<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67428</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่นเตรียมพร้อมคลายล็อคระยะ3 ย้ำไม่มีการ์ดตก ขอประชาชนร่วมมือ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 31 พ.ค.2563 ทีศูนย์การค้าโอโซนวิเลจ ถ.ชาตะผดุง เขตเทศบาลนครขอนแก่น นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ว่า การดำเนินวิถีชีวิตปกติรูปแบบใหม่ หรือ new normal นั้นขณะนี้ นั้นอยู่ในระหว่างการสร้างความคุ้นชินของประชาชน ซึ่งจากการประเมินเชิงคุณภาพและปริมาณ ซึ่งในเชิงปริมาณ นั้นต้องชื่นชมคนขอนแก่นที่ให้การปฎิบัติตามวิถีชีวิตปกติแบบใหม่นั้นเกือบ 100 % ดังนั้นเพื่อความมั่นใจเราจึงได้มีการประเมินเชิงคุณภาพ เริ่มจากกลุ่มผู้ประกอบการที่พบว่ามีการให้ความร่วมมือมากกว่า 90% &amp;nbsp;แต่ก็ยังคงพบจุดอ่อนในส่วนของประชาชนที่เข้ารับบริการแต่ก็ไม่มากนัก ดังนั้นเมื่อเราได้ผลการประเมินมาแล้วก็จะถูกนำไปแก้ไขทั้งจุดเด่น จุดอ่อน และจุดด้อยของทางจังหวัดในด้านใดบ้าง ซึ่งชาวขอนแก่นนั้นคุ้นชินกับการดำเนินชีวิตด้วยมาตรการต่างๆที่รัฐนั้นได้กำหนด แต่ก็มีบางสิ่งที่ประชาชนยังคงไม่คุ้นชิ้นคือการที่เข้าใช้บริการที่ใดทุกคนจะต้องแสกนคิวอาร์โค้ดไทยชนะ &amp;nbsp;เพื่อลงบันทึกข้อมูล ซึ่งขณะนี้จังหวัดได้จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ซึ่งเมื่อลงพื้นที่ที่จุดใดหากพบว่าร้านใดยังไม่มีระบบการลงทะเบียนไทยชนะ ก็ให้มีการจัดลงระบบของรานและพิมพ์คิวอาร์โค้ดให้กับร้านหรือสถานประกอบการต่างๆทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; &amp;nbsp;ข้อด้อยที่จังหวัดจะต้องเติมเข้าไปคือในกลุ่มตลาดนัด เพราะประชาชนอาจจะบอกว่าเข้าไปซื้อของไม่มากนัก หรือซื้อสินค้าไม่นาน หรือเข้าไปแปบเดียวแล้วจะรีบกลับคือรีบไปขึ้นรถ ตรงนี้ ทางส่วนกลางได้แก้ไขระบบแล้วและมีการจัดทำระบบคิวอาร์โค้ดให้กับกลุ่มตลาดนัด ขณะที่การตรวจพบยังคงมีการเช็คอินแล้วลืมเช็คออก ซึ่งคณะทำงานพบปัญหาในจุดดังกล่าวนี้แล้ว ซึ่งขณะนี้ได้ออกแผนปฎิบัติงานออกมาดังนั้นจึงขอให้ประชาชนนั้นร่วมมือในการดำเนินการทุกมาตรการที่รัฐบาลได้กำหนดออกมา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผวจ.ขอนแก่น กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอนแก่น จะก้าวสู่การผ่อนปรนระยะที่ 3 ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ (1 มิ.ย.) เราได้มีการหารือกันแล้ว 2 รอบต่อการเข้าสู่การผ่อนปรนระยะที่ 3 ที่ขณะนี้ ศบค.ได้ออกแนวทางปฎิบัติมาแล้ว ดังนั้นถึงเวลานี้จังหวัดเราพร้อมที่จะรองรับในทุกมาตรการและพร้อมที่จะเข้าสู่การผ่อนปรนในระยะที่ 3 เพราะด้วยการที่ขอนแก่นเป็นจังหวัดศูนย์กลาง ที่จะเป็นตัวอย่างในการทดสอบและประเมินผลได้ในทุกมิติในทุกกิจการ และทุกสถานประกอบการ ประกอบกับคนขอนแก่นนั้นให้ความร่วมมือในแผนการปฎิบัติที่เป็นไปตามมาตรฐานความลอดภัยด้านสาธารณสุข และได้มาตรฐานสากล อย่างไรก็ตามคณะทำงานในระดับจังหวัด จะยังคงประสานความร่วมมือร่วมกับภาคเอกชนและทุกภาคส่วนเพื่อคุมเข้มตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด การ์ดไม่ตกและเราจะก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67428</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผวจ.ขอนแก่น, สมศักดิ์  จังตระกุล, สมาชิกสภาเทศบาลนครขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200531/image_big_5ed337934ace4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2020 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2020 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอนแก่น ผุดไอเดีย &#039;ธนาคารอาหาร&#039; ใช้ที่ดินเปล่าปลูกผัก-เลี้ยงสัตว์ แจกฟรีให้กับผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 เม.