<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2021 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนไฟเขียวรับผลไม้ไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จีนไฟเขียวหลังสุ่มตรวจ 12 สวน 12 ล้งผลไม้ไทย พร้อมส่งสัญญาณแจ้งเตือนเกษตรกรและผู้ประกอบการเน้นย้ำให้เฝ้าระวังศัตรูพืชเข้มข้นและการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายในสวนและโรงคัดบรรจุ พร้อมกันนี้จีนยังปลื้่มกับมาตรการปราบปรามสวมสิทธิ์ผลไม้ไทยที่เฉียบขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานศุลกากรจีนแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) แจ้งความประสงค์ขอสุ่มตรวจประเมินสวนและโรงคัดบรรจุผลไม้ทุเรียน ลำไย มังคุด และมะพร้าว ของไทยที่ส่งออกไปจีนจำนวน 3 สวน 3 โรงคัดบรรจุ ต่อ 1 พืชเพื่อสร้างความมั่นใจในการควบคุมดูแลศัตรูพืชในสวนผลไม้และมาตรการควบคุมและป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิด-19 ของไทยนั้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมวิชาการเกษตรได้จัดแผนการตรวจประเมินผลไม้ทั้ง 4 ชนิด โดยมีเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร เกษตรกรเจ้าของสวน และผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุ ปฏิบัติงานจริงให้ผู้เข้าร่วมการตรวจประเมินฝ่ายจีนจำนวน 5 รายได้ตรวจประเมินผ่านระบบ VDO Conference โดยผู้รับการตรวจประเมินฝ่ายไทยเป็นหน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาคของกรมวิชาการเกษตรที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1, 2, 5, 6 และ 7 และมีผู้แทนจากสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงปักกิ่ง และผู้แทนจากฝ่ายเกษตร ประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว ร่วมอยู่ในการตรวจประเมินดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามแผนการตรวจประเมิน วันที่ 30 มิถุนายน 2564 ได้ตรวจประเมินสวนและโรงคัดบรรจุมะพร้าวเป็นพืชแรก&amp;nbsp; โดยเป็นสวนมะพร้าวของเกษตรกร จ.ราชบุรี 2 สวน และ จ.กำแพงเพชร 1 สวน โรงคัดบรรจุ จ.ราชบุรี จำนวน 3 โรงคัดบรรจุ วันที่ 2 กรกฎาคม 2564 ตรวจประเมินสวนมังคุด&amp;nbsp; จ.จันทบุรี จำนวน 3 สวน และโรงคัดบรรจุ จ.จันทบุรี จำนวน 3 โรงคัดบรรจุ วันที่ 5 กรกฎาคม 2564 ตรวจประเมินสวนทุเรียน จ.ชุมพร จำนวน 3 สวน และโรงคัดบรรจุ จ.ชุมพร จำนวน 3 โรงคัดบรรจุ วันที่ 7 กรกฎาคม 2564 ตรวจประเมินสวนลำไย จ.ลำพูน จำนวน 2 สวน และ จ.เชียงใหม่ 1 สวน โรงคัดบรรจุ จ.ลำพูน 2 โรงคัดบรรจุ และจ.เชียงใหม่ 1 โรงคัดบรรจุ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวว่า จากผลการตรวจประเมินสวนและโรงคัดบรรจุพืชทั้ง 4 ชนิดในภาพรวมทั้งหมดเบื้องต้นผ่านการพิจารณาจากฝ่ายจีน แต่อย่างไรก็ตาม จีนได้เน้นย้ำให้ไทยเฝ้าระวัง ควบคุม และป้องกันศัตรูพืชในแปลงปลูกของเกษตรกรและโรงคัดบรรจุอย่างเข้มงวด เนื่องจากที่ผ่านมาเคยตรวจพบศัตรูพืชในลำไยส่งออกจากไทย ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้รับข้อคิดเห็นดังกล่าวเพื่อแจ้งให้เกษตรกรและผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุได้ทราบ พร้อมกับได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชของกรมวิชาการเกษตรเพิ่มความเข้มงวดในตรวจสอบขึ้นต่อไป รวมทั้งได้แจ้งให้ฝ่ายจีนทราบว่าจะมีเจ้าหน้าที่ภายในพื้นที่ของกรมวิชาการเกษตรเข้าไปตรวจติดตามแปลงเกษตรกรปีละ 1 ครั้งตามข้อกำหนดของ GAP พร้อมกับให้คำแนะนำเกษตรกรเรื่องศัตรูพืชและการเฝ้าระวังศัตรูพืชในสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ฝ่ายจีนได้เน้นย้ำการควบคุมและป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายในสวนและโรงคัดบรรจุ ซึ่งฝ่ายจีนให้ความสำคัญตั้งแต่จุดรับวัตถุดิบที่ต้องมีการคัดกรองคนงาน มีการตรวจวัดอุณหภูมิพนักงานก่อนเข้า-ออกโรงงาน&amp;nbsp; มีการเว้นระยะห่างของพนักงาน รวมถึงมีการฆ่าเชื้อสำหรับวัสดุอุปกรณ์/รถขนย้ายสินค้า/ตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งกรมวิชาการเกษตรจะได้แจ้งให้ผู้ประกอบการได้เฝ้าระวังและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โดยรวมแล้วการตรวจประเมินครั้งนี้ผ่านไปด้วยดี โดยไทยได้รับข้อเสนอแนะของฝ่ายจีนเพื่อนำมาเน้นย้ำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการได้เฝ้าระวังทั้งเรื่องศัตรูพืชและการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นข้อกังวลของฝ่ายจีนเพิ่มมากขึ้นจากเดิม พร้อมกันนี้จีนยังได้ติดตามข่าวการปราบปรามการสวมสิทธิ์ผลไม้จากประเทศอื่นเพื่อส่งออกไปจีนของไทยและชื่นชมการดำเนินการดังกล่าว โดยเฉพาะการสวมสิทธิ์ทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปัจจุบันจีนอนุญาตให้นำเข้าทุเรียนผลสดจากประเทศไทยเพียงประเทศเดียวเท่านั้น โดยขอให้ไทยดำเนินการตามมาตรการป้องกันดังกล่าวอย่างเข้มงวดต่อไป&amp;rdquo; อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109710</URL_LINK>
