<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2020 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2020 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อาจารย์นิด้า&#039;เผยเหตุใดเราทุกคนจึงต้องช่วยกันรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ย.63- ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) NIDA โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warat Karuchit &amp;nbsp;ว่า เหตุใดเราทุกคนจึงต้องช่วยกันรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การรักษาวัฒนธรรม คือการรักษาชาติ&amp;quot;
พระราชดำรัส ในหลวงรัชกาลที่ 9&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำกล่าวนี้ เรียบง่าย แต่เป็นสัจธรรมที่จริงแท้อย่างยิ่ง เนื่องจากองค์ประกอบสำคัญที่สุดของการดำรงอยู่ของ &amp;quot;ชาติ&amp;quot; ไม่ใช่คน หรือไม่ใช่ดินแดน แต่เป็น &amp;quot;วัฒนธรรม&amp;quot; เพราะ คนในชาติ หากไร้วัฒนธรรมที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของชาติแล้ว ก็ไม่อาจนับว่าเป็น &amp;quot;ชาติ&amp;quot; ได้ แต่ &amp;quot;คน&amp;quot; เปรียบเสมือนกับพาหนะ ที่นำพา &amp;quot;วัฒนธรรม&amp;quot; นั้นถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น และไม่ใช่ดินแดน เพราะหาก &amp;quot;วัฒนธรรม&amp;quot; ของชาติใดยังคงอยู่ แม้ไม่มีดินแดนของตนเอง (เช่นมอญ) แต่ &amp;quot;ความเป็นชาติ&amp;quot; นั้นก็ยังได้รับการจดจำอยู่ ต่างจากชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่มที่ถูกกระบวนการกลืนกินทางวัฒนธรรม (acculturation) จนวัฒนธรรมตนเองค่อยๆสูญสลายหายไปพร้อมกับความเป็นชาติ เหลือให้เห็นแต่ในหนังสือหรือพิพิธภัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ การทำลายชาติที่ได้ผลที่สุด ก็คือการ &amp;quot;ทำลายวัฒนธรรม&amp;quot; ของชาติ ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้ว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นส่วนสำคัญ อาจจะเรียกได้ว่าสำคัญที่สุด ของ &amp;quot;วัฒนธรรมไทย&amp;quot; ตั้งแต่สมัยสุโขทัยเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ประวัติศาสตร์ของชาติไทยนั้นก็คือประวัติศาสตร์ของพระมหากษัตริย์ในแต่ละยุคสมัย ก่อให้เกิดศิลปะ จารีต ค่านิยมต่างๆ รวมไปถึงโครงสร้างของสังคมไทย ซึ่งเป็นโครงสร้างสังคมที่มีระดับชั้นต่างๆ (Hierarchical Structure) ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดในสังคม หรือแม้กระทั่งในศาสนา ไม่ใช่แค่สูง-ต่ำ แต่ถือลำดับ ก่อน-หลัง ซึ่งทั้งหมดนี้ แปลงออกมากลายเป็นคำว่า &amp;quot;กาลเทศะ&amp;quot; &amp;quot;มารยาท&amp;quot; &amp;quot;ความเหมาะสม&amp;quot; &amp;quot;ความเกรงใจ&amp;quot; &amp;quot;ของสูง-ของต่ำ&amp;quot; และคนไทยต่างเรียนรู้ที่จะ &amp;quot;มีความรับผิดชอบ&amp;quot; ในการรักษาวัฒนธรรมและโครงสร้างของสังคมนี้ไว้ ซึ่งเราเรียกว่า &amp;quot;หน้าที่พลเมือง&amp;quot; ซึ่งกาลเทศะ และโครงสร้างสังคมแบบมีระดับชั้นนี้ เป็นคนละเรื่องกับความเท่าเทียมของสังคม (ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน แต่ต่างกันไปตามบริบทและปัจจัยทางสังคม โดยไม่ถูกละเมิดสิทธิ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่แน่นอนว่า วัฒนธรรมมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามกระแสปัจจัยต่างๆ แต่การปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป