<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2018 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2018 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันครึ่งปีหลังสดใส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยออยล์เผยแนวโน้มรายได้เพิ่มจากปีก่อน จากการขยายการลงทุนหลายโครงการ ด้านไออาร์พีซี มองครึ่งปีหลังดีกว่า ครึ่งปีแรก แต่จับตาราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอธิคม เติบศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการดำเนินการในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มที่ดีขึ้นหรือใกล้เคียงครึ่งปีแรก หลังจากเดือน ก.ค.ที่ผ่านมากำไรของธุรกิจโรงกลั่นและผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ลดลงจากไตรมาสแรกของปีนี้ โดยในปัจจุบันกำไรของทั้งโรงกลั่นและอะโรเมติกส์เริ่มกลับมาดีขึ้นอีกครั้ง ส่วนทิศทางราคาน้ำมันในช่วงครึ่งปีหลังคาดการณ์จะอยู่ที่ระดับ 70-75 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ค่าการกลั่น (จีอาร์เอ็ม) ดีขึ้นค่อนข้างมาก จากสต็อกผลิตภัณฑ์น้ำมันดีเซลของโลกอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันอากาศยานเพิ่มขึ้นมาก ด้านผลิตภัณฑ์พาราไซลีน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์นั้น มีส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (สเปรด) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 500 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน จากปีที่แล้วที่อยู่ระดับ 300 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน เป็นผลจากความต้องการใช้พาราไซลีนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณการผลิตใหม่ของตลาดโลกไม่ได้เข้ามาตามแผนทำให้ราคาปรับขึ้นมาและส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ต้องติดตามการเคลื่อนไหวราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงขึ้น และต้องจับตา สเปรดโรงกลั่นที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น ขณะที่สเปรดปิโตรเคมีทรงตัว ประกอบกับค่าการกลั่นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้คาดปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้กำไรสูงขึ้นกว่าครึ่งปีแรก จึงมองภาพรวมธุรกิจของบริษัทจะเป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ว่า กำไรสุทธิปีนี้จะสูงกว่าปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไออาร์พีซีตั้งเป้าหมายสร้างกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อม (อีบิทดา)เพิ่ม 100 ล้านเหรียญสหรัฐภายใน 3 ปี และกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีมีอีบิทดาเพิ่มเป็น 29,000 ล้านบาทในปี 2563&amp;rdquo;สุกฤตย์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16120</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจโรงกลั่น, ผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์, สุกฤตย์ สุรบถโสภณ, อธิคม เติบศิริ, ไทยออยล์, ไออาร์พีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180825/image_big_5b80c3d4a1eec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
