<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39521</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2019 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2019 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  “พพ.”หนุนศึกษาโซลาร์ลอยน้ำช่วยลดค่าใช้จ่าย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พพ.ลงพื้นที่ ศึกษาศักยภาพระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ แบบลอยน้ำและบนหลังคา ในการผลิตน้ำประปานิคมฯหนองแค สระบุรี ต้นแบบความสำเร็จช่วยลดต้นทุนด้สนพลังงาน ด้านเอส ซี จี เซรามิกส์ &amp;nbsp;เตรียมขยายเพิ่มอีก5โครงการทั้งในและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26มิ.ย.62- นายยงยุทธ จันทรโรทัย อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ ศึกษาศักยภาพระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ แบบลอยน้ำและบนหลังคา ในการผลิตน้ำประปานิคมฯหนองแค สระบุรี ว่า &amp;nbsp;โครงการดังกล่าว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตน้ำประปาให้กับบริษัท เอส ซี จี เซรามิกส์ จำกัด (มหาชน) นิคมอุตสาหกรรมหนองแค &amp;nbsp;ถือเป็นต้นแบบพลังงานทดแทนประเภทโครงการที่ไม่เชื่อมโยงกับระบบสายส่งไฟฟ้า นำพื้นที่ไร้ประโยชน์ผลิตไฟฟ้า เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การพัฒนาโครงการดังกล่าว ได้นำพื้นที่ที่ไม่เกิดประโยชน์มาใช้เพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เช่น พื้นที่บนหลังคา บ่อน้ำ โดยการติดตั้งระบบไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ &amp;nbsp;ทั้งในโครงการระบบผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์บนหลังคา และแบบลอยน้ำที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากขึ้น และยังช่วยลดการระเหยน้ำจากบ่อได้ถึง 7% &amp;nbsp; รวมถึงลดการใช้ไฟฟ้าจากระบบสายส่งได้ถึง 14% ด้วยกำลังการผลิตติดตั้งทั้งสิ้น160 Kw สามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในการผลิตน้ำประปาได้ประมาณ 236,512 หน่วยต่อปี &amp;nbsp;รวมทั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 134 ตันต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการดำเนินโครงการดังลก่าวให้ผลตอบแทนด้านการลงทุนสูงถึง (IRR) &amp;nbsp;18% &amp;nbsp;ตลอดระยะเวลา 25 ปี สามารถลดต้นทุนได้สูงถึง 20.4 ล้านบาท ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 3,365 ตัน ระยะเวลาคืนทุน 5-6 ปี ถือว่าโครงการนี้ เป็นโครงการที่มีประสิทธิภาพ และเป็นต้นแบบที่สามารถขยายผลไปใช้กับโครงการอื่นๆของบริษัท ทั้งในและต่างประเทศถึง 5โครงการ คิดเป็นมูลค่า 200 ล้านบาท สามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตได้ถึง 199 ล้านหน่วยต่อปี ทำให้โรงงานทั้งหมดสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ถึง 30 ล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo; ปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) ไม่เพียงมีส่วนสำคัญต่อการดูแลด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเป็นพลังงานสะอาด แต่ยังมีส่วนช่วยในการยกระดับการพัฒนานวัตกรรมที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้มากขึ้นโดยเฉพาะ ซึ่งติดตั้งแผงโซลาร์ในน้ำก็นับเป็นนวัตกรรมที่เอสซีจี พัฒนาขึ้นที่จะเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าให้กับแสงอาทิตย์ได้มากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;ซึ่งการส่งเสริมพลังงานทดแทนเป็นไปตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก หรือ AEDP 2015&amp;rdquo;นายยงยุทธกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39521</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.), ผลิตไฟฟ้า, ยงยุทธ จันทรโรทัย, ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์, เอส ซี จี เซรามิกส์, โซลาร์ลอยน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d132255f0083.