ย.2563 นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางจังหวัดได้ประสานการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันในทุกส่วนงานเพื่อที่จะให้การช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;คู่ขนานไปกับการคุมเข้มตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด เพื่อให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้นั้นกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ดังนั้นการให้ความช่วยเหลือในกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวนั้นนอกจากรัฐบาลได้กำหนดมาตรการต่างๆมาให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว จังหวัดยังคงกำหนดแผนการดำเนินงานในด้านต่างๆที่คู่ขนานไปด้วย โดยเฉพาะกับแผนการสร้างธนาคารอาหารให้เกิดขึ้นในระดับชุมชน ตำบล หมู่บ้าน ครอบคลุมทั้ง 26 อำเภอที่ขณะนี้ได้กำหนดแผนงานด้วยการทำงานร่วมกันของ เกษตรจังหวัด,ปศุสัตว์จังหวัดและประมงจังหวัด ในการปรับแผนการดำเนินงานมาเน้นในการสร้างกระบวนการการผลิตอาหารในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ที่ต้องเริ่มทำทันทีทุกอำเภอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; พื้นที่ว่างของโรงเรียน วัด หรือสถานที่ราชการ รวมไปถึงพื้นที่สาธารณประโยชน์ทุกแห่งที่มีอยู่ในชุมชน ตำบล หมู่บ้าน หรือในระดับอำเภอ จะถูกนำมาใช้ในการจัดทำเป็นแปลงเกษตร และ พื้นที่เลี้ยงสัตว์ ตามสภาพพื้นที่ของที่ดินในแต่ละส่วนที่เหมาะสม โยที่เกษตรจังหวัดจะจัดหาเมล็ดพันธุ์ ,ปศุสัตว์จังหวัดจะเน้นไปที่การเลี้ยวสัตว์ที่รับประทานได้ โดยเฉพาะกลุ่มไก่ไข่ หรือสัตว์ที่เหมาะสม ขณะที่ประมงจังหวัดเน้นไปที่กลุ่มการเลี้ยงปลา ซึ่งในการจัดทำธนาคารอาหารหรือ Food Bank นั้นจะเน้นที่การทำการเกษตรผสมผสาน เป็นวัตถุดิบสำหรับการทำอาหารให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ให้ได้สามารถมานำไปรับประทานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า โครงการธนาคารอาหาร นั้นหากพื้นที่ใดพร้อมที่จะดำเนินการทั้งจะเป็นไปในรูปแบขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ ก็สามารถที่จะทำได้ทันที ด้วยหลักวาการที่หน่วยงานของรัฐด้านกรเกษตรจะเข้าไปกำกับดูแลให้ถูกสุขอนามัย และทำอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ได้วัตถุดิบด้านอาหาร ที่เพียงพอต่อการให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่จะเป็นการลดค่าใช้จ่ายในด้านอาหารได้อย่างใกล้ตัว เพราะวัดโรงเรียนและสถานที่ราชการ ไม่ว่าจะเป็นอำเภอ หรือสถานีตำรวจ หรือแม้กระทั่งที่ทำกร เทศบาลฯ อบจ.หรือ อบต. รวมไปถึงพื้นที่สาธารณะในการกำกับควบคุมของรัฐ ทุกพื้นที่มีตั้งอยู่ในทุกพื้นที่ดังนั้นการนำการเกษตรแบบผสมผสาน ปลอดภัย ไร้สารเคมี มาเป็นหนึ่งในแผนการดำเนินงานของการให้ความช่วยเหลือด้วยรูปแบบการทำงานที่ถูกต้อง ชัดเจนและเป็นระบบก็จะทำให้การบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้ในสัดส่วนที่เพิ่มเติมมากยิ่งขึ้นในทุกวิถีทาง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64272</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารอาหาร, ผวจ.ขอนแก่น, สมศักดิ์  จังตระกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea50ed9df39b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5383</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2018 10:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2018 10:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อแม้วปูดเป็นฉากๆหา&#039;บิ๊กตู่&#039;ตบรางวัลผู้ว่าฯขอนแก่นดูถูกปชช.