จะทำให้เป็นไปอย่างราบรื่น ไม่เกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคม แต่หากเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันทันที จะก่อให้เกิดการขาดสะบั้นของวัฒนธรรม และส่งผลเสียหายอย่างรุนแรงต่อความเป็นชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรืออาจกล่าวได้ว่า &amp;quot;การทำลายชาติที่ก่อให้เกิดผลรุนแรงที่สุดต่อชาติไทย&amp;quot; ก็คือ &amp;quot;การทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์&amp;quot; นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ คนไทยทุกคน ไม่ว่าจะคิดเห็นอย่างไรต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ก็ตาม มีหน้าที่เหมือนกันทุกคน คือต้องช่วยกันประคับประคอง ธำรงรักษาเสาหลักของวัฒนธรรมไทย คือสถาบันพระมหากษัตริย์ (ที่หมายความถึงทั้งระบบ ไม่ใช่แค่เพียงพระมหากษัตริย์พระองค์ใดพระองค์หนึ่ง) ให้คงอยู่ต่อไปได้อย่างเข้มแข็งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย เพื่อรักษา &amp;ldquo;ความเป็นชาติไทย&amp;rdquo; ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์มาหลายร้อยปี และให้เราคนไทยทุกคนได้เกิดความภูมิใจในทุกวันนี้ไว้อีกตราบนานเท่านาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะ &amp;quot;ความเข้มแข็งของสถาบันพระมหากษัตริย์ คือความเข้มแข็งของวัฒนธรรม และชาติไทย&amp;quot;.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84842</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต., สถาบันพระมหากษัตริย์, อาจารย์นิด้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190315/image_big_5c8afc51485ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2020 10:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2020 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองคณบดีฯนิด้าเผยข้อเรียกร้องถึง&#039;คนรุ่นผม&#039;และ&#039;คนรุ่นน้อง&#039;เราเหมือนกันมากกว่าต่าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.63- ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) NIDA โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warat Karuchit &amp;nbsp;ว่าข้อเรียกร้อง ถึง &amp;quot;คนรุ่นผม&amp;quot; และ &amp;quot;คนรุ่นน้อง&amp;quot;
.
คนรุ่นน้องรักชาติ
คนรุ่นผมก็รักชาติเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนรุ่นน้อง ต้องการประชาธิปไตยที่ดี
คนรุ่นผม ก็ต้องการประชาธิปไตยที่ดีเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนรุ่นน้อง ไม่ชอบ Bully ใส่กันด้วย Hate Speech
คนรุ่นผม ก็ไม่ชอบ Bully ใส่กันด้วย Hate Speech เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนรุ่นน้อง ไม่ชอบถูกละเมิดสิทธิ
คนรุ่นผม ก็ไม่ชอบถูกละเมิดสิทธิเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนรุ่นน้อง ไม่ชอบการทำผิดกฎหมาย
คนรุ่นผม ก็ไม่ชอบการทำผิดกฎหมายเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนรุ่นน้อง ไม่ต้องการถูกคุกคาม
คนรุ่นผม ก็ต้องการถูกคุกคามเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนรุ่นน้อง ไม่ชอบถูกกล่าวหาว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ที่ไม่ได้เป็น