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35725</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2019 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2019 15:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมการค้าภายในกำหนดราคารับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ2แสนตันกิโลละ16.25-16.50 บาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการค้าภายในกำหนดราคาให้ กฟผ. รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบไปผลิตไฟฟ้า 2 แสนตัน ในราคานำตลาดที่ 16.25-16.50 บาท หวังให้โรงสกัดรับซื้อผลปาล์มดิบจากเกษตรกรไม่ต่ำกว่ากิโลละ 2.50-3.00 บาท พร้อมประกาศเชิญชวนโรงสกัดยื่นเสนอขายได้ตั้งแต่วันนี้ ตั้งเป้าส่งมอบเสร็จภายในเดือนมิ.ย.นี้ ย้ำไม่มีผลทำให้ผู้บริโภคต้องจ่ายค่าไฟฟ้าเพิ่ม เหตุ กฟผ. จะรับภาระไว้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 พ.ค. 62 - นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มรอบ 2 โดยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากโรงสกัดที่สมัครเข้าร่วมโครงการ จำนวน 2 แสนตัน ว่า ขณะนี้กรมฯ ได้จัดส่งรายชื่อโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบที่ผ่านการตรวจสอบสต๊อกจำนวนกว่า 2 แสนตันให้กับ กฟผ. เพื่อใช้พิจารณาคัดเลือกโรงสกัดที่จะยื่นใบสมัครจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบให้แก่ กฟผ. แล้ว และยังจะตรวจสอบสต็อกของโรงสกัดที่ผ่านการคัดเลือกและทำผู้สัญญาซื้อขายกับ กฟผ. อีก 2 ครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันปาล์มดิบที่เหมาะสม ที่กรมฯ กำหนดให้ กฟผ. รับซื้อจากโรงสกัดอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 16.25-16.50 บาท ซึ่งพิจารณาจากราคาส่งมอบ ณ กรุงเทพฯ รวมค่าใช้จ่ายที่เป็นภาระของโรงสกัด โดยราคานี้ ทำให้โรงสกัดต้องซื้อผลปาล์มสดจากเกษตรกรกก.ละ 2.50&amp;ndash;3.00 บาท ใกล้เคียงกับต้นทุนของเกษตรกร อย่างไรก็ตามขอเชิญชวนโรงสกัดยื่นใบสมัครเพื่อจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบให้แก่ กฟผ.ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และจะประกาศผลวันที่ 17 พ.ค. เซ็นสัญญาวันที่ 22 พ.ค. ซึ่งจะได้รับเงินภายใน 7 วัน และตั้งเป้าดำเนินการให้เสร็จภายในเดือนมิ.ย.2562&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในส่วนกรณีที่มีข้อกังวลว่าการที่ กฟผ. รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบไปผลิตไฟฟ้าที่ราคานำตลาด และจะทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้นจนกระทบต่อค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) และกระทบทำให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้นนั้น ขอยืนยันว่าไม่มีผลกระทบส่วนมาตรการอื่นๆ รัฐบาลได้กำชับให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพลังงาน เร่งเพิ่มความต้องการน้ำมันปาล์มดิบ โดยในส่วนของกรมฯ จะส่งเสริมการบริโภคน้ำมันพืชปาล์มผ่านร้านธงฟ้าประชารัฐ เป้าหมาย 2,500&amp;ndash;5,000 ตัน ขณะที่กระทรวงพลังงาน ได้เร่งรัดการนำน้ำมันปาล์มดิบมาผลิตเป็น บี 20 และ บี 100 เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มความต้องการใช้ได้ถึงปีละ 1.5 ล้านตัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35725</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟผ., กรมการค้าภายใน, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, น้ำมันปาล์มดิบ, ผลิตไฟฟ้า, วิชัย โภชนกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180627/image_mid_5b338233ab12a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27899</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2019 17:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจาะลึก ‘เชื้อเพลิง’ ผลิตไฟฟ้า ต้องดูให้ครบทุกด้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ไฟฟ้า&amp;rsquo; ได้กลายเป็นปัจจัยที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของทุกประเทศทั่วโลก การบริหารจัดการไฟฟ้าจึงเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลในแต่ละประเทศให้ความสำคัญ เพราะนั่นหมายถึง &amp;lsquo;ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม กว่าจะมาเป็นไฟฟ้าให้เราได้ใช้กันอย่างวันนี้ จำเป็นต้องวางแผนการใช้ &amp;ldquo;เชื้อเพลิง&amp;rdquo; ให้เหมาะสม &amp;lsquo;ตามบริบทของแต่ละประเทศ&amp;rsquo; ไม่ว่าจะเป็นสภาพเศรษฐกิจ สภาพภูมิศาสตร์ และความต้องการใช้ไฟฟ้า ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดนโยบายให้ประชาชนมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ มีคุณภาพที่ดี มีราคาที่เป็นธรรม ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ดังนั้นแล้ว ต้องคำนึงถึงข้อดี-ข้อจำกัดของแต่ละเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าอย่างรอบด้านและครบทุกมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;ความมั่นคงในระบบไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ชีวิตของเรานั้นผูกติดอยู่กับไฟฟ้าตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นการผลิตไฟฟ้าเพื่อตอบสนองความต้องการการใช้ไฟฟ้าต้องมีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ การเลือกเชื้อเพลิงที่นำมาผลิตไฟฟ้า จึงต้องคำนึงถึงด้านเศรษฐศาสตร์ สิ่งแวดล้อม ความมั่นคงทางพลังงาน และเทคโนโลยี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ปัจจุบัน &amp;lsquo;ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน และนิวเคลียร์&amp;rsquo; (รวมไปถึงชีวมวล และขยะ หากมีปริมาณเพียงพอ) ได้กลายเป็นเชื้อเพลิงหลักที่หลายประเทศเลือกใช้ เพราะเป็นเชื้อเพลิงที่สามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ประเทศชั้นนำของโลกต่างคำนึงถึงเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงและแข่งขันได้ทั้งสิ้น ยกตัวอย่างประเทศเยอรมนี เป็นที่ทราบกันดีว่า แม้กำลังผลิตติดตั้งจากพลังงานหมุนเวียนจะมีมากถึง 53.3% ของกำลังการผลิตทั้งหมด แต่เมื่อมองลึกลงไปจะพบว่า เชื้อเพลิงที่มีบทบาทสำคัญในการผลิตไฟฟ้า ยังคงเป็น ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน นิวเคลียร์ น้ำมัน และชีวมวล ที่ครองสัดส่วนในการผลิตถึง 67.8%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;กำลังผลิตติดตั้งของประเทศเยอรมนี(https://www.energy-charts.de/power_inst.htm) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าของเยอรมนี ปี 2561
(https://www.energy-charts.de/energy.htm?source=all-sources&amp;amp;period=annual&amp;amp;year=2018) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ขณะเดียวกัน พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลิตไฟฟ้า ด้วยต้นทุนที่ลดต่ำลงและมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากขึ้น และไม่ปล่อยมลสารในกระบวนการผลิตไฟฟ้า ทว่า ความสามารถในการผลิตไฟฟ้าขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศซึ่งไม่มีความแน่นอน จึงไม่สามารถเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าได้ ยกเว้นจะนำแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานเข้ามาใช้ควบคู่ในการผลิตไฟฟ้า จึงจะสามารถสร้างความมั่นคงในระบบไฟฟ้าและสามารถจ่ายไฟฟ้าได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แบตเตอรี่กักเก็บพลังงานยังคงมีต้นทุนสูงหากนำเข้ามาใช้ในปริมาณที่มากและรวดเร็วเกินไป จะส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;เชื้อเพลิงและที่ตั้งของโรงไฟฟ้าต้องมีความเหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;สิ่งที่ต้องพิจารณาควบคู่ไปกับการเลือกใช้เชื้อเพลิง คือ สถานที่ตั้งของโรงฟ้าแต่ละประเภทที่จะต้อง มองให้ครบทุกมิติ อาทิ การขนส่งเชื้อเพลิงต้องสะดวกและเข้าถึงโรงไฟฟ้าได้ง่าย ต้องอยู่ใกล้แหล่งน้ำขนาดใหญ่เพื่อใช้ในกระบวนการผลิตไฟฟ้าและระบบหล่อเย็น ต้องอยู่ไม่ไกลจากระบบส่งไฟฟ้าหลักหรือสถานีไฟฟ้าแรงสูงที่สามารถรองรับพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้ รวมทั้งมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ เชื้อเพลิงแต่ละประเภทยังมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาแตกต่างกันไป อาทิ ชีวมวล ขยะ และนิวเคลียร์ ต้องอยู่ไกลจากแหล่งชุมชน พลังงานลมต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีความเร็วลมพอเหมาะ พลังงานแสงอาทิตย์ต้องมีความเข้มแสงที่เหมาะสม ตลอดจนถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ มีความจำเป็นต้องอยู่ใกล้แหล่งน้ำและต้องขนส่งสะดวก เข้าถึงแหล่งเชื้อเพลิงได้ง่าย ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ จะช่วยลดปัญหาในชุมชน และเพิ่มศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าให้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เรื่องที่ต้องใส่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ในยุคที่ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องที่ทั่วโลกต่างได้หันมาให้ความสนใจอย่างมีนัยสำคัญ ภาคพลังงานจึงต้องมีการกำหนดนโยบายและแนวทางลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) โดยหนึ่งในแนวทางนั้น คือการหันมาใช้เชื้อเพลิงจากพลังงานหมุนเวียนและลดการพึ่งพาการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเชื้อเพลิงจากฟอสซิลจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพด้านสิ่งแวดล้อมสูงกว่าพลังงานหมุนเวียน แต่เชื้อเพลิงประเภทนี้มีราคาถูกและมีความมั่นคงในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าสูง คือใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าน้อยแต่ให้ค่าพลังงานสูง ในขณะเดียวกันสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีค่าการปล่อยมลสารที่ดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากล เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศญี่ปุ่น ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าแบบ Ultra Supercritical: USC ซึ่งเป็นเทคโนโลยีผลิตไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ที่ทันสมัยที่สุดในโลก มีการปล่อยมลสารที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนอื่นๆ ทำให้โรงไฟฟ้าสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมได้อย่างลงตัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;ในขณะเดียวกัน เชื้อเพลิงจากขยะ แม้จะเป็นการบริหารทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่การควบคุมปัญหาด้านกลิ่นไม่ให้รบกวนกับชุมชนโดยรอบตลอดจนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง เช่นเดียวกับแผงโซลลาร์เซลล์ ที่แม้กระบวนการผลิตไฟฟ้าจะไม่ก่อให้เกิดมลพิษ แต่กระบวนการกำจัดแผงโซลลาร์เซลล์ที่หมดอายุการใช้งานอย่างผิดวิธีจะก่อให้เกิดการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ดังนั้นควรมีการออกกฎหมายควบคุมและมีมาตรการป้องกันอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;มองให้รอบทั้งข้อดี ข้อจำกัด ในบริบทของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt; text-align:justify&quot;&gt;การบริหารจัดการเชื้อเพลิงที่ได้สมดุล ทั้งในทางเศรษฐศาสตร์ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้บริบทของประเทศ จึงเป็นโจทย์ใหญ่และโจทย์สำคัญที่ต้องคำนึงถึง เพราะเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาประเทศให้สอดรับกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่ต้องสามารถดึงดูดการลงทุนในภาคธุรกิจได้ และสอดคล้องกับความอยู่ดีมีสุขของประชาชน ทั้งในแง่ค่าไฟฟ้าที่เหมาะสม และแง่ของการผลิตพลังงานไฟฟ้าที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27899</URL_LINK>
                <HASHTAG>50 ปี กฟผ., ก๊าซธรรมชาติ, ผลิตไฟฟ้า, รัฐบาล, เชื้อเพลิง, ไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190130/image_big_5c5180b701386.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27483</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กพช.เคาะพีดีพีผลิตไฟปลายแผน อยู่ที่ 7.7 หมื่นเมกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค. 2562 นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2562 ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบปรับแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศปี 2561-2580 (พีดีพี 2018) ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอให้ทบทวนสถานการณ์กำลังการผลิตไฟฟ้าปลายแผนในช่วงปี 2580 จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 77,211 เมกะวัตต์ จากสิ้นปี 2560 อยู่ที่ 46,090 เมกะวัตต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากปี 2560 ที่กำลังผลิตไฟฟ้า 46,090 เมกะวัตต์ จะมีกำลังผลิตไฟฟ้าปลดออกจากระบบในช่วงปีแผน 25,310 เมกะวัตต์ แต่จะมีกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่เข้ามา 56,431 เมกะวัตต์ ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าหมุนเวียน 20,766 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าตามนโยบายส่งเสริมของภาครัฐรวม 520 เมกะวัตต์ ได้แก่ โรงไฟฟ้าขยะ 400 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าชีวมวลประชารัฐ 120 เมกะวัตต์ รวมกับโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานทางเลือก(เออีดีพี)กำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ 18,176 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นชีวมวล 3,376 เมกะวัตต์ ก๊าซชีวภาพ 546 เมกะวัตต์ พลังงานแสงอาทิตย์ 10,000 เมกะวัตต์ พลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2,725 เมกะวัตต์ พลังงานลม 1,485 เมกะวัตต์ ขยะอุตสาหกรรม 44 เมกะวัตต์ ส่วนที่เหลือ 2,070 เมกะวัตต์เป็นโครงการที่ได้รับอนุมัติไปก่อนหน้านี้และอยู่ระหว่างก่อสร้าง ยังไม่มีการจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระทรวงพลังงานยืนยันประมาณการค่าไฟฟ้าขายปลีกในช่วงปี 2561-2580 จะไม่เพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน โดยอยู่ระหว่าง 3.50 - 3.63 บาทต่อหน่วย หรือเฉลี่ย 3.58 บาทต่อหน่วย&amp;rdquo;นายศิริ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ได้จัดทำการพยากรณ์ค่าความต้องการใช้ไฟฟ้าระยะยาว 20 ปี โดยเร่งรัดให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) พิจารณาแนวทางดำเนินการโครงการพลังงานแสงอาทิตย์โซลาร์ภาคประชาชน ไม่ต่ำกว่าปีละ 100 เมกะวัตต์ ระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบค่าไฟ รวมถึงเห็นชอบหลักการคิดอัตราค่าไฟฟ้า และหลักการของสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโครงการน้ำงึม 1 โครงการเขื่อนเซเสดฉบับใหม่ โดยหลักการคิดอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ที่เป็นปัจจุบันมีอายุสัญญา 1 ปี และสามารถต่อสัญญาต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังเห็นชอบการปรับปรุงช่วงเวลาการสิ้นสุดอายุสัญญาของผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กหรือเอสพีพี (SPP) ระบบโคเจนเนอเรชั่นที่อายุสัญญาจะสิ้นสุดในปี 2559-2568 ให้ได้รับการต่ออายุสัญญาครอบคลุมผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก 25 ราย กำลังการผลิตรวม 2,974 เมกะวัตต์ โดยให้ใช้เชื้อเพลิงตามสัญญาเดิมและได้รับอัตรารับซื้อไฟฟ้าสอดคล้องกับประเภทเชื้อเพลิง เช่น ถ่านหินรับซื้อที่ 2.54 บาทต่อหน่วย ก๊าซธรรมชาติรับซื้อ 2.82 บาทต่อหน่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า โซลาร์ประชาชนที่จะนำร่อง 100 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเริ่มได้ไม่เกินกลางปีนี้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์ โดยการผลิตไฟฟ้าส่วนนี้ไม่ได้ดำเนินการเฉพาะบ้านประชาชนแต่จะครอบคลุมโรงเรียนชนบท และโรงพยาบาลตำบลด้วย เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศได้รับประโยชน์ ผ่านการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ส่วนบ้านเรือนทั่วไปเชื่อว่ากลุ่มประชาชนที่มีฐานะน่าจะเริ่มติดตั้งก่อน ส่วนกลุ่มประชาชนทั่วไปที่อยากติดตั้งแต่ไม่มีทุน กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างหารือกับธนาคารของรัฐ อาทิ ธนาคารอาคารส่งเคราะห์ ธนาคารออมสิน เพื่อกำหนดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับการติดตั้งโซลาร์ประชาชน คาดว่าจะมีข้อสรุปเร็วๆนี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27483</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ, นายศิริ จิระพงษ์พันธ์, ปรับแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศปี 2561-2580 (พีดีพี 2018), ผลิตไฟฟ้า, พีดีพี2018</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180924/image_big_5ba8ed0c22aff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23990</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2018 15:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2018 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มูลนิธิไทยรักษ์ป่า จับมือ อช.ดอยอินทนนท์ เปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอย มุ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศป่าเมฆ จุดสูงสุดแดนสยาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;มูลนิธิไทยรักษ์ป่า โดย นายจักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์ (ที่ 2 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอ็กโก กรุ๊ป และประธานกรรมการมูลนิธิไทยรักษ์ป่า องค์กรสาธารณกุศลซึ่งก่อตั้งและสนับสนุนการดำเนินงานโดยบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็กโก กรุ๊ป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและป่าต้นน้ำที่สำคัญของประเทศให้เกิดความยั่งยืน &amp;nbsp;จัดพิธีเปิดและส่งมอบ &amp;ldquo;เส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอย&amp;rdquo; บริเวณจุดสูงสุดแดนสยาม จ.