<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29231</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชงลด‘ภาษี’ผลิตรถไร้ฝุ่น สั่ง9ผู้ว่าฯเมืองเหนือเข้ม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กทม.-ปริมณฑลค่า PM 2.5 ไม่เกินมาตรฐาน สรรพสามิตจ่อชงคลังลดภาษีหนุนผลิตรถไร้ฝุ่น ทัพภาค 3 ตั้ง บก.คุมหมอกควัน 9 จ.เหนือ สั่งผู้ว่าฯ ใช้ กม.คุมเข้ม-ห้ามเผาเด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รายงานข้อมูลผลการดำเนินงานและสถานการณ์คุณภาพอากาศ เวลา 08.00 น. ดังนี้ สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM 2.5) เฉลี่ย 24 ชั่วโมง พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกพื้นที่ที่มีการตรวจวัด และมีแนวโน้มลดลงอย่างเห็นได้ชัด เทียบกับเมื่อวันที่ 14 ก.พ. ส่วนสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง พื้นที่กรุงเทพฯ ตรวจวัดได้ 21-40 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบว่าไม่เกินมาตรฐานทุกพื้นที่ที่มีการตรวจวัด (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) และคุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีฟ้า จำนวน 5 เขต, สีเขียว จำนวน 13 เขต และสีเหลือง จำนวน 3 เขต ได้แก่ เขตวังทองหลาง เขตบางคอแหลม และเขตจตุจักร ประชาชนสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งและท่องเที่ยวได้ตามปกติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากแบบจำลองคาดการณ์ปริมาณ PM 2.5 &amp;nbsp;ของกรมควบคุมมลพิษ คาดว่าในวันที่ 16 ก.พ. ปริมาณ PM 2.5 มีแนวโน้มลดลง ประกอบกับการดำเนินมาตรการเพื่อลดฝุ่นละอองของหน่วยงานต่างๆ อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง อาจช่วยให้ปริมาณฝุ่นละอองลดลงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์สภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ คาดการณ์ว่า ลมพื้นผิว (ที่ระดับความสูง 10 เมตร) ลมสงบ มีกำลังอ่อนลง ส่วนระดับสูงขึ้นไปมีทิศทางตะวันออกเฉียงใต้ มีกำลังแรงขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อวาน พัดปกคลุมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่ และคาดการณ์ว่าวันที่ 16 ก.พ. ลมผิวพื้นเป็นลมฝ่ายใต้และจะมีกำลังแรงขึ้นเล็กน้อย ส่วนระดับสูงขึ้นไปมีทิศทางตะวันออกมีกำลังอ่อนลง เนื่องจากความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง อุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้นในตอนกลางวัน ระดับเพดานการผกผันของอุณหภูมิ (inversion) จะขยายสูงขึ้น การไหลเวียนของอากาศยังดีต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารธานีนพรัตน์ กทม. 2 เขตดินแดง นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม กทม. ร่วมใจลดฝุ่นละออง PM 2.5 พร้อมทั้งเดินรณรงค์ติดสติกเกอร์ &amp;ldquo;ร่วมใจไม่ขับ ช่วยดับเครื่อง&amp;rdquo; ให้กับรถราชการในสังกัดกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีประมาณ 14,000 คัน เป็นสัญลักษณ์ให้รู้ว่า รถ กทม.ทุกคันไม่ขับ ต้องดับเครื่อง อีกทั้งภายในงานยังมีบูธการประชาสัมพันธ์การจัดการคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร และบูธการบำรุงรักษารถยนต์เพื่อลดมลพิษ เป็นการประชาสัมพันธ์ ป้องกัน และแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศจากยานพาหนะอย่างจริงจัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ จะเสนอมาตรการทางภาษีสรรพสามิต เพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ให้นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง ก่อนเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป เบื้องต้นจะลดอัตราภาษีสรรพสามิตให้กับรถยนต์ที่ปล่อยฝุ่นได้เท่ากับมาตรฐานยูโร 5 ที่ปล่อยฝุ่นละออง 0.005 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร มาตรการภาษีรถยนต์เพื่อลดฝุ่นละอองจะไม่กระทบกับภาระภาษีรถยนต์เดิมเพิ่มขึ้น แต่รถที่ผลิตใหม่และปล่อยค่าฝุ่นควันได้น้อยลงตามที่กำหนดจะได้อัตราภาษีที่ถูกกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กรมสรรพสามิตจะดำเนินตามนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ด้วยการลดอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าเหลือ 