คนรุ่นผม ก็ไม่ชอบการถูกกล่าวหาว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ที่ไม่ได้เป็นเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.......................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคนบอกว่านี่เป็นช่องว่างระหว่างวัย แต่ดูแล้วเรามีความเหมือน มีสิ่งที่มีร่วมกัน มากกว่าสิ่งที่ไม่มี เพียงแต่วิธีการ แนวทางที่จะไปถึงนั้นอาจจะต่างกัน ท่าทีในการแสดงออก ก็อาจจะต่างกัน และผมเชื่อว่าคนรุ่นผมไม่ได้ขัดขวางการชุมนุมเรียกร้องตามสิทธิ เนื่องจากเราก็ผ่านการชุมนุมด้วยตัวเองมาแล้วหลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นสิ่งที่เราควรทำ คือการพูดคุยกันด้วยเหตุผล หาทางออกในความแตกต่างร่วมกัน ด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน และไม่ควรทำสิ่งที่เราไม่ชอบใส่กัน นั่นคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- Bully ใส่กัน ด้วย Hate Speech
- ละเมิดสิทธิอีกฝ่าย ด้วยการลบหลู่ เสียดสี ผู้ที่เป็นที่เคารพ โดยเฉพาะสถาบันเบื้องสูง
- ละเมิดกฎหมายบ้านเมือง หรือยั่วยุให้เกิดการทำผิด
- ไล่คุกคามผู้คิดต่าง และกล่าวหาว่าอีกฝ่ายเป็นอย่างโน้นอย่างนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะสุดท้ายแล้ว
คนรุ่นน้อง เป็นคนไทย
คนรุ่นผม ก็เป็นคนไทยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรายังต้องอยู่ในประเทศนี้กันต่อไปทั้งชีวิตของเรา บนความฝันที่เรามีร่วมกัน คือการเห็นประเทศไทยดีขึ้นกว่านี้ แต่น้องเชื่อหรือไม่ ว่าความฝันของคนรุ่นผม คือไม่ได้ให้ประเทศนี้ดีขึ้นเพื่อคนรุ่นเรา แต่เพื่อคนรุ่นน้อง และลูกหลานของน้อง แม้ว่าน้องอาจจะบอกว่าไม่ต้องการให้ทำ แต่มันก็เป็นสิ่งที่คนรุ่นผมเชื่อว่าเป็นการทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ในฐานะประชาชนที่เกิดและโต และจะตายในประเทศนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74664</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนรุ่นน้อง, คนรุ่นผม, ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f39f1af87023.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74077</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2020 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2020 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ห้ามใช้ชื่อสถาบันการศึกษาเพื่อเคลื่อนไหวผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.63-ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต&amp;nbsp;รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนาคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)  NIDA โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warat Karuchit ในนามประชาชนคนหนึ่ง ว่าเห็นน้องๆกลุ่มต่างๆมีข้อเรียกร้องหลายข้อ เลยอยากจะขอใช้สิทธิของประชาชนคนหนึ่งเรียกร้องบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเรียกร้องต่อผู้บริหารสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ 3 ข้อ ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ขอให้ท่านพิจารณา &amp;quot;ไม่อนุญาต&amp;quot; ให้มีการจัดกิจกรรมที่อ้างชื่อสถาบันของท่าน เพื่อให้เข้าใจว่าเป็นการจัดในนามสถาบัน หรือตัวแทนของสถาบัน ทั้งที่แท้จริงแล้วเป็นเพียงกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง เนื่องจากการกระทำเช่นนี้ กระทบต่อสิทธิของนักศึกษา บุคลากร และศิษย์เก่าท่านอื่นๆที่ไม่ได้เห็นด้วยกับกิจกรรมดังกล่าว และอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคมได้ หากใช้ชื่อสถาบันของท่าน ย่อมหมายถึงผู้บริหารเห็นชอบกับการจัดกิจกรรมดังกล่าว และท่านต้องรับผิดชอบในผลของการจัดกิจกรรมนั้น โดยเฉพาะการกระทำที่ผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ขอให้ท่านมีการตักเตือน เน้นย้ำอย่างเข้มงวด ไปยังนักศึกษา และบุคลากร ถึงกรอบของการใช้เสรีภาพตามที่บุคคลพึงมี โดยไม่เป็นการใช้เสรีภาพที่เกินขอบเขต ขัดต่อกฎหมาย หรือละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น และแจ้งถึงโทษทั้งทางวินัยของสถาบัน ทั้งของนักศึกษา และบุคลากร ที่ได้กำหนดไว้แล้วในระเบียบของสถาบัน รวมถึงกฎหมายของประเทศในข้อต่างๆที่เกี่ยวข้องด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ขอให้ผู้บริหารสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ โดยเฉพาะสถาบันของรัฐ หรือในกำกับของรัฐ ดำเนินการตามหน้าที่ของข้าราชการ หรือพนักงานของรัฐ ในการกำกับ ดูแล ปกป้องสถาบันหลักของชาติ ตามระเบียบของสถาบัน ที่บุคลากรจะต้องเป็นผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และไม่ละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ภายใต้อำนาจที่ท่านมี ในการดำเนินการทางวินัยหรือทางกฎหมายกับบุคลากรหรือนักศึกษา หรือบุคคลภายนอก ที่ละเมิดระเบียบของสถาบันและกฎหมายของประเทศ และต้องทำหน้าที่กำกับดูแลสถาบันของท่านให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า เยาวชนของประเทศ จะได้รับการศึกษาที่ดีอย่างมีประสิทธิภาพ และปกป้องผู้ที่อยู่ในการดูแลของท่านอันตรายทั้งต่อทางกาย ทางใจ ทางความคิด สนับสนุนการใช้เสรีภาพในทางสร้างสรรค์ เพื่อสร้างศักยภาพของประชาชนในประเทศต่อไปในอนาคต.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74077</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต., ม็อบมธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200811/image_big_5f320a1ca08df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 18:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.-สธ.จับมือลุยรณรงค์ 9 ข้อ &quot;การ์ดอย่าตก&quot;  ย้ำโควิดต้องอยู่กับเราอีก1-2ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค. 63-ที่ โรงแรมเซนทารา แกรนด์ แอท เซนทรัลพลาซ่าลาดพร้าว กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดเวทีระดมความคิดเห็น การสื่อสารรณรงค์เพื่อสนับสนุนการจัดการในสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า จากปัญหาการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ได้ดำเนินโครงการในการสื่อสารรณรงค์และป้องกันไปสู่กลุ่มเป้าหมายเพื่อลดความเสี่ยงของโรคโควิด-19และเมื่อสถานการณ์ผ่อนคลาย ทางกองทุนฯ ได้เริ่มขับเคลื่อนงานระยะที่ 2 มี 9 ประเด็นรณรงค์เพื่อป้องกันการกลับมาแพร่ระบาดใหม่ ผลิตสื่อรณรงค์เฉพาะกลุ่มที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด เนื่องจากโรคนี้จะอยู่กับเราไปอีก 1-2 ปี จึงต้องรณรงค์ต่อเนื่อง การ์ดอย่าตก จึงจัดเวทีเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมผู้เกี่ยวข้องในประเด็นโควิด หากโครงการเข้าหลักเกณฑ์และรูปแบบการรณรงค์ ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการจะได้การสนับสนุนจากกองทุนฯ &amp;nbsp;เพื่อผลิตสื่อต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต คณะทำงานแผนงานเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาล ในการบริหารจัดการสถนการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กล่าวว่า &amp;nbsp;สำหรับ 9 ประเด็นรณรงค์เพื่อสนับสนุนการจัดการสถานการณ์โควิด-9 ระยะที่2 &amp;nbsp;ประกอบด้วย 1.