                <HASHTAG>การปราบปรามสวมสิทธิ์ผลไม้ไทย, ผลไม้ไทย, มาตรการปราบปรามสวมสิทธิ์ผลไม้ไทย, สวมสิทธิ์ผลไม้ไทย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210714/image_big_60eedd2b090a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99910</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 10:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ผลไม้ไทยสร้างชื่อเสียง &#039;พาณิชย์&#039;เปิดมูลค่าส่งออกโต 1.2 แสนล้านในช่วงโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เมษายน 2564 จากการลงนามความตกลงบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง &amp;ldquo;การรับรองการปฏิบัติตามมาตรการเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในกระบวนการผลิตอาหารส่งออก (COVID-19 Prevention Best Practice)&amp;rdquo; ของ 4 หน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) จึงได้จัดตั้ง &amp;ldquo;โครงการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์สินค้าอาหารไทยปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;rdquo; (Thailand Deliver with Safety) เพื่อตอกย้ำความมั่นใจในกระบวนการผลิตสินค้าอาหารไทยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งมีระบบการควบคุมป้องกันที่ได้มาตรฐานเพื่อให้ปลอดการปนเปื้อนของเชื้อไวรัส สินค้าการเกษตรโดยเฉพาะผลไม้ของไทยยังเป็นที่ต้องการของต่างประเทศ ซึ่งมูลค่าการส่งออกผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็ง และแห้งในปี 2563 มีมูลค่ารวม 128,337.07 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ผลไม้ไทยมีผลผลิตที่หลากหลายและต่อเนื่องตลอดทั้งปี และมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับต่างประเทศ ซึ่งผู้บริโภคในต่างประเทศนิยมสินค้าผลไม้ไทยเนื่องจากมีเอกลักษณ์โดดเด่น และมีรสชาติเป็นที่นิยม รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตผักผลไม้ของไทยค่อนข้างสูงกว่าประเทศคู่แข่งในภูมิภาคที่มีสินค้าประเภทเดียวกัน ซึ่งทำให้คู่ค้าและผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของผลผลิตผลไม้ไทย โดย DITP ได้สนับสนุนการพัฒนาระบบการผลิตและระบบควบคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐานระดับโลกในทุกกระบวนการผลิต การบรรจุ และการขนส่ง พร้อมส่งเสริมการทำการตลาดสินค้าผลไม้พรีเมียม โดยเน้นเรื่องเอกลักษณ์ด้านคุณค่า สายพันธุ์ที่โดดเด่น และคุณภาพที่น่าเชื่อถือ นอกจากนี้ภาครัฐยังควบคุมกำกับดูแลการเพาะปลูกให้ได้คุณภาพและปริมาณความต้องการของตลาด รวมถึงกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต ทำการประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการบริโภคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้ผลไม้ไทยเป็นที่ต้องการของทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงทำให้มูลค่าการส่งออกเพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;DITP มีนโยบายผลักดันผลไม้ไทยส่งออกสู่ตลาดโลกมาโดยตลอด ซึ่งได้สินค้าผลไม้ไทยเป็นสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกสูงและเป็นที่ยอมรับของตลาดต่างประเทศ ในทุก ๆ ปี แม้แต่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สินค้าส่งออกผลไม้ไทยยังคงขยายตัว และได้รับความไว้วางใจในเรื่องความปลอดภัยจากการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยในปี 2563 สินค้าผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็ง และแห้งของไทย มีปริมาณการส่งออก 2,138,698 ตัน คิดเป็นมูลค่า 128,337.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.45 แบ่งเป็น 1) ผลไม้สด มีปริมาณ 1,645,505 ตัน คิดเป็นมูลค่า 104,257.87 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.44 2) ผลไม้แช่แข็ง มีปริมาณ 44,581 ตัน คิดเป็นมูลค่า 8,063.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.09 และ 3) ผลไม้แห้งและอื่นๆ มีปริมาณ 448,612 ตัน คิดเป็นมูลค่า 16,016.14 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 0.23 ซึ่งไทยมีตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ จีน เวียดนาม ฮ่องกง ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา รวมเป็นสัดส่วนร้อยละ 90.03 ของการส่งออกผักผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็ง และแห้งทั้งหมด โดยในปี 2564&amp;rdquo; นายสมเด็จ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ผลไม้ไทยผ่านโครงการสินค้าอาหารไทยปลอดการปนเปื้อนเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ถือเป็นการประกาศให้ผู้ซื้อและคู่ค้าทั่วโลกรับรู้ว่า ผลไม้ไทยมีมาตรการป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโควิด-19 ที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานในระดับสากล และส่งผลให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการส่งออกผลไม้ในระดับโลก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99910</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DIPT), ผลไม้ไทย, ส่งออก, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607cf66ac70d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