ไอคิวต่ำ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค. 61 - นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่ากรณีเหตุการณ์ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นและคณะ ได้ออกหนังสือเชิญประชุม และกล่าวทำนองว่าประชนโง่คือระบบเจ้าขุนมูลนาย &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ จังตระกูล เคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ก็จัดสัมนาเรื่องคนอุบลฯไอคิวต่ำลำดับ 76 ของประเทศ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ ก็ตบรางวัลให้ไปเป็นผู้ว่าฯ ขอนแก่น พอมาอยู่จ.ขอนแก่น ก็ออกหนังสือว่าคนขอนแก่นโง่ พล.อ.ประยุทธ์ อาจตบรางวัลให้ไปเป็นอธิบดีก็ได้ หากไปเป็นอธิบดี นายสมศักดิ์ อาจบอกว่าคนไทยโง่อีก คงได้ไปเป็นปลัดกระทรวง สะท้อนให้เห็นว่า ระบบราชการยุคนี้ไม่สนองตอบต่อประชาชนแต่สนองตอบต่อคนมีอำนาจเพราะทำไปแล้วได้ดี อวดว่าต้องต้อนรับครม.สัญจร แต่เหยียดหยามชาวบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คนแบบนายสมศักดิ์ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เห็นว่าดีเลิศสำหรับพวกท่าน ก็จงเก็บเอาไว้ก็แล้วกัน ให้เป็นที่เชิดชูหรือเป็นแบบอย่างของกระทรวงมหาดไทย&amp;quot;นายมสมคิด กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5383</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่, นายกฯ, บิ๊กตู่, ผวจ.ขอนแก่น, มท.1, สมคิด เชื้อคง, สมศักดิ์ จังตระกูล, ไอคิวต่ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180320/image_big_5ab0828cbdd65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2018 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2018 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทำอย่างไรให้ปชช.หายโง่&#039;ลาม! ภาคปชช.จี้ย้ายผู้ว่า-รองผู้ว่าพ้นขอนแก่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มี.ค.61 - ที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่น นายตุลย์ &amp;nbsp;ประเสริฐศิลป์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันภาคพลเมือง จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย คณะกรรมการและที่ปรึกษา องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันภาคพลเมืองขอนแก่น ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันโอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านศูนย์ดำรงธรรมขอนแก่น ในฐานะพลเมืองชาวขอนแก่นในการให้ นายกฯ &amp;nbsp;ซึ่งมีอำนาจและเป็นผู้บริหารสูงสุดของประเทศไทย มีคำสั่งย้าย นายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น,นายสุชัย &amp;nbsp;บุตรสาระ รอง ผวจ.ขอนแก่น และ นางพรทิพย์ &amp;nbsp;ขำชื่น หัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จ.ขอนแก่น ออกนอกพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สืบเนื่องจากหนังสือเชิญหน่วยงานต่างๆในจังหวัดประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันโอชา นายกรัฐมนตรี ในการที่จะมาตรวจราชการและพบปะกับประชาชนชาวขอนแก่นในหัวข้อ &amp;ldquo;ทำอย่างไรให้กับประชาชนหายโง่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายตุลย์ &amp;nbsp;กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่งและภาคีเครือข่ายภาคพลเมืองต้องการเรียกร้องถึงความเป็นธรรมจากการกระทำของผู้บริหารจังหวัดที่แสดงให้เห็นถึงการขาดภาวะผู้นำ ความรับผิดชอบ เพราะในเอกสารที่เป็นหลักฐานสำคัญนี้นั้น ยืนยันชัดเจนว่าผู้บริหารจังหวัดขอนแก่นกำลังมองว่าคนขอนแก่นเป็นเช่นไร จนกลายมาเป็นเอกสารหลักฐานให้กับนายกรัฐมนตรีนั้นลงพื้นที่พบปะประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งการกระทำดังกล่าวขัดต่อหลักธรรมภิบาลในการบริหารประเทชัดเจน ซึ่งเมื่อเรื่อดังกล่าวขึ้นก็ต้องมีการแสดงออกถึงความรับผิดชอบ ภาคพลเมืองและภาคประชาสังคมจึงเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรี ใช้อำนาจในการบริหารประเทศย้ายบุคคลทั้ง 3 ออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุดเพื่อลดกระแสและแรงเสียดทานในการทำงานระหว่างข้าราชการกับประชาชนที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายตุลย์ &amp;nbsp; กล่าวว่าผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งถือเป็นผู้บริหารสูงสุดในระดับจังหวัด หลายคนแสดงออกให้เห็นถึงความรับผิดชอบ หลายคนแสดงออกซึ่งความรัก ความสามัคคีและการทำหน้าที่ในฐานะนักปกครอง แต่ขอนแก่นกับคิดและกระทำการในลักษณะดังกล่าวขึ้น &amp;nbsp;และยังคงมากล่าวหาประชาชนภายใต้การดูแลของตนเองว่าโง่ จากการจัดทำหัวข้อให้นายกรัฐมนตรีนั้น &amp;nbsp;ลงพื้นที่มาพบปะและตรวจราชการที่ว่าทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่ เรื่องนี้ต้องมีคำตอบและจะเงียบหายไปไม่ได้ เพราะเป็นการดูถูก เหยียดหยามชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นในหนังสือร้องเรียนที่ส่งตรงถึงท่านผู้นำสูงสุดของประเทศ ใน 4 ข้อเรียกร้อง กล่าวคือข้อ 1-3 เรียกร้องให้ปรับย้ายผู้ว่าฯ,รองผู้ว่าฯและคนทำหนังสืออกจากพื้นที่ และข้อสุดท้ายคือการมีคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีมายังกระทรวงมหาดไทยในฐานะต้นสังกัดของบุคคลทั้ง 3 ทำการสอบสวนเอาผิดทางวินัยกับบุคคลทั้ง 3 เพื่อให้ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับข้าราชการคนอื่นๆอีกต่อไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายชัยชนะ &amp;nbsp;ทัศนิยม ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นภาคพลเมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า การที่ระดับผู้ว่าฯ หรือรองผู้ว่าฯ มาตอบกับสังคมว่าเป็นการลงนามในหนังสือคำสั่ง โดยไม่มีการตรวจสอบเอกสาร การกระทำในลักษณะเช่นนี้ ผู้นำสามารถทำได้หรือไม่ จะมาบอกว่าเอกสารเยอะเลยไม่ได้ตรวจ ประเด็นนี้ฟังไม่ขึ้น และที่สำคัญคือหนังสือทางราชการที่เป็นการใช้งานเพื่อเตรียมการรับผู้นำประเทศ ในลักษณะเช่นนี้ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะเกิดขึ้น แต่จังหวัด ก็ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้นจนได้ ดังนั้นเรื่องนี้ต้องมีการแสดงความรับผิดชอบ เพราะคนขอนแก่นและคนไทยทั้งประเทศ ไม่ได้โง่ ตามที่ทางจังหวัดนั้นระบุเป็นเอกสารดังกล่าว.&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5338</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ตุลย์  ประเสริฐศิลป์, ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่, ผวจ.ขอนแก่น, รองผู้ว่าฯขอนแก่น, สมศักดิ์  จังตระกุล, สุชัย  บุตรสาระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180319/image_big_5aaf8fffd1008.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มท.-ผู้ว่าฯ&#039;เรียงหน้าขอโทษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ปลัด มท.&amp;quot; สั่งตั้งกรรมการสอบหนังสือเชิญประชุม &amp;quot;ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่&amp;quot; เชื่อไม่มีเจตนาดูถูก &amp;quot;รองฯ สุชัย&amp;quot; แถลงขอโทษ ปชช.ไม่มีเจตนาดูหมิ่น &amp;quot;ผวจ.ขอนแก่น&amp;quot; ชี้ผลสอบพบ จนท.พลั้งเผลอ ลงโทษว่ากล่าวตักเตือน &amp;quot;หน.ฝ่ายบริหารทั่วไป&amp;quot; คนร่างหนังสือหลั่งน้ำตายกมือไหว้รับผิดพลาดแบบไม่ได้ตั้งใจ &amp;nbsp;&amp;quot;มทภ.4&amp;quot; ขอตรวจสอบเชิงลึก หวั่นมีรายการวางยา &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; จี้มหาดไทยรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทย &amp;nbsp;(มท.) กล่าวกรณีมีการแชร์กันในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเอกสารราชการ ซึ่งเป็นหนังสือเชิญประชุมที่ออกโดยสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp; เลขที่ ขก.0023.1/7063 เรื่อง ขอเชิญประชุมเพื่อเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี ลงนามโดย นายสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น (รองผู้ว่าฯขอนแก่น) ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เนื้อหามีข้อความส่วนหนึ่งระบุว่า ร่วมกันดำเนินการในภารกิจ &amp;ldquo;ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่&amp;rdquo; ว่า ทางนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กราบขออภัยต่อพี่น้องประชาชน หลังเกิดกรณีที่จังหวัดขอนแก่นทำหนังสือแจ้งเชิญประชุมเพื่อเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี และมีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิสิตกล่าวว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้จังหวัดขอนแก่นชี้แจงและแก้ไขถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมและคลาดเคลื่อนดังกล่าวแล้ว และขอเรียนว่ากระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานที่ทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน มีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข ไม่มีเจตนาที่จะดูถูก เหยียดหยาม หรือดูแคลนพี่น้องประชาชนแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปลัดกระทรวงมหาดไทยยังได้สั่งการให้จังหวัดขอนแก่นตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวแล้ว พร้อมสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าวอีกทางหนึ่ง&amp;quot; โฆษกกระทรวงมหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมดอกคูน ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าฯ ขอนแก่น แถลงข่าวชี้แจงกรณีหนังสือเชิญที่มีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมว่า หนังสือดังกล่าวเป็นของจริง และได้ทำการแก้ไขหนังสือดังกล่าวแล้ว เป็นหนังสือที่อ้างถึงหนังสือเลขที่ 0023.1/7063 ลงนามเมื่อวันที่ 12 มี.ค.2561 เนื้อหาหนังสือฉบับนี้ระบุว่า &amp;nbsp; ตามที่จังหวัดขอนแก่น ได้แจ้งเชิญประชุมเตรียมการต้อนรับนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 13 มี.ค. 2561 ณ ห้องประชุมศรีบริรักษ์ ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น โดยจังหวัดขอนแก่น ศึกษาธิการจังหวัด เขตพื้นที่การศึกษา และสำนักงานสาธารณสุข ร่วมกันดำเนินการในภารกิจด้านการศึกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าวว่า ต้องขออภัยประชาชนทุกคน ที่ทำให้เข้าใจผิด เนื่องจากวันที่รับหนังสือและลงนามในช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 9 มี.ค.2561 เมื่อรับหนังสือจากท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นต้นเรื่อง และเป็นผู้รับหนังสือมาตามลำดับ ก็ลงนามทันทีโดยไม่ได้ตรวจสอบ เพราะเห็นว่าเป็นหนังสือเรียกประชุมต่อเนื่องจากครั้งที่ 1 ซึ่งการประชุมต่อเนื่องครั้งที่ 2 จะเป็นวันอังคารที่ 13 มี.ค.2561 เท่ากับว่าจังหวัดขอนแก่นมีเวลาเพียงวันเดียวในการประสานงานและส่งหนังสือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม แต่ก่อนถึงวันประชุมก็มีผู้มาทักท้วงเรื่องข้อความในหนังสือดังกล่าวไม่เหมาะสม จึงรีบแก้ไข และทำหนังสือฉบับใหม่ขึ้นมาแทน และส่งไปตามหน่วยงานต่างๆ เช่นเดิม ซึ่งกระบวนการแก้ไขหนังสือฉบับเดิมเป็นฉบับใหม่เสร็จสิ้นก่อนที่จะมีการเผยแพร่หนังสือฉบับเดิมในโลกออนไลน์ จนเป็นประเด็นขึ้นมา