การผลิตสื่อรณรงค์เฉพาะกลุ่ม ป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดระลอก2 &amp;nbsp;เช่น กลุ่มวัยรุ่น คนทำงาน &amp;nbsp;กลุ่มชุมชนในพื้นที่เสี่ยง 2.การสร้างพื้นที่ให้เกิดการสื่อสารประสานงานกันของกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติตัวตามแนวทางนิว นอร์มอล3.การสร้างสื่อเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศจากความสำเร็จในการจัดการโควิด-19 การค้นหาเรื่องราวความสำเร็จป้องกันโควิด เช่น พลัง อสม.และชุมชนเข้มแข็ง 4.การสร้างสื่อเพื่อรณรงค์สร้างจิตอาสา เช่น ตู้ปันสุข &amp;nbsp;5.การส่งเสริมให้เกิดการสร้างนวัตกรรมที่สนับสนุนการจัดการสถานการณ์โควิด 6.การรณรงค์ทางศาสนา เพื่อให้เกิดวิถีใหม่ในการปฏิบัติศาสนกิจลดเสี่ยงและไม่ขัดต่อศาสนา 7.การบันทึกประวัติศาสตร์ 8.การวิเคราะห์สถานการณ์โดยใช้ข้อมูลเชิงวิชาการในไทย และ9.การสร้างสื่อเพื่อรณรงค์การสร้างจิตสำนึกและแรงจูงใจในการดูแลตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)กล่าวว่า โจทย์ของการป้องกันโรคโควิด-19 &amp;nbsp;คือ 90% ของคนไทยต้องสวมใส่หน้ากากถึงจะสู้กับโรคได้ ขณะที่โจทย์ของการทำงานด้านนี้ถือเป็นงานใหญ่ระดับโลก ต้องใช้ความรู้ศาสตร์ข้ามศาสตร์ ทั้งด้านสาธารณสุข ด้านสื่อสารมวลชน และด้านอื่นๆ &amp;nbsp;เพื่อติดตามและสร้างชุดข้อมูลดูแลสถานการณ์โควิด-19 เห็นได้ชัดเจนว่า โควิด-19 &amp;nbsp;ทำให้คนไทยเปลี่ยนวิถี และยังช่วยยกระดับสื่อ ตลอดจนเป็นการใช้โอกาสในการสร้างวัฒนธรรมใหม่ของคนไทยให้มีความสามัคคี มีระเบียบวินัย และมีจิตใจสาธารณะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; นพ.ทวีศิลป์ กล่าวอีกว่า จากประสบการณ์ทำงานเกี่ยวกับ โควิด-19 ต่อเนื่องตลอด 4 เดือน ตนอยากให้มีภาคการแบ่งกันทำงาน และสร้างพื้นที่ใหม่ๆ ร่วมด้วย ที่ผ่านมา เห็นความซ้ำซ้อนการทำงานของสื่อที่เผยแพร่ &amp;nbsp;เช่น รณรงค์กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ซึ่งมีทุกหน่วยงานทำขึ้น คิดว่าควรมีการคิดการรณรงค์ทางสื่อในแนวใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างวัฒนธรรมที่อยู่ได้ตลอดและมีความหลากหลายในสังคมไทย &amp;nbsp;นอกจากนี้ สิ่งที่คนไทยควรตระหนักอย่างมาก คือ ทำยังไงให้กลุ่มวัยรุ่น คนทำงานของไทยได้ใช้หน้ากากมากที่สุด เพราะสองกลุ่มนี้มีโอกาสติดเชื้อมากสุด โดยเฉพาะการเข้าใช้บริการเที่ยวในสถานบันเทิงผับ เทค &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; เราเห็นตัวอย่างชัดเจนในการแพร่กระจายของโรคจากเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ที่ติดจากการร่วมสัมพันธ์ในสถานกักตัวของรัฐ &amp;nbsp;รวมถึงที่เกาหลีที่มีการติดจากผับบาร์ &amp;nbsp;ซึ่งกว่าที่ไทยจะผ่านสถานการณ์นี้ ไปได้คงต้องใช้เวลาอีกเป็นปีเพื่อรอการพัฒนาวัคซีน&amp;quot;โฆษก สบค.กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71066</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.), กองทุนสื่อสร้างสรรค์ปลอดภัย, ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต., อิทธิพล คุณปลื้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200710/image_big_5f0852803189d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2019 07:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2019 07:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการนิด้าเผยภาพ&#039;The Kiss&#039;ไม่ใช่การแสดงออกของคู่รัก!