<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>75042</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสศ.ผลักดันโครงการครู(รักษ์)ถิ่นเต็มที่ รุ่นที่ 1 มีเด็กด้อยโอกาสรับทุนเรียนแล้ว 328คน 45 จังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
20ส.ค.63-นางสาวดารณี อุทัยรัตนกิจ ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น กสศ. กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ลงพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้และติดตามความคืบหน้าโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 1 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง ซึ่งโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น จะขับเคลื่อนนโยบายผลิตครูให้กับโรงเรียนขนาดเล็กจำนวน 5 รุ่น รุ่นละ 300 คน รวม 1,500 คน ทั้งนี้ตนเชื่อว่าโครงการนี้จะทำให้อัตราการโยกย้ายของครูลดลง เด็กมีจิตสำนึกรักในวิชาชีพครูมากขึ้น ทำให้กลไกการรับนักศึกษาถูกปรับเปลี่ยนตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่ใครจะสมัครก็ได้ แต่ต้องเป็นคนที่อยู่ในชุมชน มีใจรักอยากเป็นครูในบ้านเกิด อย่างเช่นรุ่นที่ 1 มีเด็กกลุ่มชาติพันธุ์จากตะเข็บชายแดนฝั่งตะวันตก เข้าร่วมโครงการด้วย ซึ่งตรงนี้จะช่วยลดปัญหาเด็กเรียนไม่รู้เรื่องเพราะความต่างเชิงวัฒนธรรม และปัญหาครูจากส่วนกลางไปสอนเด็กม้งแล้วขอย้ายออกได้ กสศ.ต้องการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตครูให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคมไทย โรงเรียนต้องการครูแบบไหนควรผลิตแบบนั้น และพยายามทำโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ให้เป็นต้นแบบการผลิตครูของสังคมไทย โดยชวนคนมาสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ถ้าสำเร็จจะนำไปสู่การผลิตครูแบบที่สังคมไทยต้องการ สิ่งเหล่านี้จะส่งไปถึงผู้เกี่ยวข้องทั้ง สพฐ.หน่วยงานราชการ มหาวิทยาลัย ให้ร่วมมือกันปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตครูต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา กสศ. กล่าวว่า โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่น 1 มีเด็กด้อยโอกาสขาดแคลนทุนทรัพย์ได้รับทุนและเข้าเรียนในปีการศึกษา 2563 จำนวน 328 คน ใน 11 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ครอบคลุม 45 จังหวัด ของโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลที่มีอัตราเกษียณครูในปี 2567 ทั้งนี้ &amp;nbsp;หลังจบการศึกษาเด็กทุกคนจะได้บรรจุเป็นข้าราชการครูสาขาปฐมวัย และสาขาประถมศึกษา ตามอัตราที่ สพฐ.ให้ตามโรงเรียนสังกัด สพฐ.ในตำบลบ้านเกิด โดยโครงการฯมีเป้าหมาย 2 ด้าน 1.สนับสนุนเด็กยากจนพิเศษระดับชั้นม.ปลาย ให้ได้เรียนครู เป็นทุนแบบให้เปล่าครบวงจรและ 2.ปฏิรูประบบการผลิตและพัฒนาครูในสถาบันอุดมศึกษา กสศ.ได้เตรียมงบประมาณไว้ช่วยเหลือเด็ก 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นค่าเทอมและค่าใช้จ่ายอื่นๆของเด็กรวมเดือนละ8,000 บาท ส่วนที่สองจัดสรรให้มหาวิทยาลัยใช้พัฒนาเด็กรายบุคคลและรายกลุ่มปีละ30,000 บาท/คน นอกจากนี้ยังมีงบกลางที่ร่วมทำงานกับมหาวิทยาลัยทั้ง 11 แห่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตามสถาบันที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ ส่วนใหญ่เป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏตามหัวเมืองต่างจังหวัดที่สามารถดูแลเด็กได้ตั้งแต่การไปค้นหา คัดกรอง คัดเลือก เข้าเรียน 4 ปี รวมถึงเป็นครูพี่เลี้ยงหลังจากเด็กบรรจุเป็นครูในพื้นที่ด้วย นอกจากนี้ กสศ.ได้สร้างเครือข่ายมหาวิทยาลัยชั้นนำ ที่มีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญสูง ให้มามีบทบาทและส่วนร่วมช่วยเน้นเสริมทางด้านวิชาการ การสร้างเครือข่าย ให้กับมหาวิทยาลัยในสถาบันผลิตครูรัก(ษ์)ถิ่น เพื่อร่วมกันสร้างความเข้มแข็งให้กับราชภัฏที่เป็นวิทยาลัยผลิตครูมาก่อน ให้เป็นอุดมศึกษาของท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง&amp;rdquo;ผอ.สำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา กสศ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75042</URL_LINK>
                <HASHTAG>#กสศ., ดารณี อุทัยรัตนกิจ, ผลิตครูรักษ์ถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3e407b68bc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45681</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2019 17:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2019 17:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสศ. ลงนามความร่วมมือ สถาบันผลิตและพัฒนาครูรัก (ษ์) ถิ่น 11 แห่ง คัดเด็กม.6 เข้าโครงการรุ่นแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
13ก.ย.62-ที่อาคารอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ เมืองทองธานี - กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ 11 สถาบันอุดมศึกษา ลงนามร่วมเป็นสถาบันผลิตและพัฒนาครูรัก (ษ์) ถิ่น โดยนางสาวดารณี อุทัยรัตนกิจ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ขณะนี้ กสศ.และหน่วยงานความร่วมมือได้ดำเนินการคัดเลือกและประกาศรายชื่อสถาบันอุดมศึกษาและหลักสูตรที่ผ่านการพิจารณาให้เป็นสถาบันผลิตและพัฒนาครูในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 1 จำนวน 11 แห่งเรียบร้อยแล้ว ประกอบไปด้วยหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 7 แห่ง ได้แก่ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง และ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี หลักสูตรการประถมศึกษา 4 แห่ง ได้แก่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ , มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร , มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย และมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา &amp;nbsp; ทั้งนี้ในปีการศึกษา 2563 สถาบันอุดมศึกษาทั้ง 11 แห่ง มีความพร้อมรับนักศึกษาทุนครูรัก (ษ์) ถิ่นได้ทั้งสิ้น 328 อัตรา &amp;nbsp;และจะมีโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล จำนวน 282 แห่ง ที่อยู่ในรัศมีพื้นที่การบรรจุอัตราครูรัก (ษ์) ถิ่นรุ่นที่ 1 &amp;nbsp;ของทั้ง 11 สถาบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​&amp;ldquo;ดิฉันขอยืนยันว่า กระบวนการคัดเลือกมีความเป็นวิชาการโดยแท้จริง และพิจารณาคัดเลือกตามเกณฑ์คุณภาพอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้สถาบันอุดมศึกษาที่มีความพร้อมในการเป็นสถาบันผลิตและพัฒนาครูรัก (ษ์) ถิ่นที่มีคุณภาพ สำหรับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลจำนวน 282 แห่งในรัศมีของทั้ง 11 สถาบัน ถือเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่ยุบรวมไม่ได้ เป็นจิตวิญญาณของชุมชน กสศ.ได้จัดให้มีทีมวิชาการช่วยพัฒนาทั้งด้านคุณภาพการเรียนการสอน การเตรียมความพร้อมของโรงเรียนทั้งระบบควบคู่กันไปด้วยตั้งแต่ในปีแรกนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับโครงการและรองรับการทำงานของครูรุ่นใหม่ได้ตามเป้าประสงค์ของโครงการนี้ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ เพื่อปฏิรูปการศึกษา โดยโครงการครูรัก (ษ์) ถิ่นในรุ่นต่อไป กสศ. จะมีการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ให้แก่นักเรียนกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ศึกษาอยู่ในระดับชั้น ม.ปลาย โดยตลอดช่วงเดือนตุลาคม &amp;ndash; พฤศจิกายนนี้ อาจารย์จาก 11 สถาบัน ร่วมกับโรงเรียนและชุมชนจะคัดเลือกและคัดกรองนักเรียนในพื้นที่มีฐานะครอบครัวอยู่ในเกณฑ์ยากจนตามที่ กสศ. กำหนด ช่วยเตรียมความพร้อมสอบคัดเลือกทุนครูรัก (ษ์) ถิ่น &amp;nbsp;ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดของโครงการเพิ่มเติมได้ที่ www.eef.or.th หรือโทร 02 079 5475&amp;rdquo;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นางสาวดารณี กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการผลิตและพัฒนาครูรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพ ที่มีจิตวิญญาณของครูนักพัฒนาและมีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาผู้เรียนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนและโยกย้ายครูในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลด้วย ในอนาคตประสบการณ์จากการทำงานเรื่องนี้จะนำไปสู่การจัดตั้งสถาบันต้นแบบในการผลิตและพัฒนาครู และผู้ดูแลเด็กปฐมวัยซึ่งเป็นภารกิจตามมาตรา 5 ของ กสศ. &amp;nbsp;ทั้งนี้ กสศ.และ11 สถาบัน จะร่วมกันยกระดับหลักสูตรการผลิตครูใน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.การพัฒนารูปแบบและวิธีการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับโรงเรียนขนาดเล็กในถิ่นทุรกันดารในประเทศไทย 2.การจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาจิตสำนึกความเป็นครูและทักษะการทำงานโดยใช้ชุมชนเป็นฐานสำหรับนักศึกษาครูผู้รับทุน 3.รูปแบบการให้คำปรึกษา ช่วยเหลือดูแล ระบบหอพัก และกิจกรรมเสริมสร้างความเป็นครูสำหรับนักศึกษาครูผู้รับทุนตลอด 4 ปี 4.กระบวนการฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู และระบบนิเทศทางการศึกษาทางไกลสำหรับนักศึกษาครูผู้รับทุน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45681</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสศ., ดารณี อุทัยรัตนกิจ, ผลิตครูรักษ์ถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190913/image_big_5d7b6fecbc98f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