เชียงใหม่ ให้แก่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยมี นายธัญญา เนติธรรมกุล (ที่ 4 จากขวา) &amp;nbsp;อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นผู้รับมอบ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศป่าเมฆที่สูงที่สุดของ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไทย สำหรับเยาวชนและนักท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2561 ณ เส้นทางศึกษาธรรมชาติยอดดอย บริเวณจุดสูงสุดแดนสยาม อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23990</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิตอาสาอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม, นายจักษ์กริช พิบูลย์ไพโรจน์, ผลิตไฟฟ้า, มูลนิธิไทยรักษ์ป่า, เอ็กโก กรุ๊ป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181211/image_big_5c0f705b6d55a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21524</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/11/2018 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/11/2018 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คว้า 10 รางวัลสิ่งประดิษฐ์จากเวทีนานาชาติ กฟผ. มุ่งพัฒนานวัตกรรมพลังงานเพื่ออนาคต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;กฟผ. คว้ารางวัลเกียรติยศจากการประกวดและจัดแสดงผลงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรม ในเวที &amp;ldquo;The International Trade Fair-Ideas, Inventions and New Products&amp;rdquo; (iENA 2018) ณ เมืองนูเรมเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี พร้อมคว้า 1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 4 เหรียญทองแดง และรางวัลพิเศษจากประเทศโปแลนด์ อีก 2 รางวัล มุ่งสู่การเป็นองค์กรนวัตกรรมพลังงานเพื่ออนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ดร.จิราพร ศิริคำ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการดำเนินธุรกิจและการสร้างประโยชน์ต่อสังคม เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยล่าสุดทีมนักวิจัยและนักประดิษฐ์ กฟผ. สามารถคว้า 10 รางวัลจาก 8 ผลงาน ในเวที &amp;ldquo;The International Trade Fair-Ideas, Inventions and New Products&amp;rdquo; (iENA 2018) ณ เมืองนูเรมเบิร์ก สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เมื่อวันที่ 1 &amp;ndash; 4 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งมีผลงานเข้าร่วมจัดแสดงกว่า 800 ผลงาน จาก 30 ประเทศทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สำหรับการประกวดครั้งนี้ ผลงาน &amp;ldquo;เครื่องดันสายและชุดคันโยกสาย OVER HEAD&amp;rdquo; (Special Tools for Overhead Ground Wire Installation) เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยติดตั้งสายล่อฟ้าบนเสาส่งไฟฟ้าแรงสูงโดยไม่ต้องปลดสายลงพื้นดิน ทำให้ กฟผ. ไม่ต้องดับไฟและไม่ต้องปิดกั้นถนน จึงไม่กระทบต่อประชาชน ผลงานนี้ได้รับรางวัลเกียรติยศจากคณะผู้บริหารการจัดงานประกวด และรางวัลเหรียญทองแดง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผลงาน &amp;ldquo;ประแจเปิด &amp;ndash; ปิดวาล์วเอนกประสงค์&amp;rdquo; (Smart Wrench for Multi-Type Valves) เป็นประแจชนิดพิเศษที่ช่วยผ่อนแรงในการเปิด-ปิดวาล์ว สามารถทำงานได้หลากหลายและใช้งานในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย คว้ารางวัลเหรียญทอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผลงาน &amp;ldquo;การออกแบบระบบการเปิดของบานประตูน้ำในโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ&amp;rdquo; (Enhancement of Wicket Gate Control System in Pumped-Storage Power Plant) ช่วยรักษาสภาพการเดินเครื่องให้อยู่ในจุดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแบบอัตโนมัติ และลดค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์จากต่างประเทศได้กว่า 6 ล้านบาทต่อเครื่อง คว้ารางวัลเหรียญเงิน