ตั้งโต๊ะแถลงขอโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ต้องขอโทษประชาชนทุกคน หากข้อความดังกล่าวทำให้เกิดความไม่สบายใจ ขอยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น โดยส่วนตัวไม่มีเจตนาที่จะคิดไม่ดีหรือทำสิ่งไม่ดีกับประชาชน ผมเป็นคนขอนแก่น เป็นคนอีสาน ไม่มีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อคนขอนแก่นและชาวไทยทุกคน ไม่มีเจตนาจะดูหมิ่นดูแคลนประชาชนคนไทยใดๆ ทั้งสิ้น และข้อความดังกล่าว ทางต้นเรื่องก็ไม่มีเจตนาจะดูแคลนประชาชน&amp;quot; รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชัยกล่าวว่า ในเรื่องนี้ ผู้ว่าฯ ขอนแก่นได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วว่าใครเป็นคนตั้งหัวข้อนี้ คาดว่าจะทราบข้อเท็จจริงในเร็วๆ นี้ ส่วนการเผยแพร่ทางสังคมออนไลน์นั้น จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่าส่งมาจากทาง อบจ.ขอนแก่น ซึ่งในส่วนนี้ได้ประสานให้นายก อบจ.ขอนแก่นตรวจสอบแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวหากไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง ก็จะปล่อยไปตามกระบวนการตรวจสอบที่ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นตั้งขึ้นมา และจะยังไม่ดำเนินการใดๆ กับผู้ที่นำหนังสือดังกล่าวไปเผยแพร่ในสังคมออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงการแถลงข่าว รองผู้ว่าฯขอนแก่นได้นำหนังสือฉบับที่แก้แล้วมาโชว์ให้สื่อมวลชนดูด้วย ซึ่งได้เปลี่ยนจาก &amp;ldquo;ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่&amp;rdquo; เป็น &amp;ldquo;ทำอย่างไรให้ประชาชนมีความรู้ความเท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลง&amp;rdquo; โดยในหนังสือที่มีการแก้ไขใหม่ ระบุ เนื่องจากหนังสือดังกล่าวมีถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ทำให้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสาระสำคัญ ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ จึงขอเชิญท่าน หรือผู้แทนร่วมประชุมเพื่อร่วมหารือแนวทางในการดำเนินการในภารกิจ &amp;ldquo;ทำอย่างไรให้ประชาชนมีความรู้ความเท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลง&amp;rdquo; ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าวข้างต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.00 น. นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยนายสุชัย, นายณรงค์ คลังเงิน ท้องถิ่น จ.ขอนแก่น และนางพรทิพย์ ขำชื่น หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่น(สถ.) จ.ขอนแก่น เปิดแถลงข่าวอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการแถลงข่าวและชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ผู้ว่าฯ ขอนแก่นและคณะผู้บริหารจังหวัดขอนแก่น นำพวงมาลัยเข้ากราบพระพุทธรูปภายในห้องทำงาน เพื่อขอมาในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะยกมือไหว้ขอโทษ ขออภัยประชาชน ในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และขออภัยในความพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า แม้การให้อภัยจะไม่สามารถไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่ก็ขอโอกาสให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคน เพราะทุกคนตั้งใจทำงานโดยไม่คิดดูถูกดูแคลนใคร ความผิดพลาดครั้งนี้ขอให้เป็นพลังในการทำงานเพื่อจังหวัดและเพื่อประเทศชาติ โดยได้มีคำสั่งจัดอบรมเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ที่เกี่ยวข้องกับการร่าง พิมพ์ และตรวจทาน เข้าอบรมหลักสูตรสารบัญ เพื่อให้การใช้คำในหนังสือราชการที่ถูกต้องและเหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้น ก็มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ด้วยการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว โดยมีหัวหน้าสำนักงานจังหวัดขอนแก่นเป็นประธาน และมีคณะทำงานรวม 5 คน ซึ่งขณะการตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว พบว่าเป็นความผิดพลาดพลั้งเผลอของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ที่ไม่มีเจตนา จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนเรียบร้อยแล้ว และต้องไม่เกิดเหตุการณ์กรณีขึ้นอีก&amp;rdquo; ผู้ว่าฯ ขอนแก่นกล่าว
ยันไม่มีเจตนาดูถูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางพรทิพย์ ขำชื่น หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่น จ.ขอนแก่น กล่าวพร้อมยกมือไหว้ขอโทษด้วยน้ำตานองหน้ากับความผิดพลาดว่า สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ตั้งใจ เพียงแต่ต้องการให้ที่ประชุมทราบถึงหัวข้อที่จะมีการประชุมครั้งที่ 2 ซึ่งต่อเนื่องจากครั้งที่ 1 เนื่องจากขอนแก่นเป็นจังหวัดที่มีการพัฒนาและเป็นจังหวัดที่มีความพร้อมด้านต่างๆ การศึกษาก็ควรจะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น จึงได้ตั้งหัวข้อดังกล่าวขึ้นมา และทำหนังสือประสานงานการเข้าร่วมประชุม เสนอต่อนายสุชัยลงนาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากนั้นก็นำส่งหนังสือให้กับหน่วยงานทางการศึกษา ทั้ง อบจ.ขอนแก่น เทศบาลนครขอนแก่น และสถานศึกษา ในวันศุกร์ที่ 9 มี.ค.2561 แต่มีคำตำหนิกลับมา จึงรีบแก้ไขในวันที่ 12 มี.ค.2561 จากนั้นก็ส่งหนังสือใหม่อีกครั้ง เพราะการประชุมจะมีขึ้นในวันที่ 13 มี.ค.2561 จึงขอโทษประชาชนคนไทยทุกคน ในสิ่งที่ผิดพลาด ไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่ดูแคลนคนขอนแก่นหรือประชาชนคนไทยแต่อย่างใด&amp;quot; หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักงานส่งเสริมปกครองท้องถิ่น จ.ขอนแก่น กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นประชาชนในจังหวัดขอนแก่น ถึงหนังสือดังกล่าวที่ระบุภารกิจ &amp;ldquo;ทำอย่างไรให้ประชาชนหายโง่&amp;rdquo; ปรากฏว่า ส่วนใหญ่ทราบเรื่องแล้ว เนื่องจากมีการเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย และมีการนำเสนอเรื่องดังกล่าวผ่านสื่อมวลชน ซึ่งคนขอนแก่นส่วนใหญ่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ประชาชนไม่ได้โง่ แต่เหมือนถูกปิดกั้นทางการแสดงความคิดเห็น และที่สำคัญคือการโง่ หรือฉลาด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.ธรากร ธรรมวินทร แม่ทัพภาคที่ 2 ยอมรับว่า หนังสือดังกล่าวอาจกระทบความรู้สึกประชาชน แต่เราจะเข้าไปสร้างความเข้าใจ ชี้ให้เห็นว่าต้องดูที่เจตนาของผู้กระทำ รวมทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องต้องไปตรวจสอบกันว่าใครเป็นคนพิมพ์เอกสาร ใครเป็นคนร่างเอกสาร ใครเป็นคนตรวจเอกสาร เพราะเอกสารออกมาทางนั้น ต้องดูคนเหล่านี้มีพฤติกรรมอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่ามีคนวางยารองผู้ว่าฯ คนร่าง คนพิมพ์ คนตรวจเอกสาร น่าจะรู้ว่าคำว่า โง่ ไม่เหมาะ ไม่ควร แล้วนำมาให้รองผู้ว่าฯ เซ็น ซึ่งเรื่องดังกล่าวถือเร่งด่วน เพราะเตรียมต้อนรับนายกรัฐมนตรี รองผู้ว่าฯ จึงไม่ได้ดูรายละเอียดเนื้อหา การใช้คำก่อนจะเซ็นลงนามไป คนที่พูดก็พูดไม่หมด ไม่บอกประโยคสำคัญนั้น หากบอกหรือสอบถามรองผู้ว่าฯ ว่าคำนี้เหมาะสมหรือไม่ เชื่อว่ารองผู้ว่าฯ ต้องดูและแก้ไข ไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ ตอนนี้ให้ตรวจสอบกันอยู่ เจ้าหน้าที่ก็คุยกัน&amp;quot; พล.ท.ธรากรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์
สมาคมฯ เรื่อง &amp;quot;ขอให้ปลดรองผู้ว่าฯ ขอนแก่น ฐานกล่าวหาประชาชนโง่&amp;quot; ตอนหนึ่งระบุว่า การใช้ถ้อยคำในหนังสือราชการดังกล่าว เป็นกรณีที่ร้ายแรงมาก จึงขอเรียกร้องมายังปลัดกระทรวงมหาดไทย ใช้อำนาจ สั่งให้รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นคนดังกล่าวออกจากราชการ หรือโยกย้ายให้ไปอยู่ในส่วนราชการอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการปกครองอีกต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5287</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิสิต จันทร์สมวงศ์, ปลัด มท., ผวจ.ขอนแก่น, รองฯ สุชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180318/image_big_5aae7c08aec08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
