เข้าร่วมด้วย โดยการประชุมครั้งนี้จะหารือถึงการปรับปรุงและพัฒนาทักษะ การเพิ่มทักษะ และการสร้างทักษะใหม่ ซึ่งภาคเอกชนอาจจะมาร่วมจัดทำหลักสูตรในอนาคต เพื่อให้ตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน เช่น ภาคเอกชนอาจจะทำหลักสูตรเอง แต่ให้ อว. เข้าไปส่งเสริมสนับสนุน หรือถ้าภาคเอกชนทำไม่ได้ก็ให้มหาวิทยาลัยเข้าช่วยทำ หรือมหาวิทยาลัยทำหลักสูตรเอง โดยหลักสูตรที่จะทำให้จะทั้งแบบที่มีปริญญากับไม่มีปริญญาก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า ประเด็นหนึ่งที่สำคัญ คือ การสำรวจความต้องการทักษะอาชีพ (Skill Mapping) เพื่อที่จะได้จัดทำหลักสูตรให้สอดคล้อง โดยเฉพาะหลักสูตรที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งจะมีอยู่ 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ซึ่งอาจจะเป็นกลุ่มที่ไม่จำเป็นต้องมีปริญญา แต่ต้องพัฒนาไปสู่เกษตร 4.0 ให้ได้ 2. กลุ่มอุตสาหกรรม โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้าไปใช้ในกลุ่มคนทำงาน เช่น วิศวกร ช่างฝีมือ ซึ่งต้องพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 และ 3.กลุ่มภาคบริการ เช่น การท่องเที่ยวแบบสร้างสรรค์ ซึ่งจะต้องพัฒนาไปสู่การบริการ 4.0 เช่นกัน โดยทั้ง 3 กลุ่มจะให้มหาวิทยาลัยเข้ามาจับคู่ เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฎจะเน้นในเรื่องภาคบริการและความโดดเด่นของท้องถิ่น อย่างการยกระดับความสามารถด้านภาษา ยกระดับการท่องเที่ยว ยกระดับการเกษตร ขณะที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลและอีก 3 พระจอมเกล้า จะเน้นในเรื่องของปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เป็นต้น ส่วนมหาวิทยาลัยกลุ่มใหญ่ จะเน้นในเรื่องของการรับมือต่อกระแสดิสรับชั่น (Disruption) ซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาทักษะ การเพิ่มทักษะ และการสร้างทักษะใหม่ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการทั้งหมดเพื่อตอบโจทย์การแก้ปัญหาแรงงานว่างงานในระบบ แรงงานที่ต้องการเปลี่ยนงาน และอาชีพในอนาคต
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48784</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อธิการบดี, ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, ผลิตกำลังคนไม่ให้ตกงาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190819/image_big_5d5a6b5dcb3f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