ตอกส.ส.ส้มหวานคุณภาพต่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ธ.ค.62- &amp;nbsp;หลังนายเกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าผมไม่ใช่ LGBTQ+ นะ แต่ผมก็ไม่เห็นว่าการกระทำดังกล่าวจะสร้างความเสียหายสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นแต่อย่างใด ตอนที่ผมเห็นรูป ผมนึกไปถึงภาพกะลาสีทหารเรืออเมริกันจูปกับแฟนสาวที่จตุรัสไทม์สแควร์ หลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อ 64 ปีก่อน ซึ่งสมัยนั้นการจูบกันของคู่รักในที่สาธารณของสหรัฐเป็นสิ่งที่ยอมรับอย่างกว้างแล้ว ไม่ว่าหญิงชายหรือคู่รักที่เป็น LGBTQ+ จะแสดงออกด้วยการจูบซึ่งแสดงถึงความรักของเขาในที่สาธารณะ เป็นสิทธิเสรีที่เขาสามารถที่จะกระทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์การ &amp;nbsp;สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) &amp;nbsp;NIDA โพสต์ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับภาพ &amp;quot;The Kiss&amp;quot; (หรือชื่อจริงๆคือ V-J Day in Times Square) ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. สองคนนี้ไม่ได้เป็นคู่รักกัน ไม่ได้รู้จักกันด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กะลาสีเรือคนนี้ชื่อ George Mendonsa แค่ไปเตร็ดเตร่อยู่แถวย่านไทม์สแควร์ (โดยมากับแฟนสาวของเขาด้วยซ้ำ) ในวัน V-J Day (Victory over Japan) ที่ผู้คนออกมาเฉลิมฉลองชัยชนะต่อญี่ปุ่น โดยก่อนหน้านี้ Mendonsa ได้เข้าบาร์และยอมรับว่า &amp;quot;ดื่มไปเล็กน้อย&amp;quot; เมื่อออกมาเห็นสาวในชุดพยาบาล (ซึ่งจริงๆเป็นผู้ช่วยทันตแพทย์ ไม่ใช่พยาบาล) ซึ่งก็คือ Greta Friedman (ซึ่ง Mendonsa ให้สัมภาษณ์ว่าชอบนางพยาบาล) ประกอบกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ จึงได้คว้าตัว Friedman มาจูบ ด้วยความดีใจที่สงครามจบลง ตนเองไม่ต้องกลับไปรบอีกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. Friedman ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเองไม่ได้ยินยอมพร้อมใจ แต่มาจากการถูกบังคับ และเธอขัดขืนสู้แรงของฝ่ายชายไม่ได้ หลายคนจึงเรียกเหตุการณ์นี้ว่าเป็นการล่วงละเมิดทางเพศ (sexual harassment) ด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นภาพ The Kiss นี้ จึงไม่ใช่เป็นภาพของการแสดงออกถึงความรักของคู่รัก หรือสิทธิเสรีภาพในการแสดงความรักในสาธารณะแต่อย่างใด แต่เป็นภาพที่เกิดจากการละเมิดสิทธิของผู้อื่น นอกจากนั้น บริบทของภาพนี้ ก็ไม่ได้มีอะไรเหมือนกับกรณีการแสดงออกในสภาเลย ภาพ The Kiss นั้นจับความรู้สึกถึงความยินดีของคนอเมริกันที่ชนะสงครามใหญ่ ที่สู้รบกันมานานและมีคนตายไปจำนวนมากมาย นอกจากนั้นก็ไม่ใช่เป็นการจูบแบบดูดดื่มแลกลิ้นกันเหมือนการแสดงออกในสภา ซึ่งเป็นเพียง &amp;quot;การแสดง&amp;quot; ประกอบการรณรงค์เรื่องสิทธิของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยังไงคนเป็น สส. จะเขียนอะไรควรจะหาข้อมูลให้ดีกว่านี้นะครับ เพราะมันสะท้อนคุณภาพของตัวคุณเอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52888</URL_LINK>
                <HASHTAG>The Kiss, นิด้า, ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต., ส.ส.บัญชีรายชื่อ, อนาคตใหม่, เกษมสันต์ มีทิพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191220/image_big_5dfc141d74ea4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