2% และยกเว้นภาษีนำเข้า ในกรณีที่บริษัทผู้ผลิตได้เข้ารับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จากปัจจุบันที่จัดเก็บอยู่ในอัตรา 8%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานการประชุมและแถลงแนวทางการควบคุมแก้ไขสถานการณ์ปัญหาหมอกควันไฟป่าภาคเหนือ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เข้าร่วมประชุมรับนโยบายเร่งด่วนหลังสถานการณ์เริ่มวิกฤติก่อนห้วงเวลา ซึ่งรัฐบาลได้ให้กองทัพภาคที่ 3 จัดตั้งกองบัญชาการควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 ส่วนหน้าขึ้น เพื่อบูรณาการร่วมกันในการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงในแต่ละพื้นที่ภาคเหนือ นำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด โดยใช้กรอบแนวความคิดในการควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือไปในทิศทางเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.บัญชากล่าวว่า ได้สั่งการให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 9 จังหวัดภาคเหนือ เข้มงวดกับการบังคับใช้กฎหมาย และย้ำให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการสอดส่องดูแลห้ามมีการเผาทุกชนิดอย่างเด็ดขาด ไม่สามารถอ้างได้ว่าเป็นวิถีชีวิตมาตั้งแต่อดีต ซึ่งสมัยก่อนกับสมัยนี้ไม่เหมือนกัน ขณะเดียวกันได้ระดมกำลังทหารหน่วยต่างๆ มาร่วมปฏิบัติงานในชุดปฏิบัติการดับไฟป่า และการใช้อากาศยาน (ฮ. MI 17) เพื่อดับไฟป่าในพื้นที่ที่ลำบาก ไม่สามารถใช้เจ้าหน้าที่เข้าไปได้ ซึ่งเป็นการบูรณาการกันระหว่างตำรวจ ทหาร และภาคประชาชน ไม่แบ่งแยกจังหวัด โดยทหารได้นำกำลังกว่า 500 นาย รวมทั้งยุทโธปกรณ์ ยานยนต์ และอุปกรณ์ดับไฟป่า มาช่วยในแต่ละพื้นที่ที่มีปัญหาหมอกควันไฟป่า โดยเฉพาะดอยพระบาทในจังหวัดลำปาง ที่จะลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ลำปาง เจ้าหน้าที่และจิตอาสายังคงดับไฟในจุดต่างๆ บนดอยพระบาทและดอยฝรั่งต่อเนื่อง โดยสลับสับเปลี่ยนกำลังกันตลอดทั้งวันทั้งคืน โดยตลอดช่วงเช้า สามารถดับไฟในจุดห้วยถ้ำเสือ บ้านต้นต้อง ตำบลพิชัย ได้ทั้งหมด แต่ยังคงเหลือไฟที่ยังลุกไหม้อยู่ ณ จุดห้วยแม่พริก-ห้วยยาง-ดอยขอนห่ม-ห้วยคิง และจุดทางชุมชนอิ่วเมี่ยน เชิงดอยพระบาท ฝั่งผาลาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวถึงกรณีที่ภาคเอกชนระบุในโซเชียลฯ ว่าฝุ่นละอองขนาดเล็กจิ๋วที่ จ.นครราชสีมาเกินมาตรฐานว่า ไปเอาค่านี้มาจากไหน ซึ่งเอกชนบางคนมีเครื่องมือที่ไปหาซื้อมา ที่อาจจะใช้ได้ แต่น่าจะยังไม่ได้รับการยอมรับทางวิชาการ และเห็นว่าตรงจุดไหนมีฝุ่นมากก็เอาไปวัด ซึ่งทำให้ค่าอาจจะขึ้นสูงขึ้นมา ขณะที่ภาครัฐต้องวัดค่าเฉลี่ยทั้ง 24 ชั่วโมง ฉะนั้นข้อมูลอาจจะไม่ตรงกันบ้าง อย่างไรก็ตาม ช่วงที่น่ากลัวที่สุดคือช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. เนื่องจากอากาศร้อน ปกติจะมีการเผาในที่โล่งจำนวนมาก ดังนั้นต้องควบคุมไปจนกว่าฝนจะตกมาประมาณเดือน พ.ค.-มิ.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอประชุมจังหวัดบุรีรัมย์ นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ &amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันหามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ หลังพบว่าขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดมีค่าฝุ่นละอองพุ่งสูงถึง 179 ไมโครกรัม เสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพประชาชน ซึ่งปัจจัยหลักๆ เกิดจากการลักลอบเผาป่า ไร่อ้อย ตอซังข้าว วัชพืช และขยะมูลฝอย จึงจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการเข้มเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดกวดขันผู้ประกอบการอุตสาหกรรม รวมถึงการก่อสร้างต่างๆ ต้องไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งให้ตำรวจและขนส่งจังหวัด เข้มงวดตรวจจับยานพาหนะที่ปล่อยควันดำ นอกจากนั้นรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้าน เกษตรกร หยุดการเผาในทุกกรณี.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29231</URL_LINK>
                <HASHTAG>PM 2.5, ผลิตรถไร้ฝุ่น, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190215/image_big_5c66c0c1d1272.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