และรางวัลพิเศษจากสมาคมนักประดิษฐ์ของประเทศโปแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผลงาน &amp;ldquo;เครื่องมือสอบเทียบไดอัลเกจแบบอัตโนมัติ&amp;rdquo; (Automatic Dial Gauge Calibrator) เป็นอุปกรณ์ที่ กฟผ. พัฒนาเครื่องมือสอบเทียบขึ้นมาใหม่ เพิ่มความรวดเร็วและความแม่นยำในการสอบเทียบ ลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้ออุปกรณ์จากต่างประเทศได้กว่า 2.4 ล้านบาทต่อเครื่อง คว้ารางวัลเหรียญเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ส่วนผลงานที่คว้าเหรียญทองแดง ได้แก่ &amp;ldquo;อุปกรณ์เคลียร์เศษโลหะออกจากสายพานท้ายเครื่องโม่ถ่านกึ่งอัตโนมัติ&amp;rdquo; (Metal Scrap Removal Machine for Lignite Belt Conveyor System) ป้องกันเศษโลหะที่ปะปนมาจากหน้างานถ่านลิกไนต์ สามารถกำจัดเศษโลหะแบบอัตโนมัติ ช่วยลดระยะเวลาการหยุดเดินเครื่องและลดค่าเสียโอกาสในการผลิตถ่านลิกไนต์ถึงปีละกว่า 23.6 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผลงาน &amp;ldquo;โปรแกรมคาดการณ์ค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้า&amp;rdquo; (Prediction Software for Availability Declaration of Power Plant) ช่วยคาดการณ์ค่าความพร้อมจ่ายของโรงไฟฟ้าในวันถัดไป ลดการสูญเสียรายได้ และช่วยให้โรงไฟฟ้ามีค่าความร้อน (Heat Rate) ต่ำลงจากการเดินเครื่องผลิตเต็มสมรรถนะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;และผลงาน &amp;ldquo;การยกระดับกระบวนการเชื่อมซ่อมหม้อน้ำด้วยอุปกรณ์ช่วยกันลม&amp;rdquo; (Enhancement of Boiler Welding with Wind Shield Box) เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยแก้ปัญหาลมแรงขณะทำการเชื่อมท่อในอาคาร Boiler ที่มีความสูงกว่า 70 เมตร ลดความเสี่ยงในการเกิดจุดบกพร่องในงานเชื่อมจากลมภายนอก และเพิ่มเสถียรภาพในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นอกจากนี้ ยังมีผลงาน &amp;ldquo;ระบบวางแผนและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าในยุค 4.0&amp;rdquo; (Smart Power Plant Maintenance Planning Program) ที่จะจัดเก็บประวัติการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดความซ้ำซ้อนในการสั่งซื้ออะไหล่และการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ สามารถออกใบสั่งซื้ออะไหล่ได้อัตโนมัติ โดยตรวจสอบผ่าน QR Code ได้อย่างรวดเร็ว คว้ารางวัลพิเศษจากสมาคมนักประดิษฐ์ของประเทศโปแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ldquo;วันนี้เทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต กฟผ. จึงส่งเสริมให้พนักงานมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ จนได้รับรางวัลจากเวทีนานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลงานวิจัยดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ และเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย กฟผ. จะสร้างนักวิจัยและนักประดิษฐ์ เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมพลังงานเพื่อชีวิตที่ดีกว่า และทำประโยชน์ให้กับประเทศไทยต่อไป&amp;rdquo; ผู้ช่วยผู้ว่าการวิจัย นวัตกรรม และพัฒนาธุรกิจ กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21524</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฟผ., การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), ดร.จิราพร ศิริคำ, ผลิตไฟฟ้า, รางวัลเกียรติยศ, สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี, เครื่องมือสอบเทียบไดอัลเกจแบบอัตโนมัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181107/image_big_5be26b6eb84f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2018 19:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2018 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟผ. ตั้ง DELTA TEAM บุกธุรกิจด้านการเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า (O&amp;M) อย่างมืออาชีพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;ประชาชนทั่วไป รู้จัก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในบทบาทของรัฐวิสาหกิจที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อสร้างความมั่นคงในระบบไฟฟ้าให้กับประเทศ และส่งกระแสไฟฟ้าผ่านระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงไปให้กับหน่วยงานการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ทั้งการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อส่งต่อไปยังครัวเรือน ที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ และโรงงานอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;แต่ในอีกบทบาทหนึ่งที่เป็นธุรกิจสำคัญของ กฟผ. ที่คนทั่วไปยังไม่เคยรับรู้ แต่คนในแวดวงอุตสาหกรรมจะทราบดีว่า ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในกิจการผลิตไฟฟ้า กฟผ. ได้บุกเบิกรับงาน ธุรกิจด้านการเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า (Operations and Maintenance หรือ O&amp;amp;M) ในนาม EGAT Business มายาวนานกว่า 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นอกจาก ธุรกิจด้านการเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า หรือ O&amp;amp;M โรงไฟฟ้าหลากหลายประเภท อาทิ โรงไฟฟ้าพลังความร้อน โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม โรงไฟฟ้าพลังน้ำ และโรงไฟฟ้าพลังหมุนเวียนอย่างไบโอแมสแล้ว กฟผ. ยังมีบริการงานซ่อมและผลิตอะไหล่เครื่องจักรและอุปกรณ์โรงไฟฟ้า โดยมีโรงซ่อม ตรวจสอบ และปรับสมดุลเครื่องจักรหมุน (Rotor) ขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเซียน ตลอดจนมีการให้บริการงานเคมีโรงงาน อาทิ การวิเคราะห์และปรับปรุงคุณภาพน้ำและไอน้ำในกระบวนการผลิตของโรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงมีบริการงานสนับสนุนวิศวกรรมและอื่นๆ อาทิ บริการให้คำปรึกษาปัญหาด้านต่างๆ ของโรงไฟฟ้า พร้อมแนวทางแก้ไขที่ถูกต้อง อีกทั้งยังมีบริการงานทดสอบประสิทธิภาพเครื่องจักร ประเมินสภาพเครื่องจักร และเครื่องมือและอุปกรณ์โรงไฟฟ้า ตลอดจนให้บริการงานฝึกอบรมวิชาการด้านโรงไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;กฟผ. ได้วางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ เพื่อตอบสนองการให้บริการลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งโรงไฟฟ้าของบริษัทในเครือและโรงไฟฟ้าเอกชนได้อย่างเต็มขีดความสามารถ โดยการปรับปรุงศูนย์ซ่อมบำรุงที่สำนักงานหนองจอก ให้เป็นศูนย์ซ่อมบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าของภูมิภาคที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ช่วยยกระดับให้การซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าที่เคยต้องส่งอุปกรณ์ไปไกลถึงยุโรป สามารถส่งมาซ่อมที่ศูนย์แห่งนี้ได้ ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดระหว่างการขนส่งอุปกรณ์ขนาดใหญ่ไปยังต่างประเทศ และช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายและร่นระยะเวลาในการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ ทำให้โรงไฟฟ้าสามารถกลับมาเดินเครื่องได้เร็วขึ้น เป็นโอกาสที่ลูกค้าจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นอกจากนี้ ยังมี DELTA TEAM เพื่อขยายฐานไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ด้วยบริการรูปแบบใหม่ คือ กลุ่มโรงไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็ก หรือ SPP ประเภทชีวมวล ซึ่ง DELTA TEAM จะรวมผู้เชี่ยวชาญจากทุกแขนง อาทิ เครื่องกล ไฟฟ้า โยธา เคมี และวิศวกรรม และพร้อมส่งผู้เชี่ยวชาญ กฟผ. เพื่อกู้สถานการณ์โรงไฟฟ้าของลูกค้าทันที เมื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นการบริการที่ลูกค้าให้การตอบรับเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ด้วยประสบการณ์ในธุรกิจการผลิตไฟฟ้าที่สั่งสมมาอย่างยาวนานเกือบ 50 ปี กฟผ. มุ่งนำความเชี่ยวชาญและองค์ความรู้ที่มี พัฒนาการให้บริการงาน O&amp;amp;M เพื่อส่งมอบความเป็นเลิศในธุรกิจการผลิตไฟฟ้าและเติมเต็มทุกเป้าหมายให้กับลูกค้าโรงไฟฟ้าทุกขนาด ในทุกประเภทเชื้อเพลิง อย่างมืออาชีพตามมาตรฐานระดับสากล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20133</URL_LINK>
                <HASHTAG>50 ปี กฟผ., DELTA TEAM, Operations and Maintenance  หรือ O&amp;M, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), งาน ธุรกิจด้านการเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า, ผลิตไฟฟ้า, ศูนย์ซ่อมบำรุง, โรงไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181017/image_big_5bc72b5736ac1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
